การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 252 แผนการสำเร็จแล้ว
เมื่อซุนอวี่ได้ยินที่ไห่ถังพูด เห็นเพียงเขาอ้าปากค้างไว้ราวกับมีเรื่องที่อยากจะเอื้อนเอ่ย ทว่ากลับพูดไม่ออก
สายตาที่มองไปยังไห่ถังละม้ายรู้สึกสับสน แล้วตัดสินใจหันหลังเดินจากไป
แม้ว่าในใจของเขายังรู้สึกไม่เต็มใจจะจากไป แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านายหญิงก็คือนายหญิงซึ่งมีอำนาจ
มากกว่าเขา แม้ว่าซุนอวี่จะเป็นหลานชายของซานอี๋เหนียง แต่ว่าเชวียหนิงหรานกลับเป็นนายหญิงของไห่ถัง ทั้งยังเป็น
คุณหนูลูกภรรยาเอกอีกจึงมีฐานะสูงศักดิ์กว่ามาก ดังนั้นความคิดที่จะไปเอาเรื่องกับเชวียหนิงหรานในตอนแรกคงต้อง
พับเก็บไป ต่อให้เป็นซานอี๋เหนียงก็มิอาจพูดอะไรได้เช่นกัน คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องสั่งสอนไห่ถัง ต่อให้นางอยากจะสั่งสอน
ซุนอวี่ก็ย่อมได้เหมือนกัน
ระหว่างที่ไห่ถังกำลังเดินไปเกือบถึงหน้าประตูทางออก นางก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มอย่างอาลัยอาวรณ์เป็น
คำรบที่สอง “พี่ซุน ข้ายังมีเรื่องที่อยากพูดกับพี่อีกหลายอย่าง… อีกประเดี๋ยว พี่ไปรอข้าที่ศาลาตรงสวนดอกไม้จะได้หรือ
ไม่… ข้ามีอีกหลายต่อหลายเรื่องที่อยากคุยด้วย”
สายตาอ้อนวอนที่มองมาของไห่ถังกลับยิ่งช่วยเพิ่มความน่าหลงใหลขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เขายกมือขึ้นตบอกแล้ว
กล่าวตอบรับอย่างเต็มใจ “เจ้าวางใจได้ อีกสักครู่ข้าจะตามไป……”
ยังไม่ทันจะได้พูดจบ ในห้องพลันมีเสียงของตกกระแทกพื้นจนแตก พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของเชวียหนิง
หราน กำลังด่าทอ “ไห่ถังนางบ่าวชั่ว มันตายไปแล้วหรือยังไง? ทำไมยังไม่รีบมาอีก?”
ไห่ถังได้ยินพลันชะงักตกใจ พริบตาเดียวก็รีบวิ่งไปทางประตู เหลือเพียงซุนอวี่ยืนอยู่งงงวยกับคำพูดของนางอยู่
ท่ามกลางสายลมอันเหน็บหนาว… ไห่ถังเป็นคนนัดเขาด้วยตัวนางเอง บ่าวรับใช้ที่ถูกนายหญิงกดขี่จนน่าสงสาร คงมอง
เขาเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะสามารถช่วยชีวิตนางได้เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?
ในใจเขาพลันรู้สึกจุกขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาระบายลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วหมุนตัวกลับ เดินจากไป! เชวี่ยเหม
ยเดินตามหลังไห่ถังมาติด ๆ พอเตรียมจะปิดประตูเรือน เมื่อเห็นซุนอวี่ยังไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย เชวี่ยเหมยจึง
โบกมือเพื่อให้เขารีบจากไปโดยเร็ว แต่ซุนอวี่ก็ยังไม่ก้าวจากไป เชวี่ยเหมยจึงให้สายตาสับสนจนปัญญามองไปที่เขาแล้ว
พูดเสียงแผ่วเบา “เห้อ! อย่าหาว่าข้าอย่างนั้นอย่างนี้เลย นิสัยอารมณ์ร้อนของคุณหนู คนเป็นบ่าวอย่างเราก็มิอาจจะ
ยอมทนได้ แต่ก่อนนิสัยของพี่ไห่ถังดีมากมักจะช่วยรับโทษแทนบ่าวรับใช้อย่างพวกเรา แต่ถ้าพี่ไห่ถังแต่งกับเจ้าละก็ บ่าว
รับใช้คนต่อไปที่จะต้องไปรองรับอารมณ์ ไม่แน่ว่าจะถึงตาข้าก็เป็นได้……”
เชวี่ยเหมยพูดต่อด้วยความสมเพชเวทนาตัวนางเอง “อีกประเดี๋ยวเจ้าก็ช่วยปลอบพี่ไห่ถังแล้วกัน… ชีวิตของนางก็
ไม่ได้ง่ายเลย!”
นางพูดจบก็ทำท่าจะจากไป ทว่ากลับหันมากำชับเขาอีกประโยค “ใช่แล้ว เรื่องนี้จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด! ถ้า
เรื่องนี้รู้ไปถึงหูของคุณหนูเชวียละก็ พี่ไห่ถังจะต้องถูกคุณหนูเกลียดชังและอย่าได้หวังว่าจะได้หลุดพ้นจากกองไฟออกไป
เลยเชียว!”
