การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 24 ต้วนชิงหมิงอยู่ที่หก
คุณหนูทั้งหลายต่างไม่รู้เลยว่าการทดสอบในวันนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันหรือการล้อเล่นแต่เป็นบททดสอบใหญ่ครั้ง
แรกที่เมื่อสิ้นสุดงานเลี้ยงที่ยากจะลืมนี้พวกนางจะกลายเป็นแขกประจำจนได้ชื่อว่าเป็นคนสนิทของเสิ่นกุ้ยเฟยและเมื่อ
ถึงวันนั้นพวกนางจะกลายเป็นหมากก้าวแรกของเสิ่นกุ้ยเฟย
ส่วนเหยียนหลิงอวี๋รู้นิสัยของเสิ่นกุ้ยเฟยเป็นอย่างดีเขารู้ว่าถ้าใครกลายเป็นหมากของนางแล้วก็จะไม่มีโอกาส
เปลี่ยนแปลงได้อีกพูดได้ว่าต่อให้ตายไปเป็นศพก็ยังคงเป็นหมากตัวหนึ่งของนางอยู่ดี
สายตาที่เย็นชาของเหยียนหลิงอวี๋มองไปยังคุณหนูที่บอบบางเหล่านั้นพลางเบะปากสั่งการให้บ่าวรับใช้ตำหนักติ้ง
กั๋วกงไปรอที่ทางออกไม่ว่าใครออกมาเป็นคนแรกจะต้องปรนนิบัติให้ดี
ในความมืดมิดภายในห้องเต็มไปด้วยควัน คุณหนูเหล่านั้นต่างหมอบอยู่ที่พื้นใช้ผ้าปิดจมูกหายใจอย่างยากลำบาก
ต้วนชิงหมิงคลานนำไปด้านหน้าไม่นานก็จับถูกมือและขาของพวกนาง มีคนพูดด่าด้วยความโกรธขึ้นมา “เจ้าเป็นใคร
ไม่มีตาดูหรือว่าเจ้ากำลังคลำอะไรอยู่?”
“จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามาแตะตัวข้า!”
……
ต้วนชิงหมิงรีบพูดเสียงเบา “ขอโทษด้วยๆ ของข้าหล่นหายกำลังหาอยู่!”
มีคนแอบเอาเท้าถีบไปที่นางพูดโกรธๆ “หาของอะไร ใกล้จะตายอยู่แล้ว ยังมัวแต่สนใจของนอกกายอีก?”
ต้วนชิงหมิงเบะปากในความมืดทว่าไม่พูดอะไรออกมา นางคลานต่อไปข้างหน้าที่มีกลุ่มควันหนาทึบและคุณหนูที่
ไออย่างรุนแรงต้วนชิงหมิงใช้มืออีกข้างบีบจมูก ในที่สุดก็จับแท่นบูชาจนเจอนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนางเข้าห้องมาจึงต้อง
มองทิศทางเวลานี้แม้จะเปลืองแรงไปบ้างแต่ก็ถือว่าหาทางได้ถูกต้อง!
แท่นบูชาทั้งสี่ทิศไม่มีใครเข้าใกล้ดูจากปีที่เคารพและของที่ถวาย เทพเจ้าคงไม่อาจคุ้มครองได้ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้
ทุกคนต่างคลุ้มคลั่ง ถ้าเกิดทำอะไรไม่ถูกท่านเทพอาจโกรธได้แม้จะโกลาหลอยู่แต่ทุกคนต่างอยู่ห่างจากแท่นบูชา
ต้วนชิงหมิงมาถึงด้านข้างของแท่นบูชาโดยให้ซือหลัวและเชวียหนิงหรานยืนพิงให้ดีส่วนนางยื่นมือไปคลำทั้งสี่
ด้าน แต่แท่นบูชาด้านล่างกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอิฐนั้นล้วนแต่ทำอย่างแข็งแรงไม่มีที่ท่าจะขยับหมุนได้เลย!
ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ครู่จึงหันไปมองคลำที่ฐานด้านบนของแท่นบูชา
เจ้าแม่กวนอิมที่มีเมตตามือด้านหนึ่งทรงธรรมจักร อีกมือถือแจกันบรรจุนํ้าทิพย์และกิ่งหลิว… ไม่ต่างกับเจ้าแม่
กวนอิมองค์อื่นๆ
ต้วนชิงหมิงค่อยๆคลำต่อไป แต่ก็ไม่พบไม่พบอะไรที่ผิดปกติ
อากาศในปอดที่ใกล้จะหมดนางจึงรีบฟุบลงมาจมูกเกือบติดพื้นถึงจะสูดอากาศที่มีควันผสมอยู่เพียงน้อยนิด
ผ่านไปครู่เดียวนางจึงลุกขึ้นมาคลำไปที่เจ้าแม่กวนอิมไปทั่วอีกครั้งจู่ๆ ก็คลำไปเจอมือเล็กๆ อีกฝั่ายตกใจถาม
เสียงทุ้มตํ่า “เจ้าเป็นใคร?”
ต้วนชิงหมิงกลับไม่ตอบเสียงตํ่านั้นจึงพูดว่า “ทุกคนใกล้จะไม่ไหวแล้วรีบหาเสียว่ามีทางไหนจะออกไปได้!”
คุณหนูผู้นั้นบ่นพึมพำเสียงค่อนข้างเบา “ข้าคลำหมดทั้งสี่ด้านแล้วก็หาไม่เจอ”
ต้วนชิงหมิงพูด “ควันหนาไปหมด อย่างนั้นเจ้ากับข้ามาสลับที่กันเจ้าคลำเจออะไรที่สามารถขยับได้ไหม?”
สองคนนั้นพูดเสียงเบาที่สุดท่ามกลางเสียงการสาปแช่งต่อว่าในเสียงไอที่รุนแรงคุณหนูผู้นั้นได้ยินจึงพูดเสียงเบา
“แจกัน…ในมือของเจ้าแม่กวนอิม”
ต้วนชิงหมิงหัวใจพองฟูขึ้นมาด้วยความดีใจ “ต้องเป็นที่นั่นเป็นแน่”
พูดเสร็จจึงหันไปทางตำแหน่งที่แจกันตั้งอยู่แจกันนั้นสามารถหมุนได้ตามคาด นางออกแรงดึง ไม่นานแท่นหิน
บูชาก็ขยับออกปรากฏว่ามีประตูบานหนึ่งเปิดออกอย่างเงียบๆพลันมีลมบริสุทธิ์พัดเข้ามาจากด้านหลังประตู เมื่อต้วนชิง
หมิงสูดอากาศเข้าไป ไม่มีกลิ่นควันปลอมปนเข้าไปใช่แล้ว! อากาศบริสุทธิ์เช่นนี้พิสูจน์ได้ว่าเป็นทางออกไปสู่ข้างนอก
เมื่อเห็นทางออกเปิดขึ้นซือหลัวที่อยู่ด้านล่างร้องดีใจด้วยความลืมตัวขึ้นมา “ชิงหมิง เจ้าดูสิ…”
ไม่รู้ว่าอีกฝังเป็นที่ไหนกลับมีแสงที่คลุมเครือกะพริบออกมาจากนั้นแสงก็ได้ลอดผ่านเข้ามาในห้อง แม้แสงดู
คลุมเครือไม่สว่างแต่สำหรับห้องที่มืดมิดเช่นนี้ ก็สามารถเห็นว่าประตูอีกฝังมีแสง!
ที่แท้ประตูนี้อยู่ด้านล่างขององค์เจ้าแม่กวนอิมกลไกคือขวดแจกันในพระหัตถ์นั่นเอง!
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจออกมาเบาๆพลางทิ้งตัวนั่งแผ่ลงไปกับพื้น เสียงร้องของซือหลัวทำให้คุณหนูในห้องหันมา
มองมีคนที่กำลังไอถามขึ้นมาว่า “หาประตูเจอแล้วหรือพวกเราก็ออกไปได้แล้วใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงออกแรงบีบซือหลัวนางจึงรีบพูดแก้ไปว่า “ข้าพูดว่าต้วนชิงหมิง…เจ้ามาเหยียบเท้าข้าแล้ว” หลังจาก
ที่เสียงพูดจบลงก็ไม่มีเสียงใครพูดออกมาอีกเลย
คุณหนูผู้นั้นครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงพูด “เจ้าเป็นคนพบก่อน เจ้าออกไปก่อนแล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงส่ายหัว “ไม่ ขาของข้าได้รับบาดเจ็บ อย่างนั้นเจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าจะตามหลังเจ้าไป!”
