การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 234 ต้วนอวี้อยากแต่งกับพี่สาวเชวีย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยฝืนยิ้มตอบกลับ “พวกเจ้าวางใจได้ ข้าจะบอกท่านแม่ให้เตรียมของไว้แต่เนิ่นๆ”
คำพูดนี้ทำให้ความเก้อเขินของเชวียหนิงหรานพลันสลายไป แล้วพูดอย่างซาบซึ้งใจ “ในโลกนี้มีเพียงพวกเจ้าสอง
คนที่ดีกับข้าที่สุด!”
นางหยุดเว้นจังหวะมองหน้าเด็กสาวทั้งสองแล้วพูดเสริมขึ้นมา “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่างานวันเกิดของคุณปูั่ พวก
ผู้ใหญ่จะวุ่นวายกันมาก และข้าถูกสั่งให้อยู่แต่ในจวนห้ามออกไปไหน นี่คงน่าเบื่อเป็นที่สุด… ถ้าพวกเจ้าทั้งสองไม่มาข้า
คงเหี่ยวเฉาอยู่ในจวนเป็นแน่!”
นางพูดจบก็ชักสีหน้าพลางทำท่าทางเหี่ยวเฉา จนเด็กสาวทั้งสองจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้!
“ชิงหมิง เจ้าเรียกพี่ชายทั้งสองว่าอะไรนะ… คุณชายใหญ่เชวียกับคุณชายรองเชวียอย่างนั้นหรือ?”
นางพยักหน้ารับด้วยสีหน้าลำบากใจ ไม่อาจบอกเรื่องนี้กับใครได้… องค์ชายสามรู้หรือไม่ว่าทำร้ายข้าหนักหนา
สาหัสเพียงใด ตอนนี้แม้แต่เชวียหนิงหรานก็รู้สึกเริ่มไม่เป็นธรรมขึ้นมาแล้ว!
เชวียหนิงหรานได้ฟังเลิกคิ้วและกวาดตามองต้วนชิงหมิงขึ้นลงรอบหนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้าพูดอย่างเสียใจ “ชิงห
มิง อย่าหาว่าข้าต่อว่าเจ้าเลย! เจ้าเป็นคนพูดต่อหน้าพี่ชายทั้งสองของข้าว่าจะเรียกพวกเขาว่า ‘พี่ชาย’ ตอนนี้เจ้าจะเรียก
หลิวยวนว่าคุณชายหลิวข้ายังพอเข้าใจ แต่เจ้ากล้าเรียกพี่ชายทั้งสองของข้าว่า ‘คุณชาย’ ด้วยหรือ ได้……เดี๋ยวรอให้เจ้า
เจอพวกเขาก่อน ดูสิว่าพี่ชายของข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร……’”
นางยกมือเกาหัวอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร กล่าวขอร้องสีหน้าอ้อนวอน “พี่เชวียปล่อยชิงหมิงไปเถอะ พี่ก็รู้ดีว่าข้า
ครบสิบปีแล้ว บางเรื่องจะทำตามอำเภอใจอย่างแต่ก่อนก็คงไม่ได้! เช่นนั้นรบกวนพี่เชวียช่วยพูดให้คุณชายเชวียทั้งสอง
เข้าใจด้วยได้หรือไม่……”
เชวียหนิงหรานอดขำ ทั้งสีหน้าและท่าทางของอีกฝั่ายไม่ได้ “พี่ชายทั้งสองยังมีของที่ติดค้างข้าอยู่ไม่น้อย ถ้าจะ
ให้พูดขอร้องก็คงจะได้……”
นางหยุดชะงักคำพูดลง แล้วหรี่ตามองต้วนชิงหมิงขึ้นลงอีกรอบ พลางหัวเราะลั่น “ชิงหมิง อย่างนั้นเจ้าจะเอา
อะไรมาติดสินบนข้าเล่า?”
