การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 23 หมากของเสิ่นกุ้ยเฟย
เสิ่นกุ้ยเฟยก็แค่กุ้ยเฟยยังมีไทเฮาและฮองเฮาอีกชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงก็พอจะได้ยินมาบ้างว่าวังหลังมีแต่ความ
ระแวงระวังไม่เชื่อใจกันยิ่งไปกว่านั้นนางยังรู้ว่าเรื่องในวันนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็ก พูดง่ายๆคือสามารถทำเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก
และทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ได้เพราะคุณหนูในห้องนี้ไม่ใช่ธรรมดาสักคน หากไทเฮาและฮองเฮาหาโอกาสแก้แค้นคิดลง
โทษเสิ่นกุ้ยเฟยแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะพูดเก่งแค่ไหน อย่างไรก็คงไม่รอดทว่ามีเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยนางให้รอดพ้นได้ไม่
ว่าเรื่องอะไรก็จะไม่มีใครกล้าขัดยิ่งไปกว่านั้นนางเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าตอนนี้คนคนนั้นนั่งอยู่ข้างเสิ่นกุ้ยเฟยแน่นอน
เมื่อคิดถึงคนผู้นั้นต้วนชิงหมิงก็พลันตกใจขึ้นมา
นางเข้าใจแล้วว่าเหตุผลแท้จริงที่เสิ่นกุ้ยเฟยเล่นจัดงานเลี้ยงวันนี้แล้วนำคุณหนูทั้งหลายมารวมไว้ที่เดียวกันแล้ว
ทดสอบโดยใช้ไหวพริบปฏิภาณใครที่ทำได้เข้าตานางหลังจากนี้คงได้เจออะไรที่แตกต่างจากคนอื่น
โดยปีหน้าเมื่อเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิก็จะถึงเวลาเลือกนางกำนัลในรอบสามปีแล้วทำไมนางจะไม่ใช้งานในวันนี้เพื่อ
ค้นหาคนที่มีความสามารถ? ถ้าใครได้รับความสนใจจากฮ่องเต้ถูกเรียกตัวเข้าวังรวมทั้งมีการผลักดันจากเสิ่นกุ้ยเฟยเช่น
นั้นชีวิตจะรํ่ารวยสุขสบายอย่างน้อยสำหรับหญิงสาวที่ยังเยาว์วัยจะมีคนพึ่งพาได้ในวังสุดท้ายจะกลายเป็นหมากตัวหนึ่ง
ของเสิ่นกุ้ยเฟยโดยปริยาย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ในใจของต้วนชิงหมิงเย็นเยียบขึ้นมาเสิ่นกุ้ยเฟยผู้นี้คิดแผนการอย่างแยบยล ที่แท้เพื่อหาหมากให้
ตัวเอง? เช่นนั้นแต่ละก้าวต่อไปหลังจากนี้นางจะต้องระวังให้มากไม่สามารถทำตัวเด่นหรืออ่อนแอจนผิดสังเกต
เล่ห์เหลี่ยมของเด็กสาวคงไม่สามารถตบตาเสิ่นกุ้ยเฟยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในวังหลังได้!
ส่วนซือหลัวนั้นน่าจะออกมาจากในวังดังนั้นนางไม่เพียงแต่ไม่ลนลาน กลับยังมีท่าทางที่มั่นใจ
พริบตาเดียวต้วนชิงหมิงจับมือเชวียหนิงหรานไว้แน่นรู้สึกว่านิสัยของเชวียหนิงหรานคล้ายกับนางแม้ท่าทางจะไม่
คล้ายกับคนที่อยู่ในวังมาก่อน แต่อย่างไรเสียนางก็ต้องระวังไว้ด้วย
คุณหนูทั้งหลายที่อยู่ในห้องต่างด่าทอด้วยความโกรธตอนที่ร้องไห้นั้น ด้านนอกมีชายหนุ่มคนหนึ่งยื่นอายุราวสิบ
สามปีผมยาวถึงเอวถูกมัดไว้ เมื่อดึงผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นหน้าตาที่หล่อเหลาใต้คิ้วคู่นั้นมีดวงตาสีนํ้าเงินให้ความ
รู้สึกหนาวเหน็บทว่างดงามจนไม่อาจละสายตาได้จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงระเรื่อ ท่าทางที่สง่างามทำให้คนทั้งเมือง
ต่างลุ่มหลง
ท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วงที่อวลไปด้วยสายหมอกทั่วทิศเสื้อคลุมสีขาวพลิ้วไหวไปตามลมเหมือนเทพเซียนลงมาจุติ
สูงส่งเย็นชาไม่รู้ว่าเป็นเทพเซียนหรือปีศาจ สายตาของเขาเย็นเฉียบไม่เหมือนกับมนุษย์โลกเพียงปรายตามองไปที่ไหนก็
แทบทำให้พื้นที่จับตัวเป็นนํ้าแข็งไปหมด
ชายคนนั้นในเวลานี้มองไปที่ควันที่ลอยเข้าไปเต็มห้องใบหน้าที่หล่อเหลากลับมีรอยยิ้มที่เชือดเฉือนเยือกเย็น
“พวกเจ้าฟังข้าให้ดี คำพูดด้านในต้องจดออกมาอย่าให้ขาดหายแม้แต่คำเดียวได้ยินหรือไม่?”
