การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 221 เหยียนหลิ่งอวี๋ได้สติขึ้นแล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สีหน้าบูดบึ้ง “บ่าวอยากได้ชื่อที่หรูหราและมีชีวิตชีวามากกว่านี้เจ้าค่ะ!”
“คุณหนูลองฟังชื่อของพวกนางดู เยวี่ยเจีย… เจีย หมายถึง ต้นอ้อ’ และเปรียบได้กับ ‘ความคิดถึง’ ส่วน’ชิว
หนิง’ ก็เปรียบได้กับ ‘สงบสุขสันติภาพ’… คุณหนูไม่คิดว่าชื่อ ‘ฉ่าวเอ๋อร์’ จะธรรมดาเกินไปหรือเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา “ฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าผิดแล้ว การกระทำของแต่ละคนจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะชื่อหรอก ใน
ใจของข้านั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นหนึ่งไม่มีสอง ข้าเรียกเจ้าอยู่ทุกวันจนเคยชินไปแล้ว หากเจ้าเปลี่ยนชื่อจริง ข้ากลัวจะเรียก
เจ้าไม่ถนัดปาก!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ส่ายหน้าไปมา ไม่เปล่งวาจา
ด้านเยวี่ยเจียกลับเดินขึ้นไปหนึ่งก้าวพูดเสียงเบา “ที่จริงแล้วเยวี่ยเจียก็อยากเปลี่ยนชื่อเจ้าค่ะ เนื่องจากนายหญิง
คนก่อนมีนิสัยอารมณ์ร้อน หากมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็มักจะมาระบายอารมณ์กับพวกบ่าวรับใช้ นานวันเข้าทุกคนต่าง
ก็หวาดกลัวนาง อีกทั้งพี่ชายของนายหญิงคนก่อนก็เป็นพวกบ้ากาม พวกบ่าวรับใช้หลายต่อหลายคนต่างตกเป็นของเขา
จนหมด… จนมาถึงคราวของบ่าว ตอนนั้นจำได้ว่าได้หยิบเก้าอี้ทุบไปที่หัวของเขาอย่างแรง ไม่นานนายหญิงก็เรียกเยวี่ย
เจียไปด่าทอทุบตี แล้วขายบ่าวไปเจ้าค่ะ…”
นางหยุดเว้นจังหวะดวงตาละม้ายรำลึกความหลัง เอื้อนเอ่ยเสียงเครือ “ในตอนนั้นบ่าวไม่มีทั้งเงินและยารักษา
แผล คิดถึงแต่ความตายเพียงอย่างเดียว ทว่าฟั้าดินมีตาช่วยดลบันดาลให้คุณหนูต้วนชิงหมิงมาพบเจอบ่าว… ไม่ว่าจะ
เป็นบ่าว จวี๋เอ๋อร์หรือว่าชิวหนิงต่างก็มีชะตากรรมที่คล้ายคลึงกัน……”
นางหยุดชะงักอีกครั้งหันหน้าไปพูดกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “แต่เจ้าต่างหากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ถือว่าโชคดีกว่าพวกเรามากนัก
ขอเพียงนายหญิงดีต่อเจ้า ต่อให้จะชื่ออะไรข้าคิดว่าก็ไม่ได้สลักสำคัญแล้ว”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังที่เยวี่ยเจียพูดก็รู้สึกเขินอายจนหน้าแดง “ต่อไปข้าจะไม่รบเร้าเรื่องชื่อของข้าอีกแล้ว!”
นางหันไปจับมือของต้วนชิงหมิง “คุณหนูตอนนี้ดึกดื่นมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ พรุ่งนี้คุณหนูยังมี
งานใหญ่ที่ต้องทำ ไม่เหมือนกับฉ่าวเอ๋อร์นะเจ้าคะ……”
อีกฝั่ายเอื้อมมือขึ้นมาดีดที่หน้าผากของนาง เอ่ยอย่างตำหนิ “เจ้านั่นแหละ ต้องรักษาตัวให้หายโดยเร็ว เช่นนั้น
รีบพักผ่อนได้แล้ว! วันพรุ่งนี้ชิวหนิงจะไปเอายาจากพี่ชุนถาว ข้าเตรียมยาไว้สำหรับเจ้าด้วย!”
เอื้อนเอ่ยกระซิบกระซาบกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อีกสองประโยคแล้วเดินจากไป
เมื่อต้วนชิงหมิงกลับมาที่ห้อง เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ได้สติตื่นขึ้นแล้ว
ดวงตาคมยามเพิ่งฟืนมองไปรอบห้องด้วยความงุนงง ว่าเหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ได้!
