การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 250 ความปรารถนาของไห่ถัง
ซุนอวี่ชะเง้อมองเข้ามาในเรือนเชวียหนิงหรานครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งเดินวนไปวนมาอยู่หลายต่อหลายรอบ จน
สุดท้ายข่มใจไปยืนรอตรงมุมกำแพงอย่างใจเย็น
ซุนอวี่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอจะเจอไห่ถังด้วยจุดประสงค์ประการแรกจะได้ลวนลามนาง ประการที่สองเขามาตามคำ
สั่งของซานอี๋เหนียงที่ได้กำชับให้เขาทำ
วันนี้ปั้าของเขาก็คือซานอี๋เหนียงแห่งจวนเชวียได้มาหาเขาโดยเฉพาะ เพื่อกำชับบางเรื่องให้ซุนอวี่ทำเรื่องตามที่
นางสั่ง ขอเพียงเขาทำตามที่นางสั่งก็จะช่วยให้ได้ตบแต่งกับไห่ถัง เพียงแต่ว่าไม่ใช่ในฐานะภรรยาเอก เพราะรอให้ซุนอวี่
ได้เด็ดนางมาดอมดมจนเบื่อแล้วก็จะขายไห่ถังให้กับหอนางโลม ถึงตอนนั้นซานอี๋เหนียงจะช่วยหาหญิงสาวที่เพียบพร้อม
และดีงามมาแต่งให้กับเขา แต่ต้องไม่ใช่บ่าวรับใช้อย่างนี้!
ตอนนี้ฝันของเขากำลังจะเป็นจริงแล้ว จึงมีความสุขเป็นที่สุด ตัวเขาเองชื่นชมในความสวยของไห่ถังมาเนิ่นนาน
แล้ว ดังนั้นเขาจึงรับปากทำตามที่ซานอี๋เหนียงสั่งให้ทำ ไม่ว่าจะมีธุระหรือไม่นั้นก็ให้เดินไปเดินมาและยืนรอไห่ถังอยู่หน้า
เรือนเชวียหนิงหรานแบบนี้แหละ ถ้าเจอไห่ถังเมื่อไรก็ให้รีบไปลวนลาม หากไม่เจอนาง คนอื่นก็จะได้รู้ว่าไห่ถังเป็นของ
ซุนอวี่ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมาเปลี่ยนแปลงได้ทั้งสิ้น
จากประสบการณ์ของซุนอวี่แล้ว เมื่อไห่ถังเห็นเขาเข้าก็จะกลัวจนตัวสั่นเหมือนเจองูพิษอย่างไรอย่างนั้น ถ้าไม่
หลบก็จะหลีกให้ห่าง พูดได้ว่าถ้าไม่มีกำแพงเรือนมาขวางกั้น เขาก็จะได้พบเจอไห่ถังอีกครั้ง!
ดังนั้นซุนอวี่จึงไม่เคยคิดว่าไห่ถังจะยิ้มแย้ม เปลี่ยนเสื้อผ้าทำหน้าทำผมออกมาหาเขาก่อน
ซุนอวี่ยืนรออยู่ข้างนอกเรือนกลับเจอกลับประตูเรือนที่ถูกเปิดออก และพบกับบ่าวใช้ชื่อเฉวี่ยเหมยเดินออกมา
เมื่อนางเห็นซุนอวี่ก็ตกใจอยู่เล็กน้อยด้วยไม่นึกว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงนี้
เฉวี่ยเหมยที่มีใบหน้าจิ้มลิ้ม เผยรอยยิ้มอย่างจริงใจออกมา นางใช้มือเอื้อมไปปัดบ่าจับเสื้อผ้าให้เขาแล้วพูดขึ้นว่า
“โอ้! พี่ชายซุนมาที่นี่เพื่อพบไห่ถังใช่หรือไม่?”
