การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 25 ไม่อยากได้อันดับหนึ่ง
ต้วนชิงหมิงตกใจรีบพูดขัดซือหลัว “ซือหลัว อย่าพูดเลอะเทอะ!”
นางใคร่ครวญอยู่นานจึงยอมทิ้งการออกมาเป็นคนแรกเลือกที่จะออกมาเป็นคนที่หกเพราะไม่อยากเข้าไปพัวพัน
กับการแย่งชิงในวังหลัง เมื่อเห็นแล้วว่าทุกอย่างไปได้ด้วยดีนางจึงไม่อยากให้ซือหลัวพูดความจริงออกไปถ้าเกิดคนรอบ
ข้างรู้จะกลายเป็นเปั้าของทุกคน
นางไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น
ต้วนชิงหมิงมองซือหลัวด้วยสายตาจริงจังให้เข้าใจสิ่งที่นางต้องการ ซือหลัวได้แต่อ้าปากค้าง ไม่พอใจแต่ก็ทำอะไร
ไม่ได้พลางถอยหลังไปสองก้าวกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมากลับได้ยินเสียงแม่นมของติ้งกั๋วกงที่กำลังเดินไปหาหญิง
สาวที่ออกมาคนแรกพูดออกมาอย่างสนิทสนมม “คุณหนูหร่วนเชิญตามพวกบ่าวมาเจ้าค่ะ”
เมื่อต้วนชิงหมิงหันหลังไปมองก็ทราบได้ว่าคนที่ออกมาคนแรกนั้นเป็นคุณหนูผู้นั้นถ้าเป็นไปตามที่เหยียนหลิงอวี๋
กำชับไว้ นางเป็นคนแรกที่ออกมานั่นหมายความว่าเป็นแขกทรงเกียรติของเสิ่นกุ้ยเฟย
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจเบาๆโชคดีเสียจริงที่นางทายถูก
เมื่อคุณหนูคนแรกเดินไปแล้วก็มีแม่นมอีกคนมารับคุณหนูที่ออกเป็นคนที่สองและสามตามลำดับ “คุณหนูทั้งสอง
เชิญตามบ่าวมาเจ้าค่ะ”
หลังจากที่คุณหนูทั้งสามจากไปคนที่เหลือยืนงงอยู่ที่เดิมมีคุณหนูบางคนรู้สึกว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน
แต่ละคนจึงได้แต่อิจฉาตาร้อน
ทำไมกัน? พวกเราทุกคนต่างออกมาเหมือนกัน ทำไมต้องปฏิบัติต่อพวกนั้นเป็นพิเศษด้วย?
เมื่อเห็นคุณหนูผู้นั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยบ่าวที่เดินตามไปซือหลัวที่มองตามไปเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างจึงพูด
เสียงเบา “ชิงหมิง คนที่ออกมาเป็นคนแรกจะได้เป็นแขกผู้ทรงเกียรติของเสิ่นกุ้ยเฟยแต่คนคนนั้นที่จริงแล้วควรเป็นเจ้า”
ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อย “ช่างมันเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว พวกเราไปช่วยคนอื่นออกมากันเถอะ”
พูดจบจึงหันไปยังทางออกเพื่อช่วยคุณหนูขึ้นมาทีละคน
วิธีการทั้งหมดของต้วนชิงหมิงนอกจากคุณหนูหร่วนซือหลัว และเชวียหนิงหราน ก็ไม่มีใครให้ความสนใจแต่สิ่งที่
ไม่มีใครคาดคิดก็คือเหยียนหลิงอวี๋ที่เงียบมาโดยตลอด เขายืนอยู่ด้านข้างใช้สายตาที่เฉียบแหลมจ้องไปที่ต้วนชิงหมิงภาย
ใต้ดวงตาคู่นั้นกลับไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่!
เมื่อครู่พอต้วนชิงหมิงเปิดปากเขาก็รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวที่พูดในห้องให้ทุกคนหมอบลงกับพื้นจากนั้นให้เอาเสื้อมา
ปิดจมูกก็คือนางนี่เอง!
