การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 253 ฮูหยินเนี่ยมาแล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเชวียหนิงหรานกับต้วนชิงหมิงกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ดังนั้นการที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยช่วยเพื่อนทั้ง
สองแสดงละคร คงเป็นสิ่งเดียวที่นางจะสามารถช่วยได้
ทว่าหากพูดจากใจของนางแล้ว คงเป็นเรื่องที่นางกับเชวียหนิงหรานเป็นเหมือนกันคือ แม้จะเป็นถึงบุตรสาวของ
ภรรยาเอก แต่กลับถูกบุตรสาวอนุและบรรดาอี๋เหนียงให้ร้าย กลั่นแกล้ง ดังนั้นการได้ช่วยเชวียหนิงหรานเล่นละครเพื่อ
ระบายความโกรธก็ถือว่าเป็นการช่วยตัวนางระบายความโกรธที่อัดอั้นในใจไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสามคนยังมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เพราะความเฉลียวฉลาดของต้วนชิงหมิงทำให้ทั้งสองคนยังต้อง
ยอมรับ ตอนนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยช่วยเหลือเชวียหนิงหราน ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งนางอาจจะต้องขอความช่วยเหลือบ้างก็ได้
พริบตาเดียว เชวียหนิงหรานก็สามารถจับต้นชนปลายได้ถูกต้องทั้งหมด นางรู้สึกว่าต้วนชิงหมิงใส่ใจและตั้งใจที่
จะช่วยนางอย่างจริงจัง ในใจพลางคิดมากเรื่องที่นางทำให้คนอื่นตกกระไดพลอยโจน เดือดร้อนตามไปด้วย
นางระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางวางถ้วยนํ้าชาในมือลงแล้วเงยหน้ามองไปยังต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง…
เจ้าบอกข้ามาตามความเป็นจริงเสียเถอะ ฮูหยินเนี่ยกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยถูกเจ้าหลอกให้มาที่นี่ใช่หรือไม่?” เพราะเรื่องของบ่าว
รับใช้ในเรือนประกอบกับการไม่มีความสามารถจึงทำให้ต้องระดมคนมาช่วย ในใจของเชวียหนิงหรานอดไม่ได้ที่จะรู้สึก
เหมือนติดค้างพวกเขา! เห็นทีจะต้องให้ท่านแม่หาเวลาไปขอบคุณถึงจวนเนี่ยเสียแล้ว!
ต้วนชิงหมิงสามารถคาดเดาความคิดและความกังวลใจของเชวียหนิงหรานได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทว่าอีกฝั่ายกลับ
เลือกสารภาพความจริงออกมาทั้งหมด นางพยักหน้าขึ้นลงหลายครั้งหลายครา จนประโยคสุดท้ายนางกลับส่ายหน้าไป
มา พลางกล่าววาจา
“เรื่องนี้ไม่ได้ใช้วิธีหลอกใช้” เรื่องทั้งหมดดำเนินไปตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น ถ้าจะถามว่าใครเป็นคนช่วย
หลักก็คงบอกได้ว่า นี่เป็นการขอร้องของพี่สาวไฉ่เยวี่ย อีกทั้งฮูหยินเนี่ยก็อยากจะมาเยี่ยมเยียนทำความรู้จักฮูหยินเชวีย
ตั้งนานแล้ว ดังนั้นพี่สาวไฉ่เยวี่ยจึงช่วยทำให้เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นได้
ต้วนชิงหมิงพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็พึมพำเสียงเบา แล้วพูดเสริมขึ้น “ส่วนเรื่องของไห่ถังนั้น ฮูหยินเนี่ยไม่ได้รับรู้
เรื่องนี้แม้แต่น้อย พี่สาวไฉ่เยวี่ยคงไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ท่านแม่ของนางรู้!”
เชวียหนิงหรานพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจความเป็นไปทั้งหมด เรื่องเล็กน้อยของบ่าวรับใช้ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใหญ่รับ
รู้ อีกอย่างที่ต้วนชิงหมิงเชิญฮูหยินเนี่ยมาก็คงเพราะเรื่องสั่งสอนในครั้งก่อน?
ครั้งก่อนเป็นเพราะต้วนชิงหมิงมาเพียงคนเดียวจึงถูกเชวียหย่งเฉียงเล่นงานอยู่ไม่น้อย สุดท้ายได้เหยียนหลิ่งอวี๋
ช่วยไว้จึงพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้น ครั้งนี้ฮูหยินเนี่ยตามมาด้วย เชวียหย่งเฉียงคงไม่สามารถเล่นงานเนี่ยไฉ่เยวี่ยเหมือนที่
ทำกับนางในครั้งก่อนได้แล้ว!
เชวียหนิงหรานพูดอย่างละอายใจ เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ “ชิงหมิงต้องขอโทษด้วย เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง!”
เด็กสาวเดินเข้าไปจับมือเชวียหนิงหราน มองสบนัยน์ตา พูดเสียงเบา “พูดอะไรเช่นนี้ เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับพี่เลย
แม้แต่น้อย… ก็เหมือนกับที่จวนต้วนวันนั้น คนพวกนั้นก็ทำให้พวกพี่ลำบากใจมิต่างกัน ตอนนั้นข้าก็จนปัญญาเหมือนกัน
มิใช่หรือ…”
“ชิงหมิง… เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของข้า!” นางพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
เด็กสาวกระชับมือเชวียหนิงหรานแน่นขึ้นไปอีก ไม่กล่าววาจา
อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นจวนเชวีย บางเรื่องนางก็สามารถช่วยเชวียหนิงหรานได้ แต่บางเรื่องก็ต้องให้นางเรียนรู้ที่มา
ที่ไป และเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อน ทว่าตอนนี้เรื่องราวต่างๆ ถือว่ายังจบไม่สมบูรณ์ ที่เหลือจำต้องให้เชวียหนิง
หรานให้ความร่วมมือและปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาแม้แต่น้อย เห็นทีสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็
จะสูญเปล่า!
หากเปรียบดั่งการรบ ครั้งนี้คงเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นเพียงเท่านั้น ทว่าต้วนชิงหมิงกลับตระเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม
สรรพแล้ว!
ทางด้านไห่ถังมองต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิงหรานด้วยแววตาซาบซึ้ง แล้วหันมาส่งสายตาให้เชวี่ยเหมยและบ่าวรับ
ใช้เดินออกจากห้องไป ปิดประตูลงสนิท เพื่อให้คุณหนูทั้งสองได้คุยเรื่องส่วนตัวกัน!
เพราะคุณหนูทั้งสองคนนี้ต่างมีเรื่องวุ่นวายใจ ด้วยฐานะบุตรสาวภรรยาเอกทำให้มีคนอิจฉาริษยาและวางแผน
เล่นงานนับไม่ถ้วน ดังนั้นการใช้ชีวิตในแต่ละวันจึงต้องระมัดระวังตัวทุกย่างก้าว!
นางรู้และเข้าใจ ทั้งยังรู้สึกซาบซึ้งใจต้วนชิงหมิงอย่างสุดซึ้ง
ถึงแม้จะละม้ายว่าต้วนชิงหมิงช่วยเหลือเชวียหนิงหราน ทว่าก็เป็นการช่วยไห่ถังทางอ้อมด้วยเช่นกัน นางตัดสิน
ใจแล้วว่า ถ้ามีโอกาสจะต้องตอบแทนบุญคุณของต้วนชิงหมิงในครั้งนี้!
ในระหว่างที่คุณหนูทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ด้านนอกห้องมีเสียงกังวานของฮูหยินเชวียพูดขึ้น “หนิงหราน
คุณปั้าเนี่ยมาหาเจ้ากับต้วนชิงหมิงแล้ว!”