ท่าทางของเฉวี่ยเหมยทำให้ซุนอวี่อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้! เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มของนางปรากฏเหมือนเป็นสิ่ง
เหลือเชื่อที่เขาไม่อาจคาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบ
เพราะเป็นที่รู้กันว่าบ่าวรับใช้ในจวนเชวียหนิงหราน ไม่มีใครที่มองซุนอวี่ด้วยหน้าตาเป็นมิตรมาก่อน พวกนางมัก
จะมองค้อนให้เขาอยู่ทุกครั้งไป ถ้าไม่ใช่ด่าทอว่าเขาเป็นชายบ้ากาม ก็จะด่าทอเป็นงูพิษ! อีกอย่างเรื่องการแต่งงานกับไห่
ถังก็เป็นความคิดฝั่ายเดียวของเขา ทว่ากลับทำให้บ่าวรับใช้ทุกคนต่างโกรธแค้นเขาแทนไห่ถังจนอยากจะฉีกเขาออกเป็น
ชิ้นๆ ด้วยความเคียดแค้น
ทว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น? บ่าวรับใช้เฉวี่ยเหมยกลับทักทายเขาอย่างผิดปกติวิสัย พร้อมทั้งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เขา
ซุนอวี่มองไปที่เฉวี่ยเหมยพร้อมทั้งยกมือขึ้นชี้ที่จมูกของเขาเอง ถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้ากำลังเรียกข้า
อย่างนั้นหรือ?”
แม้ว่าเฉวี่ยเหมยจะอายุน้อย ทว่ากลับมีท่าทางและหน้าตาสะสวยไม่แพ้ไห่ถังเลย ในเวลานี้การถามไปยิ้มไปของ
นางทำให้ใจของซุนอวี่เหมือนถูกดึงดูดไปแล้วกว่าครึ่ง
เฉวี่ยเหมยจ้องมองไปที่ซุนอวี่ด้วยใบหน้าเปือนรอยยิ้ม พูดออกมาอย่างโกรธๆ ว่า “ถ้าไม่เรียกเจ้า แล้วจะเรียก
ใครกันเล่า?”
เมื่อซุนอวี่เห็นว่านางเรียกเขาจึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา แล้วเดินเข้าไปหาเฉวี่ยเหมยพร้อมทั้งพินิจพิเคราะห์นาง
ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหัวเราะอย่างได้ใจ “เอาล่ะ เจ้าเรียกพี่มาทำอะไร”
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเฉวี่ยเหมยได้ส่งรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับซุนอวี่อีกครั้ง
“เจ้าโชคดีเหลือเกินที่จะได้แต่งกับพี่ไห่ถัง ไม่รู้ว่าทำบุญมาด้วยอะไรกัน?”
ซุนอวี่ค่อยๆ เลิกคิ้วขึ้น เขารู้ดีว่าหากแต่งกับไห่ถังถือว่าเป็นบุญหนักที่เขาได้ทำมาเลย แต่ปัญหาคือไห่ถังไม่เต็มใจ
แต่งกับเขานี่สิ ไม่เพียงจะไม่เต็มใจยังปฏิเสธเสียงแข็ง เช่นนี้จะให้ซุนอวี่สบายใจได้อย่างไรกัน ดังนั้นสิ่งที่เฉวี่ยเหมยกำลัง
พูดอยู่ก็เหมือนเป็นการพูดกระทบกระเทียบเขานี่เอง
เขาไม่ใช่คนโง่เขลาเสียทีเดียว แม้จะรู้ว่าไห่ถังไม่เต็มใจจะเเต่งกับเขา แต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเฉ
วี่ยเหมย “เอ๊ะ… น้องเฉวี่ยเหมย ถ้าน้องมาแต่งกับพี่ละก็ พี่คงจะมีบุญมากเหมือนกัน!”
ซุนอวี่ผู้นี้ไม่เคยปิดบังความรู้สึกต่อหญิงสาวที่หน้าตาสะสวย ยิ่งสวยมากเท่าไรเขาก็ยิ่งตกหลุมรักมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเมื่อซานอี๋เหนียงเลือกหญิงงามในเรือนของเชวียหนิงหรานให้ เขาก็เกิดถูกอกถูกใจไห่ถังขึ้นมาทันที!
อีกอย่างซานอี๋เหนียงบอกแล้วว่าเฉวี่ยเหมยอายุยังน้อย รออีกสองปีค่อยว่ากัน ตอนนี้ให้แต่งกับไห่ถังไปก่อน
เมื่อซุนอวี่เห็นไห่ถังก็รู้สึกว่าใช้ได้จึงเลือกเอานางไว้ก่อน เพราะเขานั้นเป็นคนที่ยากจนอีกทั้งไม่ทำการทำงานเป็น
ชิ้นเป็นอัน หากสามารถแต่งงานได้ก็ถือว่าเป็นบุญของเขาแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นบ่าวรับใช้อย่างไห่ถัง ต่อให้เป็น
บ่าวรับใช้ที่ธรรมดา เขาก็ดีใจมากแล้ว!
