การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 233 ต้วนชิงหมิงปวดหัวเหลือเกิน
ทว่าท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ไม่ว่าใครจะมองก็เห็นความคิดความอ่านของนางจนหมดสิ้น
“พี่เนี่ยออกจากจวนมาตั้งแต่เช้า ฮูหยินเนี่ยไม่ว่าอะไรหรือ?” ต้วนชิงหมิงถามด้วยความสงสัย
ทุกคนต่างทราบดีว่าสุขภาพของเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ค่อยแข็งแรง กว่าฮูหยินเนี่ยจะมีนางได้ อายุอานามก็มากพอควร
จึงทำให้รักบุตรสาวคนนี้ดั่งแก้วตาดวงใจ
ทว่านางกลับเงียบไม่เปล่งวาจา
ทำให้ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานหันหลังกลับมาดูพร้อมกัน พบว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยกำลังมองตามแผ่นหลังหลิว
ยวน ที่เห็นเพียงชายเสื้อพลิ้วไหวไปตามสายลมของเขา นางมองจนเด็กหนุ่มเดินเลี้ยวหายไปตรงมุมทางเดิน สายตาของ
นางเผยให้เห็นความโหยหาอาวรณ์พลางจ้องมองอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน คล้ายจมลงสู่ภวังค์
เด็กสาวทั้งสองเห็นดังนั้นก็พลันมีคำถามขึ้นในใจไม่น้อย หรือว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะมีใจปฏิพัทธ์ต่อหลิวยวนเข้าแล้ว
กระมัง?
เด็กสาวได้แต่เม้มปากพลางกุมมือของเชวียหนิงหรานไว้แนบแน่น ทั้งคู่สบตากันละม้ายคล้ายมีความกังวลใจที่
เกิดขึ้นพร้อมกันในความคิด
ถ้าจะพูดว่าหลิวยวนเป็นคนที่มีความสามารถ ทั้งมีความคิด ความอ่าน และความรู้เพียบพร้อม เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็รูป
โฉมงดงาม รู้จักมารยาทและอ่อนโยน พูดได้ว่าทั้งสองคนต่างหล่อเหลาและงดงามเหมาะสมกัน ยิ่งหากพูดถึงจิตใจทั้งคู่ก็
มีจิตใจที่ดีงามเข้ากันได้ดี เพียงแต่ต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิงหรานทราบดีว่า ฐานะของหลิวยวนค่อนข้างซับซ้อน อีกทั้ง
หลิวยวนคงมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อเข้ารับราชการ
ยิ่งไปกว่านั้นเสนาบดีหลิวจื๋อย่อมต้องคาดหวังกับหลิวยวนผู้เป็นบุตรชายอย่างที่สุด เห็นทีหญิงสาวที่คู่ควรกับ
บุตรชายของเขาคงมีเพียงองค์หญิงฐานะสูงส่ง ลูกสาวขุนนางที่มีอำนาจหรือไม่ก็ลูกสาวเสนาบดีอย่างแน่นอน
ถ้าพูดตามตรงจวนเนี่ยก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว ท่านพ่อของเนี่ยไฉ่เยวี่ยอยู่ฝังขององค์รัชทายาท ทำให้เขา
ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเขามีพี่สาวคนหนึ่งเป็นกุ้ยเหริน อีกทั้งยังเป็นพวกของฮองเฮาจึงช่วยส่งเสริมผลักดันน้อง
ชายของตน ให้เป็นซื่อหลางหน่วยตรวจการหลิว
ต้วนชิงหมิงทราบดีว่าขุนนางในวังหลวงมีการแบ่งฝักแบ่งฝั่าย ทว่าหลิวจื๋อยังคงอยู่ฝั่ายกลางไม่ฝักฝั่ายฝั่ายใด อีก
ทั้งเขาก็ไม่ค่อยลงรอยกับซื่อหลางหน่วยตรวจการหลิวเป็นทุนเดิม ดังนั้นคงไม่ยอมให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขากับ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยลงเอยกันอย่างแน่นอน
อีกทั้งท่านพ่อของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นซื่อหลางหน่วยตรวจการระดับสาม แต่หลิวจื๋อเป็นถึงเสนาบดีระดับหนึ่ง ความ
แตกต่างของทั้งสองตำแหน่งคนอื่นอาจจะไม่ทราบ ทว่าต้วนชิงหมิงกลับทราบดี
ถ้าจะเทียบระดับกันแล้ว เชวียหนิงหรานย่อมเหมาะสมกว่า ทว่าทั้งสองตระกูลคงไม่มีความคิดจะดองกัน อีกทั้ง
เชวียหนิงหรานเป็นคนตรงไปตรงมา แม้จะพบเจอหลิวยวนหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ชอบพอเช่น
ชายหญิง
เด็กสาวขานชื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยเบาๆ นางถึงได้สติสัมปชัญญะกลับมามองดวงตาที่สดใสของต้วนชิงหมิง แล้วยิ้มอย่าง
เก้อเขิน “ขอโทษด้วยน้องชิงหมิง ข้าเสียมารยาทแล้ว!”
