การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 241 ไปั๋สุ่ยโดนสัพยอก
ใบหน้าของไปั๋สุ่ยที่บึ้งตึงอยู่แล้วกลับบึ้งตึงขึ้นอีก สับสนงุนงงละม้ายมีฝูงนกบินวนอยู่รอบศีรษะ
ที่เขาได้ยินเมื่อครู่นี้ไม่ผิดแน่ใช่หรือไม่ องค์ชายสามจะให้เขาแต่งงานแทน……โอ้ เจ้านายช่างใจร้าย ในใจต้องดำ
สนิทอย่างแน่นอน เขาอุตส่าห์ทำทุกอย่างเพื่อเจ้านายเชียวนะ เหอะ เหอะ! จะให้ไปั๋สุ่ยแต่งออกไปอย่างนั้นหรือ
เชื่อว่าความคิดแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นเช่นนี้ คงมีเพียงองค์ชายสามคนนี้คนเดียวอย่างแน่นอน! นี่ลั่นวาจาออก
มาโดยไม่ได้ไตร่ตรองเลยหรือ ที่จะให้คนจงรักภักดีและยอมบุกปั่าฝั่าดงอย่างเขาแต่งออกไป แล้วอีกหน่อยในวังหลวงยัง
จะมีใครที่เป็นหูเป็นตาและคอยจัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้ให้กัน!
เหยียนหลิ่งอวี๋ย่อมรู้ดีว่าไปั๋สุ่ยกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาเหล่ตามองอีกฝั่าย “ใช่แล้ว ไปั๋สุ่ย คุณหนูสามจวนถังเป็น
อย่างไรบ้าง? เจ้าเตรียมเอาของไปเยี่ยมนางเมื่อไรกัน……”
คำพูดประโยคนี้เหมือนเป็นการจี้ใจดำของไปั๋สุ่ย
สีหน้าของไปั๋สุ่ยเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที พลันก้มหน้าลง พูดเสียงกระอักกระอ่วน “องค์ชายสาม เดี๋ยวข้า
น้อยจะช่วยดูแลน้องเขยขององค์ชายให้ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ ถ้าทั้งสองยังไม่ได้เข้าห้องหอ ข้าน้อยจะให้คนคอยจับตาหนิวไปั๋
เอาไว้ให้ดี ไม่ให้เป็นอะไรแม้แต่เส้นขน……หากเจ้านายมีคำสั่งใดก็สั่งมาได้ อย่าได้เอาคุณหนูสามจวนถังมาขู่เลยพ่ะย่ะ
ค่ะ!”
เด็กหนุ่มหัวเราะลั่นขึ้นมา เขารู้ว่าไปั๋สุ่ยคนนี้ไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทว่าคนที่เขากลัวมากที่สุดในใต้
หล้ามีเพียงผู้เดียวก็คือคุณหนูใหญ่จวนถัง
ในเวลานั้นคุณหนูใหญ่จวนถังผู้งดงามได้ตกหลุมรักไปั๋สุ่ยตั้งแต่แรกเห็น เมื่อเจอไปั๋สุ่ยอีกครั้ง นางจึงอยากตบแต่ง
และฝากชีวิตไว้กับเขา แต่ว่าไปั๋สุ่ยไม่มีความรู้สึกรักใคร่นางแม้แต่น้อยจึงปฏิเสธไป คุณหนูใหญ่จวนถังผู้นั้นจึงใช้วิธี ทั้ง
ร้องไห้ โวยวาย กระทั่งการขู่ผูกคอตาย นางยอมใช้มารยาหญิงทั้งร้อยแปดเล่มเกวียนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ไปั๋สุ่ยออกห่างไปทุกที สุดท้ายนางเลือกที่จะบีบบังคับให้เขาแต่งกับนางจนทุกคนต่างรู้กันไปทั่วเมือง
หลวง เขาโกรธเป็นที่สุดหลังจากนั้นไปั๋สุ่ยจึงตัดสินใจไม่ออกจากวังหลวงอีกเลยหากไม่จำเป็น
เมื่อได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูด เขาจึงเงยหน้ามองค้อนเจ้านายไปครั้งหนึ่ง……องค์ชายอะไรช่างใจร้ายหมายจะไม่
สนใจความรู้สึกของเขาที่ยอมทำทุกอย่างแม้ถวายชีวิตให้ก็ย่อมได้ เจ้านายไม่รู้หรือว่าการนำเรื่องที่เขาไม่อยากจะเอ่ยถึง
มาพูดเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพียงใด
เด็กหนุ่มพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข จนทำให้ความเบื่อหน่ายของเขา พลันหายไปจนหมดสิ้น!
