การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 217 ไม่มีทางให้อภัยสหายเก่า
สายตาที่คมกริบจ้องเขม็งไปที่เงาทอดยาวด้านข้างของต้วนเจิ้งภายใต้แสงไฟ ใบหน้าด้านข้างของเขาดูหล่อเหลา
คิ้วโก่งยาวได้รูป ใบหน้างามดุจหยกสะท้อนแสงเผยความอบอุ่น
ชุนถาวจ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ แสงโคมไฟสะท้อนให้เห็นผมขาวที่อยู่บนศีรษะ ช่วงเวลาในอดีตได้ผ่านไป
แล้ว
สิบปีแล้วสิ… เป็นครั้งแรกที่ชุนถาวเห็นเรื่องราวในอดีตปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง ทว่ากลับรู้สึกไม่คุ้นเคยกับคนที่
อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป
ชายผู้นี้เคยเป็นคนที่นายหญิงของนางปักใจหมายมั่น ทว่าเพียงไม่นานเขาก็ทรยศนายหญิง ละทิ้งคำสาบานที่มีให้
กัน ละทิ้งหญิงที่เคยรักสุดหัวใจ
สหายเก่าได้ตายจากกัน! ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความอีก ชุนถาวเบือนปาก “ในเมื่อท่านแม่ทัพไม่พูด
ถือว่าไม่ได้ถือสาติดใจอะไร… เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน!”
พูดจบนางก็รีบก้าวเท้าเดินออกไปทางประตูใหญ่
นางเดินออกมาแล้ว ชายที่อยู่ข้างหลังยังคงเงียบงันไม่พูดสิ่งใด นางจึงเดินจากไปด้วยความโกรธเคืองเป็นที่สุด
แม้เรื่องนี้จะผ่านไปนับสิบปีแล้ว ชุนถาวก็ยังรู้สึกไม่พอใจแทนคุณหนูตู้ชิงหรวน คุณหนูไม่ชอบพูดถึงความรักใคร่
ชอบพอที่เคยมีต่อต้วนเจิ้ง หากพูดถึงคงมีแต่ความโกรธเคืองที่พลุ่งพล่านขึ้นมาแทน
นางจึงได้แต่ถอนหายใจยาว ผินหน้ามองท้องฟั้า… นับจากนี้ต่อไป พวกนางกับต้วนเจิ้งจะกลายเป็นคนแปลกหน้า
ต่อกัน
เรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป
เมื่อเห็นชุนถาวกำลังจะเดินเลี้ยวมุมลับสายตาไป ชายที่ยืนอึ้งอยู่นั้นกลับถอนหายใจเสียงเบา ถามขึ้น “นางสบาย
ดีหรือไม่?”
ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินเลี้ยวไปกลับชะงักลงไปชั่วขณะ จากนั้นก็เร่งฝีเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าต่อโดยไม่สนใจสิ่งที่
ได้ยิน
นํ้าเสียงของต้วนเจิ้งเปรียบดั่งอากาศธาตุ ไม่มีผลต่อความรู้สึกของนางแม้แต่น้อย นางรีบเดินเพื่อจะออกจากจวน
ต้วนให้เร็วด้วยความโกรธ และความขุ่นเคืองใจเป็นที่สุด
ต้วนเจิ้งยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ตรงนั้น โดยไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ความหนาวเหน็บของลมในเหมันต์ฤดูประหนึ่งคมดาบ กรีดลงบนใบหน้าของต้วนเจิ้งจนด้านชา
สิบปีแล้วสินะ! เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ได้เจอคนของตู้ชิงหรวน ชุนถาวที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากจวนต้วนยังมิ
วายหันกลับมามองด้วยโกรธแค้น
ชั่วพริบตานั้น ต้วนเจิ้งรู้สึกเหมือนตัวเขาได้ย้อนกลับไปในอดีต ได้เห็นภาพหญิงสาวที่งดงามถือทิฐิและหัวแข็ง
เขาเคยสัญญากับนายหญิงของชุนถาวว่าจะครองคู่กันไปทั้งชีวิต ตอนนั้นพวกเขาทั้งคู่ไม่เคยคิดว่าฟั้าดินจะไม่ให้
