การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 232 เนี่ยไฉ่เยวี่ยถูกตาต้องใจหลิวยวนตั้งแต่แรกพบ
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 232 เนี่ยไฉ่เยวี่ยถูกตาต้องใจหลิวยวนตั้งแต่แรกพบ
ชิวหนิงกับเยวี่ยเจี่ยเป็นบ่าวรับใช้คนสำคัญที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจคัดเลือกและฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แม้แต่แม่นมหนิงก็
เข้มงวดกับพวกนางเป็นพิเศษ พูดได้ว่าในเรือนหนิงซูย่วนบ่าวรับใช้ทั้งสองสามารถรับมือดูแลได้ทั้งหมด ฉะนั้นไม่ว่าจะให้
ชิวหนิงทำเรื่องใด ต้วนชิงหมิงมักจะไว้ใจเป็นที่สุด ชิวหนิงจึงพาเชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ยมาที่นี่… ทว่าตอนนี้สิ่งที่
นางอยากรู้มากที่สุดก็คือ องค์ชายสามเป็นอย่างไรบ้าง
ด้วยไหวพริบของชิวหนิงครั้งนี้นับเป็นการช่วยเหลือคุณหนูใหญ่โดยตรง สหายทั้งสองของนางจึงไม่รับรู้การมีตัว
ตนอยู่ขององค์ชายสาม
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็พลันโล่งใจ อันที่จริงมีชิวหนิงอยู่ก็ทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นไม่น้อย
ครั้นเชวียหนิงหรานเห็นต้วนชิงหมิงตำหนิชิวหนิงก็หัวเราะชอบใจ “เอาล่ะ ชิงหมิง เจ้าอย่าได้โทษนางเลย เป็นข้า
กับไฉ่เยวี่ยที่เป็นคนมาหาเจ้า ไม่เกี่ยวอันใดกับชิวหนิง!”
ระหว่างที่เชวียหนิงหรานพูดไปก็เข้ามาตบไหล่ต้วนชิงหมิงอย่างเบามือ เอ่ยถามขึ้นเสียงเบา “เมื่อวานนี้ไม่มีเรื่อง
ใดเกิดขึ้นใช่หรือไม่”
เด็กสาวส่ายหน้าไปมาเนิบช้า “ไม่มีเรื่องอะไร……มีเพียงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น!”
อีกฝั่ายทราบดีว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นห่วงเป็นใยเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มากที่สุด จึงอ้าปากถามอย่างแปลกใจ “นางบาด
เจ็บหรือ บาดเจ็บได้อย่างไร?”
นางฝืนยิ้มเจื่อนๆ “เรื่องนี้ค่อนข้างยาวอีกประเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟัง ก่อนอื่นขอแนะนำให้พวกเจ้ารู้จักเสียก่อน…
ท่านนี้คือคุณชายหลิว พี่เชวียรู้จักมาก่อนอยู่แล้ว!”
หลิวยวนมองพวกนางอยู่ในศาลาที่อยู่ห่างออกไปโดยไม่ได้เดินมาหา เมื่อเห็นทั้งหญิงสาวทั้งสามคนพูดคุยกัน
อย่างออกรสออกชาติก็อดรู้สึกอิจฉาในมิตรภาพที่พวกนางมีให้กันไม่ได้ เขาก้าวเดินออกมาหา พลางเผยยิ้มให้กับพวก
นาง!
เชวียหนิงหรานได้แต่อมยิ้ม “คารวะคุณชายหลิว!”
หลิวยวนรู้ว่าเชวียหนิงหรานและต้วนชิงหมิงเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันจึงยิ้มทักทาย “คารวะคุณหนูรองเชวีย!”
