การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 212 ความซาบซึ้งของชิวหรง (1)
“ท่านแม่ อยู่ที่นี่ข้ารู้สึกไม่สบายตัวเลย หากท่านแม่ไม่ว่าอะไร ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ!” ต้วนอวี้หรานเดิน
เข้าไปหาหลิวหรง เอื้อนเอ่ยด้วยนํ้าเสียงรำคาญ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังกุมใบหน้าข้างที่บวมแดง สายตามองต้วนชิงหมิงเดิน
ออกจากประตูไป
นางเกลียดต้วนชิงหมิงเข้ากระดูกดำ หากยังต้องเห็นหน้าอีกฝั่ายนานกว่านี้เกรงว่าจะทนไม่ได้เสียเท่านั้น
หลิวหรงได้ฟังบุตรีก็พยักหน้าเข้าใจ ภายในใจอดคิดไม่ได้ว่าอยากกลับแล้วเช่นกัน แต่สิ่งที่นางอยากรู้มากกว่าว่า
คือต้วนชิงหมิงต้องการอะไรกันแน่
เหล่าบรรดาเรือนเล็กเรือนน้อยในจวน ต่างต้องต่อสู้แย่งกันชิงดีชิงเด่น บ้างใช้แผนการที่แยบยล บ้างใช้เล่ห์หนกล
อุบาย เป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมานานหลายปี ทว่าสิ่งสำคัญที่ทุกคนหวาดหวั่นเกรงจะไม่ใช่หลักฐาน แต่คือคนที่พบหลักฐาน
ต่างหาก
หลิวหรงมองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยใจที่ร้อนรน พลางสลับมองไปที่ต้วนชิงหมิงที่มีแผนซับซ้อนซ่อนเงื่อน ตัดสินใจ
แน่วแน่แล้วว่าต้องจัดการนางให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ต้องมาเป็นตัวขวางทางของบุตรีนาง
เยวี่ยเจียเดินตรวจสอบถุงหอมทั้งหมด ทว่ากลับยังไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
นางปรี่เข้าไปหาต้วนชิงหมิงทันทีที่เห็นผู้เป็นนายเข้ามาในเรือน พลางเอาถุงหอมทั้งหมดวางเรียงให้นางดู
ประหนึ่งว่าไม่มีชะมดเชียงอยู่ในนั้น ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเล็กน้อย อย่างรู้สึกเหนื่อยล้าและจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ราวกับว่าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก
นางเดินตรงไปหาหลิวหรง พูดเสียงเบา “ถึงข้าจะยินดีให้อี๋เหนียงพักรักษาตัวที่นี่ แต่เตียงของข้าดูจะเล็กเกินไป
อี๋เหนียงคงนอนไม่สบายตัวกระมังเจ้าคะ”
“คุณหนูใหญ่ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นคนดี ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่!” นางแสยะยิ้มเย็นชา เพ่งมองเด็กสาว
ต้วนเจิ้งไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงละคร นางจ้องมองต้วนชิงหมิงอย่างเย็นชา หากสายตานางสามารถฆ่า
คนได้ เกรงว่าต้วนชิงหมิงคงถูกสังหารไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว!
“ในสมองของข้าคิดอะไรอยู่ไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ข้าเจอตัวคนที่ทำร้ายลูกของอี๋เหนียงแล้ว!” นางพูดตรง
ไปตรงมา
อีกฝั่ายกำผ้าห่มในมือแน่น ใบหน้าที่งดงามของนางกลับบิดเบี้ยว
“ใคร เป็นใครกัน……”
เป็นใครกันที่กล้าทำร้ายลูกของนาง? นางไม่มีทางปล่อยคนคนนั้นไปอย่างแน่นอน!
ต้วนชิงหมิงมองหลิวหรงด้วยแววตาเจือไปด้วยความสงสาร ทว่าริมฝีปากกลับยิ้มเยาะ “ข้ามีหน้าที่ค้นหาความ
จริงเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ท่านพ่อย่อมจัดการเอง”
พูดจบ ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ใส่ใจและไม่ตอบคำถาม
นางเกลียดหลิวหรงเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าต้องใช้ความพยายามไปมากน้อยเพียงใดถึงควบคุมตัวเองไว้ได้ ที่ไม่พลั้งมือ
บีบคอนางให้ตายไปเสียตรงนั้น
หลิวหรงกัดฟันกรอด สายตามองตามแผ่นหลังของอีกฝั่ายไป ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างไหลท่วมตัวของนางดุจ
สายนํ้าเชี่ยวกรากก็ไม่ปาน ต้วนชิงหมิง! เจ้าคิดจะทำอะไร?