ข่าวรับใช้ตอบรับเสียงเบาข่าวรับใช้อีกจำนวนหนึ่งใช้พัดช่วยกันพัดฟางที่ไหม้ให้ควันเข้าไปในห้องจากด้านนอก
พัดไปถามไป “องค์ชายสาม ได้หรือยังขอรับ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋หรือที่ถูกเรียกว่า ‘องค์ชายสาม’ มองเข้าไปในห้องที่มีเสียงร้องระงมพูดอย่างเย็นชา “ข้าให้เจ้า
หยุดแล้วหรือ?”
ข่าวรับใช้ที่อยู่ด้านหลังไม่ได้พูดอะไรอีกส่วนคนที่กำลังพัดอยู่ทำได้เพียงใช้แรงพัดให้มากขึ้นกลัวว่าจะใช้แรงไม่พอ
และโดนองค์ชายด่าว่า!
เหยียนหลิงรุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังของเหยียนหลิงอวี๋มองไปยังห้องนั้นด้วยสายตาที่จนปัญญา
ข่าวรับใช้เหล่านี้พัดอย่างสุดกำลังบางส่วนก็เพิ่มฟางทำให้ควันลอยเข้าไปเต็มห้อง เสียงไอในห้องดังเหมือนจะ
ขาดใจเหยียนหลิงรุ่ยพูดอย่างเป็นกังวลว่า “น้องสามพี่ว่าพอสมควรแล้ว… เจ้าต้องจำไว้ว่าคุณหนูเหล่านี้เป็นตระกูลผู้ดี
ในเมืองหลวงหากทำอะไรเกินไป ข้าว่าจะรายงานต่อฝั่าบาทกับกุ้ยเฟยได้ลำบาก!”
เหยียนหลิงรุ่ยปีนี้อายุราวสิบห้าความหล่อเหลาของเขาแตกต่างจากเหยียนหลิ่งอวี๋ เขามีความสง่างาม สุภาพ
อ่อนโยนและท่าทางที่ไม่เหมือนผู้ใด ใบหน้าของเขาคล้ายคลึงกับเสิ่นกุ้ยเฟยอย่างมากคิ้วดกดำ ดวงตาลึก จมูกโด่งเป็น
สัน ความเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวยามเมื่ออยู่ที่ตลาดน่าวซื่อก็ยังเป็นที่จับตามองของคนทั่วไป
แต่เหยียนหลิงอวี๋ไม่ค่อยลงรอยกับเหยียนหลิงรุ่ยเมื่อได้ยินคำพูดแทรกมาเขาจึงหัวเราะเย็นชา “ไม่เสียแรงที่พี่
รองเป็นแบบอย่างที่ดีแค่นี้ก็เห็นใจพวกนางแล้ว? หรือจะเข้าไปช่วยเปิดประตูให้พวกนางออกมาจากนั้นกลับไปบอกเสด็จ
แม่ว่าท่านเป็นวีรบุรุษช่วยหญิงงาม?”
คำพูดเหยียนหลิงอวี๋เสียดสีอย่างมากเหยียนหลิงรุ่ยได้ฟังก็โกรธเคืองเดือดดาล แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลานั้น
เขาได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจจากนั้นหัวเราะเยาะ “ข้าเกือบลืมไปเรื่องนี้ท่านแม่ให้เจ้าเป็นคนจัดการ เช่นนั้นข้าจะไม่
ทำให้น้องสามเสียเวลาข้าจะรีบไปหาเสด็จแม่ก่อน!”
