การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 210 หลิวหรงแท้งลูก
หลิวหรงที่เห็นต้วนเจิ้งโกรธก็รู้สึกโกรธตามขึ้นมา ยกมือขึ้นฟาดลงไปที่ใบหน้าของต้วนอวี้หรานอย่างแรง “อวี้
หราน เจ้าทำผิดต่อท่านพ่อของเจ้าไม่พอ ยังกล้ารังแกพี่สาวและน้องชายของเจ้าอีก ข้าทนไม่ได้แล้วจริงๆ……”
เด็กสาวยกมือขึ้นกุมแก้มที่โดนผู้เป็นมารดาตบ แล้วหันหน้ากลับมาอย่างช้าๆ แววตาพรั่งพรูความเสียใจพลัน
นํ้าตาไหลออกมาไม่หยุด นางเชิดหน้าขึ้น เอ่ยอย่างท้าทาย “ตีสิ ตีข้าให้ตายเถอะ อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่เคยมีใครรัก……”
จู่ๆ ต้วนเจิ้งก็ตบโต๊ะ ตวาดเสียงลั่นบริเวณ “เถี่ยเฟิง นำตัวคุณหนูรองไปสำนึกผิดที่ศาลบรรพชนของตระกูลต้
วน”
หลิวหรงตระหนกตกใจลนลานคุกเข่าลง ละลํ่าละลักขอร้องชายหนุ่ม “ไม่ได้นะเจ้าคะท่านพี่ อวี้หรานอายุยัง
น้อย……”
“ท่านแม่เพียงหาเรื่องระบายความโกรธใส่ข้า ท่านควรจะดีใจมิใช่หรือที่ข้าถูกท่านพ่อขังไว้ที่ศาลบรรพชน?” นาง
แค่นเสียงเย็นชาระคนเสียใจใส่หลิวหรง
กระแสอุ่นไหลรินผ่านกลางอกหญิงสาวระลอกหนึ่ง นางยกมือขึ้นลูบอก ซวนเซถอยหลังเกือบจะล้มลงไปกับพื้น
ท้ายสุดก็คว้าตัวบุตรสาวเขย่าอย่างแรง “ยังไม่รีบขอโทษท่านพ่อของเจ้าอีกหรือ?”
เพราะหลิวหรงออกแรงเขย่ามากเกินไป ทำให้ต้วนอวี้หรานเซมาชนตัวนาง เด็กสาวที่กำลังโกรธจึงผลักผู้เป็น
มารดาออกอย่างแรง “ข้ายอมไปที่ศาลบรรพชนของตระกูลต้วนเสียยังดีกว่า!”
หลิวหรงกลืนก้อนนํ้าลายอย่างยากลำบาก แทบจะเป็นลมล้มทั้งยืน ทันใดนั้นนางรู้สึกเจ็บแปลบในท้องขึ้นมา
รู้สึกราวกับมีของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาจากหว่างขา มือของนางสั่นระริกอย่างอ่อนแรง พริบตาเดียวก็ล้มลงกับพื้น!
“แย่แล้ว! อี๋เหนียงเป็นลมไปแล้วเจ้าค่ะ!”
แม่นมหวางตะโกนเสียงดังลั่น รีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยพยุงหลิวหรง พลันสายตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดจากที่พื้น
นางชี้นิ้วไปที่รอยเลือดบนพื้น แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “เลือด……เลือดเต็มไปหมดเลยเจ้าค่ะ!”
พื้นอิฐเปียกชุ่มไปด้วยเลือดและกลิ่นคาวคละคลุ้งที่ออกมาจากหลิวหรง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกอกตกใจ
แม้แต่สีหน้าของต้วนเจิ้งก็เปลี่ยนไป เขารีบเข้าไปอุ้มหลิวหรง แล้วตะโกนเรียกอย่างร้อนรน “เชิญหมอมา……ไปเชิญหมอ
มาเร็วเข้า!”
หมอโจวที่อยู่ในห้อง ไม่จำเป็นต้องไปเชิญมาอีก
เห็นแม่นมหวางชี้ไปยังห้องของต้วนชิงหมิง เขาพลันนึกขึ้นได้ รีบสาวเท้าอุ้มหลิวหรงเข้าไปในห้องอย่างร้อนใจ
“เชิญหมอโจวมาเร็วเข้า!”
