การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 214 พานโกรธเหยียนหลิ่งอวี๋
เยวี่ยเจียเห็นชิวหนิงตาแดงกํ่าบวมออกมาเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้ นางจึงรีบเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
เป็นใย “เจ้าเป็นอะไรไป?”
แม้ว่านางกับชิวหรงไม่ได้มาจากที่เดียวกัน ทว่าพวกนางได้อยู่ร่วมด้วยกันมาระยะหนึ่งแล้ว จึงกลายเป็นพี่น้องที่ดี
ต่อกัน
ชิวหนิงหันหน้ากลับมาหัวเราะทั้งนํ้าตา “เยวี่ยเจีย เมื่อครู่คุณหนูช่วยตั้งชื่อให้ข้าแล้ว นับจากนี้ไปจะมีแต่ชิวหนิง
จะไม่มีคนชื่อชิวหรงอีกแล้ว”
เยวี่ยเจี่ยเบิกตาขึ้น ยกมือขึ้นปั้องปาก
คุณหนูตั้งชื่อให้หรือ! ที่จริงเรื่องตั้งชื่อใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะชื่อของหลิวหรงกับชิวหรงใกล้เคียงกันมาก ไม่
แน่ว่าการเปลี่ยนชื่อใหม่ในครั้งนี้สามารถบอกเป็นนัยว่าในสายตาคุณหนูนั้น ชิวหรงแตกต่างจากบ่าวรับใช้คนอื่น?
เยวี่ยเจียเป็นคนตรงไปตรงมา นางอดดีใจแทนไม่ได้ “คุณหนูตั้งชื่อใหม่ให้ด้วย! เมื่อไรข้าจะได้มีวาสนาให้คุณหนู
ใหญ่ตั้งชื่อให้ข้าบ้าง?”
ชิวหนิงฉงน “อะไรกัน เจ้าไม่ชอบชื่อของเจ้าหรือ?”
เป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วว่าบรรดาคุณหนูในเมืองหลวง หากถูกใจบ่าวรับใช้คนไหนก็จะเปลี่ยนชื่อให้ เป็นชื่อที่พวก
นางชอบและเรียกได้คล่องปาก เพียงแต่พวกบ่าวรับใช้คนอื่นเข้ามารับใช้ในเรือนเป็นเวลานานแล้ว ไม่เห็นทีท่าว่าคุณหนู
จะช่วยเปลี่ยนชื่อให้บ้าง ยกเว้นชิวหรงที่ตอนนี้กลายเป็นชิวหนิงไปแล้ว!
“เยวี่ยเจีย ถ้าเจ้าว่างมากละก็ ไปดูให้ข้าทีว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฟืนหรือยัง!” เสียงของต้วนชิงหมิงดังขึ้นด้านหลัง ทำให้
บ่าวรับใช้ทั้งสองขนลุกไปทั้งตัว
เยวี่ยเจียหันไปแลบลิ้นใส่ชิวหนิง “แย่แล้ว! คุณหนูแอบได้ยินที่พวกเราแอบคุยกัน รีบไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นจะ
ซวยเอา”
“เจ้านั่นแหละชอบพูดไปเรื่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก คุณหนูใหญ่เคยโมโหเดือดดาลพวกเราเสียเมื่อไรกัน!” ชิวหนิ
งบ่นไปขำไป
เยวี่ยเจียยิ้มๆ “ก็นั่นนะสิ” ทั้งสองคนพากันวิ่งไป ไม่นานก็หายลับตาไป
เด็กสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงท้องฟั้าที่ใกล้จะมืดลง ไม่รู้ว่าทางนั้นท่านพ่อจะจัดการอย่างไร!
