การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 244 เหยียนหลิ่งอวี๋จากไปแล้ว
ยํ่ารุ่งวันต่อมาต้วนชิงหมิงพลันลุกขึ้นจากตั่งยาวจากนั้นให้เยวี่ยเจียและชิวหนิงแต่งตัวให้
เนื่องจากวันนี้จะต้องไปจวนเชวียเพื่อช่วยไห่ถัง ดังนั้นทั้งการแต่งกาย เสื้อผ้าและกิริยาคำพูดจะต้องไม่ให้ผิด
พลาดแต่อย่างใด ทว่าไม่รู้ว่าบ่าวรับใช้ของเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะทำตามที่นางกำชับได้หรือไม่… สำหรับเชวียหนิงหรานแล้ว เรื่อง
นี้อาจไม่ใช่เรื่องดีอะไร ดังนั้นต่อให้เรื่องนี้ทำสำเร็จ ต้วนชิงหมิงก็ยังเป็นห่วงความรู้สึกของเชวียหนิงหราน อีกทั้งไม่อยาก
ให้ซานอี๋เหนียงมีความแค้นต่อเชวียหนิงหรานเช่นกัน
แต่ผลลัพธ์ของเรื่องนี้คิดไปก็เท่านั้น เพราะทุกคนต่างรู้กันว่าในจวนเชวียแห่งนี้ เชวียหย่งเฉียงรักและโปรดปราน
ซานอี๋เหนียงเป็นที่สุด จนนางจองหองพองขน ไม่สนใจเชวียหนิงหรานอยู่ในสายตา ต่อให้ไม่มีเรื่องเกิดขึ้น ซานอี๋เหนียงก็
ยังคงจะไม่ชอบเชวียหนิงหรานอยู่วันยังคํ่า
คิดแล้วก็อดฝืนยิ้มขึ้นมาไม่ได้… คงช่วยเหลือได้อีกเพียงครั้งนี้เท่านั้น ไม่อาจช่วยได้ทุกครั้งไป ดังนั้นทุกเรื่องคงจะ
ต้องพึ่งตนเองจึงจะดีที่สุดไม่ใช่หรือ
เรื่องในจวนเชวียครั้งนี้จู่ ๆ ก็ขยายมาถึงจวนต้วน ไม่รู้เลยว่าต้วนเจิ้งกับหลิวหรงพูดอะไรกัน จึงทำให้หลิวหรงกับ
ต้วนอวี้หรานกลับไปกักบริเวณที่เรือนของพวกนางอีกครั้ง จนหลายวันมานี้ไม่ได้ยินข่าวคราวเรื่องนี้แม้แต่น้อย!
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ต้วนชิงหมิงจะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้ แต่การที่ให้หลิวหรงได้รับรู้ถึงการละเลยและไม่แยแสจากต้
วนเจิ้งก็ยังถือว่าดี
หากเกลียดใครสักคนก็คงไม่ต้องให้คนคนนั้นถึงต้องมีอันเป็นไปหรือหายจากโลกนี้ไป แต่ควรจะชั่งใจให้อีกฝั่ายมี
ชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่มีทางได้สมหวัง!
ในตอนนี้สิ่งที่ต้วนชิงหมิงต้องการให้หลิวหรงสูญเสียก็คือต้วนเจิ้ง ตามด้วยต้วนอวี้หรานจนสุดท้ายสูญเสียทุก
อย่างที่มีอยู่ในมือไป ทีละอย่างจนหมดสิ้น
นางเชื่อว่าวันนั้นใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว!
เด็กสาวนั่งนิ่งจมลงสู่ภวังค์ ระหว่างที่ชิวหนิงและเยวี่ยเจียจัดการแต่งตัวและหวีผม ให้นาง
“คุณหนู……เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” เยวี่ยเจียที่อยู่ด้านข้างรายงาน
เมื่อพูดจบยังเอ่ยปากชมไม่ขาด “วันนี้คุณหนูงดงามเหลือเกิน!”
ชิวหนิงที่เตรียมตัวจะรินนํ้าชาได้มองค้อนไปที่เยวี่ยเจียหนึ่งครั้ง ตำหนิว่า “เจ้าพูดอะไรเนี่ย? คุณหนูงดงามทุก
วัน!”
เยวี่ยเจียฟังแล้วก็เม้มปากยิ้มไปด้วยมือก็เก็บข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะไปด้วย “ใช่แล้ว ใช่แล้ว คุณหนูสวยอยู่ทุก
วัน!”