ตอนที่ต้วนชิงหมิงอยู่ในห้อง นางไม่เคยพูดคุยกับเขาดีๆ แม้แต่ประโยคเดียว ถ้านางไม่สนใจ เขาก็จะยุ่งจนหัวหก
ก้นขวิดจนเขาไม่เคยได้เห็นแม้แต่เงาของนาง บางครั้งด้วยความเบื่อหน่าย องค์ชายสามผู้สูงศักดิ์ก็อยากเอาหัวไปโขก
กำแพงให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย ทว่าตอนนี้เขากลับคลายความเบื่อหน่ายไปได้มากเสียอย่างนั้น
ระหว่างที่พูดไปั๋สุ่ยได้เงยหน้าขึ้นมา “ใช่แล้ว องค์ชาย……เมื่องานวันเกิดของคุณหนูใหญ่ต้วนในวันนั้น ปลาจิ๋นหลี่
อวี๋ลอยตายขึ้นมา แต่กลับมีดอกบัวหิมะเบ่งบานยามที่หิมะโปรยปรายลงมา เรื่องนี้องค์ชายได้ฟังมาบ้างแล้วใช่หรือไม่พ่ะ
ย่ะค่ะ?”
“เจ้าว่าอะไรนะ?” เด็กหนุ่มตกตะลึง
เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ทำไมข้าจึงไม่รู้เลย?
ไปั๋สุ่ยยังคงเล่าเรื่องด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกและนํ้าเสียงเรียบนิ่งดุจเดิม “วันนั้นในงานวันเกิดของคุณหนูใหญ่ต้
วน ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่ท่านแม่ทัพใหญ่ต้วนเลี้ยงไว้ในสระลอยตายขึ้นมา เหล่าบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายต่างพูดกัน
ว่านางเป็นตัวซวย แต่หลังจากนั้นกลับมีดอกบัวหิมะเบ่งบานออกมาต้อนรับที่หิมะตกโปรยปรายลงมา! เรื่องนี้แพร่ไปทั่ว
ทั้งเมืองหลวง จนทำให้องค์รัชทายาทกับฮองเฮาให้ความสนใจคุณหนูใหญ่ต้วนขึ้นมาไม่น้อย ข้าน้อยเชื่อว่าอีกไม่นาน
คงจะต้องเรียกนางไปเข้าเฝั้าอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”
ดอกบัวเบ่งบานกลางสายหิมะ? นี่เป็นเรื่องตอนที่ฮองเฮาจัดงานฉลองครบรอบวันเกิดตอนอายุสิบสองพรรษา
ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่เคยพบปรากฏการณ์เช่นนี้อีกเลย จนมาเกิดกับต้วนชิงหมิงนี่แหละ!
เหยียนหลิ่งอวี๋ทราบดีว่าจะต้องเป็นแผนการที่หลิวหรงใช้เพื่อจัดการต้วนชิงหมิง โดยทำให้ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตาย
เต็มสระเพื่อจะได้ใส่ร้ายนาง แต่นางก็รู้จักใช้วิธีในการรักษาตัวให้รอดจนทำให้ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพูดถึงชื่อของนาง เห็น
ทีนับจากนี้ไปนางจะต้องเจอเรื่องราวที่ยากลำบากขึ้นอย่างแน่นอนแล้ว!
หากเสด็จพ่อทรงทราบเรื่องนี้เข้า จะต้องส่งคนมาสืบหาความจริง ส่วนองค์รัชทายาทจะต้องไม่พลาดเรื่อง
อัศจรรย์เช่นนี้ให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ฮองเฮาก็เช่นเดียวกันคงจะทำทุกอย่างเพื่อองค์รัชทายาท……พูดได้ว่าหากองค์
รัชทายาทถูกใจใครคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ ยิ่งถ้าฮองเฮาถูกตาต้องใจก็จะเรียกตัวเข้าวังหลวง ทว่าหากไม่โปรดแล้วละก็ ต้
วนชิงหมิงคงต้องหายตัวไปตลอดกาล!
เหยียนหลิ่งอวี๋อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ……เห้อ! จิ้งจอกน้อย เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ
ไปั๋สุ่ยมองดูเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ตอนนี้หน้าตาเหยเก คิ้วขมวดมุ่น ถึงตาเขาแอบหัวเราะในใจบ้างแล้ว…! ทุกคนต่างรู้
กันว่าต่อให้ภูเขาไท่ซานพังถล่มลงมาต่อหน้าองค์ชายสามก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่วันนี้เห็นทีจะเปลี่ยนเพราะสาวน้อยคนนี้
แล้วกระมัง!
หึ หึ! คราวนี้ได้เห็นเรื่องสนุกแน่นอน!
ไปั๋สุ่ยรายงานเหตุการณ์ทั่วไปในวังหลวงอีกครู่เดียวก็กระโดดออกไปจากทางหน้าต่าง หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เหมือนไม่เคยปรากฏ ทว่าเด็กหนุ่มยังอึ้งกับเรื่องที่เขาเพิ่งรู้เมื่อครู่อยู่… ตั้งแต่รู้จักต้วนชิงหมิงในวันแรก เขารู้ดีว่านาง
ไม่ใช่คนที่นั่งรอความตาย ใครที่วางแผนเล่นงานนาง นางจะคิดค้นสารพัดวิธีเอาคืนให้เจ็บเจียนตายจนต้องร้องขอชีวิต
แต่ครั้งนี้อีกฝั่ายเป็นถึงฮองเฮา องค์รัชทายาท และตระกูลโจว หากเอาอำนาจทั้งหมดมารวมกันต้วนชิงหมิงคงไม่ใช่คู่
ต่อกร!
