การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 235 ใช่หรือไม่ใช่ต้วนอวี้กันแน่
เมื่อต้วนอวี้เห็นทุกคนตกตะลึงนิ่งอึ้ง จึงยืดอกพูดขึ้น “พี่สาวเชวีย หากพวกเราอยู่ด้วยกัน เสินหม่าก็ยังไม่ว่าอะไร
เลย!”
เชวียหนิงหรานได้ฟังเปลือกตาก็กระตุกอยู่หลายครั้ง เอ่ยถามต้วนอวี้ด้วยความงงงวย “เด็กน้อย เสินหม่าคือ
อะไรกัน?”
เด็กน้อยหน้าแดงกํ่ายกมือขึ้นมาปิดหน้า สายตาของเขามองกลับไปกลับมาที่เชวียหนิงหรานหลายต่อหลายครั้ง
พลันหัวเราะขึ้นมา “เสินหม่าก็คือม้าวิเศษที่สวรรค์ส่งมาให้เราได้ครองคู่กัน ถ้าเสินหม่าบอกว่าไม่มีปัญหาก็จะไม่มีปัญหา
อย่างแน่นอน……”
ผู้เป็นพี่สาวได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร “อวี้เอ๋อร์ความคิดของเจ้านับวันจะยิ่งแปลกประหลาดขึ้น
เรื่อยๆ แล้วนะ!”
เขาหัวเราะเสียงดัง วิ่งไปหลบด้านหลังของเชวียหนิงหราน จับชายเสื้อของนางไว้แน่น! ชายอายุยี่สิบปีที่อยู่ในร่าง
ของต้วนอวี้กำลังทำตัวไร้เดียงสา ครั้งที่แล้วเขาเกือบจะหลุดให้คนได้รู้ความจริง เห็นทีคนสมัยโบราณจะชอบตีความ
หมายของคำพูดทุกตัวอักษร ต่อจากนี้ไปหากจะเอ่ยปากพูดคงต้องระวังให้มากกว่านี้แล้ว
ในมุมที่ไม่มีใครเห็นสายตาของต้วนอวี้ เขาจึงใช้สายตาน่าสงสารมองไปที่ต้วนชิงหมิง เขารู้ดีว่าคุณหนูใหญ่จวนต้
วนเป็นพี่สาวแท้ๆ ของตน และเป็นคนที่รักและปกปั้องน้องชายของตนอย่างสุดความสามารถ
ทว่าสิ่งที่ต้วนชิงหมิงยังไม่รู้ก็คือ ในครั้งก่อนน้องชายของนางตกนํ้าและได้จมนํ้าเสียชีวิตไปแล้ว ต้วนอวี้ในตอนนี้
จึงเป็นเพียงร่างกายที่มีจิตวิญญาณของคนอื่นมาอยู่แทนก็เท่านั้น! ไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือการกระทำก็ล้วนไม่ใช่น้อง
ชายคนเดิมของนางอีกต่อไปแล้ว!
ต้วนอวี้ในตอนนี้มีจิตวิญญาณของชายหนุ่มนามว่า ‘เหวินเทียน’ ที่มาจากโลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมาอยู่แทน ด้วย
เหวินเทียนได้เข่นฆ่าคนมานับไม่ถ้วนจึงคิดว่าเขาต้องตกลงไปสู่ห้วงนรกอเวจีเป็นแน่แท้ ทว่าสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดลม
หายใจ กลับถูกพี่น้องหักหลังจนต้องตายอย่างอเนจอนาถ… สิ่งที่เขาคาดคิดไม่ถึงคือ ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กชาย
อายุหกปีผู้นี้
สำหรับเรื่องราวในสมัยโบราณเหวินเทียนก็พอจะได้รู้มาบ้าง ในฐานะคนที่มาโลกปัจจุบันอย่างเขาย่อมทราบดีว่า
เรือนหลังนั้นหาความจริงใจต่อกันไม่ได้ ทุกอย่างล้วนแต่เป็นแผนการและกับดักทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เขานึกไม่ถึงคงจะเป็นพี่
สาวที่จริงใจกับเขามากที่สุดผู้นี้ ไม่เพียงแต่จะปกปั้องเขาในทุกเรื่อง ยังทุ่มเทกำลังความสามารถทั้งหมดวางแผนปูทางใน
อนาคตให้ นางยอมที่จะต่อสู้แก่งแย่งให้ได้มา แต่กลับไม่ยอมให้น้องชายต้องมือเปือนเลือด!