ละม้ายยกภูเขาออกจากอกอย่างไรอย่างนั้น นางจึงยิ้มออกมา “ชิงหมิงเรียกพี่ว่าพี่สาว อย่างนี้คงถือว่าเป็นสินบน
ได้กระมัง หรือว่าจะให้ข้าติดสินบนด้วยคุณชายหลิว ชิงหมิงจะช่วยให้พี่เชวียมีโอกาสแต่งเข้าจวนเซียงดีหรือไม่?”
อีกฝั่ายได้ฟังก็โบกมือไปมาเป็นพัลวัน “ชิงหมิงอย่าทำอย่างนั้นเลย ปล่อยพี่ไปเถอะ ความคาดหวังของจวนเซียง
คงสูงมาก พี่มิอาจเอื้อม… อีกอย่างคุณหนูจวนเซียงทั้งสองดูท่าคงยากจะรับมือ ปล่อยให้พี่มีความสุขอยู่อย่างนี้เถอะ!”
เด็กสาวยกยิ้มกล่าวขำๆ “เช่นนี้อย่าหาว่าชิงหมิงติดสินบนไม่ได้แล้วนะ! หรือจะให้อวี้เอ๋อร์เรียกพี่เชวียว่า ‘พี่สาว’
ดี? เห็นพี่ชอบบ่นว่าไม่มีใครเรียกว่าพี่สาวนี่!”
เชวียหนิงหรานหัวเราะในความต่อปากต่อคำของอีกฝั่าย พลางยกมือขึ้นดีดหน้าผากของต้วนชิงหมิง “เจ้านี่นะ!
ชอบเอาคนอื่นมาเป็นโล่กำบัง ถ้าไม่เอาต้วนอวี้มาก็ไปสรรหาคนอื่นมาเรื่อย… เฮ้อ! สงสัยพวกเขาคงต้องติดค้างเจ้าจน
ต้องมาเป็นหนังหน้าไฟให้แทน!”
ทั้งสองคนหัวเราะหยอกเย้ากันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเห็นว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่หลังเสาของศาลา จะ
เห็นก็เพียงรอยยิ้มเศร้าโศก
ในใจของต้วนชิงหมิงรู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมองไปที่นาง ละม้ายรู้สึกเหินห่างออกไปไกลขึ้นทุกที
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองพวกนางด้วยสายตาอิจฉาในความสุข สดใส และร่าเริง เมื่อต้วนชิงหมิงสบตากับนาง เนี่ยไฉ่เยวี่
ยก็ยิ้มน้อยๆ พูดขึ้น “ชิงหมิง ข้าอิจฉาพวกเจ้าทั้งสองเสียจริง!”
“ที่จริงแล้วเจ้าก็มีได้ ขอเพียงวางเรื่องในใจลง ไม่มีเรื่องไหนที่ก้าวผ่านไม่ได้หรอก!”
นางได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ พร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไป “ในโลกนี้มีเรื่องที่ไม่เป็นดังใจหวังมากมายนับพันนับหมื่น
หากคิดทุกเรื่องในแง่ดีคงจะต้องผิดหวังซํ้าๆ อยู่รํ่าไป”
เชวียหนิงหรานกำลังจะอ้าปากพูดโน้มน้าว ทว่าต้วนชิงหมิงกลับจับมือพลางส่ายหน้าไปมาช้าๆ เป็นการห้ามไว้
ในโลกใบนี้มีคนนับร้อยนับพันที่แตกต่างกันออกไป… บางคนตะเกียกตะกายเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งเพื่อให้อยู่รอด
เหมือนกับต้วนชิงหมิง… บางคนมองโลกในแง่ดี ไม่ว่าเจอปัญหาอุปสรรคใดมักจะไม่โทษฟั้าดินโชคชะตาเหมือนกับเชวีย
หนิงหราน… บางคนเกิดมาเอาแต่อมความทุกข์เอาไว้กับตัวเองและมักคิดในแง่ร้ายมากกว่าจะมองในแง่ดีเหมือ
นกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย
อีกอย่างนิสัยของแต่ละคน นอกจากจะติดตัวมาแล้ว ยังมาจากสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูที่มีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกันจนแทบจะแยกไม่ออก เหมือนโบราณที่ว่าสันดอนขุดง่ายสันดานขุดยาก เรื่องนิสัยหาใช่เรื่องที่จะใช้เพียงคำพูด
ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงปรามไม่ให้เชวียหนิงหรานเอ่ยท้วง เพราะพูดไปก็คงไม่ช่วยอะไร!
