การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 240 ปกปั้องน้องเขย
ในครั้งนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจึงครุ่นคิดอย่างจริงจัง จากนั้นก็พึมพำขึ้นมา “เรียนเสด็จแม่ ตอนนี้ลูกยังไม่มีคนที่ถูกตา
ต้องใจพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อไม่มีกี่วันมานี้ลูกได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่จวนต้วนฉลองวันเกิดครบสิบปีได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น สวน
ดอกไม้หลังจวนต้วนมีปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตายแต่กลับมีดอกบัวหิมะเบ่งบานยามที่หิมะโปรยปรายลงมา… เป็นที่รู้กันว่า
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่แต่งตั้งฮองเฮา” เหยียนหลิ่งเจวี๋ยหยุดเว้นจังหวะ แล้วกล่าวต่อ “ลูกอยากไปดูคุณหนูใหญ่ต้วน
ผู้นี้ว่ามีอะไรดีกันแน่ ลูกคงต้องหาโอกาสไปพบลูกสาวคนโตลูกภรรยาเอกจวนต้วนเสียหน่อย!”
ฮองเฮาได้ฟังพลันครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยวจึงเอ่ยขึ้น “จวนต้วน… ใช่แม่ทัพใหญ่ที่มีชื่อเสียงผู้นั้นที่อยากจะออกทำศึก
แต่โดนฝั่าบาทให้อยู่ดูแลเมืองหลวงใช่หรือไม่?”
เหตุการณ์ดอกบัวหิมะเบ่งบานเมื่อหิมะโปรยปรายได้แพร่กระจายไปทั่ววังหลวง เพราะด้วยอายุที่น้อยและชื่อ
เสียงเรื่องความอัปลักษณ์ของคุณหนูใหญ่ต้วนจึงจำเป็นต้องให้เวลาผู้คนในการลืมเลือน
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยฟังแล้วก็พยักหน้า “ไม่ผิดพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพใหญ่ผู้นั้นก็คือต้วนเจิ้ง!”
ฮองเฮาพยักหน้ารับรู้ “ต้วนเจิ้งผู้นั้นเป็นทหารตั้งแต่เกิดจึงไม่ได้ดูพิเศษอะไร แต่ถ้าจำไม่ผิดแล้วละก็ ฮูหยินต้วนผู้
นั้นเป็นคุณหนูจวนผู้ตรวจการติง ในเมืองหลวงแห่งนี้ได้รับขนานนามว่าเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุด”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยหัวเราะขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า “เสด็จแม่ความจำเป็นเลิศ… เพียงแต่คุณหนูติงจวนผู้ตรวจการนั้น
อายุสั้นและเสียชีวิตมาหลายปีแล้ว ตอนนี้จวนต้วนมีเพียงอี๋เหนียงที่ดูแลจัดการจวนพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮองเฮาขมวดคิ้วขึ้น เพราะนางคิดว่าลูกสาวที่ไม่มีแม่คอยอบรมสั่งสอนคงจะเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เพียงแต่นางอด
แปลกใจที่นานๆ ทีบุตรชายของนางจะเอ่ยถึงหญิงสาวขึ้นมา จึงพยักหน้าตอบตกลง “เช่นนั้น แม่จะให้คนไปสืบก่อน
หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แม่จะช่วยเจ้าเอง!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยฟังแล้วก็หัวเราะขึ้นมาอย่างเสียอาการ “เสด็จแม่ คุณหนูใหญ่ลูกภรรยาเอกจวนต้วนเพิ่งจะฉลอง
วันเกิดครบรอบสิบปีเองนะพ่ะย่ะค่ะ!”
