การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 245 เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้รับความเป็นธรรม
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 245 เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้รับความเป็นธรรม
เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนหนึ่งที่มีไหวพริบดีมาก เมื่อต้วนชิงหมิงพูดขึ้นว่าต้องไปจวนเชวียเพื่อทำธุระบางอย่าง คิ้ว
ของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันจนแน่น ตอนนี้ต่อให้เขาไม่อยากจะไปแต่ก็คงต้องไปแล้ว
เขาค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียง ก้มตัวไปคว้ารองเท้าของเขามาใส่ แล้วกระโดดพุ่งออกไปทางหน้าต่าง โดยไม่ใส่
เสื้อคลุมและไม่ได้บอกกล่าวกันก่อน
เยวี่ยเจียที่ยืนมองอ้าปากค้างกำลังจะเรียกให้เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมา ทว่าเมื่อสายตาหันไปเห็นต้วนชิงหมิงมีสีหน้า
เคร่งขรึมก็รีบหุบปากแทบไม่ทัน เยวี่ยเจียที่กำลังจะเอ่ยปากเรียกถึงกับต้องเก็บปากเงียบไม่ตะโกนเรียก แล้วเดินกลับมา
อยู่ข้างกายของชิวหนิงดังเดิม
เหยียนหลิ่งอวี๋พุ่งไปทางหน้าต่างและผลักให้เปิดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะกระโดดออกไปเขาได้หันหลังมามองต้วน
ชิงหมิงอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ใช้มือจับขอหน้าต่างและโบยบินออกไปเหมือนกับนกกระเรียนขาว
การทำเช่นนั้นของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้ต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่หน้ากระจกตกใจจนตาค้าง! โดยเฉพาะสายตาที่เขาจ้อง
มองมาอย่างตั้งใจแวบนั้น แม้จะไม่ได้มีความหมายตำหนินาง แต่ก็แหลมคมบาดใจจนต้วนชิงหมิงนั่งไม่ติดกับที่ต้องลุก
ขึ้นยืน
แค่ชั่วพริบตาเดียวนั้นเอง จิตใจของนางก็กระสับกระส่ายว้าวุ่นไปหมด
เขาไปแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋จากไปแล้วหรือ?
ในใจรู้สึกขัดเคืองเขาอยู่ไม่น้อย… คนอะไรกันแปลกประหลาดจนยากจะคาดเดา แค่บอกให้ไปก็ไปจริงหรือ อีก
อย่างก่อนจะไปก็ไม่มีบอกลากันสักคำเดียว!
ต้วนชิงหมิงนึกตำหนิเขาในใจวกไปวนมา… การจากไปของเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นเพราะการบีบบังคับของนางจริง
หรือ? แต่ช่างเถอะ คนหยิ่งยโสอย่างเขาหรือจะทนคำพูดแรงๆ ของคนอื่นได้อย่างไรกัน? เห็นได้ชัดแล้วว่าหากใครพูดจา
ไล่โดยไม่ไว้หน้า เขาก็จะไปจริง!
นางถอนหายใจออกอย่างเชื่องช้าพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่ชิวหนิงมาเล่าว่า ผ้าพันแผลที่ตัวของเหยียนหลิ่งอวี๋นั้น
เมื่อเปิดออกมายังมีเลือดติดออกมาอยู่เลย นั่นแสดงว่าบาดแผลบนตัวของเขายังไม่ได้ดีขึ้นจนหายสนิท
บาดแผลบนร่างของเขายังไม่หายดีอีก ทั้งไม่ได้ใส่เสื้อคลุมอีก หากออกไปเจออากาศที่หนาวเหน็บกับหิมะที่
โปรยปรายคงจะไม่สบายอย่างแน่นอน นางคิดได้ดังนั้นก็ลุกพรวดคิดจะวิ่งออกไปห้ามเหยียนหลิ่งอวี๋
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเหยียนหลิ่งอวี๋มีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะตามไปห้ามไว้ได้ทัน
เด็กสาวจึงทำได้เพียงเดินไปยืนตรงหน้าต่าง สายลมหิมะอันเหน็บหนาวได้พัดผ่านมาปะทะใบหน้าของนาง รู้สึก
เหมือนมีนํ้าตาที่เย็นเฉียบไหลรินลงมาจากใบหน้า นางยืนมองพื้นหิมะที่ขาวโพลนมีรอยเดินยวบยาบอย่างเห็นได้ชัด
ทำให้ภายในใจที่สงบนิ่งเกิดร้อนรนใจขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง
ชิวหนิงหันไปส่งสายตาให้กับเยวี่ยเจีย นางจึงรีบเก็บข้าวของหยิบออกไป ชิวหนิงเดินไปที่ข้างกายของต้วนชิงหมิง
พูดเสียงเบา “คุณหนูอย่าได้ตำหนิตัวเองไปเลยเจ้าค่ะ เมื่อวานนี้คนขององค์ชายสามมาที่นี่รายงานว่าที่วังหลวงเกิดเรื่อง
ขึ้น อยากให้องค์ชายสามรีบกลับไปจัดการ บ่าวไม่เห็นองค์ชายตอบสิ่งใด เห็นทีตอนนี้คงจะกลับไปจัดการธุระที่วังหลวง
แล้วเจ้าค่ะ!”