แม้ในใจของเชวียหนิงหรานอยากจะเข้าไปพูดโน้มน้าว ทว่าก็รู้ว่าต้วนชิงหมิงหวังดีกับนางจึงได้แต่กลับไปนั่งลงที่
เดิม
ภายในศาลาพลันเงียบสงบลง ทุกคนต่างทอดสายตามองหิมะที่ตกโปรยปรายอยู่ด้านนอก และปล่อยความคิดให้
เป็นอิสระ ไม่นานต้วนอวี้ก็วิ่งเข้ามา
เด็กน้อยชอบเชวียหนิงหรานอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นนางจึงรีบเข้าไปนั่งอยู่ด้านข้างและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “พี่สาว
เชวียมาแล้ว… พี่ชายเชวียทั้งสองมาด้วยหรือไม่? ทำไมข้าถึงไม่เห็นพวกเขา?”
เชวียหนิงหรานเมื่อเห็นต้วนอวี้ก็ดีใจอย่างมากเช่นกัน นางหันไปอุ้มต้วนอวี้ขึ้นมา แล้วหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน
“พี่สาวคิดถึงอวี้เอ๋อร์เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเจ้าคิดถึงพี่สาวบ้างหรือไม่?”
เด็กน้อยรีบพยักหน้ารับ “คิดถึงแน่นอน ข้าคิดถึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลย……”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในศาลาต่างหัวเราะลั่นในความทะเล้น ต้วนชิงหมิงช่วยต้วนอวี้ปัดหิมะที่ติดตัวไปด้วย
และก็พูดตำหนิเขาไปด้วย “เจ้าเด็กโง่ รู้หรือไม่ว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับหมายความว่าอย่างไร นั่นหมายถึงความรักใคร่
ชอบพอระหว่างผู้ใหญ่ เด็กน้อยอย่างเจ้าจะรู้อะไรกันเล่า?”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็พูดอย่างยืดอกผายไหล่ผึ่ง “ข้าคิดถึงพี่สาวเชวียจนกินไม่ได้นอนไม่หลับจริงๆ ข้าอยากได้พี่สาวเชวี
ยมาเป็นคนรัก อีกหน่อยจะได้มาเป็นภรรยาของอวี้เอ๋อร์!”
ผู้เป็นพี่สาวตกตะลึงในสิ่งที่เด็กน้อยพูดออกมา ส่วนใบหน้าของเชวียหนิงหรานก็แดงระเรื่อขึ้นทันที “เจ้าเด็กบ้า
คิดจะมาเอาเปรียบพี่อย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้หัวเราะ “ฮึๆ” ขึ้นมา ดวงตาของเขากลอกไปมาด้วยความสดใส และพูดอย่างไม่ละอายปากว่า “พี่สาวเช
วียชอบอวี้เอ๋อร์บ้างหรือไม่?”
เชวียหนิงหรานใบหน้าแดงขึ้น นางใช้นิ้วดีดหน้าผากของต้วนอวี้ “พี่สาวชอบเจ้าอยู่แล้ว เพียงแต่……”
เขาไม่เปิดโอกาสให้เชวียหนิงหรานพูดต่อ รีบพูดเสียงดังลั่นไปทั่ว “พี่สาวชอบอวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ก็ชอบพี่สาว
เหมือนกัน พวกเราต่างมีใจที่รักต่อกันก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ?”
คำพูดนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงเหมือนถูกฟั้าผ่าลงมากลางศีรษะ
ต้วนอวี้กำลังพูดอะไรกัน? สองคนมีใจรักกันก็เพียงพอแล้ว?
เด็กน้อยที่อายุยังไม่เท่าไร จะรู้จักกับความรักของชายหญิงว่าคืออะไรได้อย่างไร?
พูดตามตรง ครั้งที่แล้วตั้งแต่ต้วนอวี้ตื่นขึ้นจากการจมนํ้า ต้วนชิงหมิงก็รู้สึกได้ว่าเขาเปลี่ยนไป จนบางครั้งชอบทำ
อะไรที่นางก็ไม่เข้าใจ ทั้งยังชอบทำบางอย่างที่เหนือความคาดหมาย มีหลายครั้งที่ต้วนอวี้หรานตั้งใจจะเล่นงานต้วนอวี้
แต่สุดท้ายคนที่โดนเล่นงานกลับเป็นต้วนอวี้หรานเสียเอง… ต้วนชิงหมิงจึงเริ่มสงสัยในตัวของต้วนอวี้ขึ้นมาหลายครา
หรือว่าต้วนอวี้จะมีความคิดโตเป็นผู้ใหญ่แบบฉับพลัน หรือจะเป็นว่าเขาเหมือนกับต้วนชิงหมิงที่บังเอิญได้มี
โอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งกันแน่?
แต่ละภาพ แต่ละเหตุการณ์ผุดขึ้นในสมองของต้วนชิงหมิง ในใจรู้สึกอึดอัดจุกแน่นขึ้นมาทันที นางเห็นภาพใน
ชาติที่แล้วต้วนอวี้ถูกบีบบังคับให้ตายอย่างทรมานปรากฏขึ้นมา
นางจ้องมองน้องชายอย่างพินิจ เอ่ยตำหนิเสียงเบา “อวี้เอ๋อร์จะพูดไปเรื่อยเช่นนี้ไม่ได้ รู้หรือไม่ว่าการพูดเล่นเรื่อง
นี้ เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของพี่สาวเชวียนะ!”
เด็กน้อยรีบคว้ามือผู้เป็นพี่สาว เอื้อนเอ่ยนํ้าเสียงจริงจัง “พี่สาว ข้าชอบพี่สาวเชวียจากใจจริง วันข้างหน้าข้าจะให้
พี่สาวเชวียเป็นภรรยา ส่วนคนอื่นจะพูดเช่นไรนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราไม่ใช่หรือ?”
คำพูดประโยคนี้ทำให้เชวียหนิงหราน ตกใจเหมือนสายฟั้าฟาดลงมากลางตัว นางอดไม่ได้ที่จะยกมือปาดเหงื่อ
“ต้วนอวี้… เจ้าอายุยังไม่เท่าไรเองนะ”
ปีนี้ต้วนอวี้อายุเพียงหกถึงเจ็ดปีเท่านั้น ยังบอกว่าจะแต่งงานกับเชวียหนิงหราน เรื่องนี้ทำให้นางอดรู้สึกขันใน
ใจเสียไม่ได้!
เด็กน้อยตั้งใจจ้องมองเชวียหนิงหราน พูดอย่างฉงนใจ “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับอายุด้วยหรือ? มีใครกำหนดว่าอายุ
น้อยกว่าไม่สามารถแต่งงานกับคนที่อายุมากกว่า?”
คำถามนี้ทำเอาเชวียหนิงหรานกับต้วนชิงหมิงไม่รู้จะตอบอย่างไรถึงเหมาะสม!
หากเป็นชาวบ้านธรรมดา การที่มีสามีอายุน้อยกว่าเป็นเพราะการหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก… ถ้าพูดให้ฟังดู
ไพเราะคงเรียกว่าแต่งภรรยา หรือหาคนดูแลก็ไม่ผิด!