การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 251 ความสงสารของซุนอวี่
ซุนอวี่ได้ฟังก็ยิ่งฉงนใจขึ้นไปอีก ถ้าเขาจำไม่ผิดละก็เมื่อก่อนไห่ถังไม่ได้มีท่าทีเช่นนี้ ทุกครั้งที่นางเห็นเขาถ้าไม่ได้
เหมือนหนูที่เจอแมวก็จะหาที่หลบซ่อนตัว แต่วันนี้ทำไมนางมีท่าทางเกรงอกเกรงใจ ไม่รู้ว่านางมีแผนการอะไรในใจ
เมื่อซุนอวี่เห็นสายตาของไห่ถังจึงรู้สึกว่านางไม่เหมือนคนที่มีแผนการชั่วร้ายอะไรซ่อนไว้ เขาเกาหัวแล้วถามอย่าง
สงสัย “ไห่ถังเมื่อก่อนเจ้าไม่ได้เป็นแบบนี้นี่… ถ้าจะบอกว่าเมื่อก่อนแสร้งทำละก็ เจ้าทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?”
ไห่ถังใช้แรงสะบัดมือแล้วดึงมือกลับ พร้อมกับบิดตัวไปมามองไปยังซุนอวี่อย่างขวยเขิน “เจ้าโง่! ทำแบบนี้ก็เพื่อ
คุณหนูอย่างไรล่ะ! คุณหนูไม่ชอบพี่จึงไม่อยากให้ข้าแต่งออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณหนูใช้ทั้งแรงกายและเงินทองใน
การเลี้ยงดูข้ามา ถึงตอนนี้นางยังใช้งานข้าได้ไม่เต็มที่… อย่างนั้นจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระได้อย่างไร?”
หัวหน้าบ่าวรับใช้ของคุณหนูแต่ละคนจะต้องรู้จักกฎระเบียบและมารยาทต่างๆ อย่างครบถ้วน เพื่อจะได้ช่วย
ดูแลจัดการจวนในอนาคต ไม่ก็เพื่อช่วยจัดการเก็บข้าวของให้สามี ดังนั้นความรอบรู้ ความสามารถและท่าทางของ
หัวหน้าบ่าวรับใช้จะต้องมีความคล้ายคลึงกับคุณหนูมากที่สุด ซึ่งเชวียหนิงหรานใช้ทั้งแรงกายแรงเงินในการอบรมไห่ถัง
มา หากจะยกให้กับซุนอวี่แล้ว เชื่อว่าคุณหนูจะไม่มีทางยอมแน่!
ถ้าคาดการณ์จากตรรกะนี้ คำพูดของไห่ถังก็ใช่ว่าไม่ถูกต้อง!
ดวงตาของซุนอวี่กลับกลอกไปมา ราวกับไม่เชื่อคำพูดของนาง
นางมองตอบกลับด้วยสายตาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อเห็นว่าซุนอวี่ไม่เชื่อ
เมื่อชายหนุ่มเห็นสายตาที่เหมือนเป็นการต่อว่าใจพลันอ่อนยวบลง
ไห่ถังจึงสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วพูดอย่างโกรธๆ ว่า “ข้าจะหลอกเจ้าไปทำไมกัน? เจ้าไม่ลองคิดดูละ ถ้าข้าไม่ยืน
กรานคัดค้านเรื่องนี้จะไปถึงหูนายท่านได้อย่างไร? ถ้านายท่านไม่เป็นประธานในงานแล้วใครจะเตรียมของแต่งให้กับข้า
ละ เจ้าไม่รู้หรอกว่าคุณหนูเป็นคนอารมณ์ร้ายร้ายเพียงใด ถ้าไม่ตบตีก็ต่อว่า บ่าวอย่างพวกเราจะทำอะไรได้……”
เมื่อไห่ถังพูดจบก็ถลกแขนเสื้อให้เห็นแขนที่ซีดขาว ท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ตามเรียวแขนปรากฏบาดแผล
หลายต่อหลายรอยให้เขาเห็น เห็นได้ว่าแม้ภายนอกคุณหนูดูไม่มีอะไรแต่สิ่งที่ทำกับบ่าวรับใช้ช่างโหดร้ายไม่น้อย
สีหน้าแววตาของซุนอวี่เปลี่ยนไปในทันที
เห็นทีการทรมานไห่ถังของเชวียหนิงหรานคงเป็นเรื่องจริง… เชวียหนิงหรานมีอารมณ์แปรปรวนแบบนั้นมีหรือที่
จะดูแลบ่าวรับใช้อย่างดี? ต่อให้เป็นน้องสาวลูกอนุ นางก็ยังไม่เว้นเลย!