ยิ่งไปกว่านั้นนิสัยของนางคงไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปใช้ชีวิตในวังหลวง เขาเชื่อว่าหากนางต้องเข้าไปไม่เกินสามวัน
คงจะต้องหายวับไปจากโลกนี้!
เห็นทีเรื่องนี้จะนิ่งเฉยรอความตายไม่ได้แล้ว จะต้องคิดหาวิธีที่เปลี่ยนความสนใจขององค์รัชทายาท!
ในความทรงจำของเหยียนหลิ่งอวี๋ องค์รัชทายาทคงจะยังไม่เคยได้พบหน้าต้วนชิงหมิงอย่างเป็นทางการ เช่นนั้น
จะมีวิธีการใดช่วยเปลี่ยนความสนใจได้?
เขานอนอยู่บนเตียงค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า พริบตาเดียวก็ลืมตาขึ้นมองเพดาน ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “มีวิธี
แล้ว!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยากจะแอบลอบทำร้ายหนิวไปั๋ไม่ใช่หรือ? โดยเขาจะให้จิ่นซิ่วเข้าไปยั่วยวนหลิวยวน หากงาน
อภิเษกไม่มีเจ้าบ่าวก็คงทำได้เพียงหาเจ้าบ่าวใหม่มาแทนที่ ดังนั้นความอันตรายที่รอหลิวยวนอยู่ยังคงอยู่… ตามที่เหยียน
หลิ่งอวี๋ทราบมา หลิวยวนคนนี้ไม่มีใจชอบพอองค์หญิงจิ่นซิ่วแม้แต่น้อย เขาจึงต้องลองหาวิธีช่วยจิ่นซิ่วสักครั้งหนึ่ง โดยที่
ให้องค์หญิงจิ่นซิ่วทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่!
สรุปแล้วเหยียนหลิ่งอวี๋มีวิธีอีกมากมายที่จะให้องค์รัชทายาทยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของต้วนชิงหมิง!
เพียงแต่หนิวไปั๋ผู้โชคดี กลับทำให้เขาต้องเสียทั้งแรงกาย แรงใจในการช่วยชีวิตไปอย่างมาก!
ในที่สุดเมื่ออาทิตย์อัสดงความมืดมึนก็คืบคลานเข้ามา ต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาในห้อง เห็นองค์ชายสามนั่งนิ่งเงียบ
อยู่บนเตียง แววตาดำขลับของเขาหลบซ่อนภายใต้ความมืด แอบมองต้วนชิงหมิงอย่างเงียบเชียบ
นางเดินเข้ามาในห้องด้วยความเหนื่อยล้าเต็มประดา จนคิดแต่เรื่องจะนอนหลับพักผ่อน พลันสายตาเหลือบไป
เห็นสายตาที่เพ่งพิศมาของเหยียนหลิ่งอวี๋
นางมองตอบนิ่งๆ ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สีหน้าของต้วนชิงหมิงเคร่งขรึมลงในทันที ครุ่นคิดบางอย่างก่อนที่จะเดิน
เข้าไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋ตรงหน้าและถามขึ้นเสียงใสแจ๋ว “ขอถามองค์ชายสามเรื่องการกินอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”
อีกฝั่ายพยักหน้าอย่างจริงจัง ไม่ว่าเป็นคำถามใดที่จิ้งจอกน้อยถามขึ้น เขาจะตอบอย่างตั้งอกตั้งใจ ทว่ากลับแฝง
การยียวนกวนประสาทนางไปทุกครั้ง!
เห็นเขาพยักหน้าตอบรับอย่างสบายอกสบายใจ ต้วนชิงหมิงก็โกรธจนลมแทบออกหู… เชอะ! องค์ชายสามช่าง
ไม่รู้หรือว่าไปสร้างเรื่องราวที่ด้านนอกมาและยังต้องลำบากคนอื่นอีกมากมายเพียงใด?
นางปรายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า พูดอย่างไม่เกรงอกเกรงใจอีกต่อไป “เช่นนั้น บาดแผลขององค์ชายดีขึ้น
บ้างหรือยังเพคะ?”
เขาทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับไป “นิดหน่อย……น่าจะเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น!”
อันที่จริงบาดแผลของเขาหายดีมากกว่าครึ่งแล้ว เขาคิดว่าหากแผลดีขึ้นก็ต้องออกจากที่นี่ไป แต่ปัญหาคือเตียงนี้
ช่างนุ่มหลับสบายเหลือเกินจนทำให้เขาเริ่มที่จะคุ้นชินกับการอยู่ที่นี่ไปแล้ว หากจะต้องให้จากที่นี่ไปคงยังทำใจไม่ได้!
นางเลิกคิ้วสูงขึ้น เม้มปากเป็นเส้นบาง “เช่นนั้น ถ้าองค์ชายกลับออกไปตอนนี้คงจะไม่ใช่ปัญหาแล้วกระมัง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋จ้องมองต้วนชิงหมิง… ที่แท้นางพูดมาตั้งนานก็เพื่ออยากจะไล่เขาไปอย่างนั้นสิท่า!