คุณหนูผู้นั้นได้ยินแล้วตอบกลับมาเสียงเบา “ได้ เช่นนั้นข้าจะออกไปรอรับพวกเจ้าด้านนอก…”
เมื่อพูดจบคุณหนูผู้นั้นก็ใช้ดินขว้างออกไปที่ประตูเล็ก จากนั้นค่อยเดินออกไป
ซือหลัวและเชวียหนิงหรานเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงให้คุณหนูผู้นั้นไปก่อนจึงรีบดึงมือต้วนชิงหมิงอย่างรีบร้อน ความ
หมายคือทำไมไม่เป็นพวกเราที่ออกไปก่อน? จะเอาโอกาสแบบนี้ให้คนอื่นทำไม?
ต้วนชิงหมิงพูดเสียงเบา “พวกเจ้าเชื่อข้าหรือไม่?”
พวกนางจับมือต้วนชิงหมิงไว้แน่นความรู้สึกนั้นแสดงถึงความเชื่อใจ “เช่นนั้นให้พวกนางออกไปก่อนพวกเราค่อย
ตามหลังออกไป”
พูดไปก็ไอออกมาอย่างรุนแรง
ซือหลัวร้อนรนจนใจจะขาดคนในห้องนี้สำลักควันจนจะเป็นลมหมดแล้ว แต่ต้วนชิงหมิงก็ยังยอมให้คนอื่นไปก่อน
พวกนางไม่เข้าใจในจุดนี้
ต้วนชิงหมิงค่อยๆลากคนที่อยู่ใกล้ที่สุดเอามือปิดปาก ให้เดินไปที่ทางออกทำเช่นนี้จนออกไปคนที่สามและสี่ นาง
จึงลากซือหลัวให้ออกไปได้แล้วค่อยเป็นเชวียหนิงหรานต่อเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงอยู่ด้านหลังจึงเกิดความเป็นห่วงเหมือน
อยากจะพูดอะไร “รีบออกไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” ต้วนชิงหมิงขัดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เชวียหนิงหรานพยักหน้าตอบรับจากนั้นเดินออกมาจากประตูเล็กบานนั้น
เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานออกไปแล้วนางที่ตามหลังอยู่นั้นสูดลมหายใจ พูดเสียงดัง “ทุกคนฟังข้าตรงนี้มีประตู
ทางออก ตอนนี้ขอให้ทุกคนตามข้าออกมาทีละคน”
เมื่อได้ยินเสียงของต้วนชิงหมิงคุณหนูเหล่านั้นแต่ละคนวิ่งทะลักออกมา พูดด้วยเสียงรีบร้อนเป็นที่สุด “ให้ข้าออก
ไปก่อน หลีกไปๆ”
“ให้ข้าไปก่อนๆ ถ้าเจ้ามาแย่งข้า ข้าจะให้ท่านพ่อฆ่าเจ้า”
“ข้าทนไม่ไหวแล้ว ให้ข้าออกไปๆ”
……
ท่ามกลางความวุ่นวายของคุณหนูนางจึงถือโอกาสรีบออกจากประตูเล็กนั้น จากนั้นจึงรีบปีนขึ้นไปปากทางออก
ทางออกนั้นมีคุณหนูหกคนรวมซือหลัวเชวียหนิงหราน เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงออกมา ทั้งสองคนรีบเข้าไปช่วยนาง
ขึ้นมา
ในเวลานี้อยู่ๆก็มีมือหนึ่งตบเบาๆ ตรงไหล่ของต้วนชิงหมิงนางจึงหันหลังกลับไปดูก็พบคุณหนูที่สายตายังคงสดใส
แต่เสื้อผ้ากลับเปรอะเปือนนิดหน่อย
คุณหนูผู้นั้นมองต้วนชิงหมิงพูดเสียงเบา “ขอบคุณเจ้า”
ต้วนชิงหมิงขยับริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยพูดเสียงเบาตอบ “เช่นกัน”
เชวียหนิงหรานจับมือต้วนชิงหมิงไว้ตลอดเมื่อเห็นหน้านางที่เปือนฝุั่น เสื้อผ้าสีขาวเปรอะไปด้วยสีดำส่วนหนึ่งสี
เหลืองส่วนหนึ่ง อดพูดอย่างสงสารไม่ได้ “ชิงหมิงเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไหม?” ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ ยังไม่ทันได้พูดอะไร
ซือหลัวก็รีบวิ่งเข้ามาจับมือนางอย่างเร็ว
“ชิงหมิง ข้าเป็นห่วงเจ้าจะตายอยู่แล้ว ทำไมให้พวกเราออกมาก่อน ส่วนเจ้า……”