ในวันนี้หลิวยวนสวมชุดสีนํ้าเงินอ่อนอยู่ด้านใน ด้านนอกเป็นเสื้อคลุมสีนํ้าเงินเข้มและด้วยอายุที่มากกว่าทั้งสาม
คน เขาจึงสูงกว่าพวกนาง พื้นหิมะขาวบริสุทธิ์สะท้อนให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาจริงใจ ผ่านสายตาและรอยยิ้มที่อ่อนโยน
แววตาที่สดใสวิบวับราวกับแสงแดดสะท้อนหิมะ ริมฝีปากชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ แม้ใบหน้าจะดูอ่อนหวานทว่า
กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนหญิงสาว โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่ดูแล้วเผยให้เห็นถึงความฉลาดเฉลียวที่แฝงไว้กับความ
ทระนงตัว เมื่อได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลานั้น ยิ่งทำให้คนมองหน้าแดงขึ้นมา
เชวียหนิงหรานรู้จักหลิวยวนตั้งแต่ที่เขามาพักอาศัยอยู่ที่จวนต้วนก่อนหน้านี้แล้ว แม้ฐานะเขาจะเปลี่ยนไป แต่ก็
ไม่ได้ดูถือตัวแม้แต่น้อย นางหันไปมองหลิวยวนด้วยรอยยิ้มพร้อมกับแววตาที่เปล่งประกาย “คุณชายหลิวคงไม่ได้มาเพื่อ
ส่งของขวัญวันเกิดให้น้องชิงหมิงอย่างเดียวกระมัง?”
เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มน้อยๆ “ย่อมมาเพื่อเรื่องนี้แน่นอน เนื่องจากเมื่อวานมีธุระติดพันจึงไม่อาจมาแสดงความยินดี
ได้ วันนี้จึงมาเพื่อส่งของขวัญให้น้องชิงหมิงด้วยตัวเอง!”
ต้วนชิงหมิงกล่าวขึ้น “วันเกิดชิงหมิงมีทุกปี ไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องยาก ถ้าปีนี้พลาดไปปีหน้าก็ยังมาได้
คุณชายหลิวไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้หรอก”
“ข้าเห็นด้วยกับคุณชายหลิว งานเลี้ยงวันเกิดครบรอบสิบปีเป็นงานใหญ่สำหรับหญิงสาว เมื่ออายุมากกว่าสิบปี
ขึ้นไป ชิงหมิงก็สามารถออกเรือนได้แล้ว หากคุณชายหลิวไม่รีบคว้านางไว้ เกรงว่าคนอื่นจะมาแย่งไปก่อน!” เชวียหนิง
หรานพูดจบก็ยกมือขึ้นปั้องปากหัวเราะ
นางพูดจนจบโดยไม่ได้สนใจสายตามองค้อนของต้วนชิงหมิง พลางหัวเราะอย่างสนุกสนานไม่หยุด พูดต่อไปว่า
“ข้าอดคิดไม่ได้ว่า คุณชายหลิวช่างตั้งใจเสียจริง ตั้งใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว!”
หลิวยวนลอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิง ใบหน้าของเขามีแดงระเรื่อขึ้นมาบ้าง “คุณหนูรองเชวียชอบพูดเล่นเสีย
จริง!”
เด็กสาวละลํ่าละลักพูดแทรก “พี่เชวียหนิงหรานคงกลัวว่ายังมีเรื่องวุ่นวายไม่พอกระมัง! ข้ากับคุณชายหลิวเป็นพี่
น้องที่ดีต่อกัน ไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นเสียหน่อย หากเรื่องนี้ถูกพูดออกไป ชื่อเสียงของชิงหมิงคงจะเสื่อมเสียอยู่ไม่น้อย!” `
เชวียหนิงหรานมองอย่างล้อเลียน ทว่าปากกลับรีบขอโทษขอโพย พลางหันไปจับมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยให้หันไปมองหลิว
ยวนพร้อมกับแนะนำว่า “ท่านนี้คือคุณหนูสามจวนเนี่ย!”
“พี่เนี่ย ท่านนี้คือคุณชายหลิว แห่งจวนเซียง!”
