การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 249 ต่อให้ไห่ถังตายก็ไม่แต่ง
ซานอี๋เหนียงลงมือเล่นงานไห่ถัง ซึ่งเป็นบ่าวที่มีความสามารถและไว้ใจมากที่สุดของเชวียหนิงหราน เช่นนี้แล้วจะ
ไม่ให้นางโกรธได้อย่างไร
เพราะซานอี๋เหนียงเป็นคนโปรดของท่านพ่อ ดังนั้นไม่ว่านางจะทำอะไร เชวียหย่งเฉียงย่อมไม่สงสัยในตัวของนาง
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจแผ่วเบา การลงมือครั้งนี้ของซานอี๋เหนียงช่างร้ายกาจเสียเหลือเกิน นางเริ่มจากตัดแขนตัด
ขาของเชวียหนิงหราน ทั้งยังดูถูกเหยียดหยามสารพัด ทุกคนต่างรับรู้ ทว่าไม่มีทางช่วยไห่ถังได้ อีกอย่างเรื่องที่ไห่ถัง
กำลังจะแต่งออกไปเกี่ยวข้องกับต้วนชิงหมิงโดยตรง เพราะครั้งก่อนที่ต้วนชิงหมิงช่วยเชวียหนิงหรานจัดการเชวียหนิง
เชี่ยน ทำให้ซานอี๋เหนียงจำฝังใจไม่ลืมเลือน!
อยู่ๆ เชวียหนิงหรานพลันกลั้นนํ้าตา กล่าวกลั้วหัวเราะขึ้นแทน “ชิงหมิง ที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรให้เจ้าได้รับรู้ เพราะ
กว่าเจ้าจะมาหาข้าได้ในแต่ละครั้งช่างยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน!”
เด็กสาวกุมมือของเชวียหนิงหรานไว้แน่น เอื้อนเอ่ยเสียงเบา “พี่สาวเชวียจะเกรงใจขนาดนี้ไปทำไม… ชิงหมิงอ
ยากบอกว่าที่มาวันนี้ก็เพื่อเรื่องของไห่ถังโดยเฉพาะนะ…”
อีกฝั่ายถึงกับตกใจไม่น้อย “เจ้ามาเพื่อไห่ถังอย่างนั้นหรือ?”
เด็กสาวพยักหน้า กล่าวชัดถ้อยชัดคำ “พี่สาวเชวียเคยคิดบ้างหรือไม่? ถ้าวันนี้เป็นไห่ถัง วันข้างหน้าบ่าวรับใช้
ของพี่ก็อาจจะถูกจับแต่งตามอำเภอใจอีก ไม่แน่พรุ่งนี้อาจเป็นเฉวี่ยเหมย วันมะรืนก็อาจจะเป็นจือหราน… พี่คิดบ้างหรือ
ไม่ สักวันหนึ่งคนข้างกายของพี่จะถูกคนใจชั่วบังคับฝืนใจให้แต่งงานออกไปทีละคนๆ”
“เช่นนั้นความหมายของเจ้าคือ…”
นางพยักหน้ารับ จากนั้นมองซ้ายมองขวา ก่อนจะพูดเสียงกดตํ่า “ความหมายของข้าก็คือ ในตอนนี้จะต้องหยุด
ความคิดของซานอี๋เหนียงนี้ โดยให้บ่าวรับใช้อยู่ในความดูแลของพี่เชวีย และนับจากนี้ไปก็จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามา
แกล้งอีก”
เชวียหนิงหรานดีใจจนนํ้าตาไหลเมื่อได้ฟัง “ชิงหมิง เจ้าช่างดีต่อพี่ที่สุด!”
“พี่สาวเชวียอีกสักครู่ ช่วยข้าแสดงละครหน่อยก็แล้วกัน” ต้วนชิงหมิงพูด
เชวียหนิงหรานพยักหน้ารับอย่างแรง “เจ้าวางใจได้ พี่จะทำตามที่เจ้าบอก!”
นางพูดมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าเชวียหนิงหรานยังไม่เข้าใจละก็ นั่นหมายความว่านางช่างโง่เขลาเบาปัญญาสิ้น
ดี……แผนการของซานอี๋เหนียงคือต้องการเปลี่ยนคนข้างกายของเชวียหนิงหรานให้หมด หลังจากนั้นให้นางอยู่อย่างโดด
เดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว
ในปีนี้มีหลากหลายเรื่องราวที่คนเป็นนายหญิงไม่สะดวกที่จะออกหน้ามีจำนวนมาก ถึงตอนนี้บ่าวรับใช้ที่ถูกใจ
และสำคัญข้างกายมากที่สุดกำลังจะถูกบีบให้แต่งออกไป ถ้าเชวียหนิงหรานไม่มีคนข้างกายให้เรียกใช้ได้อย่างสนิทใจ ก็
เท่ากับไม่เหลืออะไรเลย!