พริบตาเดียวกันนั้น ต้วนเจิ้งสัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นชาของบุตรี ต้วนชิงหมิงหยุดยืนมองหลิวหรงที่อยู่ในอ้อมแข
นของต้วนเจิ้งเงียบๆ
เขานึกขึ้นได้ว่าคนที่กำลังรักษาอยู่ในห้องนี้คือบ่าวรับใช้ของต้วนชิงหมิง นางได้รับบาดเจ็บเพราะหลิวหรง ทว่า
ตอนนี้หลิวหรงกำลังแย่งหมอโจวมาจากนาง
ต้วนเจิ้งชะงักนิ่งอย่างสองจิตสองใจด้วยความสับสน เขาอุ้มหลิวหรงขึ้นมาไม่พูดพรํ่าทำเพลง แล้วหันหลังกำลัง
จะเดินออกไป
“ท่านพ่อ นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างไรเสียให้หมอโจวดูอาการหน่อยเถอะเจ้าค่ะ” ต้วนชิงหมิงก็พูดขึ้นจากด้านหลัง
เด็กสาวเหลือบมองไปที่ประตูห้อง พูดเสียงเรียบนิ่ง “ชิวหรง รีบไปดูหมอโจวว่ารักษาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสร็จหรือยัง?”
ชิวหรงเดินเข้าไปข้างในทันทีที่ได้รับคำสั่ง
แววตาของต้วนเจิ้งเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขามองแผ่นหลังของบุตรีเบื้องหน้า เขาติดค้างนางมากเหลือเกิน “ชิง
หมิง……”
ต้วนชิงหมิงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองบิดา “ช่วยคนสำคัญที่สุด ท่านพ่อให้หลิวอี๋เหนียงไปนอนพักในห้องข้า
ก่อนเถอะ”
ต้วนเจิ้งวางหลิวหรงลงบนตั่ง เวลาเหมาะเจาะกับที่หมอโจวช่วยเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พันแผลเสร็จพอดี เขาเข้ามาช่วยจับ
ชีพจรให้หลิวหรง พลันส่ายหัวให้ต้วนเจิ้งอย่างจริงจัง “นางตั้งครรภ์มาเดือนกว่าแล้ว……”
ดวงตาของต้วนเจิ้งเปลี่ยนไปเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง กลับโดนหมอโจวขัดขึ้นก่อน “น่าเสียดายที่ไม่
สามารถรักษาทารกในครรภ์ไว้ได้……”
ร่างกายของเขาสั่นจนเกือบจะไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง ต้วนชิงหมิงเดินไปใกล้ จับแขนของบิดาเบาๆ “ท่าน
พ่อ โปรดฟังหมอพูดให้จบก่อน”
ต้วนเจิ้งหันกลับไปมองที่ต้วนชิงหมิงด้วยความรู้สึกขอโทษ
ตามหลักแล้ว ต้วนชิงหมิงเป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ เรื่องวุ่นวายเช่นการแท้งลูก ไม่ควรปล่อยให้นาง
รับรู้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มีมาไม่หยุดหย่อนจนเขาแทบรับมือไม่ทัน ไม่ต้องพูดถึงต้วนชิงหมิง……นางก็เจอเรื่องวุ่นวาย
เหล่านี้มาไม่น้อยไปกว่ากัน
นางกดหน้าลงตํ่า “อี๋เหนียงตั้งท้องแต่เมื่อไรกัน ท่านพ่อไม่รู้หรือ?”
ต้วนเจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะส่ายหัว “พ่อก็เพิ่งรู้ตอนนี้”
นางส่ายหัวเล็กน้อยพลางถอนหายใจ ท่าทางราวกับว่านางก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย
หมอโจวช่วยหลิวหรงจับชีพจรอย่างละเอียดอีกรอบ ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ส่ายหน้าอีกครั้ง “เพราะนางได้สัมผัสกับสิ่ง
ที่ทำให้ทารกในครรภ์แท้งเป็นเวลานาน ดังนั้นทารกในครรภ์จึงไม่อาจรักษาไว้ได้!”
หลิวหรงได้สติขึ้นมาหลังจากเป็นลมล้มลงไปพักใหญ่ และทันทีที่ได้ยินหมอโจวพูดประโยคที่ว่าทารกในครรภ์
รักษาไว้ไม่ได้ สีหน้าของนางซีดเผือด จากนั้นนางค่อยๆ จ้องเขม็งไปที่เด็กสาวที่อยู่ข้างตั่ง “คุณหนูใหญ่ ทารกในครรภ์
ของข้าไม่สามารถรักษาไว้ได้แล้ว……ตอนนี้เจ้ามีความสุขมากใช่หรือไม่?”
สีหน้าของต้วนชิงหมิงซีดเผือด คิ้วเล็กขมวดมุ่นเล็กน้อย “อี๋เหนียงมีครรภ์ตั้งแต่เมื่อไรก็ยังไม่รู้หรือ? เรื่องน่ายินดี
เช่นนี้ อี๋เหนียงควรบอกท่านพ่อก่อนถึงจะถูก”
คำพูดของต้วนชิงหมิงเป็นการกล่าวโทษหลิวหรง กล่าวโทษที่นางตั้งใจปกปิดเรื่องการตั้งครรภ์ ทั้งยังโยนความผิด
ให้นาง
หลิวหรงนํ้าตาเอ่อล้น “ท่านพี่……ลูกของเรา……ไม่อยู่แล้ว!”
