การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 254 ละครเริ่มขึ้นแล้ว
ใบหน้าของเชวียหนิงหรานเปลี่ยนเป็นซีดขาว เมื่อได้ยินที่ฮูหยินเนี่ยเอ่ยถามถึงบุตรี
“เรียนท่านปั้าเนี่ย พี่สาวไฉ่เยวี่ยไปกับคุณหนูสามเชวียเจ้าค่ะ” ต้วนชิงหมิงรีบพูดแทนเชวียหนิงหรานทันที
“เชวียหนิงเชี่ยนอย่างนั้นหรือ?” ฮูหยินเชวียทวนยํ้าอีกครั้ง พลันสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีทันใด ผินหน้ากลับมามอง
เชวียหนิงหรานอย่างตำหนิ “หนิงหราน… ไฉ่เยวี่ยเป็นแขกของเรา ทำไมเจ้าถึงให้แขกของเจ้าไปกับน้องสาวเจ้าได้?”
เชวียหนิงเชี่ยนเป็นคนนิสัยใจคอเช่นไร นางย่อมรู้ดีเป็นที่สุด ตอนนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยไปกับเชวียหนิงเชี่ยน ถ้ามองเป็น
เรื่องเล็กคงพูดได้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ถ้ามองเป็นเรื่องใหญ่ก็คงไม่รู้ว่านางมีแผนการอะไร?
เด็กสาวสบสายตาที่ดุดันของผู้เป็นมารดา รีบก้มหน้าลงไม่พูดไม่จา!
ที่จริงเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นเพื่อนของนาง แต่ตอนนี้กำลังช่วยนางแสร้งทำไปเป็นมิตรกับเชวียหนิงเชี่ยน ทว่าเนี่ยไฉ่เย
วี่ยช่างบอบบางเหมือนดอกไม้ หากนางเป็นอะไรไป จะทำอย่างไรดี?
ฮูหยินเนี่ยได้ยินได้ฟังว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่อยู่ที่นี่ก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่านิสัยใจคอของเชวียหนิงเชี่ยนเป็น
อย่างไร แต่พอเห็นสีหน้าของฮูหยินเชวียจึงพอจะเดาได้ว่าเชวียหนิงเชี่ยนผู้นี้ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน
ทว่าฮูหยินเชวียชิงต่อว่าต่อขานบุตรีของนางก่อนหน้านางแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องซักไซ้ไล่ความถึงเหตุผลอีก เพียง
เข้าไปจับมือเด็กสาวเบื้องหน้าแล้วถามอย่างอ่อนโยนว่า “ช่างเถอะๆ เจ้าลูกคนนี้ชอบไปเที่ยวเล่นซุกซน หากไปเล่นกับ
คุณหนูสามก็คงไม่มีอะไรเสียหาย ประเดี๋ยวค่อยให้บ่าวรับใช้ไปตามมาก็ได้แล้ว!”
พูดไปก็หันหน้าไปสั่งบ่าวรับใช้ให้ไปตามหาเนี่ยไฉ่เยวี่ยทันที
ต้วนชิงหมิงเดินขึ้นไปข้างหน้ากำลังจะอ้าปากพูด พลันได้ยินเสียงประตูผลักจากด้านนอกเข้ามาดัง “เอี๊ยด” ฮู
หยินทั้งสองหันหน้าไปมองพร้อมกัน เห็นบ่าวรับใช้วิ่งลนลานเข้ามาหน้าตาตื่นตระหนก
“หยาเอ๋อร์ เจ้าทำอะไรของเจ้า?” ฮูหยินเนี่ยรู้สึกเสียหน้า รีบเอ่ยถามอย่างตำหนิ เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่มีสติของบ่าว
รับใช้ของบุตรีนาง
บ่าวรับใช้คนนั้นอายุประมาณสิบสองสิบสามปี ใบหน้าได้รูปสวยงาม ทว่าตอนนี้ใบหน้าที่สวยงามกำลังตื่น
ตระหนกผนวกกับความเหนื่อยหอบเพราะรีบวิ่งมา นางเงยหน้ามองฮูหยินเนี่ยพลางหายใจกระหืดกระหอบ ละลํ่าละลัก
รายงาน “เรียนฮูหยิน แย่แล้วเจ้าค่ะ พี่เสี่ยวจิ้งเกิดเรื่องขึ้นแล้วเจ้าค่ะ!”
สีหน้าของฮูหยินเนี่ยเปลี่ยนไปชั่วพริบตาเดียว ก็ได้สติกลับมานิ่งสงบดังเดิม นางได้ยินถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ ‘พี่
เสี่ยวจิ้งเกิดเรื่องขึ้นแล้ว’ ไม่ใช่สิ… ‘คุณหนูเกิดเรื่องขึ้นแล้ว’
ภายในใจของฮูหยินเนี่ย เหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอเพียงบุตรีของนางไม่เกิดเรื่องใดขึ้น นางก็สบายใจขึ้นมาก
แล้ว
ทว่าฮูหยินเชวียที่รับฟังอยู่กลับขมวดคิ้วมุ่น มองไปยังเสิ่นหยาเอ๋อร์ จะเกิดอะไรขึ้นก็สุดที่จะรู้! ทว่าในใจนางกลับ
มีลางสังหรณ์ว่าวันนี้ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นในจวนเป็นแน่… ตั้งแต่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็เห็นบุตรสาวมีท่าทีที่ไม่ปกติ นางก็
คาดเดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นต้วนชิงหมิงแน่ ไม่รู้ว่านางมีแผนการใด!
