การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 213 ความซาบซึ้งของหลิวหรง (2)
ชิวหรงก้มหัวคำนับหน้าผากแตะพื้น “คุณหนู…”
ต้วนชิงหมิงจับมือนางไว้แน่น “พวกเจ้าเป็นคนของข้า คอยรับใช้ปรนนิบัติข้าเสมอมา ในใจของข้ามองพวกเจ้า
เป็นญาติคนหนึ่งไปแล้ว ระหว่างญาติมีเรื่องอะไรที่พูดออกมาไม่ได้กันล่ะ? แม้ข้าไม่อาจสัญญาว่าพวกเจ้าจะรํ่ารวยโอ่อ่า
แต่ในเมื่อพวกเจ้ายอมติดตามข้า เช่นนั้นข้าจะต้องช่วยพวกเจ้าทุกคนวางแผนเส้นทางในอนาคตที่ดี หาคนที่ดีให้ออก
เรือนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เงินติดตัวหลังแต่งงานข้าก็จะจัดเตรียมไว้ให้ ทุกเรื่องข้าช่วยคิดแทนพวกเจ้าหมดแล้ว เข้าใจ
หรือไม่?”
เห็นชิวหรงตาแดงกํ่า ต้วนชิงหมิงก็ถอนหายใจเบาๆ “ตอนนี้เจ้าคงเข้าใจแล้วว่าทำไมข้าให้เจ้าไปหาอวี้หราน แต่
เจ้ารู้หรือไม่ หากวันนี้เจ้าไม่ไปหานาง นางก็คงมาหาเจ้าอยู่แล้ว”
ชิวหรงตกตะลึงจนเหงื่อท่วมตัว พูดอย่างเสียใจ “บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ!”
นางพยุงชิวหรงให้ลุกขึ้นอีกครั้ง พูดชัดถ้อยชัดคำ “เจ้าต้องจำไว้ให้ขึ้นใจล่ะ จิตใจของคนชั่วร้าย ต่อจากนี้ไปเจ้า
จะต้องดูให้ดีว่าใครมาดีมาร้าย ใครเชื่อถือได้ใครเชื่อถือไม่ได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เข้าใจหรือไม่?”
ชิวหรงก้มหน้าก้มตาอยู่นานสองนานโดยไม่พูดอะไร
ปกติคุณหนูไม่ค่อยได้พูดอะไรมากมาย ต่อให้เป็นความผิดเล็กๆ น้อยๆ คุณหนูก็จะแค่ยิ้มและไม่ได้ถือสา ยิ่งทำ
แบบนี้บ่าวรับใช้ก็ยิ่งไม่กล้ารังแกนาง ทุกคนต่างยิ่งเคารพในความใจกว้างที่ล้นเหลือของนาง
ก่อนหน้านี้นางคอยแอบสังเกตและปรารถนาที่จะได้เข้ามารับใช้คุณหนูใหญ่ ทำให้นางยิ่งต้องระมัดระวังทุกย่าง
ก้าว ด้วยกลัวว่าหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจะถูกคนเอามาใช้เป็นเครื่องมือได้ แต่ไม่ว่าจะระวังมากมายเพียงใดก็ยังหลุดรอด
ออกมาอยู่ดี ถ้าไม่ใช่ต้วนชิงหมิงรู้ล่วงหน้าก่อน มีหวังถูกต้วนอวี้หรานเอามาข่มขู่เหมือนต้าชุ่ยอย่างแน่นอน!
นางรู้สึกว่าบ่าวรับใช้ที่ชื่อชิวหรงสมควรที่นางจะยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะนางไม่อาจทนเห็นชิวหรงเดินตามรอย
ของต้าชุ่ย ดูแล้วสิ่งนางทำไปทั้งหมดมันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน
หลังจากที่ชิวหรงร้องไห้จนหนำใจแล้ว เด็กสาวจึงเอ่ยปากขึ้น “ข้าไม่ชอบชื่อ ชิวหรง ของเจ้าเลย นับจากนี้ไปเจ้า
ชื่อว่า ชิวหนิง ก็แล้วกัน”
ชิวหรงได้ฟังก็ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจทันที
แต่ก่อนชื่อเดิมของนางไม่ได้ชื่อว่าชิวหรง เพราะถูกขายเป็นทาสไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จึงทำให้ถูกเปลี่ยนชื่อจนแทบ
จำชื่อเดิมของตัวนางเองไม่ได้
ส่วนวันนี้ต้วนชิงหมิงตั้งชื่อให้ใหม่นั้น เป็นการบ่งบอกว่านางเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรือนแล้ว
ในตอนนี้เองแม่นมหนิงเดินขึ้นมาแล้วพยักหน้าให้ต้วนชิงหมิง “ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณหนูคิดไว้เจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับรู้ ปรายตามองไปที่ห้องของนาง สายตาปรากฏความรังเกียจออกมา “แม่นมหนิง ช่วยข้า
เอาตั่งตัวนั้นไปไว้ข้างนอก ใช้นํ้าเช็ดถูให้สะอาด แล้วใช้ธูปกำยานรมควันอีกรอบ!”