ตอนนี้หลิวหรงเสียลูกในท้องไปแล้ว จึงไม่อาจมาเบ่งบารมีทำเรื่องชั่วร้ายได้ เห็นทีถึงเวลาต้องรีบจัดการให้เด็ด
ขาด จะได้จบปัญหาเสียที จากนั้นนางจะช่วยท่านพ่อหาฮูหยินคนใหม่ อย่างไรเสียทุกจวนจะต้องมีฮูหยินที่คอยดูแล
จัดการเรื่องภายใน ไม่เช่นนั้นแล้วจวนนั้นก็จะวุ่นวายไม่เป็นระบบระเบียบ
ต้วนชิงหมิงคิดเรื่องนี้จนปวดหัวยกมือกดนวดขมับ พลางหันหน้าออกไปมองท้องฟั้า
แม่นมหนิงเห็นท่าทีต้วนชิงหมิงที่ดูเหนื่อยล้า จึงเรียกให้บ่าวรับใช้รีบทำความสะอาดให้เสร็จแล้วรีบออกไป จาก
นั้นนางจึงเดินเข้าไปในห้อง ชี้ไปที่ตั่งตัวนั้น “คุณหนู บ่าวรู้ว่าคุณหนูรังเกียจที่อี๋เหนียงเคยใช้ของของคุณหนู บ่าวจึงถือ
วิสาสะเปลี่ยนตั่งตัวใหม่ให้กับคุณหนูแล้วเจ้าค่ะ”
เด็กสาวซาบซึ้งใจ ทว่าอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างแปลกใจ “แม่นมไปเอาตั่งใหม่ตัวนี้มาจากไหน?”
สีหน้าของแม่นมหนิงเศร้าหมองลงอย่างผิดสังเกต นางครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะพูดเสียงอ่อย “เรียนคุณหนู ตั่งตัวนี้
เป็นของฮูหยินติงโหรวมาก่อนเจ้าค่ะ”
นางถึงกับผงะด้วยความตกใจ “เป็นตั่งที่ท่านแม่เคยใช้มาก่อนอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ตอนนั้นฮูหยินให้บ่าวเก็บรักษาไว้ให้ดี ยังพูดว่าหากคุณหนูเติบโตขึ้นก็จะให้ใช้ตั่งตัวนี้เจ้าค่ะ” แม่
นมหนิงควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนํ้าตา
`
มือเรียวเล็กยื่นออกไปลูบตั่งที่ทำจากไม้หอม พยักหน้าขึ้นลง “อืม ข้ารู้แล้ว” พูดจบก็ล้มตัวลงนอนบนตั่ง แม่นม
หนิงจึงออกไปเฝั้าที่หน้าประตูห้อง
แม่นมหนิงเดินออกไปได้ประเดี๋ยวเดียว ชุนถาวก็พาเหยียนหลิ่งอวี๋กระโดดลงมาจากคานในห้อง พร้อมเรียกชื่อต้
วนชิงหมิง “ไอ๊หยา ชิงหมิง คานในห้องเจ้าซ่อนตัวได้ยากลำบากเหลือเกิน!”
ระหว่างที่ชุนถาวพูดไปก็หยิบกานํ้าชาขึ้น จ่อปากกาจรดปาก ดื่มจนหมดเกลี้ยงโดยไม่ต้องใช้ถ้วย ดื่มเสร็จก็ยก
แขนเสื้อเช็ดปาก “ข้าต้องไปแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มจ้องมองชุนถาวหยิบกานํ้าชาขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด แต่เมื่อสายตาของนางมองไปเห็นเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ รอยยิ้มนั้นก็กลับหุบลงทันที “ทำไมองค์ชายสามยังไม่ไปอีกล่ะเพคะ?”
ตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยืนอยู่บนคานยึดชุนถาวไว้แน่น ทำให้เขาสามารถทรงตัวได้โดยที่ไม่ถูกต้วนเจิ้งพบตัว คิดไม่
ถึงว่าจะถูกนางไล่ให้กลับไป
เห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง ชุนถาวจึงพอเดาได้ว่าคุณหนูใหญ่ปวดหัวกับเหยียนหลิ่งอวี๋มาไม่น้อย
นางพลันโบกมือไป “เอาล่ะๆ เจ้าอย่าไล่เขาไปเลย ให้เขาอยู่ที่นี่สักสองสามวัน รักษาแผลให้ดีกว่านี้ก่อนแล้วกัน”
เด็กสาวได้ฟังก็ถึงกับชะงักไป “เกิดอะไรขึ้น?”
