การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 247 แผนการชั่วร้ายของเชวียหนิงเชี่ยน
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 247 แผนการชั่วร้ายของเชวียหนิงเชี่ยน
ชิ! หากต้วนชิงหมิงกล้ามารังแกเพื่อนของเชวียหนิงเชี่ยนอีกละก็ ข้านี่แหละจะสู้กับนางอย่างสุดชีวิต
เมื่อได้ยินสาวน้อยเชวียหนิงเชี่ยนพูดออกมา เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็รู้สึกเสียใจมากขึ้นไปอีก นางมองไปที่เชวียหนิงเชี่ยนพูด
อย่างอ่อนโยน “ข้าไม่คิดว่าคุณหนูที่อยู่ตรงหน้านี้จะเป็นคุณหนูสามจวนเชวีย… คิดไม่ถึงว่าท่านกับคุณหนูรองจวนเชวียดู
แล้วไม่เหมือนพี่น้องกัน ข้าเชื่อว่าหากเมื่อครู่คุณหนูสามอยู่ในเหตุการณ์ด้วยแล้ว ข้าคงไม่ถูกต้วนชิงหมิงรังแกถึงเพียง
นี้…”
คำพูดของเนี่ยไฉ่เยวี่ยแฝงไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจที่พูดไม่ออก เพียงครู่เดียว นางก็หันกลับมายิ้มให้กับเชวีย
หนิงเชี่ยน “ถ้าคิดทบทวนให้ดีๆ ข้ากับคุณหนูจวนต้วนเป็นแขกของจวนเชวีย เมื่อยืนตรงหน้าลูกเจ้าของจวนจะให้เรียน
คุณหนูรองช่วยได้อย่างไรกัน… ช่างเถอะ ในเมื่อเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว ข้าไม่อยากรื้อฟืนขึ้นมาอีก ประเดี๋ยวข้าจะไปบอกให้
ท่านแม่รีบกลับจวนเสียดีกว่า!”
หลังจากเนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดจบก็หันหลังเดินออกจากศาลาไป เสี่ยวจิ้งเห็นเช่นนั้นก็รีบร้อนเดินตามไป แต่ก่อนจะเดิน
ออกจากศาลาก็หันไปเห็นเชวียหนิงเชี่ยนมีใบหน้าเศร้าใจ เสี่ยวจิ้งจึงพูดขึ้นว่า “ท่านดีกว่าคุณหนูรองตั้งเยอะ!”
เสี่ยวจิ้งพูดจบก็รีบสาวเท้าก้าวตามเนี่ยไฉ่เยวี่ยจากไป
เมื่อเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยเดินไปบนทางยาวในสวนจนจะเลี้ยวหายไป เชวียหนิงเชี่ยนได้ตะโกนเสียงดังลั่นมาจากด้าน
หลังขึ้น “คุณหนูเนี่ย ถ้าข้าจะบอกว่าข้าไม่ชอบต้วนชิงหมิงเหมือนกัน อีกอย่างข้าสามารถช่วยท่านแก้แค้นได้ ท่านจะ
เชื่อข้าหรือไม่?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ยินที่เชวียหนิงเชี่ยนตะโกนก็ค่อยๆ หันหลังกลับไปมองนาง ดวงตาที่แดงกํ่าจนบวมของเนี่ยไฉ่เยวี่ย
พลันเปลี่ยนเป็นประกายวิบวับขึ้นมา
เนี่ยไฉ่เยวี่ยตั้งใจมองเข้าไปในดวงตาของเชวียหนิงเชี่ยน นางกัดริมฝีปากแน่น พลางส่ายหน้าเล็กน้อย “วิธีการ
ของต้วนชิงหมิงนั้นช่างแพรวพราวมากมายเกินไป… คุณหนูสามเป็นคนตรงไปตรงมา ข้าอาจจะมีคำพูดที่ล่วงเกินคุณหนู
สามไปบ้างว่า ‘คุณหนูสามอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง!’”
นางเว้นจังหวะแล้วกัดฟันพูดเสียงแผ่วเบาขึ้น “ขอโทษด้วยที่พูดล่วงเกินไป!”
จากนั้นนางก็ก้าวเท้าเดินต่อไป!
เชวียหนิงเชี่ยนสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างแรง กัดริมฝีปากแน่นอย่างไม่รู้ตัว… นางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของต้วนชิงหมิง
หรือ? หรือว่าการถูกดูถูกหยามเหยียดในครั้งที่แล้วจะจบเพียงเท่านี้? ตอนนี้นางมีคนที่มีศัตรูร่วมกันแล้ว แต่ด้วยความ
เย่อหยิ่งของต้วนชิงหมิงจึงทำให้คนอื่นๆ ต่างกล้าๆ กลัวๆ และเลือกที่จะถอยดีกว่าเข้าไปปะทะ…
ทว่าหาใช่คนอย่างเชวียหนิงเชี่ยน นางไม่มีทางยอมเด็ดขาด!