ผ่านไปชั่วครู่ เถี่ยเฟิงเดินเข้ามาหาถามหาต้วนอวี้หรานจากหลิวหรง ชายหนุ่มพูดด้วยนํ้าเสียงเรียบนิ่งเพียงสอง
คำ “เชิญนายท่านขอรับ!”
เมื่อต้วนอวี้หรานจากไป หลิวหรงพลันนั่งไม่ติดที่อีก นางไม่สนใจเด็กที่เพิ่งแท้งไปเมื่อครู่แล้ว รีบเรียกแม่นมหวาง
ให้มาพยุงนางกลับไป
ก่อนหน้านี้ต้วนชิงหมิงเพิ่งบอกว่าหาฆาตกรที่ทำร้ายลูกของนางพบแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นเถี่ยเฟิงก็มาหาต้วนอ
วี้หราน เป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือว่านางกำลังวางแผนทำร้ายอวี้หราน?
“อี๋เหนียง ข้างนอกอากาศหนาว เดินดีๆ นะเจ้าคะ!” เมื่อเห็นอีกฝั่ายกำลังจะเดินออกจากห้อง ต้วนชิงหมิงที่ก้ม
หน้าจิบชาพลันยิ้มเล็กน้อยให้อี๋เหนียง
หลิวหรงแค่นเสียงอย่างเย็นชา แม่นมหวางและแม่นมหลี่รีบเข้ามาประคองนางเดินไปอย่างระมัดระวัง
ต้วนอวี้หรานถูกต้วนเจิ้งเรียกตัวไป กลัวว่าครั้งนี้หลิวหรงคงรู้สึกไม่สบายใจแล้วกระมัง
หลิวหรงเพิ่งเดินออกจากประตู ชิวหรงก็เดินเข้ามา สองมือถือปินปักผมทองคำที่ต้วนอวี้หรานมอบให้นางในวันนี้
ยื่นให้ต้วนชิงหมิง “บ่าวทำตามคำสั่งของคุณหนูเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นของที่คุณหนูรองตกรางวัลให้บ่าวเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงมองปินปักผมในมือของชิวหรง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม กล่าวอย่างมีความนัย “ดู
เหมือนว่าคุณหนูรองผู้นี้จะใจกว้างกว่าข้าที่เป็นนายหญิงของเจ้าเสียอีก”
ชิวหรงก้มหน้าลงกล่าวเสียงเบา “คนที่ใช้เงินทองเพื่อซื้อใจคน ล้วนแต่เป็นกลยุทธ์ ไม่มีคุณธรรม ไม่เที่ยงธรรม
ไม่ว่าจะตกของรางวัลอะไรก็ตาม ล้วนแล้วแต่ไม่ได้รับความจริงใจจากคนอื่น”
ชิวหรงเป็นบุตรสาวของตระกูลที่มีความรู้ บ้านแตกสาแหรกขาดจึงถูกขาย นางรู้ตัวอักษรและเคยเรียนหนังสือมา
ก่อน ผนวกกับความคิดอันละเอียดรอบคอบทำให้นางได้รับความชื่นชมจากต้วนชิงหมิง
เด็กสาวรับปินปักผมจากมือของชิวหรง “เจ้าไปเอากล่องเครื่องประทินโฉมของข้า แล้วเลือกสิ่งของในนั้นไปสัก
ชิ้น ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าชอบอะไรก็หยิบไปได้เลย”
ชิวหรงได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ถึงกับคุกเข่าลงทันที “ชิวหรงไม่กล้าเจ้าค่ะ!”
นางเอื้อมมือออกไปดึงอีกฝั่ายให้ลุกขึ้น “บอกให้เจ้าเลือก เจ้าก็ไปเลือกสิ หรือของที่คุณหนูรองให้เจ้านั้น คุณหนู
ใหญ่อย่างข้าไม่สามารถให้ได้หรือ?”