ซุนอวี่มองไห่ถังด้วยความสงสารจับใจพลางถอนหายใจออกมา “เห้อ! ข้ามองเจ้าผิดไปแล้วจริงๆ”
ซุนอวี่พูดไปก็ยื่นมือออกไปหมายจะลูบมือของนาง แต่นางกลับดึงมือเข้ามาเก็บไว้ที่ชายเสื้อดังเดิม “พี่ซุน เรื่องนี้
อย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ ถ้าคุณหนูรู้ว่าข้าเอาเรื่องนี้ออกมาเล่าให้คนนอกรับรู้ เห็นทีคุณหนูคงตีข้าจนตาย!”
สีหน้าของซุนอวี่ยิ่งมองนางด้วยความสงสารจับใจขึ้นไปอีก!
นิสัยของผู้ชายนั้นย่อมสงสารหญิงสาวที่บอบบางอยู่แล้ว ซุนอวี่เกิดมีความเป็นลูกผู้ชายขึ้นมาทันที พอได้ยินที่
นางเล่าว่าถูกทรมาน ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที รีบพูดอย่างร้อนใจ “ไปกัน ใครที่กล้ามาตีภรรยาของข้า ข้าจะไปเอาเรื่อง
มัน!”
ในเมื่อไห่ถังมีสัญญาหมั้นหมายในฐานะภรรยากับเขาแล้ว หากจะกลั่นแกล้งนางได้นั้นจะต้องเป็นเขาแต่เพียงผู้
เดียวเท่านั้น เชวียหนิงหรานนั้นเป็นใครมาจากไหนกัน! ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ลูกภรรยาเอก เขาก็จะไปเอาเรื่องให้ถึงที่
สุด!
ไห่ถังรีบดึงมือของซุนอวี่เอาไว้แล้วพูดอย่างรีบร้อนว่า “พี่ซุนโง่หรือไง ถ้าข้าไม่หวังของแต่งงานจากคุณหนูใหญ่
ละก็ จะยอมทนรองไม้รองมือให้คุณหนูมานานแบบนี้ไปทำไม พี่คิดดูหากไปหาตอนนี้ก็เท่ากับว่าไม่เหลืออะไรติดไม้ติดนี้
อย่างแน่นอน……”
พอพูดจบไห่ถังรู้สึกว่าตัวนางทำไม่ถูกต้อง ใบหน้าที่ซีดขาวกลับแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอาย เมื่อเงยหน้า
ขึ้นก็ชนกับซุนอวี่พอดี นางจึงพูดเสียงกระอ้อมกระแอ้ม “ถึงตอนนั้นไห่ถังก็คงไม่คู่ควรกับพี่ซุนแล้ว”
คำพูดของไห่ถังไม่ได้เกินไป เพราะหญิงสาวในสมัยนั้นหากแต่งกับใครก็จะมีฐานะแบบนั้น ถ้านางแต่งกับซุนอวี่
ละก็ เรื่องทั้งหมดของนางก็จะกลายเป็นเรื่องของเขาไปด้วยเช่นกัน
เขาได้ยินที่นางพูดก็ยิ้มไม่หุบ แม้ว่าเขาจะทราบดีว่าหลังจากที่ไห่ถังแต่งเขาเเล้ว เรื่องของนางทุกอย่างก็คือเรื่อง
ของเขาด้วย แต่ว่าคำพูดนี้ถ้าพูดออกมาจากปากของไห่ถังเองความหมายความรู้สึกย่อมไม่เหมือนกัน!
สิ่งที่ทำให้ซุนอวี่ดีใจมากที่สุดก็คือ ไห่ถังที่ต่อต้านเขามาตั้งแต่ต้นกลับมีใจให้กับเขาแล้ว!
อันที่จริงที่ซุนอวี่อยากจะบังคับให้ไห่ถังแต่งกับเขานั้น เป็นแผนการของซานอี๋เหนียง แต่ว่าถ้าไห่ถังอยากจะแต่ง
กับเขาขึ้นมาจริง ความหมายความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนครั้งแรกที่เขาคิดไว้แล้ว!
ใบหน้าของซุนอวี่รู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปจับแขนของนาง แล้วพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า
“ไห่ถัง…”
เมื่อไห่ถังเห็นซุนอวี่เอื้อมมือใหญ่ของเขามากุมมือของนาง ใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อเป็นลูกตำลึง นางมองซ้าย
มองขวากลัวว่าใครจะมาเห็นเข้าจึงดึงมือออก ทว่าซุนอวี่กลับจับมือของนางไว้แน่นขึ้นอีก ด้วยความรีบร้อนนางเกือบ
หลุดปากด่าซุนอวี่ว่า ‘บังอาจ’ แต่ในเวลานี้เมื่อนางได้ยินเสียงประตูถูกผลักให้เปิดออก จึงเห็นเฉวี่ยเหมยที่หน้าตารีบ
ร้อนกวักมือเรียกพร้อมกับพูดเสียงแหบแห้งว่า “พี่ไห่ถัง คุณหนูกำลังเรียกหาอยู่……”
เฉวี่ยเหมยเอ่ยเตือน ขึ้นมาประโยคหนึ่ง “คุณหนูกำลังโมโหอยู่ ถ้าเข้าไปให้ระวังตัวหน่อยนะ!”