เป็นที่รู้กันว่าการจะฝึกฝนหัวหน้าบ่าวขึ้นมาสักคน ไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลา ยังต้องใช้เรี่ยวแรง ความจงรักภักดีและ
ความรู้ใจที่มีต่อกันมายาวนาน ซานอี๋เหนียงเล็งเห็นในจุดนี้จึงค่อยๆ เอาบ่าวข้างกายของเชวียหนิงหรานออกไปทีละคน
วันนี้เป็นไห่ถัง พรุ่งนี้เป็นเฉวี่ยเหมย เชื่อว่าอีกไม่นานบ่าวรับใช้ข้างกายของเชวียหนิงหรานคงไม่เหลือใครแม้สักคนเดียว!
ส่วนในชาติที่แล้ว ต้วนชิงหมิงต้องเจอกับการทรยศของต้าชุ่ยกับแม่นมเถียนจึงต้องมีจุดจบที่อเนจอนาถแบบนั้น
ดังนั้นในชาติภพนี้นางจะยอมให้เชวียหนิงหรานต้องพบเจอกับสิ่งที่นางเคยเจอมาเมื่อชาติที่แล้วได้อย่างไรกัน
ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร จะต้องไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น นางต้องเข้าไปขัดขวางให้ถึงที่สุด
เชวียหนิงหรานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเงยหน้าขึ้นมา เอ่ยปากอย่างกังวลใจ “แต่ว่าเรื่องนี้ท่านแม่ยังห้ามไว้ไม่ได้ ชิง
หมิงเจ้าจะไหวจริงๆ หรือ?”
“ฮูหยินเชวียมิอาจยับยั้งได้ นั่นเป็นเพราะฐานะที่เป็นภรรยาเอก จึงทำให้เรื่องมากมายไม่อาจเป็นไปดั่งใจได้เสมอ
แต่ว่าชิงหมิงมาในฐานะแขก ไม่ว่าจะเล่นงานซานอี๋เหนียงอย่างไร นางก็ไม่อาจจะทำอะไรได้อย่างเต็มที่!”
เชวียหนิงหรานไตร่ตรองคำพูดของต้วนชิงหมิง “ชิงหมิงพูดได้ถูกต้อง ท่านแม่ของข้าไม่ว่าจะพยายามอย่างไร
หากท่านพ่อพูดมาคำเดียว นางก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก…”
เด็กสาวตบมือเชวียหนิงหรานอย่างเบามือ “พี่สาวเชวีย… ท่านลุงกับท่านปั้าเชวียนั้นมีความรู้สึกรักใคร่ต่อกัน มิ
เช่นนั้นจะยกเรื่องการดูแลจัดการจวนเชวียให้ท่านปั้าเชวียทั้งหมดทำไมกัน ที่จริงแล้วท่านปั้าเชวียมีนิสัยซื่อตรงและ
ยืดหยุ่น จึงให้โอกาสคนที่จะคอยเล่นงาน!”
เชวียหนิงหรานฟังแล้วได้แต่ถอนหายใจไม่พูดอะไร
เด็กสาวเสมองไปที่นอกหน้าต่างเห็นไห่ถัง เฉวี่ยเหมย และบ่าวรับใช้ต่างร้องห่มร้องไห้กอดกัน ทว่าต่อหน้าเชวีย
หนิงหราน พวกนางกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทำหน้าที่ของตนเองตามปกติ
แววตาของต้วนชิงหมิงเปล่งประกายออกมา! หากต้องการจะเล่นงานซานอี๋เหนียงจะต้องเล่นงานไปพร้อมกับซุน
อวี่ ทว่าปัญหาคือมันจะจัดการได้แต่ปลายเหตุ ไม่สามารถจัดการที่ต้นตอของปัญหาได้ ฉะนั้นครั้งนี้ต้วนชิงหมิงจะต้อง
วางแผนให้แยบยลขึ้นไปอีก เพื่อให้ซุนอวี่มิอาจแต่งกับไห่ถังได้ อีกทั้งให้ซานอี๋เหนียงกับเชวียหย่งเฉียงล้มเลิกความคิดที่
จะมายุ่งกับบ่าวรับใช้ข้างกายของเชวียหนิงหราน
ในเวลานี้ไห่ถังวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องพร้อมกับคุกเข่าวิงวอนเชวียหนิงหราน “คุณหนู… ซุนอวี่นั่นมาอีกแล้ว
เจ้าค่ะ คุณหนูช่วยไล่เขาให้ไปไกลๆ อย่าให้บ่าวได้เห็นหน้าเขาเลยเจ้าค่ะ!”
ซุนอวี่คนนี้ตั้งแต่ที่รู้ว่าจะได้ตบแต่งกับไห่ถังก็มาหานางได้เกือบทุกวี่ทุกวันโดยให้เหตุผลว่าจะมาพูดคุยกับไห่ถัง
แต่ที่จริงแล้วเขาใช้สายตาหื่นกามมองไห่ถังอยู่หลายครั้งจนนางเกือบจะทนไม่ไหว! โชคดีที่เชวียหนิงหรานเข้าเจอพอดีจึง
ไล่เขาได้ทัน ตอนนี้เมื่อไห่ถังเจอซุนอวี่ก็มักจะหวาดกลัวจนตัวสั่นเหมือนหนูที่เจอแมว!