เพิ่งจะฉลองวันเกิดอายุสิบปีหมาด ๆ คงเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น! แต่จู่ๆ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับอมยิ้มขึ้นมา
เพราะคิดถึงท่าทางของต้วนชิงหมิงที่เคยเห็นเมื่อครั้งก่อนได้… สาวน้อยคนนั้นรูปร่างไม่สูงมาก ทว่านํ้าเสียงหนักแน่น
ชัดเจน ท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่ เวลาจะด่าทอใครมักจะพูดอ้อมค้อมไม่พูดตรง ๆ … สิ่งสำคัญที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือ เหยียน
หลิ่งเจวี๋ยไม่รู้สึกรำคาญสาวน้อยคนนี้ หากนางได้รับเลือกเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท เขาคงจะไม่คัดค้านต่อต้าน!
เมื่อฮองเฮาได้ฟังที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยพูด นางก็ได้เบะปากขึ้น “อายุสิบปีแล้วเป็นอย่างไร? เวลานี้สาวน้อยจำนวน
มากล้วนได้รับการหมั้นหมายตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ก็หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว แม่จะเลือกเอาสิ่งที่ดีให้กับเจ้า ดังนั้น
ความโชคดีที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ต้วนเจิ้งรออีกสิบชาติก็คงยังไม่มี แล้วมีหรือที่เขาจะไม่ยอม?”
เพียงแต่สาวน้อยที่อายุยังไม่ถึงสิบปีไม่อาจมีรายชื่อในการคัดเลือกนางสนมปีนี้ได้ แต่ถ้าสาวน้อยผู้นี้เหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยถูกใจขึ้นมาละก็ นางจะถือโอกาสที่อายุยังน้อยสั่งสอนอบรมอย่างดี เมื่อเติบใหญ่จะต้องมีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน
เรื่องนี้อาจทำให้หญิงสาวคนอื่นไม่พอใจที่ฮองเฮามีคนในใจไว้แล้ว อย่างไรเสียหากลูกชายแต่งกับหญิงสาวที่ร้ายกาจและ
ไม่ถูกใจ ถึงตอนนั้นคงจะต้องวุ่นวายไปทั่ววังหลวง!
หลังจากที่ได้ยินฮองเฮากล่าวเช่นนั้น เขาก็ทราบได้ทันทีว่านางเห็นด้วยกับเขา แต่เมื่อคิดถึงวิธีการที่ฮองเฮาใช้อยู่
เป็นประจำ เขาจึงรีบกำชับขึ้นมา “เสด็จแม่ ลูกจะพูดอะไรเสียหน่อย คุณหนูจวนต้วนผู้นั้นหน้าตาอัปลักษณ์และขี้ขลาด
อย่างมาก เสด็จแม่อย่าทำให้นางตกใจจนเกินไปก็พอพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮองเฮาเกิดรู้สึกไม่ถูกใจกับสิ่งที่เขาพูด ทว่านางเก็บเอาไว้ในใจโดยที่ไม่แสดงอาการ ได้แต่หัวเราะและพูดขึ้น “โอ้
โห! ยังไม่ทันจะได้นางมา เจ้าก็เริ่มจะเทใจไปให้นางแล้วอย่างนั้นหรือ? หากเจ้าตบแต่งนางเข้ามาวังหลวงมาแล้วคงจะไม่
สนใจเสด็จแม่คนนี้แล้วกระมัง?”
เขาได้ฟังหน้ากลับแดงขึ้นในทันที กล่าวติดๆ ขัดๆ “ไม่เป็นเช่นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ… เพียงแต่เสด็จแม่ดูแลจัดการ
วังหลัง ด้านอำนาจและบารมีนั้นมีหรือที่คนธรรมดาจะรับได้? นางก็แค่สาวน้อยที่อายุสิบปีคนหนึ่ง จึงอย่าได้ทำให้นาง
ตกใจจนขวัญหนีดีฝั่อเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
สายตาของฮองเฮาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่
นี่เป็นครั้งที่สองที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยขอร้องให้กับสาวน้อย พูดได้ว่าในใจของเขา สาวน้อยคนนี้คงจะจับจองพื้นที่ใน
หัวใจอย่างมาก เพราะหลายปีมานี้ในใจของเขามีเพียงราชบัลลังก์และฮองเฮาเท่านั้น แต่ครั้งนี้กลับผิดวิสัยอย่างที่ควรจะ
เป็น!