แม่นมหนิงสั่งให้บ่าวรับใช้ยกออกไป ส่วนชิวหรง ไม่สิ! ชิวหนิงก็ให้รีบจัดแจงเปลี่ยนกานํ้าชาและชุดแก้วใหม่
ทั้งหมดทันที
เด็กสาวเห็นท่าทางชิวหนิงก็รู้สึกอยากหัวเราะออกมา “ชิวหนิง เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ อะไรที่ต้องทำก็
รีบไปทำก่อนเถอะ ทางนี้คนเยอะแล้ว”
ชิวหนิงรู้สึกว่าสิ่งที่นางทำนั้นเกินพอดี ใบหน้าของนางจึงแดงเรื่อขึ้นมา แล้วถอยหลังขอตัวจากไป
เมื่อชิวหนิงกำลังจะก้าวเดินออกไปจากประตู ต้วนชิงหมิงก็เรียกนางไว้ “แผลที่ขาของพี่ชายเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง
การเจ็บปั่วยของแม่เจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง เรือนของต้วนอวี้กำลังขาดเพื่อนช่วยอ่านหนังสือพอดี ถ้าน้องชายของเจ้ามาก็พา
เขาไปพบต้วนอวี้โดยที่ตัวเจ้าไม่ต้องเข้าไป เข้าใจหรือไม่?”
นางได้ครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยวจึงพูดต่อ “ข้ามีร้านค้าอยู่ที่นอกเมืองกำลังขาดคนเลือกซื้อของเข้าร้าน ได้ยินว่าแต่
ก่อนพี่ชายเจ้าเคยทำหน้าที่นี้ ครั้งก่อนที่เกิดเรื่อง เพราะพี่ชายเจ้านิสัยเถรตรงเกินไป ทำให้ล่วงเกินคนที่ไม่ควรจะล่วง
เกินใช่หรือไม่? เจ้ากลับไปถามพี่ชายเจ้าดู หากเขายอมทำงานให้ข้า ก็ให้เขาไปหาผู้ดูแลร้านได้เลย เพียงแต่ช่วงแรกเงิน
เดือนอาจจะน้อยหน่อย นอกเมืองมีพื้นที่เยอะและมีห้องว่างเหลืออยู่พอดี เดิมทีปั้าที่ทำงานบ้านลาออกเนื่องจากลูก
สะใภ้คลอดลูก ถ้าแม่ของเจ้าอยากจะมาอยู่กับพี่ชายก็ได้จะได้มีคนช่วยทำงานบ้าน”
ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันได้พูดจนจบ ชิวหรงก็กอดขานางร้องห่มร้องไห้
หลังจากที่พ่อของนางเสียชีวิต ความเป็นอยู่ภายในบ้านก็ลำบากข้นแค้น ท่านลุงท่านอาต่างมาหาเรื่องและคอย
กลั่นแกล้งมารดาของนาง ครั้งนี้พี่ชายยังได้รับบาดเจ็บ เครือญาติไม่เพียงไม่ช่วยพูด ยังคิดจะขับไล่พวกเขาออกจาก
ตระกูล กลับเป็นคุณหนูช่วยนางวางแผนเรื่องครอบครัวโดยไม่บอกให้ทราบล่วงหน้า เช่นนี้จะไม่ให้ชิวหนิงซาบซึ้งอย่างไร
ไหว!
ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางร้องไห้โฮออกมาโดยไม่ต้องคิด บ่าวรับใช้ที่อยู่ในเรือน ต่างพากันสงสัย จึงชะโงก
หน้าออกมามองด้านนอกด้วยความสงสัยว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ต้วนชิงหมิงปวดหัวจนต้องใช้มือนวดขมับช้าๆ “ถ้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้นขนาดนี้ ข้าคงจะไม่บอกก่อน…”
ถ้านางไม่พูดประโยคนี้ ชิวหนิงก็คงจะไม่ร้องไห้เสียงดังและพูดพึมพำไม่หยุดแบบนี้ “คุณหนูใจร้าย ชอบแกล้งให้
บ่าวซาบซึ้งใจ ให้บ่าวร้องไห้จนหมดสวยแล้ว”
ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อย แววตาสดใสเป็นประกาย “เจ้าไม่ได้รีบร้อนแต่งงานเสียหน่อย ร้องไห้แล้วขี้เหร่บ้างจะ
เป็นไรไป”
ชิวหนิงปาดนํ้าตาพลางหัวเราะออกมา จากนั้นหันไปแกล้งพูดว่า “คุณหนูแกล้งชิวหนิง บ่าวจะไม่สนใจคุณหนู
แล้ว”
ในห้องนั้นมีบ่าวใช้สองคนแอบชะเง้อออกมามองด้านนอก พูดเสียงเบา “ชิวหนิงร้องไห้แล้ว”
บ่าวรับใช้อีกคนก็พูดเสียงอ้อมแอ้ม “เห็นคุณหนูยิ้มแล้ว!”
บ่าวรับใช้คนแรกที่พูดชื่อว่าเสี่ยวเย่จื่อ “ชิวหนิงบอกแล้วว่าคุณหนูรังแกนาง”
“เฮ้อ ข้าอยากให้คุณหนูแกล้งข้าแบบนี้บ้างเหมือนกัน อิจฉาพี่ชิวหนิงจริงๆ” บ่าวรับใช้อีกคนชื่อว่าเสี่ยวเหลี
ยนจื่อพูดอย่างอิจฉา
เสียงเข้มงวดของแม่นมหนิงลอยมาจากด้านหลัง “พวกเจ้าสองคนกำลังทำอะไรกัน งานที่สั่งไว้ทำเรียบร้อยแล้วใช่
ไหม?”
เสี่ยวเย่จื่อกับเสี่ยวเหลียนจื่อต่างแลบลิ้นให้กันและกัน จากนั้นหันกลับมาตอบอย่างมีมารยาท “เรียนแม่นมหนิง
พวกเราทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว!”
แม่นมสูงวัยมองค้อนขวับไปที่ทั้งสองทีหนึ่ง “ในเมื่อทำเรียบร้อยแล้ว ยังไม่รีบไปช่วยคนอื่นอีก”
ทั้งคู่จึงหันไปตอบแม่นมว่า “ได้เจ้าค่ะ แม่นม”
แม่นมหนิงจึงกวาดสายตามองพวกนางอย่างแรง “ถ้ามีเรื่องอะไรรอให้ทำเรียบร้อยแล้วค่อยคุยกัน!”
บ่าวรับใช้ทั้งสองได้ยินจึงรีบเดินอย่างรีบร้อนจากไป
แม่นมหนิงมองไปที่ต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่นอกห้อง ด้วยแววตาที่เป็นกังวลและห่วงใย ถึงแม้นิสัยของคุณหนูจะ
ร่าเริงแจ่มใสมากขึ้น แต่ภาระที่ต้องแบกไว้นั้นไม่มีน้อยเลย ถ้ายังไม่อาจถอดรากถอนโคนหลิวหรงได้ ชีวิตของคุณหนูใน
จวนต้วนก็ไม่มีวันสงบสุข!
ข้างนอกห้อง ชิวหนิงล้างหน้าและผัดแปั้งเรียบร้อยแล้วจึงหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “คุณหนู บ่าวขอตัวไปทำงาน
ก่อนนะเจ้าคะ!”
เด็กสาวโบกมือไปมา “ไปเถอะ!”
ขณะเดียวกันเยวี่ยเจียเดินเข้ามาในเรือน เข้าไปกระซิบข้างหูคุณหนู “คุณหนู พวกนั้นไปแล้วเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงกระหยิ่มยิ้มย่อง “ข้าเดาถูกอีกแล้ว แต่คนพวกนั้นคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เป็นแน่”
หลังจากที่หลิวหรงเดินออกไปแล้ว ได้ส่งบ่าวรับใช้มาอีกสองคนยืนอยู่หน้าประตูเรือนหนิงซูย่วนอยู่นานสองนาน
เห็นต้วนชิงหมิงกำลังโมโหสั่งให้เอาของออกไปทำความสะอาดจนบ่าวรับใช้ต่างวิ่งวุ่นเข้าออกกันเต็มไปหมด บ่าวรับใช้
ของหลิวหรงมองตากันเป็นอันเข้าใจแล้วเดินจากไป!