พูดจบพลันหันหลังกลับไปทันที!
เหยียนหลิงอวี๋มองตามหลังของเหยียนหลิงรุ่ยพลางขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เหอะ! อย่าคิดว่าเสิ่นกุ้ยเฟย
วางแผนการอะไรแล้วข้าจะไม่รู้ลูกของนางอย่างไรก็เป็นคนดีเสมอ ไม่ว่าจะล่วงเกินใคร……ก็มีแต่ข้าตั้งแต่เล็กจนโตต้อง
คอยมารับแทนเจ้าตลอด!
เสียงภายในห้องค่อยๆเงียบลง เหยียนหลิงอวี๋พลันได้ยินประโยคหนึ่งพูดออกมา “ทุกคนย่อตัวลงที่พื้น ใช้ผ้าปิด
จมูก รีบเอาหน้าฟุบลงไปกับพื้น!” เสียงนั้นเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน คล้ายเสียงของหญิงสาวที่อ่อนโยนทว่านํ้า
เสียงกลับไม่มีความสะทกสะท้าน ทำให้คนที่ฟังยากจะลืมได้
เหยียนหลิงอวี๋หรี่ตาลงเล็กน้อย……ใครที่กำลังพูดอยู่?
ในห้องที่เต็มไปด้วยคุณหนูที่กำลังร้องห่มร้องไห้กลับมีคนที่ไม่สะทกสะท้านเช่นนี้ด้วยหรือ ทั้งยังสอนให้ทุกคนทำ
ตาม? พูดได้ว่าคุณหนูผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียจริง!
เหยียนหลิงอวี๋รู้สึกว่างานที่แสนน่าเบื่อนี้กลับสนุกขึ้นมาแล้วเขาเชื่อว่าอีกไม่นานคุณหนูผู้นี้จะต้องออกมาเป็นคน
แรก!
แม้ว่าคุณหนูที่ออกมาได้คนแรกชะตาชีวิตนางจะต้องหนีไม่พ้นกลายเป็นหมากตัวต่อไปของเสิ่นกุ้ยเฟยแต่เหยียน
หลิงอวี๋ก็อยากรู้จริงๆ ว่าจะเป็นใคร!
เหยียนหลิงอวี้โบกมือเบาๆ “พอได้แล้ว หยุดพัด”
คำพูดเหยียนหลิงอวี๋ที่สั่งให้หยุดพัดนั้น บ่าวรับใช้ทุกคนในตำหนักติ้งกั๋วกงต่างมองหน้าช่วยบีบนวดแขนที่ปวด
เมื่อยให้กันและกัน องค์ชายท่านนี้ยอมให้พวกเราหยุดพัดแล้วนั้นหมายถึงยอมปล่อยพวกเขาแล้ว……ฮือๆติดตามรับใช้
งานองค์ชายสามช่างเป็นงานที่ลำบากเสียจริงนับจากนี้ไปพวกเขาจะไม่ยอมจะทำงานที่ลำบากเช่นนี้อีกแล้ว!
เหยียนหลิงอวี๋สั่งให้บ่าวรับใช้เอาฟางออกมาจากนั้นเดินไปอีกฝังของห้อง
ถ้าเป็นไปตามที่ต้วนชิงหมิงคาดการณ์ในห้องนี้จะต้องมีกลไกบางอย่างถ้าใครสามารถปลดกลไกและออกไปเป็น
คนแรกคงได้รับการเอ็นดูจากเสิ่นกุ้ยเฟยแต่สำหรับเหยียนหลิงอวี๋ที่คุ้นเคยกับนิสัยของเสิ่นกุ้ยเฟยเป็นอย่างดีทราบว่าสิ่ง
ที่เรียกว่าความเอ็นดูไม่ว่ากับใครจะต้องไม่ใช่แค่เรื่องนี้เป็นแน่…ก็แค่นั้น!
เหอะๆเชื่อว่าความจริงเบื้องหลังเหล่านี้คุณหนูทั้งหลายที่ไออย่างทรมานในห้องนั้นจะไม่มีวันได้รู้!