ชิวหนิงก้มหน้าก้มตามองพื้นโดยที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นนาย
บทสนทนาเหล่านี้ชิวหนิงแอบได้ยินมาบ้าง เหยียนหลิ่งอวี๋ในตอนนั้นกลับปฏิเสธโดยกล่าวว่า “ข้าอยู่ที่นี่คงช่วย
อะไรไม่ได้มาก ให้คนเหล่านั้นหาวิธีจัดการด้วยตัวเขาเองแล้วกัน!”
แต่พอมาเช้าของวันนี้เขากลับจากไป สาเหตุคงไม่ใช่เพราะคุณหนูไล่เขาหรอกมั้ง?
ชิวหนิงมองออกว่าองค์ชายสามเป็นห่วงคุณหนู ส่วนคุณหนูก็เป็นห่วงเป็นใยองค์ชายสามเช่นเดียวกัน แม้ปกติคุณ
หนูจะพูดเย็นชากับองค์ชายสาม แต่ช่วงเวลาที่เขามารักษาตัวที่นี่หยูกยาและอาหารชั้นดี นางล้วนจัดการแสวงหามาให้
เขา!
เห้อ คุณหนูของบ่าว… ก็แค่ไม่รู้วิธีที่จะพูดกับเขาเท่านั้นเอง
นางมองไปที่ชิวหนิง พูดเสียงเรียบนิ่ง “ใครบอกเจ้าละว่าข้าเป็นห่วงเขา? ข้าเพียงแต่กังวลว่าการไปในครั้งนี้ของ
เขาจะสร้างความลำบากให้ข้าต่างหาก!”
ตอนนี้ชิวหนิงได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
คุณหนูนี่หนาปากไม่ตรงกับใจ! เมื่อครู่ยังเป็นกังวลจนออกนอกหน้า ทว่าตอนนี้กลับพูดอีกอย่างหนึ่งไปแล้ว!
ชิวหนิงไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝั่าย รีบยื่นมือเข้าไปดึงหน้าต่างให้ปิดลง จากนั้นเดินไปหยิบเสื้อคลุมขนสุนัข
จิ้งจอกมาห่มให้ต้วนชิงหมิง “คุณหนูสำรับอาหารเช้ามาแล้ว คุณหนูทานก่อนเถอะเจ้าค่ะ!”
คำพูดของชิวหนิงประโยคนี้ทำให้นางนึกถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ตื่นมานั่งมองนางแต่งตัวอยู่บนเตียง และจากไปโดยที่
ยังไม่ได้ทานอาหารเช้า!
เชอะ! มีอย่างที่ไหนกัน! พูดแค่ประโยคเดียวก็ไปเสียแล้ว ปกติก็พูดอย่างนี้เป็นประจำไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมพอ
มาครั้งนี้เขาจึงคิดเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา? เสื้อคลุมก็ไม่ได้ห่มไปแถมตอนนี้ยังกระโจนออกไปข้างนอกอีก……ปล่อยให้หนาว
ตายไปเลยก็ดี จะได้ไม่ต้องมีคนมาคอยสร้างเรื่องให้!!!
แม้จะคิดต่อว่าไปต่างๆ นานา ทว่าในใจของนางกลับร้อนรนกระวนกระวายอย่างคาดไม่ถึง นางกวักมือเรียกชิว
หนิง “เจ้าเก็บกวาดห้องให้สะอาดและเฝั้าให้ดีล่ะ วันนี้ให้เยวี่ยเจียตามข้าไปข้างนอกแล้วกัน!”
เมื่อพูดจบนางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเสียงแผ่วเบา หวังว่าองค์ชายคงไม่ใช่เพราะโกรธเคืองนางจนไม่ห่มผ้า
คลุมกระโดดออกไปจนไม่สบายก็พอ
ชิวหนิงรีบตอบรับอย่างงงงวย จากนั้นประคองต้วนชิงหมิงออกจากห้อง ทั้งกำชับให้บ่าวรับใช้เข้ามาช่วยนางเก็บ
กวาดทำความสะอาด
ตอนองค์ชายสามอยู่ที่นี่ ถ้านางไม่มองอย่างเย็นชาก็จะพูดจาเสียดสีประชดประชัน ในใจนึกว่าพอเขาไปแล้ว นาง
จะมีความสุขเสียอีก เหตุใดความรู้สึกในตอนนี้กลับอยากให้องค์ชายสามมาอยู่ที่นี่ดังเดิมเล่า!
