การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 206 บาดแผลของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ต้วนชิงหมิงพูด เดิมทีนางตั้งใจจะพูดบทที่เตรียมมา ทันใดนั้นก็เกิดอาการสำลักจนพูดไม่ออก นางมองไปที่
ใบหน้าอันเจ็บปวดของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ นํ้าที่เอ่อคลอเต็มสองตาของนางก็ไหลยาวออกมาราวกับสายธาร
นางไล่สายตาดูร่องรอยบนตัวของสาวใช้คนสนิทด้วยความรู้สึกสงสาร บาดแผลที่ต้นขานี้ต้องเป็นฝีมือของบ่าวโง่
นี้แทงตัวเองเป็นแน่ ยังมีบาดแผลที่มือนี้……อีกทั้งที่นางนั่งทับอยู่บนเศษกระเบื้องบนพื้นนี้เล่า……เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้านี่มัน
โง่เสียจริง
ยิ่งเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์บาดเจ็บ ต้วนชิงหมิงก็ยิ่งเกลียดองค์ชายสามที่คอยแต่สร้างปัญหาให้กับนาง……ฮึ่ม! ถ้าไม่ใช่
เพราะองค์ชายสามแอบย่องเข้ามากลางดึก เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ของนางก็คงจะไม่บาดเจ็บจนมีสภาพเช่นนี้
หากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีรอยแผลเป็นแม้แต่นิดเดียว นางจะเอาเศษกระเบื้องนี้กรีดลงไปบนร่างกายขององค์ชายสาม
ให้ได้สิบรอยเลย!!!
เมื่ออีกฝั่ายเห็นต้วนชิงหมิงก็ยิ่งร้องห่มร้องไห้หนักขึ้น พลางยกมือขึ้นชี้ไปที่หลิวหรง สะอึกสะอื้นครํ่าครวญ
“คุณหนู ไม่รู้ว่าหลิวอี๋เหนียงต้องการหาอะไร จึงฉวยโอกาสตอนที่คุณหนูไม่อยู่บุกเข้ามา พอมาแล้วยังไม่ทันที่
บ่าวจะเดินเปิดประตู นางก็ให้คนพังประตูเข้ามาอย่างแรง บ่าว……บ่าวกลัวจนชนแจกันตกแตก แล้วสะดุดขาเก้าอี้ล้มลง
จนเศษกระเบื้องพวกนี้เสียบเข้าไปที่ขา……”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีสีหน้าเสียใจ หน้าผากของนางยังคงมีเหงื่อไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง นางเงยหน้าจิ้มลิ้มที่เจ็บปวด
แล้วร้องไห้อย่างน่าสงสาร “คุณหนู บ่าวเจ็บจังเลยเจ้าค่ะ!”