ทว่าบัดนี้ซุนอวี่มาอีกแล้ว เพื่อจะคุยเรื่องชุดที่จะใช้ในงานแต่งงานกับไห่ถังว่าขาดตกบกพร่องตรงไหนบ้างหรือไม่
แต่ส่วนลึกในใจของเขากลับมาดูทรวดทรงองเอวและลวนลามไห่ถัง
สีหน้าของเชวียหนิงหรานเข้มขึ้นและเมื่อกำลังจะก้าวออกไป ต้วนชิงหมิงก็ได้ก้าวออกไปก่อนแล้ว นางจับให้อีก
ฝั่ายนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม
เชวียหนิงหรานที่กำลังจะอ้าปากพูด กลับถูกต้วนชิงหมิงพูดแทรกขึ้นก่อน “ไห่ถัง เจ้าบอกข้ามาตามตรงว่าอยาก
จะแต่งกับซุนอวี่ใช่หรือไม่?”
ไห่ถังได้ยินนํ้าตาก็ไหลพรั่งพรู นางหันไปมองเชวียหนิงหรานที่ยักคิ้วหลิ่วตาให้ ไห่ถังที่ฉลาดเฉลียวจึงเข้าใจได้ใน
ทันทีว่าต้วนชิงหมิงที่ยืนตรงหน้านางนั้นคือคนที่จะมาช่วยชีวิต ไห่ถังจึงคุกเข่าลงคำนับไปคำนับต้วนชิงหมิงเสียงดังตึง
“บ่าวไม่อยากแต่งเจ้าค่ะ ต่อให้บ่าวต้องตายก็ไม่มีทางจะแต่งกับคนแบบนี้เจ้าค่ะ……”
ไห่ถังก้มตัวคำนับอย่างแรงหลายต่อหลายครั้ง จนหน้าผากแดงกํ่าขึ้นมาละม้ายเห็นเลือดไหลซึมออกมา
เด็กสาวเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประคอง พลางตำหนิเสียงเข้ม “ข้ากับพี่สาวเชวียก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลต่อกัน ยิ่งไป
กว่านั้นการที่ซานอี๋เหนียงบีบให้เจ้าต้องแต่งงานก็เป็นผลมาจากข้าโดยตรง ไห่ถัง เจ้าเป็นหญิงสาวที่ดีคนหนึ่งทำไมจึง
ยอมกระโจนลงไปในหลุมที่ซานอี๋เหนียงเตรียมไว้ให้เล่า เอาล่ะ! เจ้าวางไว้ได้ พี่สาวเชวียกับข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้แต่งกับ
คนชั่วแบบนั้นอย่างแน่นอน…”
ไห่ถังได้ฟังก็มีประกายแห่งความหวังออกมาทางแววตา นางรีบเข้าไปจับมือต้วนชิงหมิงไว้แน่น พูดอย่างลนลาน
“คุณหนูต้วนพูดจริงใช่ไหมเจ้าคะ?”
นางพยักหน้าตอบรับ “ไห่ถัง ขอเพียงเจ้าทำตามที่ข้าบอกรับรองว่าเจ้าจะไม่ต้องแต่งกับซุนอวี่แน่นอน!”
ไห่ถังรีบยกมือขึ้นมาปาดนํ้าตา “บ่าวเชื่อ บ่าวฟังทั้งหมดเจ้าค่ะ”
พูดไปนํ้าตาก็ไหลรินอาบแก้มทั้งสอง
ต้วนชิงหมิงเข้าไปประคองให้ไห่ถังลุกขึ้นแล้วพูดจริงจัง “ไห่ถัง เช่นนั้น ตอนนี้เจ้ารีบเช็ดนํ้าตาเสียก่อน กลับไป
เปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ออกไปบอกซุนอวี่ว่าเวลานี้นายหญิงมีแขกอยู่ จึงไม่สะดวกที่จะพูดคุยด้วย เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วยามให้
เขาไปรอที่สวนดอกไม้ตรงศาลา!”
ไห่ถังถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูด
“ไห่ถัง คนเราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนจึงค่อยขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ถ้าเจ้ายังไม่อาจรับมือกับซุนอวี่ได้ ที่
เหลือข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไรกัน?” ต้วนชิงหมิงพูด
นางได้ฟังก็รีบหยักหน้ารับทันที “บ่าวรับทราบแล้ว บ่าวจะไปทำตามประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
พูดเสร็จนางก็รีบกลับไปที่ห้องล้างหน้าล้างตา แต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
เมื่อไห่ถังเดินกลับไปที่ห้องของนาง ต้วนชิงหมิงก็เรียกให้เฉวี่ยเหมยเข้ามาหา กล่าวกำชับบางอย่างไป จากนั้นเฉ
วี่ยเหมยก็เดินตามออกไป
ทางซุนอวี่ที่ยืนรออยู่นอกเรือนเชวียหนิงหรานก็เดินวนไปวนมาอยู่หลายต่อหลายรอบแล้ว!