การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 248 ไห่ถังไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังคำพูดที่สมเหตุสมผลของเชวียหนิงเชี่ยนก็เริ่มลังเลใจขึ้นมาอีกครั้ง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นคนที่ทันคนเหมือนกัน ถ้าจะเทียบสติปัญญานางคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ต้วนชิงหมิง เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงรู้ได้ทันที
ว่าเชวียหนิงเชี่ยนตั้งตัวเป็นศัตรูกับต้วนชิงหมิงแล้ว หากนางจับมือกับเชวียหนิงเชี่ยนเล่นงานละก็ คงที่เสียเปรียบทั้งขึ้น
ทั้งล่องจะต้องเป็นนาง
ในเวลานี้เห็นได้ชัดว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกลังเลตัดสินใจไม่ถูก!
การลังเลใจนั้นเป็นสัญญาณของการมีใจที่ร่วมด้วย เนื่องด้วยเชวียหนิงเชี่ยนเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้ความเป็นธรรม
นางสาวเท้าก้าวขึ้นไปสองก้าวพูดอย่างเป็นมิตร “คุณหนูเนี่ยลองคิดดู ถ้าข้าจะเล่นงานใครสักคนในจวนเชวียของข้าละก็
คุณหนูเนี่ยเห็นว่าข้าจะเสียเปรียบหรือต้วนชิงหมิงจะเสียเปรียบมากกว่ากันเล่า?”
อีกฝั่ายครุ่นคิดแล้วพยักหน้ารับ “แน่นอนว่าคุณหนูสามเชวียจะต้องเหนือกว่าทั้งเรื่องสถานที่ ผู้คน และเวลา คน
ที่เสียเปรียบจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากต้วนชิงหมิง!”
ในเวลานี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกลำบากใจเป็นที่สุด ไม่ว่าต้วนชิงหมิงหรือเชวียหนิงหรานต่างก็เรียกนางว่า ‘คุณหนู’ ทว่า
ในที่สุดนางก็สามารถเรียกชื่อของอีกฝั่ายออกมาได้ตรงๆ ซึ่งนั่นก็หมายความว่านางยอมร่วมมือกับเชวียหนิงเชี่ยนเพื่อมา
เล่นงานต้วนชิงหมิงแล้ว
เมื่อเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยเหมือนคิดได้แล้ว เชวียหนิงเชี่ยนก็ดีใจเป็นล้นพ้น นางรีบเข้าไปจับมืออีกฝั่าย พูดด้วยความ
เบิกบานใจ “เจ้าวางใจได้ ข้าจะต้องช่วยให้เจ้าชำระความแค้นนี้กับต้วนชิงหมิงให้จงได้!”
ทว่านางยังคงพูดด้วยความรู้สึกกังวล “ข้ากลัวเหลือเกิน……”
นางยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเชวียหนิงเชี่ยนขัดขึ้น “กลัวไปทำไมกัน! ต้วนชิงหมิงเป็นลูกภรรยาเอก เจ้าก็เป็นลูก
ภรรยาเอกเหมือนกัน ฉะนั้นยังจะกลัวอีกหรือ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยขมวดคิ้วขึ้นเพียงเล็กน้อยหลังจากได้ฟัง เชวียหนิงเชี่ยนที่สังเกตความผิดปกติที่เห็น ก็รู้ว่าคำพูดของ
นางไปทำร้ายอีกฝั่ายอย่างไม่ได้ตั้งใจเข้าแล้ว จึงรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “ความหมายของข้าก็คือเจ้ากับต้วนชิงหมิงล้วน
เป็นแขกจวนเชวีย ท่านแม่ของข้าจะต้องต้อนรับเป็นอย่างดี!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยฟังแล้วก็ผ่อนคลายคิ้วลงมา “อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!”
เชวียหนิงเชี่ยนกลับไม่รู้สึกโกรธ ทว่ากลับดีใจที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นคนคิดมากและหวาดระแวง นางมีความสามารถใน
การเดาใจอีกฝั่ายว่ารู้สึกนึกคิดเช่นไร… เนี่ยไฉ่เยวี่ยถูกต้วนชิงหมิงรังแกมาแล้ว นางคงเกลียดชังต้วนชิงหมิงไม่น้อย
ละม้ายคล้ายว่ากำแพงในใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่มีต่อนางได้พังทลายลงแล้ว เชวียหนิงเชี่ยนจึงเข้าไปจับมือเนี่ยไฉ่เยวี่
ยอีกฝั่ายด้วยความดีใจ “ไปกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปห้องของข้า จากนั้นพวกเราค่อยคิดหาวิธีเล่นงานต้วนชิงหมิ
งกัน”
“เพียงแต่ ข้ากลัวว่าท่านแม่จะออกมาตามหาข้าแล้ว!” เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดด้วยความกังวล
อีกฝั่ายกลับโบกไม้โบกมือไปมา “ไม่ต้องกลัว ประเดี๋ยวข้าจะให้บ่าวรับใช้ไปรายงานท่านแม่ของเจ้า บอกว่าเจ้า
กับข้ากำลังเล่นกันอยู่ แค่นี้ก็ได้แล้วมิใช่หรือ?”
นางนิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก็หันไปเรียกเสี่ยวจิ้งให้ไปรายงานผู้เป็นมารดาของนาง ตามที่เชวียหนิงเชี่ยนบอก
เสี่ยวจิ้งได้ยินจึงพูดด้วยความดีใจ “คุณหนูควรจะคบค้าสมาคมกับคุณหนูสามที่เป็นคนจิตใจดี พวกคุณหนูไปกัน
เถอะเจ้าค่ะ บ่าวจะไปรายงานฮูหยินเนี่ยให้!”
เมื่อได้รับคำสั่ง เสี่ยวจิ้งกับบ่าวรับใช้ของเชวียหนิงเชี่ยนก็เดินออกไปหาฮูหยินเนี่ยอย่างมีความสุข
ส่วนนางทั้งสองก็เดินไปด้วยกัน ทางเรือนของเชวียหนิงเชี่ยน
ทางด้านเชวียหนิงหรานพาต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปที่เรือนของนางพลางกล่าวตำหนิ “เจ้านี่นะ ปกติข้าไม่เคยเห็น
คิดเล็กคิดน้อย ทำไมวันนี้ไฉ่เยวี่ยพูดเล่นเพียงเล็กน้อย เจ้าถึงกับต้องโกรธจนหน้าดำหน้าแดงด้วย”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วก็ไม่ได้เถียงเพียงแต่ยิ้มอ่อนๆ และเลือกพูดถึงเรื่องอื่นแทน
ทั้งสองคนเดินกลับมาถึงเรือนของเชวียหนิงหราน ก็เห็นไห่ถังกำลังยุ่งกับงานในเรือน เมื่อไห่ถังเห็นเชวียหนิงหรา
นกับต้วนชิงหมิงกลับมาแล้ว ก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา “คารวะคุณหนูต้วน!”
ต้วนชิงหมิงเดินก้าวไปข้างหน้าจับมือของไห่ถังขึ้นมา จากนั้นหันไปยิ้มให้กับเชวียหนิงหราน “โอ้โห! ไห่ถังนับวัน
ก็ยิ่งจะสะสวยขึ้นนะเนี่ย ไม่รู้ว่าชายคนใดจะโชคดีที่ได้แต่งกับไห่ถัง!”
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูด ไห่ถังมีสีหน้าเปลี่ยนไปแต่ยังฝืนยิ้มออกมาให้เห็น “คุณหนูต้วนล้อไห่ถังเล่นอีกแล้ว
ท่านกับคุณหนูมานั่งรอในเรือนก่อน เดี๋ยวบ่าวจะไปชงนํ้าชามาให้เจ้าค่ะ!”
นางรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ต้วนชิงหมิงแอบสังเกตเห็นระหว่างที่นางเดินออกไปอย่างรวดเร็วก็แอบซับนํ้าตา
อีกด้วย!
เชวียหนิงหรานมองนางจากด้านหลังก็ถอนหายใจออกมายาวๆ!
เด็กสาวหันหน้ากลับมามองเชวียหนิงหราน พูดยิ้มๆ “ไห่ถังเป็นคนที่มีความสามารถเหลือเกิน อีกทั้งยังรู้จัก
กาลเทศะ มิน่าเล่า พี่สาวเชวียถึงชอบสาวใช้คนนี้มาก!”
นางถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้งหนึ่ง เอื้อมมือไปจับมือของต้วนชิงหมิงแล้วจูงเดินเข้ามาในห้อง พูดอย่างปวด
หัว “รู้จักกาลเทศะแล้วจะมีประโยชน์อันใด? อย่างไรนางก็ต้องแต่งกับคนเสเพลอย่างซุนอวี่อยู่ดี”
เด็กสาวได้ฟังก็ตกใจขึ้นมาทันที “อะไรกัน! เรื่องครั้งที่แล้วยังไม่จบกันไปอีกหรือ?”
เชวียหนิงหรานพยักหน้าก้มรับ “จะจบโดยง่ายได้อย่างไรกัน? ซุนอวี่มาหาซานอี๋เหนียง จากนั้นซานอี๋เหนียงก็มา
ร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าท่านพ่อ โวยวายและขู่จะฆ่าตัวตาย ท่านพ่อจึงไปบีบบังคับท่านแม่ให้ตกปากรับคำ!”
สีหน้าของต้วนชิงหมิงพลันเศร้าหมองลง “พี่สาวเชวียเคยคิดมาก่อนหรือไม่ หากให้ไห่ถังแต่งออกไป พี่สาวเชวีย
นั่นแหละที่จะขาดคนรู้งานรู้ใจไปคนหนึ่ง อีกอย่างถ้าลองสมมติว่าตัวเองเป็นไห่ถัง ชีวิตต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรก็
ไม่รู้?”