เห็นทีนางจะต้องไปดูหน้าสาวน้อยอายุสิบปีคนนั้นที่ทำให้ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตาย แต่กลับมีดอกบัวหิมะเบ่งบาน
ยามที่หิมะโปรยปรายลงมาบ้างเสียแล้ว
สิ่งเดียวที่คาดหวังคือ สาวน้อยคนนั้นต้องเหมาะสมกับลูกชายของนาง ทั้งยังต้องถูกชะตากับนางด้วย
ต้วนชิงหมิง… ที่ชื่อเสียงเรื่องความอัปลักษณ์กระฉ่อนไปทั่วเมืองหลวง ไม่รู้ว่าหน้าตาของนางจะเป็นอย่างไร?
ระหว่างที่ฮองเฮาวางแผนจะเล่นงานต้วนชิงหมิงอยู่นั้น……นางกลับไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา เวลานี้นาง
ยืนอยู่หน้าประตูฉุยฮวาเพื่อเตรียมออกมาส่งเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหรานกลับเรือน
เดิมทีทั้งสามคนนัดกันจะออกไปเดินเล่น เพียงเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีระดูมากะทันหัน ทำให้นางเอาเสื้อผ้าของต้วนชิงหมิ
งมาเปลี่ยนไปก่อน ตอนนี้นางไม่อยากจะขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย เด็กสาวรั้งให้พวกนางทานอาหารกลางวัน พักผ่อน
อิริยาบถแล้วจึงปล่อยพวกนางกลับจวนของแต่ละคนไป!
หลังจากที่ส่งพวกนางทั้งสองกลับจวนไปแล้ว ต้วนชิงหมิงก็เดินกลับมายังห้องรับแขก ปรากฏว่ามีแขกไม่ได้รับ
เชิญโผล่มา!
แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น นางไม่เคยพบและรู้จัก ทั้งยังไม่เคยปรากฏตัวที่ใดมาก่อนชื่อว่า ‘ไปั๋สุ่ย’ เขาคนนี้รับผิด
ชอบภารกิจในวังหลวง มีหน้าที่แฝงกายสืบข่าวจากตำหนักต่างๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงเขาจะไม่ออกมาจากวังหลวง!
ในเวลานี้องค์ชายสามผู้สูงศักดิ์กำลังนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงของต้วนชิงหมิง ทว่าดูจากท่าทางแล้วเหมือนจะ
เป็นเจ้าของเตียงเองเสียมากกว่า เขานั่งจิบนํ้าชาไปด้วยและฟังเรื่องที่ไปั๋สุ่ยรายงานอย่างตั้งใจ “องค์ชาย ข้าน้อยไปสืบ
จนรู้ชัดแล้วพ่ะย่ะค่ะ วันนี้ตอนเช้าท่านเสนาบดีไปเข้าเฝั้าฝั่าบาทที่ห้องทรงพระอักษร เพื่อขอพระราชทานงานอภิเษก
ระหว่างองค์หญิงจิ่นซิ่วกับหนิวไปั๋ ฝั่าบาทรับฟังก็ทรงเห็นด้วยที่จะจัดงานอภิเษกให้ และพระราชทานจวนให้กับหนิวไปั๋
จะได้ออกจากจวนเสนาบดีไปมีจวนของเขาเองพ่ะย่ะค่ะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะเย็นชาขึ้นมา “อย่างนั้น คนในวังหลวงผู้นั้นคงจะไม่อยู่เงียบแล้วใช่หรือไม่?”
ไปั๋สุ่ยนั้นรูปร่างสันทัดไม่สูงมาก หน้าตาหล่อเหลา เพียงแต่มักจะทำหน้าบึ้งตึงไม่ยิ้มแย้มละม้ายมีคนมาติดหนี้เขา
แล้วไม่ใช้คืน……เมื่อได้ยินที่องค์ชายสามถามขึ้น เขาตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ “พระพันปีเรียกฮองเฮาเข้าพบและ
ต่อว่าไปยกใหญ่ สุดท้ายองค์รัชทายาทก็พาตัวนางออกมาได้… ทางด้านพระพันปีในตอนนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใด
หากมีก็แค่แผนการที่จะให้องค์หญิงจิ่นซิ่วแต่งกับจวนผิงหนานนั้นก็ล้มเหลวลงไม่เป็นท่าพ่ะย่ะค่ะ!”