ระหว่างที่เฉวี่ยเหมยพูดก็ส่งสายตาเห็นใจไปให้ไห่ถัง ราวกับว่าหากนางไม่ระวังตัวจะนำมาซึ่งหายนะได้อย่างไร
อย่างนั้น!
เพื่อที่จะยืนยันคำพูดของเฉวี่ยเหมย ในห้องได้มีเสียงของตกแตกดัง “เพล้ง” ขึ้นมา พร้อมกับเสียงบ่าวรับใช้ที่
คอยห้ามอยู่!
ใบหน้าแดงระเรื่อของไห่ถัง เมื่อได้ยินคำพูดของเฉวี่ยเหมยเข้าก็ซีดขาวขึ้นมาทันที มือทั้งสองข้างและร่างกายของ
ไห่ถังเริ่มสั่นขึ้นมาจนมือข้างหนึ่งต้องกำชายเสื้อไว้โดยไม่รู้ตัว นางถามเฉวี่ยเหมยด้วยความกังวลว่า “คุณหนูโมโหมาก
หรือไม่?”
นางพยักหน้ารับพลางมองไห่ถังอย่างเห็นอกเห็นใจ พูดเสียงเบา “โมโหมาก!”
สีหน้าของไห่ถังพลันหม่นหมองในทันที
ในระหว่างที่ไห่ถังกำลังจะกลับตัวเดินไปทางเรือน กลับพบว่ามืออีกข้างหนึ่งของนางอยู่ในอุ้งมือของซุนอวี่ นางจึง
หันหน้ามาพร้อมกับแววตาที่มีตานํ้าคลอเบ้าพยายามดึงมือกลับมา พูดอย่างเศร้าใจ “พี่ซุน… คุณหนูโมโหแล้ว ข้าต้องรีบ
ไปก่อน… พี่รีบกลับไปก่อนเถอะ คุณหนูก็โมโหแรงแบบนี้จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ข้าต้องไปเป็นที่ระบายความโกรธ
ให้กับคุณหนูเสียก่อน แต่ข้าไม่อยากให้คุณหนูพบและเอาผิดกับพี่ซุนได้…”
ซุนอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไป… เชวียหนิงหรานกล้าดีมาหาเรื่องเจ้า หรือว่านางไม่อยากจะ
มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว?
ซุนอวี่อยากจะรั้งไห่ถังเอาไว้ตรงนี้โดยที่ไม่อยากให้นางต้องได้รับการทรมาน แต่ด้านเฉวี่ยเหมยด้วยความฉลาดก็
ผลักไห่ถังไปด้านหลังของนาง เบิกตาโตจ้องมองไปที่ซุนอวี่ พูดตำหนิขึ้น “เจ้ายังจะมายื้อพี่ไห่ถังไว้อีกหรือ? เจ้ารู้หรือไม่
ว่าเวลาคุณหนูโกรธบ่าวทุกคนต่างหวาดกลัว ยิ่งเจ้ายื้อนานเท่าไร พี่ไห่ถังก็จะได้รับโทษมากขึ้นเท่านั้น!”
สีหน้าของชายหนุ่มเศร้าใจอย่างมาก
ไห่ถังผู้นี้อีกไม่กี่วันก็จะได้ตบแต่งกับเขาแล้ว หรือพูดได้ว่าเป็นคนของเขาแล้วก็ไม่ผิด แต่ตอนนี้เชวียหนิงหรานยัง
กล้าจะมาระบายความโมโหกับนางอีก เห็นทีนางไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง?
สีหน้าของไห่ถังซีดขาวลงไปอีก นางหันไปมองซุนอวี่พร้อมฝืนยิ้มและพูดอย่างหวาดกลัวว่า “ยากเหลือเกินที่ได้
เห็นพี่ซุนสงสารไห่ถัง แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากเพียงพอแล้ว! ไม่เป็นไรหรอกพี่ซุน อย่างไรเสียก็อีกไม่กี่วันเท่านั้นแล้ว……”
คำพูดของไห่ถังเต็มไปด้วยความปรารถนา อีกทั้งแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังสุดท้าย ราวกับว่าถ้าซุนอวี่ไม่ตอบ
ตกลง นางก็เท่ากับหมดสิ้นซึ่งความหวังทุกสิ่งทุกอย่าง!