ซุนอวี่ฟังแล้วก็ตะลึงจึงรีบพยักหน้ารับรู้อยู่หลายที “เจ้าวางใจได้ ข้าจะไปรอไห่ถังอยู่เงียบๆ เดี๋ยวนี้เลย……”
ในชีวิตของซุนอวี่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบไห่ถังหญิงสาวที่มีชีวิตขมขื่นเช่นนี้ ตอนนี้เขากลับอยากจะแต่งกับไห่ถัง
โดยที่ไม่มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ แต่เป็นการช่วยนางด้วยความบริสุทธิ์ใจ!
ซุนอวี่เดินฝั่าพื้นหิมะเสียงดัง “สวบสาบ” แต่ในใจของเขาตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
เชวี่ยเหมยลอบมองซุนอวี่เดินจากไปจนลับสายตาแล้วค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็วิ่งเข้าไปใน
เรือนอย่างเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ “คุณหนู คุณหนู พี่ไห่ถัง ซุนอวี่ไปแล้ว!”
ภายในห้องจึงเต็มไปด้วยเสียงตำหนิและหัวเราะดังลอดออกมาเป็นระยะๆ “เชวี่ยเหมยเจ้านี่ไม่รู้จักเก็บอาการ
เสียบ้างเลย อีกฝั่ายยังไปได้ไม่ไกล เจ้าก็รีบวิ่งโร่เข้ามาที่นี่แล้วเหมือนไม่กลัวว่าเขาจะรู้แผนการที่เราวางแผนไว้อย่างนั้น
แหละ!”
สิ้นเสียงของเชวียหนิงหราน ก็พลันได้ยินเสียงบ่าวรับใช้อีกคน “เหอะ เหอะ ความสัมพันธ์ของพี่เชวี่ยเหมยกับพี่
ไห่ถังดีมาโดยตลอด ทั้งยังดูแลพวกเราเสมอมา ตอนนี้สามารถรอดพ้นจากกองไฟอย่างซุนอวี่มาได้แล้ว พวกเราทุกคนก็
ควรจะดีใจไปด้วยกัน!”
เชวียหนิงหรานได้ฟังก็หัวเราะออกมา สายตาเหลือบมองต้วนชิงหมิงแล้วพูดอย่างจนปัญญา “เห็นหรือยังชิงหมิง
เจ้านี่ช่างให้ท้ายบ่าวของเจ้าเหลือเกินจนนางพูดเสียงดังกว่าข้าเสียอีก”
อีกฝั่ายพลันหัวเราะขึ้นมาเช่นกัน “มีที่ไหนกันเล่า บ่าวรับใช้อย่างเนี่ยนจู๋เป็นคนที่เปลี่ยนไปมาตามสถานการณ์
ตอนนี้นางกำลังชื่นชมพี่เชวีย ที่ดีต่อพวกนางอยู่นะ……”
เชวี่ยเหมยวิ่งเข้ามาในห้องหน้าตาตื่น สายตากวาดมองอย่างรีบๆ เมื่อเห็นเปั้าหมายก็ตรงรี่เข้าไปหา พลางจับข้อ
มือทั้งสองข้างของไห่ถังแล้วยิ้มจนไม่เห็นตาดำ “พี่ไห่ถังไม่ต้องแต่งแล้ว… ไม่ต้องไปจากคุณหนูและพวกเราแล้ว ดีเหลือ
เกิน!”
ไห่ถังยื่นมือที่ชุ่มเหงื่อออกไปดีดที่หน้าผากของนาง กล่าวกลั้วหัวเราะ “เจ้านี่นะ เมื่อครู่คุณหนูกำลังต่อว่าเจ้าที่
ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่!”
เชวี่ยเหมยเป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมา ตอนนี้นางยิ้มซื่อๆ เอามือไปลูบท้ายทอยแล้วพูดขึ้น “นี่เป็นเรื่องดีจะต้อง
แสดงความดีใจออกมา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต่อจากนี้ไปพี่ไห่ถังจะได้อยู่กับพวกเราต่อไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เชวียหนิงหรานกับต้วนชิงหมิงก็มองตากันแล้วหัวเราะคิกคัก จนเชวียหนิงหรานต้องหยิบ
ผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตา ส่วนบ่าวรับใช้ที่ชื่อเนี่ยนจู๋ก็หยิบไม้กวาดที่โกยเข้ามาทำความสะอาดไปด้วยหัวเราะไปด้วย
“เอาล่ะเชวี่ยเหมย เจ้าอย่างคิดนะว่าข้าไม่รู้ ถ้าพี่ไห่ถังไม่แต่งงาน เจ้าจะได้นอนตื่นสายทุกวันใช่หรือไม่เล่า……”
ใบหน้าของเชวี่ยเหมยพลันแดงกํ่าขึ้นมา นางจึงตบหลังเนี่ยนจู๋อย่างเบามือแล้วพูดออกมาอย่างเคืองๆ “เจ้านั่น
แหละ! ที่นอนตื่นสายทุกวัน”
เนี่ยนจู๋ด้านหนึ่งก็หลบมือเชวี่ยเหมยที่หมายจะตีนางอีกทางก็พูดอย่างเคืองๆ “ใช่แล้ว ข้านอนตื่นสายตื่นทุกวัน
อย่างนั้นข้าจะให้พี่ไห่ถังช่วยทำงานในส่วนของข้า… เจ้าพอใจหรือยังเล่า?”
