การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 205 แผนการอันขมขื่นของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 205 แผนการอันขมขื่นของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ใช่แล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับชุนถาวตั้งใจเรียกให้หลิวอี๋เหนียงมาที่นี่เอง ทว่านางก็มาได้รวดเร็วเกินไปกระมัง! รวดเร็ว
เสียจนแม้แต่หลักฐานก็ยังทำลายไม่ทัน
หลิวอี๋เหนียงเกลียดคุณหนูใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องที่เพิ่งเคยเกิดขึ้น ดังนั้นการที่นางมาวันนี้ จึงเห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาเพื่อ
ดื่มชา แต่มาหาเรื่องต่างหาก
เชื่อว่า หากหลิวหรงได้เห็นชุดเปือนเลือดนี้ แม้ว่าอยากปกปิดซ่อนไว้ แต่หลักฐานชิ้นนี้ คงเพียงพอที่จะทำให้
กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ก็คือ ชุนถาวและองค์ชายสามที่ซ่อนตัวอยู่บนคาน หากถูกคนจับได้ขึ้นมา ชื่อเสียง
และชีวิตของคุณหนูใหญ่จะต้องถูกทำลายลงอย่างแน่นอน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กระวนกระวายใจคิดหาทางแก้ไขปัญหา ความคิดต่างๆ นานา พลันแล่นเข้ามาในสมองไม่หยุด ‘ช่าง
ไม่ได้เรื่องได้ความเสียจริง’ นางนึกไม่ถึงว่าการวางแผนร่วมมือกับชุนถาวเล่นงานหลิวอี๋เหนียงนั้น จะยากเย็นถึงเพียงนี้
คิดจะกำจัดอีกฝั่ายช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ ครั้งนี้ถ้าวางแผนไม่รัดกุมพอคงจะต้องพลาดพลั้งเป็นแน่!
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกขมขื่น ในมือกำเสื้อเปือนเลือดโบกซ้ายทีขวาทีไปมาอยู่หลายครั้ง อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร แย่แล้ว
ชุดเปือนเลือดนี้ เป็นชุดเก่าของต้วนชิงหมิง เมื่อครู่นี้องค์ชายสามเลือดไหลออกมาก ชุนถาวจึงให้นางหาชุดเก่าของต้วน
ชิงหมิงออกมาเช็ดคราบเลือด ตอนนี้ทั้งชุดจึงเต็มไปด้วยเลือด เช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรดี
สายตานางมองซ้ายมองขวากวาดไปทั่วห้อง หน้าผากของนางพลันมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าอย่างเห็นได้
ชัด ทว่านางก็ยังคิดไม่ออกราวกับมืดแปดด้านหาทางออกไม่เจอ
เลือด……มีเลือดที่ไหน? เลือดที่ไหนกัน จะปิดบังหลิวอี๋เหนียงที่ฉลาดเช่นนี้ได้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ขยำเสื้อเปือนเลือดในมือแน่น ราวกับมันเป็นไฟร้อนๆ ที่อยู่ในมือ หากโยนทิ้งไปก็ไม่ได้ แต่หากไม่
โยนมันทิ้งไปก็ร้อนลวกมือ
เลือด เลือด เลือด……
นางพึมพำกับตัวเองอย่างร้อนรน ในใจคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะหาเลือดจำนวนมาก เพื่อปกปิดเลือดที่เหยียนหลิ่ง
อวี๋ทิ้งเอาไว้!
เลือด เลือด เลือด!!!
หากมีเลือด ทุกอย่างก็จะคลี่คลายลงได้
ระหว่างที่กำลังร้อนรนนั้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เอนพิงโต๊ะด้านหลัง ทำให้แจกันที่วางอยู่บนโต๊ะ ขยับไปมาหลายทีแล้ว
หล่นลงไปกับพื้น ทันใดนั้น ก็ได้ยินแต่เสียง “เพล้ง” ดังขึ้น ทำให้แจกันตกแตกเป็นเสี่ยงๆ ส่วนด้านนอกประตูก็มีเสียง
เรียกตะโกนของหลิวหรงดังขึ้นอย่างโมโห
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ถ้าเจ้ายังไม่เปิดประตูอีก ข้าจะพังประตูเข้าไป!” เมื่อได้ยินเสียงของหลิวหรง นางก็ตัวสั่นเทิ้มอีก
ครั้ง
มือของนางโดนกระเบื้องที่แหลมคมบาดเข้า จากความเจ็บปวดที่มือกลับแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเมื่อได้ยินเสียงดุดัน
ของหลิวหรง ทันใดนั้นพลันเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากมือ ทว่าเมื่อมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับเห็นดวงตาของนาง
ก็เป็นประกายขึ้นมาละม้ายคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้…
ถ้าหากนางได้รับบาดเจ็บก็จะมีเลือดไหลออกมาไม่ใช่หรือ? แต่บนร่างกายของนาง ไม่ได้มีเลือดไหลออกมา
มากมายเสียหน่อย……โง่จริง เจ้าช่างโง่เสียจริง!
นี่เป็นเพียงรอยบาดเล็กๆ แต่กลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เกิดต่อสู้กับจิตใจของตัวนางเอง หากบาดจน
เป็นแผลใหญ่กว่านี้เล่า นางคงจะเจ็บปวดปางตายเป็นแน่
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ปล่อยให้เลือดจากมือไหลออกมาไม่ขาดสาย ในใจยังคงสับสน ทว่าสายตายังคงจ้องมองไปที่เศษ
กระเบื้องในมือ……ทำท่าจะกรีดลงไปแต่ก็หยุดชะงักอยู่หลายครั้ง ในที่สุดนางก็เอาเศษกระเบื้องกรีดลงไปที่แผลในมืออีก
ครั้ง เลือดนั้นไหลทะลักออกมาทันที ทว่าด้วยความตื่นเต้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
ด้านนอกประตูมีเสียงคนกำลังพังประตูดังขึ้น ดังขึ้น……หูของนางยังได้ยินเสียงคนจากด้านนอกหน้าต่างที่กำลัง
จะพังหน้าต่างเข้ามาอีกทาง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยิ่งร้อนรนระคนตื่นตระหนก! นางถือเศษกระเบื้องกรีดไปตามจุดต่างๆ ของ
ร่างกายที่เลือดจะไหลได้เร็วและมากที่สุด ส่วนในมืออีกข้างหนึ่งจับเสื้อที่ติดคราบเลือดขึ้นมากำไว้แน่ นางปิดตาลงแล้ว
ใช้แรงเฮือกสุดท้ายแทงไปที่ต้นขาของนางอย่างแรง!
ถ้านางจะตายก็ให้ตายไปเสีย……แค่บ่าวรับใช้คนหนึ่งอย่างนาง ตายเสียดีกว่าให้คุณหนูใหญ่ต้องเกิดเรื่อง!
ทันใดนั้นเลือดก็พุ่งออกมา เสื้อผ้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆ ไหลรินลงมาถึงเท้าและหยด
ลงพื้นไปทั่ว ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว อีกทั้งความหวาดกลัวในใจ ทำให้นางแทบ
จะเป็นลมล้มทั้งยืน
ยังดีที่ตอนนี้ไม่ต้องทนรออะไรแล้ว อย่างน้อยที่สุดเลือดนี้ ก็สามารถอธิบายทุกอย่างได้!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยายามขยับตัวไปที่เตียง เพื่อจะปกปิดเลือดของเหยียนหลิ่งอวี๋ ก่อนจะร้องไห้ออกมา “คุณหนูใหญ่
คุณหนูใหญ่……ช่วยด้วยเจ้าค่ะ!”
เพื่อจะไม่ให้ต้วนชิงหมิงมีทางแก้ตัวและตอบโต้ได้ หลิวหรงจึงพาคนบุกเข้าไปก่อน แล้วค่อยให้คนไปแจ้งต้วนเจิ้ง
แม้ว่าชายหนุ่มจะเร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ ทว่าก็ไม่ทันหลิวหรง ที่สั่งให้พังประตูไปแล้ว!
คนที่ตามหลังต้วนเจิ้งมาติดๆ คือจางอี๋เหนียงและต้วนอวี้
วันนี้ในฐานะคุณชายใหญ่แห่งจวนท่านแม่ทัพใหญ่ ต้วนอวี้และต้วนเจิ้งได้ไปต้อนรับแขกเหรื่อด้วยกัน ดังนั้น
พอได้ยินเรื่องนี้ตอนแรกก็ตระหนกตกใจสุดขีดจึงรีบต้อนรับแขกในห้องโถงรับรองด้วยความร้อนใจเป็นที่สุด ส่วนจางอี๋
เหนียงที่เตรียมจะกลับเข้าเรือนของนาง ก็ตามมาด้วยกัน
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกประตูตอนนี้ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ต้วนอวี้ที่ได้ยินพลันรู้สึกตกใจ
รีบเดินเอาใบหน้าน้อยๆ ไปแนบที่ประตูอ้าปากตะโกนถาม “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เจ้าไม่เป็นอะไรมากใช่หรือ
ไม่?”
ระหว่างนั้นต้วนเจิ้งได้สั่งบ่าวรับใช้ปีนเข้าไปทางหน้าต่าง แล้วเข้าไปเปิดประตูห้องออกมา
ทันทีที่ประตูเปิด กลิ่นคาวเลือดในห้องก็ลอยคละคลุ้งออกมา……ภายในใจของหลิวหรงแอบดีใจ ดูเหมือนว่า
ข้อมูลของหลิวซานจะถูกต้อง ต้วนชิงหมิงซ่อนผู้ชายที่ได้รับบาดเจ็บไว้ในห้องของนางจริงๆ ด้วย!
หลิวหรงยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากของนางไว้ พลางแอบยิ้มอย่างสะใจ ‘ที่แท้ฟั้าดินไม่ได้ช่วยเจ้า แต่ช่วยข้าต่าง
หากต้วนชิงหมิง’ แม้ว่าเจ้าจะมีแผนการมากมาย แต่ครั้งนี้เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน!
การซ่อนผู้ชายไว้ในห้องนอนของตนเอง ขอเพียงเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป นับจากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นจวนต้วนแห่ง
นี้ เมืองหลวงแห่งนี้ แม้กระทั่งราชวงศ์ต้าเซี่ยแห่งนี้ ก็จะไม่มีที่ยืนสำหรับเจ้าอีกต่อไป!
ไม่เสียแรงที่ลงแรงลงทุนไปมาก……ต้วนชิงหมิง คราวนี้เจ้าตายแน่!
ทว่าสีหน้าของต้วนเจิ้งค่อยๆ ซีดเซียว
ในฐานะแม่ทัพใหญ่ที่ต่อสู้ในสนามรบมาหลายปี เขารู้ดีว่ากลิ่นคาวเลือดนี้หมายถึงอะไร! นี่แสดงให้เห็นว่าคนคน
หนึ่งเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นกลิ่นคาวเลือดถึงได้กระจายไปทั่วทั้งห้องเช่นนี้
จากนั้นเขามองไปทั่วห้อง เมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ มือสองข้างเต็มไปด้วยเลือด ต้นขาก็มี
เลือดไหลออกมาไม่หยุดจนต้วนเจิ้งตะลึงไปครู่หนึ่ง
เบื้องหน้ามีร่างเล็กๆ ของต้วนอวี้พุ่งเข้าไปก่อนแล้วจับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอาไว้ ถามด้วยนํ้าเสียงที่สั่นเครือว่า “เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป……ใครทำร้ายเจ้า?”
นางใช้ข้อศอกดันต้วนอวี้ไม่ให้เขาเข้าใกล้ กล่าวด้วยความเจ็บปวด “คุณชายใหญ่……ไม่มีเจ้าค่ะ เป็นเพราะบ่า
วกำลังเตรียมจะเก็บกวาดห้อง แต่พอได้ยินว่ามีคนมาพังประตูเข้ามา จึงคิดว่าเป็นพวกโจรทำให้ตกใจไม่ทันระวังจนเผลอ
ทำแจกันดอกไม้อันที่คุณหนูรักที่สุดตกแตก……ฮือ ฮือ!!!”
หญิงสาวร้องไห้ออกมา ด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ
ผิวพรรณของผู้หญิงนั้นมีค่ามากที่สุด ตอนนี้ต้นขานางได้รับบาดเจ็บ มือทั้งสองข้างก็บาดเจ็บ อีกทั้งเพื่อที่จะให้
อาการบาดเจ็บนี้สมจริงขึ้นไปอีก ตอนนี้นางนั่งอยู่บนเศษกระเบื้องเหล่านั้น ก้นของนางเจ็บปวดไปหมด ดังนั้นนางจึงรู้
ว่าก้นของนางต้องเป็นแผลอย่างแน่นอน
ฮือ ฮือ! ครั้งนี้จะต้องมีรอยแผลเป็นสักกี่รอยกัน
ฮือ ฮือ!! เลือดเยอะขนาดนี้ ต้องใช้เวลานานเท่าไร กว่าเลือดในตัวจะกลับมาเหมือนเดิม
ฮือ ฮือ!!! รอยแผลเป็นบนตัวข้าคงดูน่าเกลียดนัก ต่อจากนี้ไปข้าจะยังแต่งงานออกไปได้อีกหรือ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกเจ็บปวดจนร่างกายสั่นสะท้าน ส่วนเลือดที่ร่างกายของนางยิ่งไหลก็ยิ่งไหลมากขึ้นเรื่อยๆ จน
เปียกเต็มพื้นไปหมด
นางผลักต้วนอวี้ออกอย่างอ่อนแรง มือทั้งสองของเด็กน้อยได้แต่สั่นระริก ไม่รู้ว่าควรจะช่วยพยุงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออก
มาได้อย่างไร!
จางอี๋เหนียงเดินไปดึงต้วนอวี้ออกมาช้าๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเบา “คุณชายใหญ่ ไม่สามารถแตะต้องของพวกนี้ได้
ให้ปีเชี่ย[1] ทำเองเถอะ”
ต้วนอวี้หันกลับมาคว้ามือจางอี๋เหนียงไว้ แล้วกล่าวอย่างร้อนรนว่า “อี๋เหนียง ไปเรียกท่านหมอ เรียกท่านหมอ
มา”
เมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่หมดหนทางของต้วนอวี้ สัญชาตญาณความเป็นแม่ของจางอี๋เหนียงที่หลงเหลือภายในใจ
ก็ปรากฏออกมา นางพยักหน้าซํ้าแล้วซํ้าเล่า “คุณชายใหญ่โปรดวางใจ……ปีเชี่ยได้เรียกเสี่ยวหงไปเชิญท่านหมอแล้ว!”
ในตอนนั้นเอง ต้วนชิงหมิงก็ผลักทุกคนออก ตรงรี่เข้ามาโดยไม่สนใจอะไร เมื่อนางเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่นั่งอยู่กับพื้น
และเต็มไปด้วยเลือด ทำท่าใกล้จะเป็นลมหมดสติเต็มที แม่นมหนิงที่อยู่ด้านหลังจึงรีบพยุงต้วนชิงหมิงไว้ กระซิบว่า
“คุณหนู ระวังล้มเจ้าค่ะ!”
เด็กสาวตั้งสติได้ ก็พุ่งเข้าไปกอดเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เลือดอาบเต็มตัว พูดเสียงสั่นเครือว่า “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้น
กับเจ้า……เมื่อคืนเจ้าแค่ทำเตียงข้าสกปรก ข้าก็เพียงลงโทษเจ้าให้ทำความสะอาดห้องทั้งหมดเท่านั้น แต่เจ้าก็ไม่ต้องถึง
กับทำตัวเองให้แบบนี้ก็ได้……”
[1] ปีเชี่ย คือ สรรพนามที่อนุภรรยา เรียกแทนตนเอง