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เด็กดี อีกประเดี๋ยวท่านหมอก็จะมาแล้ว เจ้าอดทนไว้ก่อนนะ……”
ต้วนชิงหมิงถอนสะอื้น ปลอบใจสาวใช้คนสนิทเสียงเบา มือข้างหนึ่งของนางจับมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบของอีกฝั่ายไว้
อีกมือหนึ่งจับผ้าเช็ดหน้าเพื่อเช็ดเหงื่อและเลือดบนหน้าผากของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เนื่องจากมือของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สั่นอย่าง
รุนแรง ผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือจึงตกลงไปกับพื้นอยู่หลายครั้ง
เยวี่ยหวาคุกเข่าลงกับพื้น มองไปที่พื้นที่มีแต่เลือดเต็มไปหมด มือก็ได้แต่สั่น นางอยากจะช่วยต้วนชิงหมิงไปอุ้ม
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ แต่มือของนางสั่นอย่างรุนแรงเช่นกัน อย่าว่าแต่อุ้มเลย แม้แต่ประคอง ก็ยังไม่สามารถประคองตัวเองให้ดี
ได้
ต้วนอวี้ยืนอยู่ข้างหลังต้วนชิงหมิง เขาค่อยๆ เอามือกดลงบนไหล่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างเบามือราวกับกำลังมอบพลังที่
ไร้เสียงให้แก่นาง! แม้ภายในห้องจะมีผู้คนอยู่จำนวนมาก แต่เวลานี้กลับเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงทุกสรรพสิ่ง แม้แต่เสียง
หายใจก็พลันหาย
ชิวหรงก็กลับมาแล้วเช่นกัน เดิมทีนางกลับเพื่อจะมารายงานผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ต้วนชิงหมิงฟัง แต่พอ
เห็นเลือดเต็มห้องนางก็หยุดชะงักตกใจทันที
อย่างไรเสียนางก็เป็นบ่าวรับใช้ที่ละเอียดอ่อน ชิวหรงไม่ได้เศร้าโศกเสียใจเหมือนเยวี่ยเจีย นางได้แต่เดินออกจาก
ประตูไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อเรียกบ่าวรับใช้สองคนให้มาช่วยพาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปที่ห้องของนาง
ชิวจวี๋ก็เดินเข้ามาในห้องเช่นกัน เมื่อนางเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
เพียงครู่เดียวก็คล้ายถูกคนดึงชายเสื้อไว้ ชิวจวี๋จึงหันกลับไปมอง ที่แท้เป็นชิวหรง นางมองอีกฝั่ายตาเป็นประกาย
พลางเอื้อนเอ่ยเนิบช้า “ชิวจวี๋ เจ้าพาคนไปต้มนํ้ามา……อีกเดี๋ยวจะต้องใช้อย่างแน่นอน”
อีกฝั่ายที่กำลังรู้สึกตระหนกตกใจจนเผลอกัดริมฝีปากล่าง นิ่งคิดเพียงไม่นานก็หมุนตัวเดินไปต้มนํ้า……เซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ อีกเดี๋ยวท่านหมอก็คงมาถึง นํ้าร้อนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ชิวหรงพูดถูกในเมื่อทุกคนมานั่ง
ล้อมวงกันอยู่ที่นี่และเสียใจไปกับต้วนชิงหมิง ไม่สู้ทำบางสิ่งเพื่อแบ่งเบาภาระผู้เป็นนายเสียดีกว่า!
แม่นมหนิงก็ไม่ได้อยู่เฉย นางเรียกเถี่ยเฟิงให้เขาจัดการพวกคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องให้ออกไป……เพราะที่นี่คือห้อง
ของคุณหนูใหญ่ ยิ่งมีคนอยู่นานมากเท่าไร ก็ยิ่งมีเรื่องซุบซิบนินทาแพร่สะพัดออกไปมากเท่านั้น ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อต้
วนชิงหมิง
ทันทีที่หลิวหรงเข้ามาในห้องของต้วนชิงหมิงแล้ว นางก็ใช้สายตามองกวาดไปทั่วห้อง เดิมทีนางคิดว่าจะต้องหา
อะไรที่คาดไม่ถึงเจออย่างแน่นอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าในห้องนี้ นอกจากตู้หนึ่งตัว โต๊ะหนึ่งตัว เตียงหนึ่งตัว ของที่เหลือนั้น
ไม่มีอะไรที่ผิดแปลก และไม่มีใครอยู่สักคนเดียว
แม้แต่ผ้าห่มบนเตียงก็ถูกพับอย่างเรียบร้อย เช่นนี้แล้วจะมีผู้ชายซ่อนอยู่ที่ไหนกัน?
หลิวหรงมองเห็นต้วนชิงหมิงก้มหัวลงราวกับว่านางเสียใจมาก แม้กระทั่งบ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้เข้ามา
ห้อมล้อมให้กำลังใจ กลับเดินไปเดินมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของแต่ละคน
นางเห็นดังนั้น ก็ยิ้มเยาะไปครู่หนึ่ง……ต้วนชิงหมิง บ่าวใช้ที่เจ้าเลือกเองกับมือ สุดท้ายบ่าวรับใช้พวกนี้ก็ต่างคน
ต่างยุ่ง ไม่เห็นมีใครมามอง มาสนใจดูเจ้ามากมายเท่าไรเลย!