ทางด้านไห่ถังหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดไปที่แขนของนางอย่างแรงตรงที่ถูกซุนอวี่จับถูก! วิธีนี้ต้วนชิงหมิงเป็นคน
สอนนาง จะได้เรียกความสงสารเห็นอกเห็นใจกับซุนอวี่ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าถึงยามจำเป็นจะได้ใช้เป็นหลักฐานในการโต้แย้ง
เขาได้ เมื่อไห่ถังเห็นเชวี่ยเหมยกับเนี่ยนจู๋กำลังเอานางไปขำขันกัน จึงตั้งใจมองค้อนพวกนางไปหนึ่งทีและพูดตำหนิว่า
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่? ไม่เห็นคุณหนูต้วนนั่งอยู่ที่นี่หรอกหรือ?”
ไห่ถังในสายตาของบ่าวรับใช้ถือว่ามีอำนาจอยู่ไม่น้อย เมื่อนางพูดออ กมาเนี่ยนจู๋ก็กวาดพื้นจนเสร็จอย่างรวดเร็ว
แล้วออกไป ส่วนเชวี่ยเหมยที่คอยพูดเรื่องตลกขบขันก็ยืนแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนตัว!
ไห่ถังเช็ดแขนไปพลางพูดอย่างไม่วางใจไปพลาง “เชวี่ยเหมย เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าเขาไปจริงๆ แล้ว?”
เชวี่ยเหมยกะพริบตาปริบๆ แล้วหัวเราะเสียงเบา “ถ้าพี่ไห่ถังไม่อยากจากซุนอวี่ ข้าไปตามเขากลับมาให้ก็ได้!”
สีหน้าของไห่ถังแดงขึ้นมา พลางเหลือบมองไปที่ประตู “ใครใช้ให้ไปเรียกเขากลับมา… ข้านี่เกลียดเขาจะตายอยู่
แล้ว!”
ฟั้าดินย่อมรู้ว่าเพื่อการแสดงในครั้งนี้ นางต้องเปลืองตัวไปไม่น้อย ทั้งจับมือ ทั้งแววตาขอความสงสารเห็นใจที่
แสร้งทำออกมา กระทั่งถึงตอนนี้นางก็ยังรู้สึกดูถูกตัวเองอยู่ดี
พูดไปก็ดึงแขนเสื้อ เช็ดถูบริเวณที่ถูกจับมือ
ต้วนชิงหมิงเพียงมองยิ้มๆ อยู่ด้านข้าง “ไม่เลวนี่ไห่ถัง เชวี่ยเหมยก็ใช้ได้ ที่เหลือต้องคอยดูเสี่ยวจิ้งแล้วแหละ!”
เชวียหนิงหรานก็มีแววตานิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่างขึ้นมาทันทีเมื่อเด็กสาวพูดจบ “เจ้ากำลังพูดถึงบ่าวรับ
ใช้คนนั้นของเนี่ยไฉ่เยวี่ยใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับและพูดอย่างไม่ปิดบังอีกฝั่าย “ใช่แล้ว เป็นบ่าวรับใช้คนนั้นแหละ!”
เชวียหนิงหรานคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดทันที นางเบิกตาโตขึ้นทั้งสองข้าง มองต้วนชิงหมิงแล้วพูดอย่าง
ตกใจ “ชิงหมิง ที่แท้เจ้ากับเนี่ยไฉ่เยวี่ยกำลังแสดงละครกันอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงผายมือทั้งสองข้างออกพร้อมกับยิ้มออกมา “ช่วยไม่ได้……ที่จริงข้าอยากจะแสดงเอง แต่ดูท่าทางแล้ว
น้องสาวลูกอนุของเจ้าคงไม่อยากยุ่งกับข้า ดังนั้นข้าจึงปรึกษากับพี่ไฉ่เยวี่ย ขอให้นางออกหน้า แม้ว่าพี่ไฉ่เยวี่ยจะดู
อ่อนแอ บอบบาง แต่หัวจิตหัวใจนั้นกลับเข้มแข็ง อีกอย่างนิสัยที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยของนางจะช่วยหลอกน้องสาวอนุของ
เจ้าได้โดยง่าย…”
ต้วนชิงหมิงเล่าออกมาเพียงครึ่งเดียว แม้เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะดูบอบบางอ่อนแอ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้มแข็งขึ้นมา
นางก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน!