การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 211 ความโกลาหลของถุงหอม
ต้วนเจิ้งขมวดคิ้วมุ่น อ้าปากละม้ายจะเอื้อนเอ่ย ทว่าสายตากลับเห็นบุตรีคนโต ขยับตัวลุกขึ้นจากการพยุงของเย
วี่ยเจีย ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกหนึ่งเบาๆ
ต้วนชิงหมิงเพ่งมองน้องสาวต่างมารดา พลางเดินไปข้างหน้าสองก้าว ก่อนจะพุ่งเข้าไปตบหน้าของต้วนอวี้หราน
เสียง “เพียะ” ดังขึ้น ปรากฏรอยนิ้วมือสีแดงบนใบหน้าของเด็กสาว คลับคล้ายหูตาพร่ามัวอื้ออึง
คนทั้งห้องต่างตกตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่เห็น
ต้วนชิงหมิงสะบัดมืออย่างรู้สึกเจ็บที่เมื่อครู่ออกแรงอย่างสุดกำลัง เอ่ยวาจาเย็นชา “ข้อแรก ข้าคือพี่สาวคนโต ซึ่ง
เปรียบเสมือนแม่ เจ้าเกิดเป็นบุตรสาวผู้สูงศักดิ์ของตระกูลต้วนและยังเติบโตมาในจวนแม่ทัพใหญ่ ทุกการกระทำล้วน
แล้วแสดงถึงหน้าตาของตระกูลทั้งสิ้น แต่นี่……เจ้ากลับชี้นิ้วใส่ข้า ด่าข้าอย่างสาดเสียเทเสีย พูดจาหยาบคาย ทั้งยังกล่าว
หาว่าข้าเป็นคนชั่ว” นางหยุดเว้นจังหวะแล้วแค่นเสียงต่ออีกประโยค “หากอี๋เหนียงไม่ได้สั่งสอนกฎพวกนี้ให้กับเจ้า วัน
นี้……ข้าจะเป็นคนสั่งสอนเจ้าเอง”
แววตาต้วนเจิ้งคล้ายหวนรำลึกเห็นเงาของฮูหยินติงโหรวในร่างบุตรสาวคนโต ดวงตานั้นประกายแสงยามมองไป
ที่ใบหน้าซีดขาวของต้วนชิงหมิง ท่าทางที่ดูน่าเกรงขามนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงติงโหรวมิผิดเพี้ยน พลางหายใจเข้าออก
อย่างช้าๆ ใช่แล้ว……ผู้หญิงที่มีฐานะสูงศักดิ์ ชื่อเสียงนั้นก็ยิ่งสำคัญ ทว่าต้วนอวี้หรานกลับทำเกินไปจริงๆ จะโต้แย้งอีกได้
เช่นไร
ฮูหยินติงโหรวคือจุดอ่อนเดียวของต้วนเจิ้ง เมื่อใดที่พูดถึง……ใจที่แข็งแกร่งก็พลอยอ่อนยวบลงไป นางไม่ได้เป็น
เพียงรักที่จริงใจที่สุดของเขา แต่ยังเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร
ชายหนุ่มผินหน้าไปช้าๆ พลางถอนหายใจออกมาอีกครั้งและเลือกที่จะยืนดูอยู่เฉยๆ
ต้วนชิงหมิงยังคงไม่หยุด ยิ่งพูดยิ่งรุนแรงขึ้น ความเฉียบคมและความน่ากลัวในดวงตาของนาง ทำให้ต้วนอวี้หรา
นสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด……หากเปรียบดวงตาเป็นมีดที่คมกริบ เชื่อว่านางคงถูกต้วนชิงหมิงกรีดไป
แล้วสักร้อยครั้ง!