หลิวหรงที่เดิมทีเป็นสตรีร่าเริงทั้งยังมีเสน่ห์ ยามนี้ใบหน้ากลับซีดขาว แววตาดูเหม่อลอย มือข้างหนึ่งของนางดึง
มือต้วนเจิ้งมาลูบที่ท้อง ทันใดนั้นก็ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด “ท่านพี่ ปีเชี่ยไร้ค่าจึงไม่สามารถปกปั้องลูกของเราได้”
ต้วนเจิ้งตบไหล่หลิวหรงเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
เขาเป็นทหารตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น ใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่กับม้าและสนามรบ จนกระทั่งฝั่าบาททรงประทานงานแต่ง
งานกับฮูหยินติงโหรว จึงได้มีครอบครัวอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นก็มีอนุอีกสามคน จึงทำให้จวนต้วนมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
แต่หลังจากที่จวนต้วนมีลูกหลานก็ไม่ได้เจริญรุ่งเรืองนัก นอกจากต้วนชิงหมิงสองพี่น้องนี้แล้ว ยังมีต้วนอวี้หราน
เพียงคนเดียว เดิมทีเขายังฝากความหวังไว้กับอนุคนอื่นๆ ที่จะสามารถช่วยเพิ่มลูกหลาน แต่ว่าไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ลูก
ของอนุคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถอยู่รอดจนคลอดออกมาได้
ผ่านมาหลายปีหลังจากที่มีต้วนอวี้ จวนต้วนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลย ครั้งนี้หลิวหรงกำลังตั้งครรภ์ เขา
ดีใจมาก แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือทารกในครรภ์กลับรักษาไว้ไม่ได้
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งเศร้าโศก ต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ข้างหลังพลันนิ่งไป
ท่านพ่อกังวลเรื่องทายาทมาตลอด เรื่องนี้ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ เพียงแต่ครั้งนี้ไม่สามารถเก็บลูกของหลิวหรงไว้ได้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นหากโค่นหลิวหรงได้ ในจวนต้วนก็แค่หาคนใหม่เพิ่ม หรือเอาจางอี๋เหนียงที่ก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ลูก
หลานตระกูลต้วนก็จะยังมีหวังอยู่!
ในทางตรงกันข้ามหากหลิวหรงยังอยู่ ไม่มีวันที่จะมีเด็กมีชีวิตในจวนต้วนแน่
หลิวหรงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของต้วนเจิ้ง ร้องไห้อย่างเศร้าโศก บ่าวรับใช้ในห้องต่างก้มหน้าไม่กล้าส่งเสียง
ในตอนนั้นเอง ต้วนอวี้หรานเดินไปผลักต้วนชิงหมิงอย่างแรง ตะโกนลั่น “ต้วนชิงหมิง เจ้าคนใจชั่ว เป็นฝีมือเจ้า
แน่ๆ รีบสารภาพออกมาเสียว่าเจ้าเป็นคนทำ”
ต้วนชิงหมิงโดนผลักโดยไม่ทันตั้งตัวจึงล้มลงกับพื้นทันที โชคดีที่เยวี่ยเจียที่อยู่ด้านหลังรีบเข้ามาพยุง ทำให้นางไม่
ได้กระแทกกับขาโต๊ะ
ต้วนเจิ้งเห็นฉากนี้แล้วพลันมองไปที่ต้วนชิงหมิงด้วยความสงสัย……เขาไม่เชื่อว่าลูกสาวคนโตจะเล่นงานลูกของ
หลิวหรง ในเมื่อหลิวหรงพูดแบบนี้ ต้วนอวี้หรานก็พูดแบบนี้ เช่นนั้นเรื่องนี้เป็นจริงตามที่ทั้งสองคนกล่าวหาหรือไม่?
ต้วนอวี้หรานยังคงตะโกนขึ้นอีกว่า “ต้วนชิงหมิง เจ้ามันไม่ใช่คนจิตใจดีอะไร ท่านแม่ของเจ้าตายแล้ว เจ้าเลยมา
ทำร้ายท่านแม่ของข้า กลัวว่าท่านแม่ของข้าจะมีลูกชายล่ะสิ! ถึงตอนนั้นเจ้าและน้องชายที่ไม่มีแม่กลัวว่าจะสูญเสียความ
รักจากท่านพ่อไป……ต้วนชิงหมิง เจ้ามันโหดเหี้ยมอำมหิต”