ครั้งก่อนที่ต้วนชิงหมิงมาที่จวนเชวีย ก็ช่วยเชวียหนิงหรานมาแล้วหนหนึ่ง แต่นั่นก็กระทบต่อชื่อเสียงไม่น้อย มา
ครั้งนี้เด็กสาวที่เฉลียวฉลาดผู้นี้จะทำสิ่งใดให้คนคาดคิดไม่ถึงอีกกันแน่?
ฮูหยินเชวียสาวเท้าไปข้างหน้ามองฮูหยินเนี่ย พูดเสียงหนักแน่น “แม้เรื่องนี้จะเกิดกับบ่าวรับใช้ของหนิงหราน แต่
ไฉ่เยวี่ย……นางช่างบอบบางนัก พวกเราควรไปดูเสียหน่อย!”
ฮูหยินเนี่ยได้ฟังก็พยักหน้ารับแต่ไม่ได้ก้าวเดินออกไปทันที นางยังคงมองไปที่เสิ่นหยาเอ๋อร์แล้วพูดว่า “หยาเอ๋
อร์… เจ้ารีบบอกข้ามาเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเสี่ยวจิ้ง และคุณหนูของเจ้าอยู่ที่ไหนกัน?”
เสิ่นหยาเอ๋อร์รีบตอบเสียงดังฟังชัด “เรียนฮูหยิน เดิมทีคุณหนูก็อยากจะกลับมาหาฮูหยิน แต่ระหว่างทางกลับถูก
คุณหนูสามเชวียขวางเอาไว้โดยบอกให้ไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ด้วยกัน คุณหนูจึงให้เสี่ยวจิ้งมารายงานฮูหยินเพื่อจะได้ไม่
ต้องร้อนใจ… แต่ใครจะไปรู้ว่า…”
เสิ่นหยาเอ๋อร์ปกติเป็นบ่าวรับใช้ที่มีไหวพริบอย่างมาก นางสามารถเล่าเรื่องราวทุกอย่างได้ละเอียดโดยพูดเพียง
ไม่กี่ประโยคเท่านั้น แต่ครั้งนี้นางกลับพูดออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งก็หยุดพูดลงเสียอย่างนั้น!
ฮูหยินเนี่ยพยักหน้ารับทราบ… เนี่ยไฉ่เยวี่ยปกติเป็นเด็กที่เชื่อฟังมาโดยตลอด เมื่อไปกับเชวียหนิงเชี่ยนก็ยังไม่ลืม
ที่จะให้เสี่ยวจิ้งมารายงาน แต่ปัญหาคือเหตุใดเสิ่นหยาเอ๋อร์กลับเงียบไป? หรือว่าเสี่ยวจิ้งเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างทางที่
เดินกลับมา?
ฮูหยินเนี่ยสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นแล้วพูดกดเสียงจนน่ากลัว “หย่าเอ๋อร์ ยังไม่รีบเล่าเรื่องออกมาให้หมดอีก ฮูหยินเช
วียจะได้รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
นางค่อยๆ ยกมือขึ้นมาด้านหน้า เอ่ยด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือสีหน้าแดงกํ่าด้วยความโกรธ “ฮูหยิน ที่ด้านหลังสวน
ดอกไม้ตรงนู้น ไม่รู้ว่ามีผู้ชายมาจากไหน จู่ๆ ก็กระโจนเข้ามาทั้งฉีก ทั้งดึงเสื้อผ้าของพี่เสี่ยวจิ้งจนหลุดลุ่ยไปทั้งตัว…”
เสิ่นหยาเอ๋อร์พูดไปก็แอบชำเลืองมองสีหน้าของฮูหยินเนี่ย จากนั้นกลืนนํ้าลายอึกใหญ่แล้วพูดอึกอัก “เรื่องนี้คุณ
หนูสามเชวียกับคุณหนูเนี่ยไฉ่เยวี่ยล้วนอยู่ในเหตุการณ์ พวกคุณหนูวิ่งเข้าไปช่วยผลักชายคนนั้นให้ออกไป แต่ผู้ชายคน
นั้นก็ดึงเสื้อผ้าของพี่เสี่ยวจิ้งหลุดติดมือไปด้วย เมื่อคุณหนูไฉ่เยวี่ยเห็นเช่นนั้นจึงต่อว่าพี่เสี่ยวจิ้งไม่รู้จักยางอาย กล้าทำ
อะไรกับผู้ชายอย่างประเจิดประเจ้อ! แต่พี่เสี่ยวจิ้งกลับเล่าว่า ระหว่างที่นางเดินมาทางด้านหลังสวนดอกไม้ก็มีผู้ชาย
กระโจนเข้ามากอดนางไว้ จนถึงตอนนี้นางยังคงงงงวยกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่…”
นางเล่าไป นํ้าตาก็เอ่อขึ้นมา นํ้าเสียงของนางเจือไปด้วยความโกรธ “แต่ว่าคุณหนูบอกแล้วว่าเสี่ยวจิ้งจะต้อง
โกหกอย่างแน่นอน เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นพี่ชาย ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณหนูสาม พี่เสี่ยวจิ้งเห็นคุณหนูโกรธ ก็คำนับ
กับพื้นทันทีและหมายจะกระโดดลงไปในสระนํ้าด้านหลัง โชคดีที่คุณหนูและบ่าวช่วยกันลากขึ้นมาได้ จึงไม่เกิดเรื่องใหญ่
ขึ้นเจ้าค่ะ!”