เขาจำได้ว่าครั้งก่อนได้เจอคนสอดแนมที่มีวรยุทธ์สูงส่ง และฐานะสูงศักดิ์สะกดรอยไปที่วัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋า โดย
คนสอดแนมได้เข้ามาหมายจะแย่งข่าวกรองจากเขา จึงเกิดการต่อสู้ขึ้นจนได้รับบาดเจ็บ
ไม่นานกำลังเสริมของทั้งสองฝั่ายได้มาถึงที่เกิดเหตุ เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้กลับไปที่พักของเขา ทว่ากลับมาปรากฏ
ในห้องนี้ได้อย่างไร?
ทว่าเขาคุ้นเคยกับห้องนี้ดี นี่คือเรือนของต้วนชิงหมิง!
ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความสงสัย คิ้วโก่งเข้มค่อยๆ ขมวดมุ่น เหยียนหลิ่งอวี๋นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ถึงกับพูดไม่
ออก พลางถอนหายใจออกมายาวๆ เฮือกหนึ่ง จับไปที่แผลที่ถูกพันเป็นอย่างดี พลันแววตาเป็นประกายขึ้นมา… นี่เป็น
ฝีมือการพันแผลของต้วนชิงหมิงหรือ?
เขาได้แสร้งยิ้มออกมา ขอเพียงให้โอกาสจิ้งจอกน้อยสักครั้ง มันก็คงช่วยชีวิตของเขาไว้ได้
พลันได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างเป็นจังหวะ และเสียงพูดดังขึ้นที่ด้านนอกประตู “คุณหนู ตอนนี้เป็นยามซานเกิง
แล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ!”
พริบตาเดียวประตูก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างอรชรตัวน้อยเดินเนิบช้าเข้ามา
ภายในห้องมีแสงสลัวของเทียนที่ถูกจุดขึ้น นางมองเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์
ต้วนชิงหมิงเดินไปที่เตียงเพื่อดูสีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ ดูแล้วชุนถาวคงจะต้องเปลืองแรงไม่น้อยที่ทำให้ใบหน้า
เขียวคลํ้าของเขาจางหายไป เหลือเพียงใบหน้าซีดขาวภายใต้แสงไฟสลัว นางยกมือขึ้นอังหน้าผากของเด็กหนุ่ม กลับพบ
ว่าที่หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อไหลชุ่มโชก!
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็อ้าปากสั่งบ่าวรับใช้ “เยวี่ยเจียไปเอานํ้าใส่อ่างมาช่วยองค์ชายสามเช็ดเหงื่อ ข้าจะไปนอน
พักผ่อนแล้ว!”
กล่าวจบจึงเดินไปหยิบผ้าห่ม แล้วเดินตรงไปนอนที่ตั่ง
ตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงรู้ว่าตั่งตัวนี้เป็นของที่ติงโหรวเหลือไว้ให้ ทำให้นางมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจ ในเวลานี้
นางสัมผัสได้ว่าหากนอนอยู่บนตั่งนี้ เสมือนกับว่าได้อยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งวันนี้ รวมกับการได้พักผ่อนเพียงครู่เดียวก่อนที่ต้วนเจิ้งจะมา จึงทำให้ต้วนชิงหมิงไม่ได้
พักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อนางห่มผ้าล้มตัวลงนอน ประเดี๋ยวเดียวก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา!
ไม่นานเยวี่ยเจียก็ยกนํ้าอุ่นเข้ามา กำลังจะช่วยเช็ดตัวให้เหยียนหลิ่งอวี๋ ทว่าอีกฝั่ายกลับลืมตาขึ้นมาคว้าผ้ามาซับ
เองอย่างเร่งร้อน แล้วให้นางเอาออกไป
เยวี่ยเจียสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ฟืนได้สติแล้ว นางรู้กิตติศัพท์ขององค์ชายสามดี จึงรีบตอบรับและ
ถอยออกไป
ก่อนที่นางจะเดินออกไปกลับทำท่าละล้าละลัง สองจิตสองใจเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงหลับไปแล้ว คิดในใจว่าควรบอก
เรื่ององค์ชายสามฟืนแล้วดีหรือไม่
เหยียนหลิ่งอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย กดเสียงพูดให้ตํ่า “อย่ารบกวนนาง!”