อีกฝั่ายอมยิ้มเล็กน้อย “ข้ากลัวว่าพี่จะหนาวจนไม่สบาย ฮูหยินเนี่ยคงไม่ให้อภัยข้าเป็นแน่!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่เอื้อนเอ่ยวาจา
ผ่านไปชั่วครู่ เชวียหนิงหรานจึงทำลายความเงียบ โพล่งถามขึ้น “ชิงหมิง ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้ที่ข้ามาจวนต้วน
เจ้าเรียกหลิวยวนว่า พี่หลิว มิใช่หรือ? ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วทำไมเจ้าถึงเรียก ‘หลิวยวน’ เป็น ‘คุณชายหลิว’ ล่ะ?”
‘
นางบอกอีกฝั่ายไม่ได้ว่า เป็นเพราะเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจแกล้งนาง ไม่ให้เรียกชายอื่นนอกจากคนในตระกูลต้วน
เป็น ‘พี่ชายกับน้องชาย’
ยิ่งพูดถึงเรื่องนี้ ภายในใจก็ยิ่งคับแค้นเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นไปอีกขั้น ทว่าไม่อาจแสดงออกมาให้เห็นได้ นางได้แต่ใช้
มือลูบกระโปรงจีบและพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจว่า “เมื่อก่อนชิงหมิงเคยช่วยคุณชายหลิวไว้อย่างบังเอิญครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น
เขาก็ได้ช่วยชีวิตของต้วนอวี้ไว้ครั้งหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครที่ติดค้างใครแล้ว… ท่านพ่อของชิงหมิงเคยให้หลิวยวน
พำนักอยู่ในจวนต้วนระยะหนึ่ง จึงเรียกแทนกันด้วยความสนิทสนมว่า ‘พี่ชายกับน้องสาว’ แต่ว่าวันนี้ไม่เมื่อวันวานแล้ว
คุณชายหลิวฐานะสูงศักดิ์กว่าเมื่อก่อนมาก อีกทั้งภายในจวนเซียงก็มีปากหอยปากปูมากมายที่จ้องจะสร้างเรื่องและ
นินทา ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับต่อคุณชายหลิว ชิงหมิงตรองดูแล้วว่าควรเปลี่ยนคำเรียกชื่อเป็น ‘คุณชายหลิว’ จะดูเหมาะ
สมกว่า!”
คำพูดของต้วนชิงหมิงแม้กำลังจะอธิบายความสัมพันธ์ของนางกับหลิวยวน ยังจะต้องเตือนสติเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลาย
ๆ ว่า หลิวยวนกับนางไม่ใช่คนระดับเดียวกันแล้ว ความคิดเพ้อฝันบางอย่างก็ควรจะทิ้งไปได้แล้ว
ทว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยเมื่อได้ยินชื่อของหลิวยวนกลับมีชีวิตชีวามากขึ้น และยิ่งอยากจะฟังเรื่องอื่นของหลิวยวนอีก แต่
เมื่อนางได้ยินสิ่งที่ต้วนชิงหมิงกล่าวเมื่อครู่นี้กลับมีหน้าตาเหยเกไม่สบอารมณ์ทันที!
หลิวยวนในตอนนี้เป็นถึงลูกชายของเสนาบดีระดับหนึ่ง เกรงว่าจะไม่ได้มีวาสนาต่อนาง เนี่ยไฉ่เยวี่ยอยู่ ๆ เกิด
เกลียดชังตัวนางขึ้นมา ทำไมนางถึงไม่เกิดในตระกูลชั้นสูง? ทำไมนางถึงไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เหมือนเชวียหนิงหราน ถ้า
นางสูงศักดิ์กว่านี้ความต่างระหว่างนางกับเขาคงไม่ห่างไกลถึงเพียงนี้กระมัง?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้แต่หันหน้ามามองต้วนชิงหมิง พูดหยอกเย้าว่า “น้องชิงหมิงกับคุณชายหลิวเป็นพี่ชายกับน้องสาว
ร่วมสาบานกันหรือ?”