เมื่อดูจากจุดนี้เหวินเทียนที่มีกำแพงในการปั้องกันตัวขวางกั้น จึงเริ่มยอมรับต้วนชิงหมิงเข้ามาอยู่ภายในใจ ทั้งยัง
คิดว่านางเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเขาไปเสียแล้ว
สำหรับเชวียหนิงหรานผู้นี้ เหวินเทียนรู้สึกรักใคร่ชอบพอตั้งแต่แรกพบ
เขาชอบหญิงสาวที่มีนิสัยทะนงตัวและตรงไปตรงมาอย่างนาง ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกใจที่แววตาของนางไม่มี
เล่ห์เหลี่ยมอันใด… ครั้งก่อนที่เขาอยู่ในร่างของต้วนอวี้ได้แกล้งทำตัวเป็นเด็กน้อยอยู่ในจวนของเชวียหนิงหราน เขาได้
เห็นเรื่องเลวร้ายมากมายที่นั่น แต่ว่าเด็กสาวผู้นี้กลับไม่ได้มีแผนการชั่วร้ายแทรกซึมเข้ามาในใจแม้แต่น้อย เขาตัดสินใจ
แล้วว่าในชาตินี้ จะต้องแต่งเชวียหนิงหรานมาเป็นภรรยาให้จงได้!
อายุเป็นอุปสรรคใหญ่ด่านแรก เพราะเขาอายุเพียงหกปีเท่านั้น ในขณะที่นางอายุสิบสองปีแล้ว การแต่งกับสามีที่
มีอายุเพียงหกปี คงจะต้องเป็นที่ครหานินทาไปทั่ว แต่ว่าเหวินเทียนไม่กลัว เขาเชื่อว่าขอเพียงพยายามอย่างเต็มกำลัง
ความสามารถ ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เขาทำไม่ได้!
แต่นับจากนี้ไปคนที่ชื่อเหวินเทียนถือว่าได้ตายไปแล้ว จะมีเพียงคุณชายใหญ่แห่งจวนท่านแม่ทัพใหญ่ นามว่าต้
วนอวี้เท่านั้น เขาจะใช้ร่างกายของต้วนอวี้ดูแลต้วนชิงหมิงอย่างเต็มกำลังและปกปั้องตระกูลต้วนให้ได้
ส่วนพวกอี๋เหนียงหรือลูกสาวอนุภรรยาพวกนั้น เขาจะไม่สนใจไยดีทั้งสิ้น ใครร้ายมาเขาจะร้ายกลับ แม้กระทั่ง
ความตายเขาก็มอบให้ได้
“ข้าว่าสิ่งที่อวี้เอ๋อร์พูดมามีเหตุมีผล ขอเพียงคนสองคนมีใจให้กัน เมื่อเรื่องอายุไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่
ปัญหาเช่นกัน!” เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดแทรกขึ้นมา
ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้มไม่เปล่งวาจา ส่วนเชวียหนิงหรานก้มหน้ามองต้วนอวี้ พูดอย่างจริงจังทีละคำ “อวี้เอ๋อร์ บาง
เรื่องจะพูดไปเรื่อยเปือยไม่ได้ พี่สาวของเจ้าจะเป็นห่วงเอา!”
เด็กน้อยมองต้วนชิงหมิงด้วยแววตาสดใส “พี่สาว ไม่อยากให้ข้าแต่งกับพี่สาวเชวียหรือ?”
เวลานี้ต้วนชิงหมิงเกิดปวดหัวขึ้นมา นางมองแววตาที่สดใสนั้นแต่ไม่อาจมองทะลุเข้าไปถึงข้างในได้ ในใจของนาง
เริ่มหวาดหวั่นขึ้นมา นับแต่นี้ต่อไปนางจะไม่มองว่าต้วนอวี้เป็นเพียงเด็กน้อยอายุหกปีอีกต่อไป!
นางโน้มตัวลงพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงน้องชายที่หลบอยู่ด้านหลังเชวียหนิงหรานออกมาแล้วต้วนชิงหมิงมองไปที่
แววตาของต้วนอวี้ พูดเสียงเบาคล้ายกระซิบ “อวี้เอ๋อร์บอกพี่มา ว่าเจ้าวางแผนอยากแต่งกับพี่สาวเชวียให้เป็นภรรยา
จริงหรือ?”
เขาพยักหน้าด้วยสีหน้าและแววตาจริงจังอยู่หลายครั้ง
ในใจของต้วนชิงหมิงเจ็บปวดขึ้นมา เห็นทีนางคงจะเป็นพี่สาวได้ไม่ดีพอ ถึงทำให้ต้วนอวี้ที่อายุเพียงหกปี มีความ
คิดเรื่องออกเรือนเสียแล้ว หรือพูดได้ว่าพี่สาวอย่างนางดูแลเขาได้ไม่ดีพอ จนเขาต้องไปแสวงหาความอบอุ่นใหม่อย่างนั้น
หรือ
เด็กสาวกลั้นนํ้าตาเอาไว้ พูดเสียงสั่นเครือ “เจ้าก็รู้ดีมิใช่หรือว่าพี่สาวเชวียไม่เหมือนหญิงสาวธรรมดาทั่วไป
ตระกูลของนางมีชื่อเสียง……ดังนั้นสามีของนางในอนาคตจะต้องคู่ควรสมฐานะและเป็นหน้าเป็นตาได้ เรื่องนี้เจ้าคิดว่า
สามารถทำได้ดีกว่า……เหนือกว่าคนอื่นได้หรือไม่เล่า?”