“บาดแผลติดเชื้อ ทั้งยังมีไข้สูง หากไข้ยังไม่ลดลงอีก เกรงว่าจะตายเอาได้เพราะตัวร้อนเกินไป ไม่ก็ร้อนจนสติ
สตางค์ไม่ครบสมบูรณ์ ถึงตอนนั้นก็คงเป็นความผิดของเจ้า”
สีหน้าต้วนชิงหมิงเคร่งเครียดขึ้น “แต่ว่าเขามาอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี! รบกวนพี่ชุนถาวพาเขาออกไปแล้วค่อย
ปล่อยเขาทิ้งไว้กลางทาง”
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจ ถ้าไม่ใช่เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ หลิวห
รงก็ไม่มีทางมาอาละวาดที่นี่ได้ ต้วนชิงหมิงไม่รู้ว่าถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อจะสร้างปัญหาอะไรให้นางอีก!
ชุนถาวถึงกับสะดุ้งโหยง “เจ้าอย่าให้ข้าทำแบบนี้เลย อย่างแรกเลยข้าไม่มีความสามารถที่จะพาองค์ชายฝั่า
องครักษ์ของท่านพ่อเจ้าออกไปได้ ต่อให้ข้าทำได้ ก็ไม่บังอาจเอาองค์ชายไปทิ้งไว้กลางทาง……เจ้าปล่อยข้าไปเถอะชิงห
มิง ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป!”
ต้วนชิงหมิงตอบกลับทันควัน “ไม่ใช่อย่างนั้น ข้ารู้ว่าเขาเป็นถึงองค์ชายสามโอรสของฝั่าบาท ต่อให้เอาเขาไปทิ้ง
ไว้ที่ไหน เดี๋ยวก็มีคนพาตัวเขากลับเข้าวังไปรักษาตัว การรักษาย่อมดีกว่าที่นี่ร้อยเท่าพันเท่า”
สรุปแล้วในใจของต้วนชิงหมิงคิดว่า เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นตัวซวย หลังจากที่นางได้รู้จักเขาก็เจอเรื่องไม่ดีมากมาย
จนถึงตอนนี้เขายังแอบเข้ามาในเรือนหนิงซูย่วนแห่งโดยพลการ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตถึงเพียงนี้ แล้วจะไม่ให้นาง
โกรธได้อย่างไรกัน
ทางด้านองค์ชายสามรู้สึกกระหายนํ้าเป็นอย่างมาก ใบหน้าหล่อเหลาแดงกํ่า แม้สติสัมปชัญญะจะไม่ครบถ้วน
ทว่ากลับได้ยินที่นางพูดว่าไม่ต้องการเขาอย่างชัดเจน เขารู้สึกเสียหน้าและเสียกำลังใจเป็นที่สุด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึก
เจ็บปวดทรมานถึงเพียงนี้ พลันหันหลังกลับไปที่นอกประตูเรือนหนิงซูย่วนเพื่อจะเดินออกไป!
เห็นองค์ชายสามหันหลังจะจากไป ชุนถาวพลันเบิกตากว้าง คว้าแขนเขาไว้อย่างรวดเร็ว “องค์ชายคิดว่าตอนนี้ยัง
วุ่นวายไม่มากพอหรือเพคะ?”
ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋เดินออกจากเรือนซูหนิงย่วน นับจากนี้เป็นต้นไปต้วนชิงหมิงจะไม่มีทางได้ผุดได้เกิดอีกเลย
ร่างกายของเขาเจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรง หันกลับมาหาชุนถาว “นางไม่ได้ไล่ข้าให้ไปหรอกหรือ?”
ต้วนชิงหมิงพลันโมโหจนพูดไม่ออก! “ข้าอยากให้ท่านไปตายเสีย!!!” นํ้าเสียงกลับเย็นชาไร้ความรู้สึกใดๆ
ครั้งนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เขาทำอะไรผิด นางถึงขั้นต้องไล่ให้ไปตาย? เขาทำให้นางเดือดร้อน
จนอยากให้เขาไปตายให้รู้แล้วรู้รอดอย่างนั้นเลยหรือ?
แม้สติจะพร่าเลือน สุดท้ายก็ยังถามขึ้น “ทำไมมีแต่คนอยากให้ข้าตาย ข้าทำอะไรผิดหรือ? ฮองเฮา พระพันปี แม้
กระทั่งเสด็จพี่ก็อยากให้ข้าตาย… ที่แท้เจ้าก็เหมือนคนพวกนั้นที่ไม่อยากให้ข้ามีชีวิตอยู่สินะ……”