เมื่อเห็นซุนอวี่นํ้าลายไหลเยิ้มออกมา เฉวี่ยเหมยจึงถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกมือขึ้นมาปั้อง
ปากพูดยิ้ม ๆ “อ้า… พี่ไห่ถังมาแล้ว!”
เมื่อพูดจบนางก็ผลักไห่ถังจากด้านหลังให้เข้าไปหาซุนอวี่แล้วหัวเราะคิกคักขึ้นว่า “พี่ไห่ถังรีบไปคุยกับว่าที่สามี
เสียเถอะ เดี๋ยวน้องเฉวี่ยเหมยจะช่วยเฝั้าประตูให้!”
เฉวี่ยเหมยก็ก้มหน้าก้มตาเดินออกไป……ไห่ถังหน้าแดงปรายตามองซุนอวี่ พูดเสียงเบากระมิดกระเมี้ยนขึ้นมา
“พี่ซุน!” จากนั้นก็ก้มหน้าลงด้วยความขวยเขิน
ส่วนซุนอวี่กำลังตกตะลึงในความงามของไห่ถังที่ยืนอยู่ตรงหน้า!
วันนี้ไห่ถังสวมชุดผ้าฝั้ายสีชมพู ด้านล่างเป็นกระโปรงเรียบๆ สีเขียวอ่อน ใบหน้าผัดแปั้งบางๆ เขียนคิ้วโก่งโค้งดั่ง
คันศร หิมะขาวโพลนนอกเรือนช่วยขับให้นางดูอ่อนหวานและสวยงามมากยิ่งขึ้น
ในสายตาของซุนอวี่แล้ว สิ่งที่ทำให้เขาหลงใหลไห่ถังมากที่สุดคือคำพูดเสียงอ่อนโยนว่า “พี่หลาง!” เมื่อได้ฟังก็
ทำให้หัวใจของซุนอวี่ละลาย ยิ่งหลงนางขึ้นไปอีก
เขาพยายามใช้ยกมือขึ้นขยี้ตามองซุนอวี่ด้วยความสงสัย “ไห่ถัง เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ… เจ้าเรียกข้าว่าพี่ซุนอย่าง
นั้นหรือ?”
ไห่ถังพยักหน้าที่แดงกํ่าด้วยความขวยเขินและก้มหน้าบิดตัวไปมา
ซุนอวี่มองดูไห่ถังด้วยความสงสัยพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาหัว ครุ่นคิดไปมา “ไม่ถูก ไม่ถูกต้อง เมื่อก่อนเจ้าหวาด
กลัวข้าอย่างมาก ทำไมตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน……”
ทันใดนั้นซุนอวี่ก็ถอยหลังออกมาอย่างเร็ว “เจ้าเตรียมให้คุณหนูออกมาต่อว่าข้าใช่หรือไม่?”
ไห่ถังได้ฟังก็หน้าซีดลงทันควัน นางรีบเดินเข้าไปหายื่นมือจับซุนอวี่แล้วพูดด้วยความหวาดหวั่น “อย่าหาว่าข้า
แบบนี้นะ คุณหนูอยู่ข้างใน เจ้าพูดเบาๆ หน่อย……”
มือของไห่ถังมีกลิ่นหอมที่เตะจมูกของซุนอวี่เข้า เขาจึงเอื้อมไปจับมือของนางและใช้มือบีบนวดอย่างแรง จากนั้น
จึงพูดอย่างหื่นกระหาย “คุณหนูอยู่ด้านใน เจ้าจะกลัวทำไมเล่า? ยังไงเจ้าก็จะแต่งกับข้าอยู่แล้ว!”
มือของชายหนุ่มบีบมือของไห่ถังจนเจ็บไปหมดแล้ว นางได้แต่ฝืนทนไม่ยอมเผยความรังเกียจที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ
ออกมา นางแอบมองเข้าไปในเรือนและพูดด้วยความรีบร้อนว่า “อย่างไรบ่าวรับใช้อย่างข้าเต็มที่ก็เป็นได้แค่อนุภรรยา
ไม่อาจเป็นภรรยาเอกของใครได้ ยังไงข้าก็ต้องก้มหน้ายอมรับชะตาชีวิตที่กำหนดมาแบบนี้……แต่สิ่งที่คิดไม่ถึงก็คือ พี่
หลางจะช่วยข้าให้หลุดพ้นจากการเป็นอนุภรรยา นับจากนี้ไปจะมีเพียงเราแค่สองคนรักกันไปชั่วนิรันดร์ ข้าควรรู้สึกดีใจ
จึงไม่ต้องกลัวที่จะหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปมิใช่หรือ?”