เขาเลิกคิ้วขึ้น กล่าววาจา “จะให้แต่งกับเสี่ยวซื่อจือ……พระพันปีความคิดไม่เลวเลยทีเดียว แต่ทำไมพระนางถึง
ไม่คิดละว่าเหตุใดฝั่าบาทถึงไม่ยอมรับ……” ถ้าให้จิ่นซิ่วแต่งกับเสี่ยวซื่อจือจวนผิงหนานก็เท่ากับมีแรงสนับสนุนพระพันปี
และเพิ่มอำนาจให้ตระกูลโจวเสียเท่านั้น เช่นนั้นฝั่าบาทมีหรือจะทรงเห็นด้วย กลัวว่าถ้าถึงตอนนั้นมาถึง ฝั่าบาทจะยอม
สละองค์หญิงที่ไม่มีประโยชน์อย่างจิ่นซิ่ว เพื่อหยุดงานอภิเษกที่พระพันปีต้องการอย่างแน่นอน!
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ส่ายหน้าไปมา พลางหัวเราะเยาะ เขามองไปที่สีหน้าบึ้งตึงของไปั๋สุ่ย พูดเสียงเรียบ “เจ้าลอง
ให้ข้าทายเรื่องที่จะเล่าต่อไปเสียก่อน……” เขาหยุดเว้นจังหวะทำท่าครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วกล่าวออกมา “คงจะเป็นฮองเฮา
หารือกับองค์รัชทายาท เรื่องที่ต้องการให้หนิวไปั๋ตายก่อนงานอภิเษก หรือไม่ก็คงให้เขาต้องพิกลพิการ สรุปก็คือทำ
อย่างไรก็ได้ที่จะไม่ให้เขาได้แต่งกับจิ่นซิ่ว สิ่งที่ข้าพูดมานั้นถูกต้องหรือไม่?”
ไปั๋สุ่ยพักหน้ารับ หน้าตาบึ้งตึงดุจเดิม “ทุกอย่างเป็นไปตามที่องค์ชายสามคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด สิ่งที่องค์
รัชทายาทวางแผนไว้ ข้าน้อยเชื่อว่าองค์ชายคงจะล่วงรู้ว่าหนิวไปั๋ผู้นี้มักจะชอบไปสำมะเลเทเมาที่หอนางโลม ซึ่งสถานที่
แบบนั้นเกรงว่าหลิวจื๋อก็ยังไม่ทราบ หากต้องการปกปั้องหนิวไปั๋มีหรือจะทำได้ตลอดเวลา คนขององค์รัชทายาทคงเลือก
ลงมือที่นั่นพ่ะย่ะค่ะ!”
เด็กหนุ่มค่อยๆ หลับตาลงอย่างเเผ่วเบา ใบหน้าที่งดงามหล่อเหลานั้นไม่แสดงอารมณ์และความรู้สึกใด “อื้ม!
เรื่องนี้จะให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ จิ่นซิ่วจะแต่งงานทั้งที ท่านพี่อย่างข้ารอไปดื่มเหล้ามงคลอยู่ ถ้าจะเปลี่ยนเรื่องมงคลให้กลาย
เป็นเรื่องอวมงคลนั้น ข้าก็ไม่ค่อยถูกใจด้วยเหมือนกัน… เอาอย่างนี้ไปั๋สุ่ย เหล้ามงคลที่ข้าจะได้ดื่มเพื่อแสดงความยินดีนั้น
คงต้องฝากเจ้าด้วย ถึงตอนนั้นหากข้าไม่ได้ดื่มเหล้ามงคล ข้าก็จะให้เจ้าแต่งแทน!”