คำโบราณกล่าวว่า “ศัตรูของศัตรู คือมิตรของเรา” ฉะนั้นเนี่ยไฉ่เยวี่ยยังไม่กล้าไปเล่นงานต้วนชิงหมิงกับเชวีย
หนิงเชี่ยน แต่นางรู้แล้วว่ามีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคนที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะเป็นปฏิปักษ์กับต้วนชิงหมิง… ใช่แล้ว ขอเพียงต้
วนชิงหมิงโชคร้ายเจอแต่เรื่องซวยๆ นางจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อความสาแก่ใจนั้น!
นางครุ่นคิดแผนการได้ ก็รีบวิ่งเข้าไปยกมือขวางให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยหยุดฝีเท้าลง นางใช้ดวงตาใสแจ๋วคู่นั้นเพ่งพิศไปที่
เชวียหนิงเชี่ยนจนลมออกหู!
ลั่นวาจาเสียงดัง “คุณหนูเนี่ย ข้าจะบอกว่าถ้าคุณหนูเกลียดชังต้วนชิงหมิงก็ถือว่าเป็นเพื่อนกับข้า… ถ้าพวกเรา
ร่วมมือกันจะต้องจัดการนางได้แน่!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองเชวียหนิงเชี่ยนด้วยสายตาที่แน่นิ่ง จนผ่านไปครู่หนึ่งก็ส่ายหน้าแล้วก้มหน้าลงพื้น พูดด้วยนํ้าเสียง
ยืนกรานหนักแน่น “อย่าเลย… ฟังที่ข้าเตือนเจ้าเถอะ ต้วนชิงหมิงมีการแผนสารพัดวิธี เจ้านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง”
ดวงตาที่กลมโตใสแจ๋วของเชวียหนิงเชี่ยนจ้องกลับไปที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างจริงจัง พูดด้วยนํ้าเสียงเกลียดชัง “อย่าง
นั้นจะปล่อยให้นางได้ใจอย่างนั้นหรือ? อยากจะรังแกใครก็ทำได้ตามอำเภอใจ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยกมือขึ้นมาซับนํ้าตาอีกครั้ง และพูดพลางทอดถอนใจเสียงเบา “ถือว่าข้าโชคร้ายแล้วกัน… อย่างมาก
ก็แค่ต่อจากนี้ไปก็หลบหน้าหลบตาก็เท่านั้น!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยขบฟันแน่นอีกครั้งด้วยแววตาแดงกํ่า พูดเสียงอ่อยเบาบาง “ข้าจะต้องไปแล้ว ลาก่อนคุณหนูสาม…
ถึงแม้คุณหนูสามจะไม่ได้ช่วยข้าแก้แค้นได้จริง แต่การได้พูดคุยกับคุณหนูสาม ข้าก็สบายใจขึ้นมามากจริงๆ ไฉ่เยวี่ย
ขอบใจคุณหนูสามอย่างมาก!”
พูดจบก็เดินต่อไปข้างหน้า
เสี่ยวจิ้งที่ยืนดูอยู่ด้านข้างอดรนทนดูไม่ไหว จึงกระทืบเท้าแล้วพูดเสียงดังไปทั่ว “ก็เพราะคุณหนูเป็นคนจิตใจดี
เช่นนี้ไง คนอื่นกลับไม่เห็นความดีตอบแทนคุณหนูบ้างเลย หรือบางทีอาจคิดว่าคุณหนูบอบบางอ่อนแอ คิดอยากจะกลั่น
แกล้งอย่างไรก็ได้! บ่าวว่าคุณหนูสามพูดได้ถูกต้องที่สุด เราจะยอมอ่อนข้อให้คุณหนูต้วนท่านนั้นได้อย่างไร พวกเราไป
ร่วมมือเล่นงานต้วนชิงหมิงกันเถอะเจ้าค่ะ!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันมาตำหนิเสี่ยวจิ้งทันทีที่ได้ยิน “เสี่ยวจิ้ง เจ้ากำลังพูดอะไรน่ะ เจ้าพูดแบบนี้ถือเป็นการยุแยงตะแคง
รั่วเข้าใจไหม? คุณหนูต้วนเป็นเพื่อนของคุณหนูรอง ทั้งคุณหนูสามเชวียยังเป็นน้องสาวของคุณหนูรองเชวียอีก ดังนั้น
เพื่อนของคุณหนูรองเชวียย่อมเป็นเพื่อนของคุณหนูสามเชวียด้วยเช่นกัน… ฉะนั้นนางจะมีเหตุผลอะไรที่ไปรังแกเพื่อน
ของพี่สาวเล่า?”
พอเสี่ยวจิ้งได้รับฟังก็ยู่ปากไปอีกทางหนึ่ง ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำพูดใดอีก!
ด้านเชวียหนิงเชี่ยนยังคงดึงดันตะโกนลั่นด้วยนํ้าเสียงที่เกลียดชังต้วนชิงหมิง “ไม่ใช่แบบนั้น คุณหนูเนี่ยเข้าใจผิด
แล้ว ข้าไม่ได้เป็นเพื่อนของต้วนชิงหมิง… ต้วนชิงหมิงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นเพื่อนของข้า!”
