การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 26 บาดเจ็บไปด้วยกัน
จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางแดงระเรื่อ เขายิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตรรอยยิ้มนั้นเหมือนมองไปที่คุณหนูทุก
ท่าน ดูแล้วไม่อาจจะคิดอะไรมากกว่านั้นเห็นเพียงสายตาเย็นชาที่มองดูอยู่เท่านั้น
คุณหนูเหล่านั้นพูดด้วยเสียงเบาแต่ละคนต่างพากันใจเต้นหน้าแดงไปหมด
“โอ้ องค์ชายสาม”
“ใช่แล้ว ข้าเห็นองค์ชายสามแล้ว… เหมือนกับที่ลือกันว่าหล่อเหลา!”
“องค์ชายสามเพคะ…”
……
ในตอนนั้นเสียงที่พูดคุยพลันดังขึ้นไม่หยุดเหมือนทุกคนลืมไปว่ากำลังร้องไห้อยู่ ลืมแม้กระทั่งจะจัดเสื้อผ้าให้ดูดี
ใต้หล้านี้มีความงามอย่างหนึ่งที่ไม่ได้แบ่งแยกอายุและข้อจำกัดทำให้คนลืมการมีอยู่ของตนไปในทันที ต่อให้เขาเป็นยา
พิษแรงที่สุดพวกนางก็พร้อมที่จะดื่มลงไป
ซือหลัวที่ยืนอยู่ซ้ายมือของต้วนชิงหมิงแววตาตื่นเต้นเปล่งประกายส่วนเชวียหนิงหรานกลับมองเหยียนหลิงอวี๋
พลางทักทายจากนั้นจึงหันหลังกลับไปพูดกับต้วนชิงหมิง นางตั้งใจยืนหลบอยู่หลังเชวียหนิงหรานอดไม่ได้ที่จะแอบ
ชำเลืองมองเหยียนหลิงอวี๋อีกครั้ง องค์ชายรูปงามผู้นี้คือองค์ชายสามที่เล่าลือกันใช่หรือไม่? บุคคลที่ต้องจากโลกนี้ไป
ตั้งแต่เยาว์วัย
งดงามดั่งต้นอิงลี่[1]เจือไปด้วยรอยยิ้มที่อาบยาพิษ ต้วนชิงหมิงได้แต่เบะปากไปอีกทางองค์ชายสามท่านนี้ดูมี
ลักษณะของความเป็นราชวงศ์
เมื่อทุกอย่างที่คาดการณ์บรรลุเปั้าหมายเหยียนหลิงอวี๋จึงส่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่น่าเวทนาทั้งหลายแก่แม่นมและ
บ่าวรับใช้ส่วนเขาสะบัดมือ เดินจากไปอย่างสบายใจ
เหยียนหลิงอวี๋เดินไปตรงหน้าซือหลัวเขาเบะปากเล็กน้อย จากนั้นมองไปยังต้วนชิงหมิงที่เสื้อผ้าแทบไม่สกปรก
ยิ้มออกมาเล็กน้อย เอ่ยด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงไม่กี่คน “ซือหลัว เสด็จพ่อรอเจ้าอยู่ห้องโถง……”
ซือหลัวได้ยินก็เบะปากทันที “ฝั่าบาททรงมีกุ้ยเฟยอยู่เป็นเพื่อน ส่วนข้าก็มาเที่ยวเล่นของข้าจะให้ข้าไปหาฝั่า
บาททำไมกัน”
ต้วนชิงหมิงพอจะฟังเข้าใจแล้วแม้ว่านํ้าเสียงของซือหลัวจะแข็งกระด้างทว่ายังเจือความไม่แน่ใจ แววตาของนางที่
จ้องมองเหยียนหลิงอวี๋ทำให้ต้วนชิงหมิงจับสังเกตบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่
เหยียนหลิงอวี๋หัวเราะเบาๆไม่ตอบคำพูดของซือหลัว สายตาที่ลุกวาวของเขามองเลยไปยังเชวียหนิงหราน “คุณ
หนูรองเปือนไปหมดแล้วหากเหล่าพี่ชายของคุณหนูเห็นเข้าจะต้องโอ๋กันยกใหญ่เชียวล่ะ”
เชวียหนิงหรานนิ่งเงียบใบหน้าแดงกํ่าคำพูดนี้คล้ายกำลังตำหนิที่นางมาเข้าร่วมงานเลี้ยงหนำซํ้ายังทำให้นางอยู่ใน
สภาพแบบนี้
สายตาของเหยียนหลิงอวี๋มองผ่านเด็กสาวทั้งสองอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดที่ใบหน้านิ่งสงบของต้วนชิงหมิงแววตา
สุกสกาวคล้ายภาพลวงตาที่เดาความหมายไม่ออก สายตาจับจ้องไปที่มือของนางพูดอย่างแฝงความหมายลึกซึ้ง “คุณหนู
ใหญ่ต้วนมือเลอะหมดแล้ว”
นางรู้ได้ทันว่าสายตาของเขามองมามือของนางครั้นจะรีบเอามือแอบไว้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเหยียนหลิงอวี๋หัวเราะ
ยาวออกมาเหมือนเตือนให้ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเขารู้ว่านางเป็นคนที่พบกลไกต่างหาก!