เป็นครั้งแรกที่ต้วนอวี้หรานดวงตาเบิกโพลง ยกมือขึ้นจับใบหน้า อ้าปากค้างอย่างลืมที่จะตอบโต้กลับไป
ต้วนชิงหมิงมีสีหน้าฮึกเหิม สองตาฉายประกายแรงกล้ายามลั่นวาจาอย่างฉะฉานหนักแน่น แสดงถึงความเด็ด
เดี่ยวอย่างหาที่เปรียบมิได้ นางหันหน้ากลับมามองหลิวหรง แล้วกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด “อี๋เหนียงตั้งครรภ์บุตรของตระ
กูลต้วน……แต่กลับปกปิดไม่รายงาน อี๋เหนียง……ข้าขอถามหน่อยว่า ท่านให้ความสำคัญเรื่องทายาทของจวนต้วนไว้มาก
น้อยเพียงไร แค่รักษาทายาทคนนี้ไว้ไม่ได้ก็เป็นความผิดแล้ว……เรื่องนี้อย่าว่าแต่ข้ายังไม่รู้เลย แม้ว่าข้าจะทำอะไรผิดไป
ก็ล้วนทำอย่างไม่ตั้งใจและความไม่รู้เท่านั้น อี๋เหนียง……ท่านเลือกที่จะปิดบังก่อน แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า” นางหยุด
ชะงักชั่วครู่ก่อนเอ่ยรวบรัดตัดความ “สิ่งที่ข้าอยากจะเตือนอีกเรื่องก็คือ ชื่อเสียงของข้า ย่อมไม่ยอมให้อี๋เหนียงกับน้องอ
วี้หรานเหยียบยํ่าได้ตามอำเภอใจ……”
กระนั้นคำพูดเช่นนี้ของต้วนชิงหมิงก็ถือว่าถูกต้อง พลันทำให้หลิวหรงที่ได้ฟังตะลึงงันจนมิได้พูดอะไรอีก แค่ลืม
ร้องไห้ริมฝีปากเผยออ้าออก
โรคที่หลิวหรงเป็นก่อนหน้านี้เริ่มหายดีขึ้นแล้ว และไม่นานมานี้นางพบว่าตนเองตั้งครรภ์ ทว่าเพื่อยืนยันว่าทารก
ในครรภ์ปลอดภัยนางจึงออกไปพบท่านหมอแล้วค่อยบอกให้ต้วนเจิ้งรู้ ทว่าไม่ทันที่นางจะได้บอก กลับมาเกิดเรื่องขึ้น
เสียก่อน
หมอโจวที่นั่งอยู่ด้านข้าง มองต้วนชิงหมิงอย่างพินิจพิเคราะห์แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
นางเดินไปหาผู้เป็นบิดาทันทีหลังพูดจบ เอ่ยถามเสียงตํ่า “ท่านพ่อ วันนี้ชิงหมิงทำเกินหน้าที่แล้วเจ้าค่ะ……เพียง
แต่ เรื่องนี้เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของลูก หวังว่าท่านพ่อจะมอบเรื่องนี้ให้ลูกจัดการเองได้หรือไม่เจ้าคะ……”
“เอาตามที่ชิงหมิงว่าแล้วกัน!” เขาครุ่นคิดอยู่ครู่เดียว ก็พยักหน้ากล่าวตอบบุตรสาว
นางกล่าวขอบคุณอย่างช้าๆ ไม่เอ่ยถามถึงเหตุผล แล้วเดินไปหาหมอโจวยกมือขึ้นคารวะ แล้วพูดเสียงเบา “หมอ
โจว ท่านอยู่ในเมืองหลวงมามีคุณธรรมสูงส่ง เรื่องในวันนี้หวังว่าหมอโจวจะไม่พูดให้คนอื่นฟัง”
เขาพยักหน้า “คุณหนูใหญ่วางใจได้ ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อย่างแน่นอน!” เขาชื่นชมในความรอบคอบและระมัดระ
วังของต้วนชิงหมิงเป็นอย่างมาก แต่ความหยิ่งยโสและความหยาบคายของต้วนอวี้หรานกลับทำให้เขาไม่ชอบใจยิ่งนัก
ภายในห้องจึงเหลือเพียง ต้วนเจิ้ง เถี่ยเฟิง ต้วนอวี้หราน หลิวหรง บ่าวรับใช้ส่วนตัวของต้วนชิงหมิง และหมอโจว
เมื่อเด็กชายผู้ติดตามของหมอโจวได้ขอตัวไปต้มยา
เด็กสาวยกมือขึ้นประสานยอบกายแล้วกล่าวขอบคุณ หันหน้ามาพูดกับบ่าวรับใช้ “พวกเจ้าฟังข้าให้ดี เรื่องในวัน
นี้ หากมีผู้ใดกล้าแพร่งพรายออกไปแม้แต่คำเดียว ข้าจะไม่ปล่อยไว้แน่!”