ต้วนชิงหมิงแต่งตัวไม่เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา วันนี้นางตั้งใจใส่ชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนแซมขาวแขนยาว
ตะเข็บเย็บริมด้วยด้ายเงินโดยรอบ แขนเสื้อปักดอกไม้สีเหลืองอ่อน กระโปรงปักลายดอกจื่อยวนฮวา[1]ดอกใหญ่สีม่วง
ชวนมอง รองเท้ารัดข้อปักลายดอกไปั่เหอ[2] ด้านในซับด้วยขนสุนัขจิ้งจอกทำให้เท้าของนางดูเล็กและได้รูป ส่วนที่ข้อ
มือใส่กำไลหยกเขียวมรกตเมื่อกระทบแสงพลันส่องแสงเปล่งประกายออกมา
เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยถูกหวีและเกล้าขึ้นเสียบด้วยปินหยกเข้าชุดกับกำไล ที่ทำมาอย่างวิจิตรบรรจง หาก
กระทบแสงก็จะส่องประกายระยิบระยับ
ปกติหากอยู่ในห้องจุดฟืนให้ความร้อน ผ้าคลุมขนสุนัขจิ้งจอกก็จะถูกวางไว้โดยไม่ได้นำมาคลุมตัว… หากมองชุด
คลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีม่วงอ่อนนั้นช่างเข้ากับชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนที่ต้วนชิงหมิงใส่ในวันนี้
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ตื่นขึ้นมาหวีผมล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยนานแล้ว เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงมองต้วนชิง
หมิงค่อยๆ แต่งตัวไปเรื่อยๆ สายตาของเขาช่างอ่อนโยนละมุนหยาดเยิ้มต่อทุกสรรพสิ่ง… ช่างดีเหลือเกิน!
ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วได้พบหน้าคนที่อยากเห็น เพียงแค่มองดูเขาหวีผมแต่งหน้าในทุกวันก็คงดี สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋
แล้วการได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าถือเป็นความสุขที่สามารถสัมผัสได้จริง
แต่ไม่รู้ว่าความสุขนี้ต้วนชิงหมิงจะคิดเหมือนกับเขาไหม
สายตาที่เปล่งประกายวาววับของเหยียนหลิ่งอวี๋มองนางด้วยความชื่นชมจนเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็น ทว่าเมื่อได้
เห็นสายตาที่เหมือนอดอาลัยตายอยากของอีกฝั่าย เขาจึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ขึ้น “ต้วนชิงหมิง อย่าบอกนะว่าเจ้าตั้งใจ
แต่งองค์ทรงเครื่องตั้งนานก็เพื่อจะไปหาหลิวยวน?”
ต้วนชิงหมิงทำเหมือนเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นอากาศธาตุ เขาตัวใหญ่อย่างนี้ นั่งตรงนี้ นอนห้องนี้ แต่นางกลับทำเป็น
ไม่แยแสไม่สนใจ พูดจาเย็นชาด้วยเสมอ วันนี้นางตั้งใจแต่งตัวงดงามถึงเพียงนี้เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวออกจากจวนเป็นแน่!
คิดๆ ดูแล้วสถานที่ที่ต้วนชิงหมิงสามารถไปได้ไม่ได้มีเยอะ เจ้าหลิวยวนผู้นั้นที่ปกติทำตัวเป็นห่วงเป็นใยต้วนชิงห
มิงมาตลอด เห็นทีนางคงจะเข้าไปยุ่งเรื่องในจวนของหลิวยวนอีกแล้วกระมัง!
เมื่อใดก็ตามที่เหยียนหลิ่งอวี๋คิดเรื่องหลิวยวนขึ้นมา สีหน้าของความไม่พอใจจะปรากฏออกมาทันที… เขามองไม่
เห็นแม้แต่น้อยว่าหลิวยวนผู้นั้นมีอะไรดีกัน… เหอะ! หลิวยวนนั่นดูแล้วก็ไม่ได้หล่อเหลากว่าเขาสักนิด อีกทั้งความ
สามารถก็ไม่อาจเทียบเขาได้ แต่ต้วนชิงหมิงก็ยังแต่งตัวงดงามเพื่อจะไปช่วยหลิวยวน เห็นทีต้วนชิงหมิงคงมีความสุขกับ
การที่จะได้ปกปั้องเขาอย่างเต็มกำลังความสามารถกระมัง
สรุปแล้วขอเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋นึกภาพหน้าตาที่น่ารังเกียจของหลิวยวนก็จะรู้สึกโมโหขึ้นมาในทันที
เด็กสาวได้ยิน พลางเหล่ตามองไป เห็นเขากำลังนั่งกอดอกพรํ่าบ่นอยู่บนเตียง หน้าดำหน้าแดง
นางไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมาอีก เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลย ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะมีแผนการบางอย่างในใจอีก
แล้ว นางได้แต่ขมวดคิ้วขึ้น หันตัวไปเพ่งพิศเหยียนหลิ่งอวี๋ที่กำลังโกรธ แล้วเอื้อนเอ่ยอย่างเย็นชา “ใครบอกท่านกันละ
ว่าข้าจะไปหาคุณชายหลิว……ข้าจะไปจวนของพี่สาวเชวียต่างหาก……”
ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบ อยู่ๆ ต้วนชิงหมิงก็หยุดพูดลงทันที… เหยียนหลิ่งอวี๋คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน มากินข้าวโดย
ไม่เสียเงิน มานอนบนเตียงของนาง และยังมีหน้ากล้ามาต่อว่านางอีกหรือ? ทำไม? นางจะไปไหนมาไหนจำเป็นต้อง
รายงานเขาทุกเรื่องเลยหรือ?