ในใจของเหยียนหลิงอวี๋หญิงสาวที่เฉลียวฉลาดและนิ่งสงบเมื่ออยู่ในอันตราย ควรจะเป็นนางที่ออกมาคนแรกแต่
สิ่งที่เหยียนหลิงอวี๋ประหลาดใจคือต้วนชิงหมิงคนนี้ออกมาคนกลางๆนับไปนับมาเป็นคนที่หกพอดี!
เหยียนหลิงอวี๋รู้สึกแปลกใจในห้องมีทั้งหมดสิบสองคน ต้วนชิงหมิงออกมาเป็นคนตรงกลางพอดีไม่รู้ว่าตั้งใจหรือ
เป็นเรื่องบังเอิญ?
เขาหรี่ตาลงมองแล้วมองอีกไปที่ต้วนชิงหมิง จากนั้นก็หันหลังกลับมองหญิงสาวที่น่าสงสารบ้างผมเผ้ากระเซอะ
กระเซิง บ้างใบหน้าก็เต็มไปด้วยคราบนํ้าตาฉับพลันเหมือนเขาจะคิดอะไรได้จึงพยักหน้าอยู่หลายที!
บนตัวของต้วนชิงหมิงกลับยังสะอาดสะอ้านจนน่าประหลาดใจนอกจากจมูก เสื้อผ้า และมือสองข้างที่เปือนฝุั่น
เล็กน้อยที่เหลือกลับไม่เปรอะเปือนอะไรเลย แม้แต่ผมที่เกล้าในช่วงเช้าก็ไม่ได้ยุ่งเหยิงหลังจากที่ออกมาได้ก็ยิ้มจางๆ ไม่มี
อารมณ์ตกใจกลัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตอนที่อยู่ในห้องมืดนางเป็นคนที่นิ่งสงบที่สุดเหมือนตอนนี้ที่ไม่แสดงอะไรออกมา!
แต่อารมณ์ของหญิงสาวอีกกลุ่มน่าสนใจมากกว่ามีทั้งร้องไห้ หัวเราะ อ้อนวอนฟั้าดิน กระทั่งเรียกหาบิดามารดา!
ทั้งหมดเป็นแค่เด็กสิบกว่าขวบ แม้ว่าจะได้รับการอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดี แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตาย
อันตราย และความกลัว สิ่งที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีกลับอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น!
เมื่อมองบนตัวของหญิงสาวเหล่านี้ก็ยิ่งน่าสนใจ มีทั้งถูกเหยียบ คลานไปกับพื้น และอีกหลายคนที่เช็ดแผลถลอก
ตามตัวช่างน่าสงสารเสียจริง เหยียนหลิงอวี๋มองไปที่พวกนางก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น!
แท้จริงแล้วคำตอบง่ายที่สุดในห้องที่เต็มไปด้วยควันหญิงสาวเหล่านั้นจะร้องไห้และยื้อแย่งกันจนทำให้สกปรก
เลอะเทอะถ้าเกิดใช้แรงที่มากควรเป็นผมที่ยุ่งรุงรัง แต่จะไม่ใช่มือเด็ดขาดดังนั้นในความมืดการใช้มือคลำหาคนกับกลไก
มือจะต้องสกปรกแต่จากคุณหนูหร่วนที่ออกมาเป็นคนแรกแล้ว มือของคุณหนูคนอื่นๆ ล้วนสะอาดกันหมดหลังจากที่คุณ
หนูหร่วนออกมานางยังคงมองไปที่ประตูทางออกเหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่จนกระทั่งต้วนชิงหมิงเดินออกมานา
จึงแสดงออกถึงความโล่งใจ
เหยียนหลิงอวี๋ยิ้มเย้ยขึ้นมาต้วนชิงหมิงคนนี้หลักแหลมที่สุด นางหากลไกเจอแต่กลับให้คนอื่นออกมาก่อนจากนั้น
ค่อยออกมาคนกลางๆ แล้วค่อยเรียกให้คนที่อยู่ด้านหลังตามออกมาทำให้สถานการณ์วุ่นวายจึงไม่มีใครสนใจนาง
แต่น่าเสียดายที่เหยียนหลิงอวี๋สังเกตเห็นนางเสียแล้วสาเหตุนั้นไม่เพียงแต่พฤติกรรมสีหน้าสงบนิ่งที่แตกต่างทว่า
นางยังมีของที่เขาอยากได้แต่ยังไม่ได้มาอยู่อีกด้วย
ต้วนชิงหมิงข้าจำเจ้าได้แล้ว!