โอกาสให้เขาทั้งคู่ได้อยู่ร่วมกัน จู่ ๆ ก็มีพระราชโองการจากฝั่าบาท ประทานงานแต่งเขากับบุตรสาวของเสนาบดี
เดิมทีต้วนเจิ้งสัญญาสาบานไปแล้ว ว่าจะแต่งงานกับนายหญิงของชุนถาว เพียงแต่เขาไม่อาจทำตามคำสาบานที่
เคยให้ไว้ได้แล้ว
ไม่ว่าอย่างไร คุณหนูลูกของเสนาบดีก็ต้องแต่งงานเข้าจวนต้วน เขาไม่มีทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับการจาก
ไปของอีกฝั่าย
เขาควบม้าไล่ตามไปทุกที่กว่าพันลี้ เพื่อตามหารักนั้นกลับมา ทว่านางกลับหายตัวไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยได้พบนางอีกเลย กระทั่งวันนี้เขาได้พบกับบ่าวรับใช้ของนางมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
เรื่องราวในอดีตเมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับเข้ามาในห้วงความจำอีกครั้ง เขาเลือกที่จะหลับตาซ่อนความเจ็บปวดเอา
ไว้ข้างในหัวใจ
คนโบราณกล่าวกันว่า เทพเจ้าปิดประตูบานหนึ่ง ก็จะต้องเปิดประตูอีกบานหนึ่งให้เรา นั่นหมายความว่าชีวิตของ
คนเรานั้นได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง
ยังมีคำกล่าวอีกว่า รถม้าวิ่งถึงภูเขาจะต้องมีทางไปต่ออย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าทางที่จะไปเป็น
ทางตันหรือทางรอด!
เป็นที่รู้กันว่าฟั้าดินย่อมมีช่องว่างระหว่างความเป็นและความตาย มีหวังและสิ้นหวัง โดยไม่มีใครรู้ได้เลยว่าช่อง
ว่างเหล่านั้นมักมีความหวังให้เห็น แต่ไม่อาจเอื้อมคว้าเอาไว้ได้
วันเวลาในวัยหนุ่มสาวที่เคยให้คำมั่นสัญญาต่อกันได้เดินทางผ่านกาลเวลา ทุกวันนี้ติงโหรวจากไปแล้ว ชิงหมิงเอง
ก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรื่องราวในอดีตเมื่อสิบปีก่อนได้หวนปรากฏขึ้นในมโนภาพ เพียงแต่ต้วนเจิ้งพบว่าเขาไม่อาจย้อนกลับ
ไปในอดีตได้อีกแล้ว
สายลมพัดปลายผมที่เกล้าไว้ของต้วนเจิ้งให้พลิ้วไหว เหมือนเป็นการพัดเอาความกล้าหาญและความจริงใจในวัย
หนุ่มสาวย้อนกลับมา
บนทางเดินไร้เงาของชุนถาวแล้ว ต้วนเจิ้งที่ยืนนิ่งอยู่นานจึงค่อยเดินไปทางเรือนของต้วนชิงหมิงอย่างไม่รีบร้อน
ลูกของหลิวหรงไม่อยู่แล้ว อีกทั้งหลักฐานทั้งหมดต่างพุ่งเปั้าไปที่ต้วนอวี้หราน ด้วยความอิจฉาริษยาและเอาแต่ใจ
ของนาง กลัวว่าสิ่งที่มีอยู่ในมือนั้นจะหายไป จึงวางแผนการชั่วร้ายให้ลูกของหลิวหรงไม่อาจลืมตาดูโลกได้!
ตอนที่ต้วนชิงหมิงยื่นหลักฐานเหล่านี้มาให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขารู้สึกขึ้นมาทันทีว่าดวงตาของนางสงบนิ่งจนไม่
เหมือนแววตาของเด็กสาว กลับเต็มไปด้วยสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจได้
“ท่านพ่อ สิ่งที่ท่านต้องการอยู่ที่นี่หมดแล้วเจ้าค่ะ เรื่องที่ชิงหมิงรับผิดชอบได้จัดการเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือก็
ขึ้นอยู่กับท่านพ่อแล้ว”
ชั่วพริบตานั้น เขากลับรู้สึกว่าดวงตาคู่นั้นของต้วนชิงหมิงคล้ายกับติงโหรว ช่างใสสะอาดจนมองไม่เห็นสิ่งที่แอบ
ซ่อนอยู่ ขอเพียงสบตาก็มิอาจถอนตัวออกมาได้!