เรื่องที่ต้วนชิงหมิงมาที่จวนเชวียในวันนี้ ทั้งฮูหยินเนี่ยและฮูหยินเชวียต่างรับรู้กันหมดแล้ว
เด็กสาวทั้งสองหันมาสบตากันพร้อมกับหัวเราะขึ้นมา “มาแล้วเจ้าค่ะ!”
ฮูหยินเนี่ยรักเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นที่สุด เมื่อนางไม่เห็นบุตรสาวจึงต้องออกตามหา และหากฮูหยินเนี่ยมาถึงที่นี่ละคร
ในทางโน้นก็คงจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ถึงตอนนั้นฮูหยินเชวีย ฮูหยินเนี่ย เชวียหนิงหราน และต้วนชิงหมิงจะไม่ได้อยู่ใน
เหตุการณ์ตรงนั้น อย่างนั้นถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะมาโทษพวกนางไม่ได้
แต่ซานอี๋เหนียงที่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวก็อาจจะเดาเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน เพียงแต่กว่าจะคิดได้ เรื่อง
ทั้งหมดก็คงสายเกินแก้แล้ว!
สิ่งหนึ่งที่ซานอี๋เหนียงอาจจะคิดไม่ถึงก็คือ ละครฉากนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะการทำให้ซุนอวี่มีชื่อ
เสียงด้านลบเป็นสิ่งแรกที่ต้วนชิงหมิงวางแผนไว้ ตั้งแต่ต้นไปจนจบ เรื่องเหล่านี้จะต้องดังไปทั่วจวนเชวียให้ซุนอวี่กับซาน
อี๋เหนียง อีกทั้งบรรดาอี๋เหนียงและพวกบุตรสาวลูกอนุคนอื่นๆ ที่มีจิตใจชั่วร้ายนั้น ไม่กล้าเลือกเชวียหนิงหรานมาเป็น
เปั้าหมายอีก!
ฮูหยินเชวียกับฮูหยินเนี่ยจับมือกันเดินเข้ามาในห้องของเชวียหนิงหราน! สีหน้าของเชวียหนิงหรานมีความรู้สึก
กังวล ส่วนต้วนชิงหมิงก็กำมือของนางแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองตื่นเต้น!
ไห่ถังและเชวี่ยเหมยรีบเดินขึ้นมาด้านหน้า เปิดประตูให้กับฮูหยินทั้งสอง ได้เข้ามานั่ง และรินนํ้าชาให้
เมื่อฮูหยินเชวียเห็นบ่าวรับใช้ต่างเดินกันไปเดินไปมาก็สะดุดตากับไห่ถัง ไม่นานสายตาของฮูหยินเชวียพลันนิ่งงัน
บ่าวรับใช้ของเชวียหนิงหรานนั้นล้วนได้รับการคัดเลือกจากผู้เป็นมารดาของนาง ทุกคนต่างมีทั้งความจงรักภักดี
ความสามารถในการแสดงและจัดการเรื่องต่างๆ ฮูหยินเชวียและหัวหน้าแม่นมต้าเป็นคนอบรมสั่งสอนพวกนางมากับมือ
ทว่าในบรรดาบ่าวรับใช้ ไห่ถังถือเป็นคนที่นางไว้ใจมากที่สุด ดังนั้นในสายตาของนาง ไห่ถังจึงไม่ได้เป็นเพียงบ่าวรับใช้
ธรรมดาทั่วไป… แต่ซานอี๋เหนียงที่เป็นคนโปรดของเชวียหย่งเฉียง เมื่อนางขอสิ่งใดมีหรือที่เขาจะไม่ยอม เพียงแต่นาง
หมายจะกำจัดแขนขาที่มีความสามารถของเชวียหนิงหรานออกไปก็เท่านั้น!
เห้อ! สรุปแล้วไห่ถังคนนี้ทำให้นางต้องเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย!