ต้วนชิงหมิงมองไปแผ่นหลังของเหยียนหลิงอวี๋อดครุ่นคิดไม่ได้ว่าองค์ชายสามพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?
ต้องการเตือนนางหรือคิดจะเปิดโปงนางกันแน่?
ต้วนชิงหมิงมั่นใจเป็นที่สุดว่าจะต้องไม่ใช่อย่างหลังหากเขาคิดจะเปิดโปงนาง เมื่อครู่ที่เหล่าคุณหนูถูกแม่นมเหล่า
นั้นพาตัวไปต้องไม่ใช่คุณหนูหร่วนแต่เป็นนาง!
แม้ตอนนี้จะยังไม่เข้าใจความหมายของเหยียนหลิงอวี๋แต่ในใจต้วนชิงหมิงกลับเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นนาง
ตามคุณหนูคนอื่นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ลื่นล้มลงไปกับพื้น
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงล้มลงเชวียหนิงหรานจึงรีบเข้าไปประคองนางขึ้นมา “ชิงหมิง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”
ซือหลัวมองเหยียนหลิงอวี๋ที่เดินจากไปพร้อมกับสายตาที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่างเวลานี้นางได้สติ มองไปยังต้วนชิง
หมิง “อุ้ย!ทางเดินออกจะดี ทำไมล้มเสียได้เล่า”
ต้วนชิงหมิงแม้เหงื่อแตกเต็มหน้าผากแต่นางยังคงฝืนทนส่ายหัวเบาๆ “ข้าไม่เป็นไร”
ซือหลัวเห็นต้วนชิงหมิงเจ็บจึงคิดจะเข้าไปช่วยทว่ามีนางกำนัลแต่งชุดในวังวิ่งมาหยุดด้านหน้าของทั้งสามพลาง
แสดงความเคารพจากนั้นพูดเบาๆ ซือหลัวหน้าถอดสีทันทีเมื่อฟังจบ รีบวิ่งไปโดยไม่สนใจต้วนชิงหมิง
เมื่อวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวนางพลันคิดขึ้นมาได้ว่าเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทจึงหันหลังกลับมา “หนิงหราน ชิงหมิง ข้า
มีธุระบางอย่าง ไปกับพวกเจ้าไม่ได้แล้ว ขอตัวก่อน”
เมื่อเห็นสีหน้าที่รีบร้อนของซือหลัวพวกนางก็พยักหน้าไม่ถือสา เชวียหนิงหรานตอบ “เจ้ารีบไปเถอะข้าจะพยุงชิง
หมิงเดินไปช้าๆ เอง”
คุณหนูเหล่านั้นเดินทิ้งห่างไปนานแล้วแต่เชวียหนิงหรานกลับพยุงต้วนชิงหมิงค่อยๆ เดินไปข้างหน้าไม่นานก็ถึงที่
เปลี่ยนเสื้อผ้าที่นั่นเป็นห้องรับรองที่มีแต่ของชั้นเลิศเตรียมไว้ทั้งหมด อ่างอาบนํ้าเครื่องอาบนํ้า กลีบดอกไม้หอม สิ่งที่เสิ่
นกุ้ยเฟยเตรียมไว้พูดได้ว่าต้องการอะไรก็มีให้หมดจะให้เสียชื่อเสียงต่อหน้าคุณหนูเหล่านี้มิได้!
ของที่ดีที่สุดคือเสื้อผ้าที่เสิ่นกุ้ยเฟยเตรียมไว้ให้
เสื้อผ้าเหล่านั้นถักทอจากผ้าไหมชั้นเลิศแม้ลวดลายบนผ้าอาจจะไม่ค่อยชัด แต่เมื่อสวมใส่แล้วกลับมีประกาย
ระยิบระยับยามเมื่อต้องแสงพลิ้วไหวงดงาม
เมื่อคุณหนูเหล่านั้นชำระร่างกายเรียบร้อยแล้วจึงสวมใส่ชุดใหม่ทุกคนต่างร้องออกมาด้วยความดีใจพลางส่อง
กระจกไปมา ระหว่างที่พวกนางอาบนํ้าพร้อมกันเชวียหนิงหรานที่ปกติไม่ค่อยพูดอยู่ๆ ก็เอ่ยปากถามขึ้น “ชิงหมิง เจ้า
พบอะไรบางอย่างมาใช่ไหม? ไม่คิดจะบอกให้ข้าฟังหน่อยหรือ?”