ต้วนชิงหมิงกลับไปแล้ว เหลือปัญหาที่ยากจะแก้ไขมากว่าสิบปีให้กับต้วนเจิ้ง เขามองไปทางบุตรสาวที่จากไป
ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดกลับเป็นคำอธิบายที่นางยังไม่ได้ไขข้อสงสัยให้
วันนี้ชิงหมิงสงบนิ่งจนเขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ ทว่าการกระทำของนางทุกอย่างละม้ายต้องการสื่อว่ามีสิ่งที่
อยากจะพูดคุยกับเขา
ตอนนี้เขากำลังจะให้โอกาสนาง ได้แต่หวังว่าต้วนชิงหมิงจะให้คำตอบที่เขาต้องการได้
ในตอนที่ต้วนเจิ้งเดินเข้ามาในเรือนของต้วนชิงหมิง นางก็ได้หลับพักผ่อนไปแล้ว
เขายืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวเดินกลับไป แสงไฟในห้องของนางก็ส่องสว่าง จากนั้นเยวี่ยเจีย
ที่รับผิดชอบเฝั้าประตูในคืนนี้หันมาโค้งคำนับแสดงความเคารพ เอ่ยเสียงเบา “นายท่าน คุณหนูใหญ่ให้มาเชิญเจ้าค่ะ”
เมื่อต้วนเจิ้งเดินเข้ามาในห้อง เด็กสาวก็นั่งคอยเขาอยู่เงียบๆ
นางยิ้มน้อยๆ “ท่านพ่อ ดึกขนาดนี้แล้ว เหตุใดยังไม่พักผ่อนอีกเจ้าคะ?”
ต้วนเจิ้งยิ้มที่มุมปากทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากจะยิ้มออกมา เขาพูดเสียงเบา “เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ลำบากเจ้าไม่น้อย
เลย!”
“ไม่หรอกเจ้าค่ะ งานวันเกิดในวันนี้ ลูกมีความสุขมากเจ้าค่ะ”
จากนั้นครู่หนึ่ง นางก็พูดต่อไปอีกว่า “นี่เป็นงานวันเกิดครั้งแรกตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไป แม้จะติดขัดไปบ้าง แต่ชิงห
มิงก็ยังดีใจ”
ชายหนุ่มนิ่งงันไปทันที
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจสิ่งที่นางต้องการจะสื่อ นางกำลังบอกเขาให้รู้ว่าหลายปีมานี้ ชีวิตในจวนต้วนของนางเป็น
อย่างไร ทั้งยังบอกว่านางยังมีเรื่องที่ต้องการพูดคุย
เขาเข้าใจดี ถึงสิ่งที่นางต้องการจะพูดต่อ การแสดงออกของนางในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกคาดไม่ถึงเป็นอย่างยิ่ง
แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดกลับมากมายไปเสียหน่อย แต่ถึงแม้จะมากไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ต้วนเจิ้งยกยิ้มเล็กน้อย “เจ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาได้เต็มที่ พ่อรอฟังอยู่”
ต้วนชิงหมิงลุกขึ้นไปรินนํ้าชาให้บิดา จากนั้นเดินกลับไปนั่งที่เดิม เห็นได้ชัดว่าต้วนชิงหมิงเพิ่งจะตื่นจากการหลับ
ใหลจึงมีท่าทีเชื่องช้าไปบ้าง บนตัวของนางสวมชุดสีเหลือง คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนห่านอีกหนึ่งชั้น ภายใต้แสงไฟ รอย
ยิ้มและแววตาที่สดใสของนาง ทำให้เขาเหมือนได้เห็นติงโหรวอีกครั้ง
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ “ท่านพ่อกำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”
เขาพลันตื่นขึ้นจากภวังค์ “ไม่มีอะไร… พ่อแค่คิดถึงแม่ของเจ้าขึ้นมาเท่านั้น”