บ่าวรับใช้ทั้งหมดโค้งตัวลงแล้วตอบกลับต้วนชิงหมิง “คุณหนูไม่ต้องกังวล พวกบ่าวไม่กล้าพูดเพ้อเจ้อเจ้าค่ะ!”
เยวี่ยเจียและคนอื่นๆ ไม่กล้าพูดเพ้อเจ้อ ทว่านางกลับไม่แน่ใจต้วนอวี้หรานและหลิวหรง
ต้วนชิงหมิงจึงยิ้มเยาะเย้ย “เรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของบุตรสาวจวนต้วน หากน้องรองไม่กลัวว่าชื่อเสียงของ
ตัวเจ้าจะเสียหาย ก็สามารถปั่าวประกาศออกไปได้เลย”
อีกฝั่ายที่เอามือกุมใบหน้าบวมแดง พูดอย่างเคียดแค้น “ใครเล่า……จะไปประกาศเรื่องเช่นนี้!”
นางเดินไปหาหมอโจว “ท่านหมอโจว อี๋เหนียงแท้งเพราะอะไรกันแน่?”
“เพราะการกินชะมดเชียงมากเกินไป” เขากล่าว
เรื่องนี้ต้วนเจิ้งได้มอบให้ต้วนชิงหมิงจัดการแล้วและที่นี่เป็นห้องของหญิงสาว เขาไม่สะดวกที่จะอยู่นานเกินไปจึง
ลาหมอโจว แล้วเดินไปรอผลสรุปที่ห้องโถงรับรองด้านหน้า
นางเดินไปหาหลิวหรงที่มีสีหน้าซีดเซียว ยิ้มเยาะในใจพูดขึ้น “อี๋เหนียงพักที่นี่สักครู่จะดีกว่า รอให้ข้าหาความจริง
ของเรื่องนี้พบก่อนค่อยกลับเรือนของอี๋เหนียงก็แล้วกัน”
ทุกถ้อยวาจาที่หลิวหรงได้ยิน ยิ่งทำให้นางแค้นเคือง คิ้วของนางขมวดเข้าหากันแน่น ตะโกนลั่น “เจ้าหรือจะมี
เจตนาดี?”
เด็กสาวเพียงยิ้มเล็กน้อย ไม่สนใจ แล้วหันกลับมาพูดกับแม่นมหนิง “แม่นมหนิงไปดูที่ห้องเก็บของเสียหน่อยว่า
เดือนนี้มีใครเบิกชะมดเชียงไปบ้าง?”