เห้อ ช่างขัดแย้งในตัวเองเหลือเกิน คำพูดกับการกระทำทำไมไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย
รถม้าเทียมหน้าประตูฉุยฮวา ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้เดินลงมาจากเกี้ยว เห็นเชวียหนิงหรานที่ยืนรอต้อนรับอยู่ วัน
นี้เชวียหนิงหรานมารอรับนางที่ประตูฉุยฮวาไม่ใช่ประตูใหญ่
วันนี้เชวียหนิงหรานใส่ชุดกระโปรงตาข่ายลายดอกโบตั๋นใหญ่ กระโปรงสีเขียวช่วงล่างปักลายดอกสุ่ยเซียน[1]
กระจายไปอยู่ทั่ว ด้านนอกคลุมด้วยผ้าสีอ่อน ดูแล้วช่างอ่อนหวานงดงามยิ่งนัก เสื้อผ้าในวันนี้เมื่อมองแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า
เสริมเรื่องมงคล
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยืนอยู่ด้านข้างของเชวียหนิงหราน เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมาถึงแล้ว ทั้งสองคนก็ส่งสายตาเป็นนัยว่าทุก
อย่างได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว!
พอเชวียหนิงหรานเห็นต้วนชิงหมิงก็ยิ้มออกมาและตรงเข้าไปรับในทันที “ข้ากำลังพูดถึงเจ้าอยู่พอดี ทำเอาข้ากับ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรอเจ้าอยู่ที่นี่ตั้งนานสองนาน!”
เด็กสาวอมยิ้มกล่าววาจา “การรอคอยคนนั้นย่อมรู้สึกว่านานเป็นธรรมดา อันที่จริงแล้วข้าตื่นมาก็รีบทำโน่นทำนี่
ยังไม่ได้หยุดพักเลย!”
เชวียหนิงหรานได้ฟังแกล้งทำหน้าจริงจัง แต่ก็อดกลั้นหัวเราะออกมาไม่ไหว จากนั้นนางจึงหันไปพูดกับเนี่ยไฉ่เย
วี่ยว่า “ไฉ่เยวี่ย เจ้าดูเอาเถอะ ข้าพูดแค่ประโยคเดียวเท่านั้น นางก็บ่นออกมาเสียยาวเหยียดเลย!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังจึงขำออกมา “ก็ใช่นะสิ ชิงหมิงอย่าหาว่าข้าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ครั้งนี้เจ้าเพียงบอกว่าขอโทษ
ที่มาช้าก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลมาสาธยายให้มากมายหรอก!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ยู่ปากไปอีกทางพร้อมทั้งมองค้อนไปที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยเบาๆ หนึ่งทีและพูดอย่างขัดเคือง “เชอะ!
ข้ารู้ว่าพี่มาก่อนข้าไม่นานเท่าไรหรอก……เพราะเรื่องครั้งก่อนที่จวนต้วน ข้าไม่ได้ดูแลพี่เป็นอย่างดีใช่หรือไม่เล่า จึงทำให้
ผูกใจเคียดแค้นข้าขึ้นมา!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดก็งงงวยขึ้นมา นางมองที่เชวียหนิงหรานเหมือนไม่เข้าใจว่านางทำอะไรผิด!
เชวียหนิงหรานพอเห็นต้วนชิงหมิงโกรธขึ้นมาก็รีบเข้าไปจับมือนาง พูดโน้มน้าวว่า “เห้อ! อย่าโกรธเลย
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วพูดตำหนิเชวียหนิงหราน “ข้าจะยอมได้อย่างไร พี่สาวเชวียเป็นเจ้าของงาน หากจะต่อว่าชิงห
มิงก็ไม่เป็นไร แต่ว่าคุณหนูเนี่ยเป็นแขกเหมือนกัน แต่ทำไมทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของงานมาต่อว่าข้าล่ะ?”
ต้วนชิงหมิงอยู่ๆ นํ้าตาก็เอ่อคลอ “ถ้าจะให้พูดข้ากับนางก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากขนาดนั้น ทั้งยังไม่เคยทำอะไรไม่
ดีต่อนางเลย!”
…
[1] ดอกสุ่ยเซียน คือ ดอกแดฟโฟดิลหรือจีนลิลลี่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นไม้ประดับยืนต้นออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ มีทั้ง
สีชมพู เหลืองและขาว