เมื่อได้ยินที่เชวียหนิงเชี่ยนตะโกนมาอีก เนี่ยไฉ่เยวี่ยถึงกับอึ้งไปชั่วครู่
นางรีบสาวเท้าไปหาอีกฝั่ายพูดด้วยความจริงใจเป็นที่สุด “ข้าพูดจริงนะ… ครั้งก่อนตอนที่ต้วนชิงหมิงมาหาพี่รอง
ยังตั้งใจมาสร้างความร้าวฉานในความสัมพันธ์ของข้ากับพี่รอง จนสุดท้ายต้วนชิงหมิงเกือบจะผลักข้าตกลงไปในสระบัว
แต่ด้วยการยื้อแย่งกันไปกันมาจนไปชนกับนางเข้าจนเกือบล้มลงล้มไปด้วยกัน แต่สุดท้ายไม่รู้ว่านางใช้วิธีใดในการดึงองค์
ชายสามมาเป็นพวก เป็นพยานให้กับนางจนข้าต้องยอมแบกรับความผิดทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำ!”
เชวียหนิงเชี่ยนไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาที่จะพูดสาดเสียเทเสียเชวียหนิงหรานต่อหน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ย ดังนั้นเรื่องนี้
จึงโยนให้กลายเป็นความผิดของต้วนชิงหมิงทั้งหมด!
เมื่อเชวียหนิงเชี่ยนได้ฟังที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดก็ยังมีความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นางส่ายหน้าพูดว่า “คุณหนูสามเชวีย
เรื่องแก้แค้นนั้นให้ช่างมันเถอะ เพราะคุณหนูต้วนเป็นเพื่อนของคุณหนูรองเชวีย ได้ยินมาว่าท่านแม่ของนางชื่นชมต้วน
ชิงหมิงมาก ถ้าเจ้าเป็นศัตรูกับนางถึงตอนนั้นคนที่เสียเปรียบจะต้องเป็นเจ้าอย่างแน่นอน… อย่างไรเสียในใต้หล้าแห่งนี้
ย่อมมีทางเดินอีกมากมาย ถ้าต้วนชิงหมิงไปอยู่ทางไหน พวกเราก็แค่เลี่ยงไปอีกทางก็เท่านั้นเอง…”
เชวียหนิงเชี่ยนแทบอยากจะหาอะไรมาเคาะกระดองที่คลุมตัวของเนี่ยไฉ่เยวี่ยให้แตกเสียที ท่าทางซื่อบื้ออย่าง
นางช่างเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นด่านหน้าในการปะทะกับต้วนชิงหมิง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยผู้นี้เดาได้ถูกต้อง ฮูหยินเชวียชื่นชมต้วนชิงหมิงอย่างมาก อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเชวียหนิงหรา
นกับต้วนชิงหมิงก็แนบแน่นไม่ธรรมดา เป็นเพราะครั้งที่แล้วต้วนชิงหมิงเข้ามาช่วยเชวียหนิงหรานไว้ ซึ่งจุดนี้ก็เพียง
พอแล้วที่ให้เชวียหนิงเชี่ยนมิอาจทนเห็นต้วนชิงหมิงมีชีวิตอย่างเป็นสุขได้
นางทราบดี หากนางใส่ร้ายต้วนชิงหมิงอีกครั้ง เชวียหนิงหรานจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วย เช่นนั้นนางจะต้องอยู่ที่นี่
ไม่เป็นสุขแน่ แต่ถ้านางผนึกกำลังกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็อาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับต้วนชิงหมิงได้!
เพราะตามที่เชวียหนิงเชี่ยนรู้มา เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นแก้วตาดวงใจของฮูหยินเนี่ย อีกทั้งฮูหยินเนี่ยก็คอยถือหางให้นาง
โดยตลอด ถ้าใช้เนี่ยไฉ่เยวี่ยแอบเล่นงานต้วนชิงหมิงแล้วละก็ หากถูกจับได้ขึ้นมานางก็เพียงโยนความผิดให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย
รับไว้คนเดียวเสีย เรื่องทั้งหมดก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนางแม้แต่น้อย!
อีกอย่างเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหรานเป็นบุตรสาวของภรรยาเอก ฮูหยินเนี่ยจึงต้องคอยถือหางปกปั้องเป็น
ธรรมดา ดังนั้นต่อให้ฮูหยินเชวียกับเชวียหนิงหรานจะโกรธมากเพียงใดก็มิอาจทำอะไรเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้
เหอะ เหอะ! ถ้าต้วนชิงหมิงรังแกเนี่ยไฉ่เยวี่ยขึ้นมาละก็ ฮูหยินเนี่ยที่รักลูกสาวดั่งชีวิตจะต้องอดรนทนไม่ไหว ไม่
แน่ว่าถึงตอนนั้นต้วนชิงหมิงอาจจะมีศัตรูเพิ่มอีกคนก็เป็นได้
เรื่องทั้งหมดสามารถสรุปประโยคเดียวได้ว่า ขอเพียงต้วนชิงหมิงได้รับบทเรียนเสียบ้าง เชวียหนิงเชี่ยนแม้จะ
ขาดทุนเพียงใด นางก็ยินยอมอย่างไม่เกี่ยง!