เยวี่ยเจียทำได้เพียงก้มหน้ารับคำ! เหยียนหลิ่งอวี๋ขยับตัวขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปทั่วห้อง เห็นได้ชัดว่าภายใน
ห้องนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพียงแต่เขากลับรู้สึกมีบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม เมื่อหันหลังกลับมาก็พบว่าบนโต๊ะ
ของต้วนชิงหมิงมีของขวัญกองพะเนินที่ยังไม่ได้แกะ อาจเพราะวันนี้ยุ่งมากจึงยังไม่ทันได้จัดการ แล้วเอามากองรวมกัน
กระมัง!
เหยียนหลิ่งอวี๋ขมวดคิ้วถามเสียงแผ่วเบา “เมื่อวานนี้ ในเรือนของเจ้ามีงานมงคลอย่างนั้นหรือ?”
ตามหลักแล้วหากเป็นเรื่องมงคลในจวนต้วน ของขวัญเหล่านี้ก็ไม่น่าจะกองอยู่ที่ห้องของต้วนชิงหมิง อย่างนั้น
หมายความว่าเรื่องมงคลนี้จะต้องเกี่ยวกับต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอน
“เมื่อวานนี้เป็นงานวันเกิดของคุณหนูเจ้าค่ะ!”
ใจของเหยียนหลิ่งอวี๋เต้นแรงขึ้น ที่แท้เขาสลบไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเลยหรือ
จู่ ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปรอบห้องอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่ากลิ่นคาวเลือดในห้องไม่น่าจะเป็นของเขา เขาจึงถามขึ้น
มา “ในห้องนี้มีใครที่ได้รับบาดเจ็บอีกบ้างหรือไม่?”
งานวันเกิดของต้วนชิงหมิงจะต้องมีคนเข้าออกห้องนี้ไม่น้อย ผู้ชายทั้งคนอย่างเขาไม่มีทางที่จะซ่อนตัวได้มิด แม้ต้
วนชิงหมิงจะมีวิธีเอาตัวรอดไปได้ ทว่าตามนิสัยของต้วนเจิ้ง หากมาพบเข้าจะต้องไม่มีทางให้อภัยนางเป็นแน่ แสดงว่ามี
คนเข้ามารับโทษแทนอย่างนั้นหรือ?
เยวี่ยเจียมองเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ควรหรือไม่ควรบอกเขาดี!
หากนายหญิงยังไม่อนุญาต เรื่องบางเรื่องนางก็ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง!
เด็กหนุ่มมองปราดเดียวก็เข้าใจความกังวลของนาง สายตาจ้องมองแน่นิ่งไปที่อีกฝั่ายพูดขึ้นว่า “เจ้าคงรู้ชื่อเสียง
องค์ชายอย่างข้า ต่อให้เจ้าไม่พูดออกมา ข้าก็ต้องสืบให้กระจ่าง… ถ้าเจ้าบอกมาตอนนี้ แล้วพรุ่งนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้ามี
วิธีที่จะรับมือ เจ้าคงไม่อยากเห็นนายหญิงตื่นมาหน้านิ่วคิ้วขมวดเวลาเจอข้าใช่หรือไม่?”
เยวี่ยเจียถูกเหยียนหลิ่งอวี๋พูดหว่านล้อมไปจึงหันมามองต้วนชิงหมิงอีกครั้ง ก่อนตอบเสียงเบา “เรียนองค์ชาย
สาม เมื่อวานนี้เป็นงานครบรอบวันเกิดสิบปีของคุณหนูเจ้าค่ะ!”
ตอนนี้ข้างนอกมีเสียงของชิวหนิงที่ยืนเฝั้าประตูอยู่ด้านนอกลอดเข้ามา นางจ้องไปที่เยวี่ยเจีย “เยวี่ยเจีย เรื่องนี้
เกี่ยวพันกับองค์ชายสาม เจ้าควรจดจำให้ขึ้นใจว่า คุณหนูต้องโกรธองค์ชายสามที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ถึง
ตอนนั้นอย่าพูดให้องค์ชายสามดูไม่ดีล่ะ!”
เยวี่ยเจียหยักหน้าเป็นการตอบรับก่อนจะพูดขึ้น “องค์ชายสาม……ในฐานะบ่าว เป็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งไม่ควรที่จะ
บอกเรื่องคุณหนูให้กับคนนอกได้ทราบ อย่างไรเสียเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงองค์ชายสาม ดังนั้นรอให้ถึงพรุ่งนี้ตอนเช้าบ่าวจึง
ค่อยขอเล่าให้ฟัง ถึงตอนนั้นบ่าวค่อยขอรับโทษจากคุณหนู ขอเพียงเมื่อองค์ชายสามได้ฟังแล้ว อย่าได้เก็บเอาเรื่องนี้มา
เป็นอารมณ์ก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ!”