ทว่าเมื่อหลิวหรงมองอย่างละเอียด สีหน้าก็พลันเปลี่ยนสีไปทันที!
การดูแลจัดการจวนต้วนมาหลายปีของหลิวหรงไม่ได้เสียเปล่า นางมองปราดเดียวก็เข้าใจในทันทีว่า บ่าวรับใช้
พวกนี้แม้จะเดินไปเดินมาดูรกตาไปเสียหมด แต่ที่จริงบ่าวแต่ละคนต่างกำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่
คนหนึ่งกำลังทำความสะอาดห้อง คนหนึ่งช่วยเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เช็ดเหงื่อ ส่วนอีกคนค่อยๆ ยกขาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
และยังมีอีกคนคุกเข่าอยู่ข้าง ต้วนชิงหมิงเพื่อให้นางเอนตัวพิงจะได้ไม่ล้มลงไป
แม่นมหนิงกำลังบอกให้เถี่ยเฟิงเชิญคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ทั้งยังส่งบ่าวรับใช้คนหนึ่งมายืนเฝั้าอยู่นอกประตู
เพื่อห้ามไม่ให้คนนอกเข้ามา! นอกจากนี้ยังมีบ่าวรับใช้อีกสองคนที่ไม่รู้จักชื่อไปต้มนํ้า และตอนนี้ได้ยกหม้อใบใหญ่เข้ามา
อยู่ในห้องแล้ว เมื่อท่านหมอมาถึงจะได้ใช้ทำความสะอาดแผลและใช้งานอย่างอื่น
สีหน้าของหลิวหรงค่อยเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย
คนที่เป็นเจ้านายเข้าใจว่า หากต้องการบ่าวรับใช้ที่เชื่อฟังและทำตามทุกอย่างนั้น แม้หาสักร้อยคนก็เป็นเรื่อง
ง่ายดาย แต่หากคิดอยากได้บ่าวรับใช้ที่รู้ใจรู้ความ รู้ร้อนรู้หนาว เฉลียวฉลาดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย
ขณะที่ต้วนชิงหมิงเข้ามาในห้องก็จมอยู่กับความเจ็บปวด ระหว่างนั้นก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ทว่าสิ่ง
ที่ควรเหล่านั้นก็ได้ทำทั้งหมดแล้ว……เศษกระเบื้องได้ถูกเก็บกวาดทำความสะอาด ไฟในเตาก็อุ่นกำลังดี หน้าต่างก็แง้ม
เปิดอยู่ เพื่อให้อากาศที่ไม่พึงประสงค์ในห้องระบายออกไป
พูดได้ว่าถ้าคิดจะฝึกบ่าวรับใช้ให้เก่งเช่นนี้ จะต้องเสียแรงกายแรงใจและพลังไปมากน้อยเพียงใด ต้องใช้แววตาที่
เฉียบแหลมเท่าใดถึงจะเลือกเพชรในตมเหล่านี้เข้าเรือนมาได้
พูดได้ว่า ต้วนอวี้หรานที่ถูกหลิวหรงตามใจจนเคยชินกลับแตกต่างจากต้วนชิงหมิงที่ไม่มีแม่คอยเลี้ยงดูอยู่มาก
ในดวงตาของหลิวหรงเผยให้เห็นแสงแห่งความชั่วร้ายส่งผ่านมาตลอด นางคิดว่าหลิวซานไม่กล้าโกหกอย่าง
แน่นอน ต้วนชิงหมิงผู้นี้ตกลงซ่อนผู้ชายคนนั้นไว้ที่ไหนกันแน่?
หลิวหรงตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้สาเหตุ โดยที่สายตานางมองกำลังจับจ้องไปที่หน้าของต้วนชิงหมิงที่กำลัง
คุกเข่าอยู่บนพื้น
เด็กสาวในตอนนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยความโศกเศร้าและความสิ้นหวัง กลิ่นอายนั้นแฝงไว้ด้วยความพินาศร้ายแรง
ถึงชีวิต ราวกับว่าใครก็ตามที่สัมผัสก็จะตัวแข็งทื่อตามไปด้วย
หลิวหรงเกิดความหวาดกลัวขึ้นในใจ นางเชื่อว่าเรื่องในวันนี้ หากว่านางไม่มีคำพูดที่ดีพอแล้วละก็……คนที่จะต้อง
เสียชื่อและแก้ตัวไม่ขึ้นก็คงต้องเป็นนางอย่างแน่นอน
สีหน้าของต้วนเจิ้งดูโกรธจัด เขามองดูที่บุตรสาวที่เศร้าโศก พลันรู้สึกเสียใจตามขึ้นมาทันที
วันนี้เป็นวันเกิดของต้วนชิงหมิง เพิ่งพ้นเคราะห์เรื่องปลาจิ๋นหลี่อวี๋ ในเวลาเพียงไม่นาน ที่นางถูกคนบุกเข้ามาห้อง
นอนและทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนและเรื่องใดก็ตาม เขาที่เป็นบิดาได้แค่มองตาปริบๆ แต่กลับไม่มีแรงช่วยเหลือได้
แม้แต่น้อย
ต้วนเจิ้งใช้สายตามองไปยังหลิวหรงที่อยู่ข้างๆ และมองไปยังบ่าวรับใช้ที่เก็บข้าวของอย่างเป็นระเบียบในห้องของ
ต้วนชิงหมิง พลางถอนหายใจออกมายาวๆ เฮือกหนึ่ง ดูเหมือนว่าเรื่องในวันนี้จะจบไม่ดีแน่!
ภายในห้องถูกทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว ชิวหรงยกเก้าอี้มาหนึ่งตัวแล้วเชิญต้วนเจิ้งนั่งลง จากนั้นก็ก้มหน้าลง
ถามต้วนชิงหมิงว่าจะให้พาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับไปที่ห้องของนางหรือไม่?
ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากนอกห้อง จางอี๋เหนียงที่เงียบมาตลอด จู่ ๆ ก็พาท่านหมอเข้ามา จาก
นั้นชี้นิ้วไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ในทันที แล้วรีบเอ่ยขึ้น “ท่านหมอโจว บ่าวรับใช้คนนั้นได้รับบาดเจ็บ รบกวนท่านหมอช่วยดู
นางให้หน่อยเถิด”
คนที่ถูกจางอี๋เหนียงเชิญมานั้นยังคงเป็นหมอโจวที่ซื่อตรงคนนั้น เพราะก่อนหน้านี้เขาวินิจฉัยต้วนชิงหมิงถูกยา
พิษยังจำได้ดี ดังนั้นจางอี๋เหนียงจึงเดินไปเชิญหมอโจวที่กำลังดื่มสุราท่ามกลางแขกเหล่านั้นด้วยตัวเอง
ข้างกายหมอโจวมีเด็กน้อยผู้ชายตามมาด้วย ทันทีที่เขาเข้ามาให้ห้องก็เห็นเศษกระเบื้องรอยแผลที่ถูกเศษ
กระเบื้องกรีดอยู่สองรอบ คิ้วขาวโพลนทั้งสองข้างของหมอโจวก็ขมวดมุ่นเข้าหากันแน่น
เศษกระเบื้องที่กรีดเป็นรอยยาวยังปักอยู่บนขาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ มือและขาของนางยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่
หยุด หมอโจวก้มตัวลงตรวจสอบบาดแผลของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างน่าตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขาก็ดูเคร่งขรึม
อย่างมาก