ต้วนชิงหมิงเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดออกมาเสียงเบา “พี่เชวีย เชื่อข้าหรือไม่?”
เชวียหนิงหรานมองไปที่ต้วนชิงหมิงอย่างรู้สึกแปลกใจ “แม้วันนี้เจ้ากับข้าจะเพิ่งรู้จักกันวันแรกแต่นับได้ว่าผ่าน
ความเป็นความตายมาด้วยกันแล้ว ชิงหมิง……ทำไมข้าจะไม่เชื่อเจ้าละ?”
ต้วนชิงหมิงพูดเสียงตํ่า “พี่เชวีย พวกเรามาคิดหาวิธีที่ไม่ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงกันเถอะ!”
เชวียหนิงหรานตกใจเล็กน้อย “ทำไมเจ้าถึงไม่อยากเข้าร่วมเล่า?”
ทว่าต้วนชิงหมิงไม่ยอมพูดต่อ “พี่เชวีย ถ้าเชื่อข้าก็อย่าเข้าร่วมงาน!”
ในแต่ละครั้งจะคัดเลือกหญิงสาวที่มีอายุสิบสองถึงสิบสี่ปีหากอายุมากกว่านั้นแล้วบังเอิญถูกใจฮ่องเต้ก็จะกลาย
เป็นอีกเรื่องหนึ่งตอนนี้เชวียหนิงหรานกำลังจะเข้าสู่วังวนนี้ต้วนชิงหมิงจึงเตือนสติไม่ให้นางไปเข้าร่วม
เชวียหนิงหรานแม้จะรู้จักต้วนชิงหมิงได้ไม่นานแต่นางรู้ว่าอีกฝั่ายเป็นคนที่ระมัดระวังตัวอย่างมากรวมถึงเรื่อง
แปลกที่เกิดขึ้นในวันนี้ นางคิดเพียงชั่วครู่ก็พยักหน้าตอบรับ “ได้ ข้าจะฟังเจ้า งั้นข้าจะอยู่ที่นี่กับเจ้า”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้า “พี่เชวียวางใจได้ ข้าไม่คิดร้ายกับพี่แน่นอน!”
เชวียหนิงหรานยิ้มพลางพยักหน้า “ข้ารู้”
ทั้งสองคนยืนอยู่หลังฉากกั้นลมรูปภูเขาแม่นํ้าที่สามารถบดบังสายตาขณะที่นางกำชับให้เชวียหนิงหรานไม่ต้อง
เข้าร่วมงานเลี้ยงจู่ๆ ประตูด้านนอกก็มีเงาของคนเดินผ่านมาก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
คนผู้นั้นได้หันมามองต้วนชิงหมิงที่แอบอยู่หลังฉากกั้นลมก่อนจะจากไปด้วยรอยยิ้มเรื่องในวันนี้เป็นอย่างที่เขาคิด
ไว้ไม่มีผิด ทั้งยังทายได้ถูกต้องทั้งหมดหญิงสาวที่เฉลียวฉลาดเช่นนี้ เขารอคอยและอยากเห็นความสามารถของนางเสีย
จริง!
ต้วนชิงหมิงประคองเชวียหนิงหรานเดินออกจากห้องพวกนางพลันตกใจเมื่อได้พบแม่นมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มผู้นั้น
ความจริงมีเพียงต้วนชิงหมิงคนเดียวที่เจ็บขาแต่เชวียหนิงหรานที่ยืนข้างนางในตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บ
ปวดดูแล้วจะเจ็บหนักว่าต้วนชิงหมิงเสียอีก
เมื่อเห็นท่าทีของเชวียหนิงหรานแม่นมคนนั้นถามอย่างอึกอัก “คุณหนูรองเชวียทำไมบาดเจ็บหนักขนาดนี้เจ้า
คะ?”
ทั้งตัวของเชวียหนิงหรานเอนพิงร่างเล็กๆของต้วนชิงหมิง แขนของนางเป็นรอยแผลยาวชายเสื้อพับขึ้นเห็นถึง
เนื้อที่เขียวชํ้ารวมทั้งขาข้างหนึ่งที่แทบจะขยับไม่ได้ขอขยับเพียงเล็กน้อยก็จะร้องเสียงดังออกมา
…
[1]อิงลี่ คือ ดอกปั๊อปปี