หลิวยวนนั้นไม่คุ้นเคยกับคุณหนูในเมืองหลวง จึงไม่เคยพบเจอเนี่ยไฉ่เยวี่ยมาก่อน เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วยก
ยิ้มขึ้น “คารวะคุณหนูสามจวนเนี่ย”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจ้องมองใบหน้าหล่อเหลางดงามของหลิวยวนด้วยแววตาเปล่งประกาย ด้วยใบหน้าเก้อเขิน “ไฉ่เยวี่ย
คารวะคุณชายหลิว!”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกประหลาดใจ เมื่อได้ยินนํ้าเสียงของเนี่ยไฉ่เยวี่ยพูด เพราะเป็นที่รู้กันว่าชื่อของหญิงสาวเป็นสิ่งที่
เลอค่าที่สุด แต่เมื่อครู่ที่เชวียหนิงหรานแนะนำตัวพูดเพียง ‘พี่เนี่ย’ โดยไม่ได้พูดชื่อเต็มออกมา ทางด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับ
ไม่ได้ติดใจในชื่อที่หลิวยวนเรียกขานนางแม้แต่น้อย
ความประหลาดใจนี้ปรากฏขึ้นในความคิดของต้วนชิงหมิงเพียงครู่เดียวก็หายวับไป นางคิดว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยผู้นี้ไม่
ค่อยได้พบเจอผู้คนหรืออย่างไร จึงไม่ทราบว่าการเจอหน้ากันครั้งแรกระหว่างชายหญิงต้องปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง?
แววตาที่สดใสวาววับดุจธาราของหลิวยวน ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่อาจรักษากิริยามารยาทได้เป็นปกติ ต้วนชิงหมิงได้
แต่หัวเราะเยาะในใจ นางกล้าใช้ความคิดอันสกปรกของนางคาดเดาจิตใจที่สูงส่งของหลิวยวน!
ทั้งสี่คนเดินกลับไปนั่งที่ศาลาทันทีที่ทำความเคารพและรู้จักกันแล้ว……อันที่จริงเชวียหนิงหรานที่ถนัดในการพูดคุ
ยกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่เป็นผู้ฟังที่สงบเสงี่ยม บรรยากาศน่าจะคึกคักไม่น้อย แต่คำพูดที่เตือนสติของต้วนชิงหมิงก่อนหน้านี้
หลิวยวนจึงนั่งไม่ติดกับที่ เพียงนั่งลงสนทนาได้ไม่นานก็หันไปพูดกับต้วนชิงหมิงอย่างรู้สึกผิด “น้องชิงหมิงวันหลังพี่หลิว
ค่อยมาหาใหม่ก็แล้วกัน!”
เด็กสาวพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไร ถ้าคุณชายหลิวมีธุระต่อก็สามารถไปจัดการได้เลย”
เขาสบตากับเด็กสาวพลางพยักหน้าหงึกหงัก หันมาลาเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหราน แล้วเดินจากไปอย่างรีบ
ร้อน!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจ้องมองแผ่นหลังของหลิวยวนที่เดินจากไปอย่างรู้สึกโหยหาอาวรณ์ ทางด้านเชวียหนิงหรานได้ลากต้
วนชิงหมิงออกมาถามโน่นถามนี่ ก่อนหน้าที่หลิวยวนจะขอตัวกลับตั้งนานแล้ว
เมื่อวานนี้ต้วนชิงหมิงได้ยินคำที่บ่าวรับใช้พูดคุยกันจนทำให้นางต้องชะงักงันไปเล็กน้อย เพราะเมื่องานเลี้ยงวัด
เกิดเสร็จสิ้น นางก็มิอาจออกมาส่งแขกเหรื่อได้ ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดคือ ไม่เห็นหลิวหรงและต้วนอวี้หรานออกมาส่ง
แขกเหรื่อเช่นกัน ดังนั้นคนที่ส่งแขกที่มาร่วมงานกลับจึงมีเพียงจางอี๋เหนียงกับต้วนอวี้… เชวียหนิงหรานทราบดีว่าต้วนชิง
หมิงเป็นคนที่จะไม่ทำอะไรเสียมารยาทเด็ดขาด แต่ครั้งนี้นางถูกบีบให้ออกมาจากงานเลี้ยงก่อนด้วยเรื่องของเซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ เห็นทีจะต้องมีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นและเรื่องนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่!