เด็กสาวเล่าจบก็ปากแห้งเต็มที เชวี่ยเหมยจึงเอานํ้าชามาให้ดื่ม นางยกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วใช้มือเช็ด
ปาก เล่าต่อไปว่า “ตอนนี้คุณหนูอยู่ตรงนั้นทำอะไรไม่ถูกแล้วเจ้าค่ะ คุณชายคนนั้นยืนยันหัวเด็ดตีนขาดก็พูดว่าไม่เคย
แตะเนื้อต้องตัวพี่เสี่ยวจิ้ง และสิ่งที่คุณหนูยังคงโกรธก็คือพี่เสี่ยวจิ้งคิดสั้น หมายปลิดชีวิตตัวนางเองเจ้าค่ะ…”
ฮูหยินเนี่ยได้ฟังที่เสิ่นหยาเอ๋อร์เล่ามาทั้งหมดแล้วยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดสิ่งใด ด้านฮูหยินเชวียก็สาวเท้าวิ่งไป
ก่อนแล้ว… ฮูหยินเนี่ยและเนี่ยไฉ่เยวี่ยล้วนเป็นแขกของจวนเชวีย อีกอย่างเนี่ยไฉ่เยวี่ยยังเป็นเพื่อนของเชวียหนิงหราน
ถ้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยเกิดมีเรื่องในจวนเชวียเข้า ไม่ว่าจะเป็นตัวนางหรือเชวียหนิงหรานก็อยากที่จะปัดความรับผิดชอบ ดังนั้น
ตามหลักแล้วเรื่องนี้ฮูหยินเชวียไม่อาจอยู่นิ่งเฉยดูดายได้อย่างเด็ดขาด!
เมื่อเห็นฮูหยินเชวียสาวเท้าวิ่งไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าฮูหยินเนี่ยก็พลันตกใจเล็กน้อย นางรีบจับชายกระโปรงขึ้น
แล้วสาวเท้าตามออกไป!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยถือเป็นแก้วตาดวงใจของฮูหยินเนี่ย หากนางเป็นอะไรไปในจวนเชวียหรือใครกล้าทำอะไรนาง เชื่อได้
ว่าฮูหยินเนี่ยจะไม่ยอมเลิกราโดยง่ายดายแน่!
เมื่อพวกบ่าวรับใช้เห็นฮูหยินทั้งสองจับชายกระโปรงวิ่งออกไป พวกนางก็รีบก้าวเท้าตามหลังไปติดๆ ด้านเชวีย
หนิงหรานที่ยังงุนงงอยู่กุมมือต้วนชิงหมิงเดินตามออกไป
ต้วนชิงหมิงสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของเชวียหนิงหราน ก็บีบกระชับมือของอีกฝั่ายเพื่อให้นางวางใจว่าเรื่องนี้จะ
ต้องจบอย่างเรียบร้อย
สวนดอกไม้ด้านหลังของจวนนั้นอยู่ห่างจากเรือนของเชวียหนิงหรานไม่ไกล ผู้คนจึงพากันรีบออกวิ่งบ้างเดินบ้าง
ออกมาจากเรือน เมื่อพอมาตรงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงร้องเอะอะ ด่าทอและเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ
เมื่อเดินเข้าไปใกล้กลับเห็นผู้คนต่างฉุดดึง ตบตี เตะต่อยกันไปมา จนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่
มีเสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดเสียงแหลมขึ้นมา “เป็นเจ้านี่เอง ที่กล้ามาลวนลามพี่เสี่ยวจิ้ง หรือว่าเจ้าคิดจะ
ปฏิเสธ?”
เสียงของหญิงสาวนั้นเย็นชาเป็นที่สุด จนทำให้ผู้ที่ได้ยินหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
ฮูหยินเชวียได้ยินที่นางพูดจึงขมวดคิ้วขึ้นมา… ใครลวนลามใครกัน สรุปแล้วที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?