เด็กสาวมองยิ้มๆ ให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย “ถูกต้องแล้ว ในตอนนั้นคุณชายหลิวได้รับคำเชิญจากท่านพ่อให้อยู่ในจวนต้วน
เพื่อช่วยสอนหนังสือให้กับอวี้เอ๋อร์ แต่ชิงหมิงได้รู้จักก่อนคุณชายหลิวก่อนหน้านี้แล้วจึงเรียกกันว่า ‘พี่ชายกับน้องสาว’
แต่พอทราบว่าคุณชายหลิวมีฐานะเป็นลูกชายของเสนาบดีหลิวจื๋อ ข้าเลยตัดสินใจเรียกคุณชายหลิว เพื่อปั้องกันไม่ให้
เป็นที่ครหาของผู้ไม่หวังดี!”
แววตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเคร่งขรึมขึ้น เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมองมาพลางตอบรับงึมงำ “อืม” แล้วแสร้งกลบเกลื่อน
หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปั้องปาก
เชวียหนิงหรานเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้น “ใช่แล้ว หากดูเพียงคุณหนูทั้งสองคนในจวนเซียง ย่อมรู้ได้ว่าชีวิตในจวน
เซียงของคุณชายหลิวคงไม่ราบรื่นเป็นแน่!”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าช้าๆ “คงไม่น่าแปลกที่คุณหนูหลิวทั้งสองจะไม่ชอบคุณชายหลิว เพราะคุณหนูใหญ่และคุณ
หนูรองจวนเซียงจู่ๆ ก็มีพี่ชายที่ไหนไม่รู้โผล่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นใครก็คงยอมรับไม่ได้เช่นกัน……”
ความหมายของต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานก็เพื่อต้องการบอกให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยหยุดความคิดที่มีต่อหลิวยวน แต่
ใครจะไปรู้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยฟังแล้วกลับเห็นอกเห็นใจหลิวยวนมากขึ้นไปอีก นางจึงพูดขึ้นว่า “จะพูดอย่างนี้ไม่ได้ คุณชาย
หลิวมีศักดิ์สูงกว่าจึงต้องมาก่อน ส่วนคุณหนูหลิวทั้งสองต้องอยู่ข้างหลัง อีกอย่างท่านแม่ของคุณชายหลิวในตอนนั้นถือ
เป็นภรรยาเอกที่ตบแต่งอย่างถูกต้อง เขาจึงเป็นลูกชายคนโตและเป็นลูกภรรยาเอก”
ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานต่างคิดในใจว่า ตายแล้ว… ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายขึ้นไปอีก! จึงรีบเปลี่ยน
หัวข้อสนทนา “จริงสิพี่เชวีย คุณชายใหญ่และคุณชายรองจวนเชวียทำไมไม่มาด้วยกันล่ะ?”
“ที่จริงพวกเขาอยากจะมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทว่าอีกไม่นานก็เป็นงานวันเกิดของคุณปูั่พอดี พวกเขาจึงต้องช่วย
ท่านพ่อตระเตรียมงาน!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ตกใจอยู่ไม่น้อย “แย่แล้ว งานวันเกิดของคุณปูั่เชวียใกล้เข้ามาแล้ว แต่ชิงหมิงยังให้พี่สาวเชวี
ยมาร่วมงานอีก ข้านี่ช่างเสียมารยาทจริงๆ”
เชวียหนิงหรานโบกมือไปมาพร้อมกับหัวเราะขึ้น “เจ้าวางใจได้ งานวันเกิดของท่านปูั่ พี่ไม่ต้องช่วยอะไร เดี๋ยวถึง
เวลาเจ้าแค่ช่วยคิดวางแผนของขวัญเตรียมมอบให้ท่านปูั่ก็เพียงพอแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงรีบตอบทันควัน “พี่เชวียวางใจได้ ของขวัญของท่านปูั่เชวียจะต้องพิถีพิถัน ถึงตอนนั้นน้องชิงหมิงจะ
ต้องช่วยพี่อย่างเต็มที่!”
“ชิงหมิง……ยังมีอีกเรื่อง วันเกิดของท่านปูั่ น้องชิงหมิงต้องไปร่วมงานด้วยนะ ท่านปูั่ท่านย่าฝากพี่มาบอก!”
ต้วนชิงหมิงหันหน้าไปมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “วางใจได้ เดี๋ยวถึงวันนั้น พี่เนี่ยกับชิง
หมิงจะไปร่วมงานแต่เช้าเลย!”
เดิมทีเชวียหนิงหรานอยากเชิญเพียงต้วนชิงหมิงไปร่วมงาน ลืมชวนเนี่ยไฉ่เยวี่ยไปเสียสนิท ทำให้เชวียหนิงหราน
หน้าแดงด้วยความเขินอาย รีบพูดแก้เขินว่า “ยังมีน้องไฉ่เยวี่ยอีก พอถึงเวลาพี่จะไปส่งบัตรเชิญให้ถึงจวน เจ้าจะต้องมา
ร่วมงานพร้อมกับฮูหยินด้วยล่ะ……”