เชวียหนิงหรานเอ่ยขึ้นอย่างเลือกไม่ได้ “เห้อ! ชิงหมิง……เจ้าคิดว่าพี่อยากให้เป็นแบบนั้นหรือ… เพียงแต่พี่จะมีวิธี
อะไรได้? หากขอร้องท่านแม่ก็ไม่มีประโยชน์ หากขอร้องท่านพ่อก็คงไม่สนใจและอาจต่อว่าพี่ที่ไม่รู้จักมีมารยาท น้อง
ชายของซานอี๋เหนียงถูกตาต้องใจกับไห่ถังถือว่าเป็นเรื่องมงคลของนาง… เช่นนั้นแล้วเจ้าเห็นว่าข้าควรทำอย่างไร?”
เดิมทีเชวียหนิงหรานเป็นคนที่นิสัยตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม แต่เวลานี้กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำเดียว
ผ่านไปสักพัก นางก็เอ่ยขึ้นอีกคำรบหนึ่ง “ข้ารู้ว่าตัวเองไร้ค่าเสียจริง ที่ไม่อาจปกปั้องไห่ถังไว้ได้ แม้รู้ดีว่าไห่ถัง
แต่งไปแล้ว ต้องมีชีวิตไม่มีความสุข แต่ข้าก็ไม่มีอำนาจที่จะสั่งหยุดเรื่องเศร้าที่จะเกิดขึ้นนี้ได้!”
แววตาของต้วนชิงหมิงค่อยๆ เปล่งประกายออกมา เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง
ตอนนี้เองไห่ถังเดินเอาชุดนํ้าชามาวางตรงหน้าต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิงหราน พูดเสียงแผ่วเบา “เรื่องที่คุณหนูสั่ง
ไว้ บ่าวได้กำชับเฉวี่ยเหมยต่อจากนี้บ่าวจะไม่ได้อยู่ข้างกายคุณหนูอีกแล้ว แต่คุณหนูวางใจได้ เฉวี่ยเหมยจะรับหน้าที่
ดูแลคุณหนูต่อเองเจ้าค่ะ!”
เชวียหนิงหรานได้ฟังที่ไห่ถังพูดก็เอื้อมเข้าไปจับนางไว้ สายตาของไห่ถังมีนํ้าที่ไหลรินลดอาบแก้มทั้งสอง
“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่อาจรักษาเจ้าไว้ได้!”
พูดไปนํ้าตาก็ไหลออกมา
“คุณหนู… ทำอย่างนั้นไม่ได้… เรื่องทั้งหมดเป็นชะตาชีวิตของบ่าวแล้วที่ไม่มีโอกาสได้รับใช้คุณหนูต่อไปทั้ง
ชีวิต…”
ใบหน้าของไห่ถังอมยิ้มออกมาทั้งนํ้าตา “อันที่จริงถ้ามองเรื่องนี้ในแง่ดี อย่างน้อยที่สุดบ่าวก็ไม่ได้ถูกขายตัวกลับ
ไปเป็นทาส หรือเป็นอนุภรรยา อย่างน้อยๆ ซุนอวี่ก็ยังไม่มีภรรยาเอก……”
นางพูดไปร้องไห้ไป พูดจบก็หมุนตัววิ่งออกไป
เชวียหนิงหรานมองด้านหลังของไห่ถัง นํ้าตาของนางก็ไหลรินออกมาอีกครั้ง
ต้วนชิงหมิงกุมมือของเชวียหนิงหราน พูดเสียงเบา “พี่สาวเชวียทำใจไม่ได้ที่จะเสียไห่ถังไป?”
สิ้นเสียงของเด็กสาว นํ้าตาก็พรั่งพรูออกมาอีกครั้ง “ตั้งแต่เด็กจนโตไห่ถังเติบโตขึ้นมาพร้อมกับข้า จนข้ารู้สึกว่า
นางเป็นเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง กระทั่งบ่าวรับใช้ในเรือนก็ยังเป็นนางที่รู้ใจข้ามากที่สุด ข้าสามารถไว้ใจให้นางไปทำธุระ
แทนข้าได้ทั้งสิ้น เช่นนี้แล้ว……เจ้าคิดว่าข้าจะทำใจยอมปล่อยนางไปได้อย่างไร…”
นางหยุดเว้นจังหวะหายใจเข้าอย่างรู้สึกเจ็บแค้น ก่อนเอื้อนเอ่ยอีกประโยค “เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะซานอี๋
เหนียงไม่เห็นถึงความจงรักภักดีของไห่ถังและไม่อยากให้ข้าอยู่อย่างมีความสุข จึงหาทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ข้ามีบ่าวที่รู้ใจ!”
ขอเพียงพูดถึงซานอี๋เหนียง เชวียหนิงหรานก็อยากจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ เพื่อระบายความโกรธแค้น โดยปกติ
เมื่อพบหน้าซานอี๋เหนียงมักถามสารทุกข์สุกดิบ จะแสร้งทำไปที ตอนนี้มือของนางยื่นยาวเกินไปแล้ว ยาวจนเอื้อมมาถึง
จวนที่สงบแห่งนี้!