“เพื่อพี่สาวเชวีย อวี้เอ๋อร์เต็มใจทำ!”
นางหัวเราะถามขึ้น “อย่างนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าอะไรคือ เหนือกว่าคนอื่น?”
“หากคนเพียงผู้เดียวเอาชนะคนนับร้อยได้ นับว่าเป็นคนยอดเยี่ยม แต่หากคนเพียงผู้เดียวเอาชนะคนนับหมื่นได้
นับว่าเป็นวีรบุรุษ! ข้าจะต้องเป็นวีรบุรุษให้ได้!!!”
ผู้เป็นพี่สาวอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “อย่างนั้น อวี้เอ๋อร์จะต้องรีบไปสู่ขอหมั้นหมายพี่สาวเชวียถึงจวนเชวียอย่าง
วีรบุรุษ… แต่หากเจ้าเป็นวีรบุรุษไม่ได้ ก็คงทำได้เพียงจ้องมองพี่สาวเชวียแต่งกับชายอื่นเท่านั้น!”
เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา “ไม่มีทาง ข้าจะไม่ยอมให้พี่สาวเชวียแต่งกับคนอื่นแน่นอน!”
นางต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น!
เมื่อเห็นพี่น้องคู่นี้ถามตอบกันไปมาเรื่องการแต่งงานของนาง เชวียหนิงหรานจึงกระทืบเท้าและพูดออกมาด้วย
ความไม่พอใจ “ชิงหมิง พวกเจ้า……”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเดินขึ้นไปข้างหน้าก้าวหนึ่งเพื่อจับมือของเชวียหนิงหรานเอาไว้ พูดเสียงแผ่วเบา “หนิงหรานเด็กคนนี้
ดูพูดจริงใจขันแข็ง ไม่แน่ว่าคู่ครองของเจ้าคงมาถึงแล้ว!”
เชวียหนิงหรานสะบัดมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยออกอย่างงอนๆ “เจ้า เจ้ายังกล้าพูดหยอกข้าอีกหรือ? ข้า……ข้าไม่สนใจพวก
เจ้าแล้ว!”
พูดจบก็หน้าแดงกํ่าเป็นลูกตำลึง วิ่งหนีหายไป!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยแอบยิ้มเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ! โบราณว่า ‘คนที่อยู่ในสถานการณ์จะมองไม่ทะลุ แต่คนที่อยู่
นอกสถานการณ์จะมองได้ปรุโปร่ง’ นางเป็นเพียงคนนอกที่มองมาจึงเห็นถึงความตั้งใจจริงของต้วนอวี้ อีกทั้งชั่วพริบตา
เขามีแววตาที่ยิ่งใหญ่เข้มแข็งปรากฏออกมา ในใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงมีแค่ความคิดเดียว นั่นก็คือเด็กคนนี้ช่างมีความมุ่ง
มั่นและจริงจังเป็นที่สุด
ขอเพียงมีใครสักคนที่ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรหรืออายุเท่าไร หากปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจแล้ว เรื่องนี้ก็
ถือว่าไม่สำคัญ!
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่พบเงาของเชวียหนิงหรานแล้ว เห็นเพียงเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยืนหัวเราะจนนํ้าตาไหล มอง
มาทางพี่สาวน้องชายคู่นี้โดยไม่รู้ว่านางกำลังคิดเรื่องใดอยู่!
จู่ๆ ต้วนอวี้ก็ถามขึ้นอย่างแปลกใจ “พี่หลิวไปไหนแล้ว?”
“เขามีธุระ จึงขอตัวกลับไปแล้ว!” นางตอบน้องชาย
เขาพยักหน้ารับทราบ “พี่สาว ข้ายังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ ขอตัวกลับเรือนก่อนขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงแปลกใจไม่น้อย น้องคนนี้เป็นคนรบเร้าอยากจะออกมาเล่นข้างนอกไม่ใช่หรือ ตอนนี้ทำไมถึงอยากจะ
กลับเสียแล้ว
เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และชี้ไปทางหลังของเชวียหนิงหราน “เพราะว่า……ข้าจะรีบกลับไปวางแผนเป็นวีรบุรุษ เพื่อ
จะได้แต่งกับพี่สาวเชวียโดยเร็ว……”
พูดจบก็โบกมือลาผู้เป็นพี่สาวแล้วหมุนตัวหันหลังเดินจากไป!
นางยังคงฉงนใจยืนอยู่ที่เดิม พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทว่าในใจกลับคิดเพียงว่า ‘แย่แล้ว! เจ้าต้วนอวี้คงผีเข้า
แล้วเป็นแน่!’
หากจะขอแต่งงานกับเชวียหนิงหรานคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เขาคิด ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นเพียงเด็กตัวน้อยอีก!
เมื่อเห็นแววตาที่ซ่อนรอยยิ้มของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ต้วนชิงหมิงจึงได้แต่ส่ายหัวให้นาง “แย่แล้ว ผีต้องเข้าต้วนอวี้อย่าง
แน่นอน!”