แม่นมหนิงรีบเดินออกไปทันทีเมื่อได้ฟังคำสั่ง ชั่วอึดใจต่อมานางก็เดินกลับมาหาต้วนชิงหมิงแล้วหยุดอยู่ตรงหน้า
พูดด้วยเสียงที่ชัดเจน
“เรียนคุณหนูใหญ่ เดือนนี้เรือนของหลิวอี๋เหนียงมาเบิก 1 ครั้ง ส่วนเมื่อเดือนก่อนเรือนของคุณหนูรอง 1 ครั้ง
และก็ไม่มีของอย่างอื่นที่อี๋เหนียงและคุณหนูรองเบิกอีกเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่หลิวหรงและต้วนอวี้หรานพูดนิ่งเรียบ “นอกจากของในจวนแล้ว ร้านขายยาใหญ่ด้านนอกก็
จะมีชะมดเชียงขาย จึงไม่สามารถตัดออกว่าชะมดเชียงนี้อาจจะมาจากข้างนอกก็เป็นได้ ดูท่าการสืบหาที่มาของชะมด
เชียงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป”
นางหยุดเว้นจังหวะแล้วหันมาพูดกับแม่นมหนิง “แต่ว่าชะมดเชียงนี่ทั้งมีกลิ่นหอม ทั้งเป็นยามหัศจรรย์ หากมีผู้ที่
ใช้จริงละก็ ต้องทิ้งร่องรอยไว้แน่……แม่นมหนิงไปเรียกผู้ดูแลทั้งหมดมา ข้าจะซักถามสักหน่อย ว่ามีใครเคยเห็นของที่มี
กลิ่นหอมแปลกๆ นี้เข้าออกในจวนบ้างหรือไม่……เจ้าพาคนไปหาแต่ละเรือนแต่ละห้อง โดยเฉพาะคนที่ติดต่อกับอี๋เหนียง
มากที่สุดในช่วงไม่นานมานี้ ต้องหาให้เจอว่าชะมดเชียงนี้อยู่ที่ไหน”
“เยวี่ยเจีย เปิดถุงหอมของทุกคนในห้องทั้งหมดออกมาดูกันว่ามีชะมดเชียงหรือไม่” นางหันมาสั่งเยวี่ยเจียทันทีที่
แม่นมหนิงเดินออกประตูไป
เยวี่ยเจี่ยหยิบถุงหอมของตัวเองออกมาวางบนโต๊ะ แล้วเดินไปหาทุกคน ยื่นมือไปรับถุงหอมทีละใบๆ
เมื่อถึงตาต้วนอวี้หราน คิ้วยาวโก่งโค้งของนางกลับขมวดเข้าหากันแล้วตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดว่า “บังอาจ! ของ
ของข้าคนชั้นตํ่าเช่นเจ้าสมควรที่จะดูหรือไร?”
เมื่อเยวี่ยเจียได้ยินเช่นนั้น แม้สีหน้าของนางซีดขาว แต่ก็ยังคงยืนยันที่จะกล่าวว่า “เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหา
คุณหนูรองมอบถุงหอมให้กับบ่าวเถอะเจ้าค่ะ”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างโกรธเคือง “ถ้าข้าไม่ให้ เจ้าจะทำอะไรข้าได้?”
เยวี่ยเจียยังคงยืนอยู่ตรงหน้าต้วนอวี้หรานและพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นว่า “ในเมื่อคุณหนูรองไม่ให้ บ่าวก็มิอาจ
ฝืนใจ เพียงแต่หลังจากที่บ่าวตรวจสอบถุงหอมทั้งหมดแล้วพบว่าไม่มีปัญหา คงต้องบอกคุณหนูใหญ่ว่าถุงหอมของคุณ
หนูรองไม่ได้ตรวจสอบนะเจ้าคะ……”
“นางคนชั้นตํ่า เจ้ากล้าหรือ!” นางตวาดขึ้นทันที
สายตาของต้วนชิงหมิงมองมาอย่างเย็นชา ทำให้สีหน้าของเด็กสาวซีดลงและไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ถ้าน้องรองอยากหาคนร้ายที่ทำร้ายท่านแม่ของเจ้าแล้วละก็ จงฟังข้าเถอะ!” ต้วนชิงหมิงพูดขึ้น
อีกฝั่ายโกรธจัด หยิบถุงหอมโยนลงบนพื้นอย่างไม่เต็มใจ “เจ้าบ่าวบ้า เอาไปดูเสีย!”
เยวี่ยเจียก้าวไปข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดเซียว หยิบถุงหอมขึ้นอย่างระมัดระวัง พร้อมยกมือทำความเคารพ
“ขอบคุณคุณหนูรองสำหรับความใจกว้าง……”
จากนั้น นางก็หยิบถุงหอมไปตรวจสอบ