พูดจบก็หันตัวกลับมาส่องกระจกดังเดิม พูดเสียงเรียบนิ่ง “ใช่แล้วองค์ชายสาม สามวันมานี้บาดแผลดีขึ้นหรือ
ยัง……ท่านตั้งใจจะออกจากเรือนของข้าเมื่อไร? หรือว่าการเป็นองค์ชายจะว่างไม่มีอะไรทำ? ฝั่าบาทไม่ทรงเรียกเข้าเฝั้า
ให้ไปทำธุระแทนเลยหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทีที่เย็นชาของต้วนชิงหมิง เหยียนหลิ่งอวี๋มีลางสังหรณ์ในใจผุดขึ้นอยู่คำหนึ่ง ‘ท่าจะไม่ดีแล้ว!’ ปกติต้
วนชิงหมิงอยากจะไล่ให้เขาไปตั้งนานแล้ว แต่ท่าทางคำพูดของเขาก็เป็นข้ออ้างให้อีกฝั่ายได้ดีมาโดยตลอด ทว่าถึงตรงนี้
เหยียนหลิ่งอวี๋พลันรู้สึกร้อนรนขึ้นมา
เขามาอยู่ที่ห้องต้วนชิงหมิงน่าจะสามสี่วันเห็นจะได้ แม้บาดแผลจะยังไม่หายสนิทแต่ไม่ได้กระทบกับการเดินของ
เขา สำหรับเขาแล้วบาดแผลพวกนี้เป็นเหมือนเรื่องปกติที่เขาต้องประสบพบเจอ บาดแผลใหญ่น้อยไม่รู้ว่าเป็นแผลมา
แล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ดังนั้นถ้าอยากให้เขาไปจากที่นี่ก็พอจะมีหนทางอยู่บ้าง!
เพียงแต่เขายังโหยหาความอ่อนโยนของนางอยู่ จึงพยักพเยิดไม่ยอมจากไปเสียที ขอเพียงได้อยู่ใกล้ชิดนางให้
นานอีกสักหน่อย
หากจะพูดกับตามความเป็นจริงก็คือสองวันมานี้ ช่วงระหว่างที่ต้วนชิงหมิงไม่อยู่ เขาออกไปข้างนอกเพื่อจัดการ
ธุระอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็ไปถึงวังหลวงแล้วค่อยกลับมาที่ห้องของนางดังเดิม ทว่าสิ่งเหล่านี้จิ้งจอกน้อยไม่รู้เรื่อง!
เนื่องจากเหยียนหลิ่งอวี๋ถามถึงหลิวยวนขึ้นมา จนทำให้ต้วนชิงหมิงไม่ค่อยจะชอบใจเสียใจเท่าไร จนอยากจะให้
เขาไปให้พ้นตาโดยเร็ว
ถึงตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ยังรู้สึกว่าเขาได้เปรียบอยู่ ขอเพียงต้วนชิงหมิงไม่ไปหาหลิวยวน ต่อให้นางจะดุด่าเขา
มากกว่านี้ก็ไม่เป็นอะไร!
พอได้ยินต้วนชิงหมิงพูดถึงเชวียหนิงหรานประกอบกับการแต่งตัวที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เหยียนหลิ่งอวี๋จึงนึกขึ้น
ได้ว่าช่วงนี้ที่จวนเชวียมีเรื่องในจวนจริง! แต่เรื่องนี้ต้วนชิงหมิงคงไม่รู้ว่าจะต้องให้เขาช่วยออกหน้าให้ถึงจะสามารถเอา
อยู่!
…
[1] ดอกจื่อยวนฮวา คือ ดอกไฮเดรนเยีย
[2] ดอกไปั่เหอ คือ ดอกลิลลี่