ขณะที่ต้วนชิงหมิงกำลังช่วยเชวียหนิงหรานดึงคุณหนูที่เหลือขึ้นมาทันใดนั้นนางรู้สึกถึงสายตาที่แหลมคมปักมาที่
หลังของนาง
นางจึงเงยหน้าขึ้นพบเพียงใบหน้าเหยียนหลิงอวี๋ที่หล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ช่วงเสี้ยววินาทีที่สายตา
ทั้งคู่บรรจบกันต้วนชิงหมิงก็เหงื่อท่วมตัวประหนึ่งว่าเขาอ่านใจนางได้!
เหยียนหลิงอวี๋เห็นสายตาวาววับเปล่งประกายของต้วนชิงหมิงเขาไม่ได้หลบเลี่ยงแต่กลับยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นาง
พอจะเข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้นจึงละสายตาไปทางอื่นไม่กล้าจะสบตาเขาอีก
ชายหนุ่มคนนี้แม้จะหล่อปานเทพบุตรแต่สายตาของเขากลับเย็นชาเหมือนหิมะอันหนาวเหน็บขอเพียงมองเข้าไป
ลึกถึงก้นบึ้งจะเห็นจิตใจแท้จริงที่เย็นชาและเหี้ยมโหด!
ตอนนี้สมองนางสรุปอย่างรวดเร็วว่าเหยียนหลิงอวี๋คนนี้ยุ่งไม่ได้!
ถ้ายุ่งไม่ได้นั้นอีกวิธีหนึ่งก็คือ ‘หลบซ่อนตัว’
เหยียนหลิงอวี๋ค่อยๆเดินมาจากด้านหลัง คุณหนูที่เหลืออยู่เก้าคนที่เดินออกมาแล้วเขาจึงก้าวออกมาหนึ่งก้าว
มองไปยังคุณหนูที่ต่างร้องไห้ ยิ้มออกมาเล็กน้อยพูดอย่างดูดี “คุณหนูทุกท่าน เสิ่นกุ้ยเฟยเพียงล้อเล่นกับทุกท่านเล็ก
น้อยขณะนี้ทุกท่านได้ใช้พลังที่แท้จริงของตัวเองพิสูจน์ความกล้าหาญและสติปัญญาของท่านเองเสิ่นกุ้ยเฟยรับสั่งให้เชิญ
คุณหนูทั้งหลายไปชำระล้างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าจากนั้นเข้าร่วมงานเลี้ยง”
เสียงของเหยียนหลิงอวี๋ไพเราะอ่อนโยนเป็นที่สุดนํ้าเสียงของเขาเหมือนกำลังปลอบคุณหนูทั้งหลายทว่าก็เหมือน
กับกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของพวกนาง
เมื่อคุณหนูที่ร้องไห้โวยวายค่อยๆหันหลังกลับมามอง พบเหยียนหลิงอวี๋ที่ใบหน้าขาวได้รูปดูหล่อเหลาดวงตาคู่นั้น
เปล่งประกาย เวลายิ้มออกมาเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากแดงธรรมชาติใบหน้าคมเข้มทว่าดูอ่อนโยน ทำให้คนที่
พบเห็นต่างต้องใจเต้น
คุณหนูทุกคนมองมาที่เหยียนหลิงอวี๋เป็นตาเดียวกันประหนึ่งมีแม่เหล็กดึงดูดจนไม่สามารถละสายตาจากเขาได้!
ในห้องที่หนาวเย็นมีเพียงเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาลักษณะดี ใบหน้าเป็นเหลี่ยมเป็นสัน ภายนอกดูไม่เคร่งเครียด
สบายๆแต่สายตากลับเย็นชาจึงไม่กล้าสบตา เขามีผมดำขลับ คิ้วโก่งสวยได้รูปถ้าเกิดเผลอใจอาจจะตกหลุมของเขาได้