ชิวหรงลุกลี้ลุกลนไม่กล้าลุก นางก้มหัวลงแตะพื้นอย่างแรง “บ่าวมาอยู่กับคุณหนูที่นี่ เบี้ยหวัดต่อเดือนไม่เคยขาด
ตกรางวัลก็มากมาย บ่าวมีเงินเหลือใช้ ทั้งยังสามารถช่วยท่านแม่ซื้อยาและไปหาหมอได้ ชีวิตความเป็นอยู่ของน้องชาย
กับท่านแม่ก็ดีขึ้นไม่น้อย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณหนูมอบให้ บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของคุณหนู ชิวหรงไม่รู้จะตอบแทน
อย่างไร ขอร้องคุณหนูอย่าได้ทำให้บ่าวลำบากใจอีกเลยเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงมองสาวใช้เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเลือกอะไรก็ได้ ครั้งก่อนที่เจ้ายืมเงินเยวี่ยจิง ก็สามารถคืนได้
หมดแล้ว”
เยวี่ยจิงเป็นบ่าวรับใช้ที่เก็บกวาดในห้องของต้วนอวี้หราน เมื่อครั้งมารดาของชิวหรงไม่สบาย น้องชายจึงปั่วย
ตามไปด้วย นางเจอเหตุการณ์เช่นนี้ครั้งแรก ไม่กล้าอ้อนขอความเมตตาจากต้วนชิงหมิง จึงแอบไปยืมเงินครึ่งตำลึงจาก
เยวี่ยจิงที่พอจะสนิทกัน นัดกันไว้ว่าเดือนหน้าค่อยคืน ไม่คาดคิดว่าคุณหนูจะรู้เรื่องนี้
ชิวหรงก้มหน้าลงคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายของนางสั่นระริกไปทั้งตัว นางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง!
ส่วนบ่าวรับใช้ในห้อง ไม่ว่าจะเป็นชิวจู้หรือเยวี่ยเจีย ต่างก็ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่คำเดียว
ภายในห้องเงียบสงัด กระทั่งหากมีเข็มตกพื้นก็ยังได้ยินชัดเจน
ชิวหรงสูดลมหายใจเข้าไปลึก เงยหน้าขึ้น เอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว “บ่าวมีพี่ชายคนหนึ่ง เดิมทีช่วยงานอยู่ในบ้านของ
ญาติห่าง ๆ แต่ไม่ระวังได้รับบาดเจ็บ คนผู้นั้นไม่เพียงแต่ไม่สนใจเท่านั้น แต่ยังไล่พี่ชายข้ากลับไปอีกด้วย ทำให้ที่บ้าน
ขาดเงิน ท่านแม่ขายของที่ขายได้ทั้งหมด สิ่งที่บ่าวนึกขึ้นได้ในตอนแรกคือไม่อยากรบกวนคุณหนู ส่วนเยวี่ยเจีย……บ้านข
องเยวี่ยเจียยังยากจนกว่าบ้านของบ่าวเสียอีก บ่าวไม่มีทางออกจึงได้ไปขอยืมเงินเยวี่ยจิง เพราะหมอบอกว่าถ้าขาของพี่
ชายไม่ได้รับการรักษา ก็จะกลายเป็นคนพิการ”
ชิวหรงนํ้าตาไหลอาบหน้า นางหมอบลงกับพื้น เอ่ยเจือสะอื้น “คุณหนู ไม่ใช่ว่าบ่าวไม่พูด แต่บ่าวไม่กล้าพูด
ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนใช้มีหน้าที่คอยปรนนิบัติเจ้านายเท่านั้น ไม่เคยเห็นว่าบ่าวรับใช้ของใครมีปัญหาแล้วเจ้านายจะ
เข้ามาช่วยหรือดูแล……เพราะบ่าวกลัวว่าคุณหนูจะคิดว่าชิวหรงหาโอกาสยืมเงิน ดังนั้นจึงไม่กล้าเอ่ยเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจเบาๆ ลุกขึ้นเดินไปดึงชิวหรงขึ้นมาจากพื้น หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตาของสาวรับใช้
เบาๆ “ชิวหรง เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนั้นต้าชุ่ยถูกอี๋เหนียงดึงตัวไปเป็นพวกได้อย่างไร?”
ชิวหรงส่ายหน้าอย่างแรง
“วันนั้นต้าชุ่ยได้เจอเรื่องเดียวกันกับเจ้า นางไม่กล้ามาบอกข้า แต่ไปขอยืมเงินจากคนอื่น เรื่องนี้ถูกหลิวอี๋เหนียงรู้
เข้าพอดีจึงเอามาขู่ ตอนแรกนางถูกบีบบังคับ แต่สุดท้ายยิ่งจมก็ยิ่งถลำลึกลงไป”
ชิวหรงก้มหน้าลงรับทราบ หลังจากนั้นนางไม่กล้าพูดอะไรอีก นางเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณหนูถึงปล่อยให้นางเฝั้า
ประตูในวันนี้ ทำไมถึงปล่อยให้นางไปหลอกคุณหนูรอง ถ้าเกิดวันนี้นางโลภมากขึ้นมา ก็คงจะไม่สามารถพาตัวเองกลับ
มาได้อีกแน่นอน!