ฮูหยินเชวียได้แต่ส่ายหน้าโดยไม่พูดสิ่งใดต่อ!
ส่วนเปั้าหมายของฮูหยินเนี่ยเห็นได้ชัดว่าต้องการตามหาเนี่ยไฉ่เยวี่ยให้พบ!
ก่อนหน้านี้นางกับฮูหยินเชวียนั่งพูดคุยสัพเพเหระกัน เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงขออนุญาตนางไปกับเชวียหนิงหราน เพื่อ
ออกไปต้อนรับต้วนชิงหมิงด้วยกัน! จนตอนนี้คนที่ไปต้อนรับก็อยู่ที่นี่ แต่กลับไม่เห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยแม้แต่เงา!
ต้วนชิงหมิงหันไปทำความเคารพฮูหยินทั้งสอง “คารวะท่านปั้าเชวีย คารวะท่านปั้าเนี่ย!”
ฮูหยินเนี่ยเข้าไปจับประคองมือของต้วนชิงหมิงขึ้นมาพร้อมกับกล่าวกลั้วหัวเราะ “ที่แท้คุณหนูใหญ่จวนต้วนก็
งดงามอยู่ไม่น้อย มิน่าเล่า เมื่อวานนี้ไฉ่เยวี่ยพูดถึงเสียตั้งนาน นางว่าวันนี้นัดชิงหมิงและหนิงหรานว่าจะมาหา เช้าวันนี้
ยังไม่ทันได้รับอาหารเช้าก็เร่งปั้าให้ออกจากจวนโดยเร็ว…”
เด็กสาวอมยิ้มพูดขึ้น “นั่นเป็นเพราะพี่สาวไฉ่เยวี่ยเอ็นดูชิงหมิง… การที่ได้เป็นเพื่อนกับพี่สาวเนี่ยที่จิตใจบริสุทธิ์
ถือเป็นวาสนาของชิงหมิงแล้วเจ้าค่ะ!”
การถามมาตอบไปอย่างนี้อยู่สักพัก ทำให้ทั้งสองฝั่ายต่างเข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อออกมา
ฮูหยินเนี่ยไม่ได้คาดหวังให้ต้วนชิงหมิงมาดูแลเนี่ยไฉ่เยวี่ย แต่เพราะต้วนชิงหมิงมองนางว่าจะช่วยรักษาจิตใจที่
บริสุทธิ์ให้กับเนี่ยไฉ่เยวี่ยต่อไป!
เด็กสาวชะงักไปพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย “โอ้! พี่สาวเชวียยังไม่ได้รับทานอาหารเช้าหรือเจ้าคะ… ครั้งนี้
เห็นทีเป็นความผิดของชิงหมิงจริงๆ”
ฮูหยินเนี่ยได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูด นางก็เลิกคิ้วขึ้น สายตามองซ้ายทีขวาที อ้าปากกำลังจะเอื้อนเอ่ย ทว่ายังไม่ทัน
ได้พูดสิ่งใด เชวียหนิงหรานก็ก้าวขึ้นมาสองก้าวทำความเคารพฮูหยินเนี่ย “หนิงหรานคารวะท่านปั้าเนี่ย!”
ฮูหยินเนี่ยจึงยังเก็บคำที่จะพูดเอาไว้ในใจก่อน แล้วเข้าไปจับแขนมองดูและชื่นชมเชวียหนิงหรานเป็นการใหญ่
ฮูหยินทั้งสองพากันเดินไปนั่งเก้าอี้ที่จัดรับรองไว้ จากนั้นฮูหยินเนี่ยอยู่ๆ ก็ถามแบบอมยิ้มขึ้นมา “หนิงหรานอยู่ที่
นี่ ชิงหมิงที่ออกไปรับมาก็อยู่ที่นี่แล้ว ไฉ่เยวี่ยที่ไม่รู้ความ ไม่รู้ว่าไปเล่นซุกซนที่ใดแล้ว?”