อันที่จริงเชวียหนิงหรานอยากจะรอให้ต้วนชิงหมิงจัดการธุระให้เสร็จสิ้นเสียก่อนจึงค่อยขอตัวลากลับ แต่ฮูหยินเช
วียกลับพูดโน้มน้าวไม่ให้นางอยู่สร้างความวุ่นวายให้ต้วนชิงหมิงอีก ทว่าด้วยความเป็นห่วงเด็กสาว ระหว่างที่เชวียหนิง
หรานพาเนี่ยไฉ่เยวี่ยเดินกลับออกไปพร้อมกัน ทำให้นางประเดี๋ยวเดิน ประเดี๋ยวหันมามองด้านหลัง ด้วยความเป็นห่วงต้
วนชิงหมิงอยู่หลายครั้ง
ดังนั้นวันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ พวกนางทั้งสองจึงขออนุญาตท่านแม่ออกจากเรือนมาหาต้วนชิงหมิงอีกครั้ง เพื่อสอบถาม
ถึงเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้น นางจึงเล่าเรื่องโดยสรุปว่า ตอนที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าไปเก็บของทำความสะอาดในห้องของนาง ไม่
ระวังจึงทำให้แจกันดอกไม้ตกแตก หลิวอี๋เหนียงได้ยินก็คิดว่ามีโจรบุกเข้ามาที่เรือนหนิงซูย่วน สุดท้ายกลับพบว่าเป็นเรื่อง
เข้าใจผิดเท่านั้นเอง นางเล่าที่มาที่ไปของเรื่องโดยที่ไม่ได้กล่าวถึงเหยียนหลิ่งอวี๋แม้แต่คำเดียว!
ถึงแม้ว่าต้วนชิงหมิงจะเล่าอย่างรวบรัดตัดตอน แต่เชวียหนิงหรานทราบเป็นอย่างดีว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่ธรรมดาตาม
ที่นางเล่า เนื่องด้วยหลิวหรงเป็นคนที่จิตใจโหดเหี้ยม ไฉนเลยจะเป็นห่วงต้วนชิงหมิงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น สิ่งที่หลิวหรง
สนใจที่สุดเห็นจะเป็นเพียงการหาจุดอ่อนเพื่อปั่นปีชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงเท่านั้น เพื่อจะได้สร้างฐานอำนาจที่มั่นคงใน
จวนต้วนแห่งนี้ให้กับตัวเองต่างหาก!
คำพูดบางอย่างทุกคนล้วนรู้อยู่แก่ใจ ทว่าไม่อาจพูดอย่างเปิดเผยได้ วันนี้เชวียหนิงหรานเห็นต้วนชิงหมิงปลอดภัย
ดีก็โล่งใจอยู่ไม่น้อย ทั้งคู่จึงหัวเราะหยอกเย้ากันไปมา โดยที่ไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่เงียบงันอย่าง
น่าแปลกใจ!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยังคงคะนึงหาคุณชายหลิวยวน ครั้งแรกที่ได้พบชายหนุ่มรูปงาม เส้นผมดำขลับยาวตรงสลวยเป็น
ระเบียบ แววตาสดใสวาบประกาย รอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ดูแล้วคุณชายหลิวละม้ายหลุดออกมา
จากภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น
หลิวยวนคงไม่ทราบว่ารอยยิ้มที่อบอุ่นของเขานั้น ได้กลายเป็นกุญแจไขเข้าไปในห้องหัวใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยให้เปิด
ออกแล้ว ต่อจากนี้ไปหัวใจของนางคงมีห้องแห่งความลับที่ซ่อนหลิวยวนไว้ข้างใน!