การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 255 ซุนอวี่ลวนลาม
ฮูหยินเชวียขมวดคิ้วมุ่นทันที พลางส่งสายตาไปให้แม่นมเซี่ยงที่อยู่ด้านหลัง
แม่นมเซี่ยงพยักหน้าเข้าใจความหมาย รีบสืบเท้าไปด้านหน้าตะโกนเสียงดังลั่น “ไม่เห็นหรือว่าฮูหยินมากันแล้ว
พวกเจ้ายังเอะอะโวยวายอะไรกันอยู่ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
กลุ่มคนที่ชุลมุนอยู่เบื้องหน้า แยกออกจากกันยืนซ้ายขวาในทันที เมื่อสิ้นเสียงตะโกนของแม่นมเซี่ยง ผู้คนเหล่า
นั้นล้วนเป็นบ่าวรับใช้ในจวนเชวีย เดิมทีพวกนางก็แค่มามุงดูเอาสนุก แต่ตอนนี้กลับยืนแบ่งออกเป็นสองฝังพร้อมกับพูด
ขึ้นมาพร้อมกันว่า “ฮูหยิน…”
ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขึ้นอีกเลย
แม่นมเซี่ยงใช้สายตาดุดันเข้มงวดมองพวกบ่าวทุกคน และก้าวไปทางหญิงสาวที่นํ้าตาอาบหน้า ยืนอยู่ข้างชาย
หนุ่ม ถามด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “เกิดอะไรขึ้น?”
คนหนึ่งคือซุนอวี่หลานชายของซานอี๋เหนียง ส่วนอีกคนคือบ่าวรับใช้สาวน้อยที่กำลังร้องห่มร้องไห้จนนํ้าตาจะ
ออกมาเป็นสายเลือดแล้ว
ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้ผู้คนรู้ ยิ่งดึงดูดผู้คนมากขึ้นเท่านั้น ทว่าเมื่อฮูหยินเชวียมาแล้ว ทุกคนจึงต่างลนลานกัน
หมด
“เจ้าเป็นหลานชายของซานอี๋เหนียงที่ชื่อคุณชายซุนใช่หรือไม่? ไม่ทราบว่ามาฉุดๆ ลากๆ บ่าวรับใช้ผู้นี้ด้วยเหตุ
อันใด?” แม่นมเซี่ยงถามเสียงเข้มไปที่ซุนอวี่
ถึงซุนอวี่อยากได้ไห่ถังหัวหน้าบ่าวใช้ของคุณหนูใหญ่อย่างไร แต่นี่ยังไม่ทันได้แต่งงานเขากลับมีเรื่องฉุดลากบ่าว
รับใช้อื่นเสียแล้ว เห็นทีไห่ถังคงไม่ใช่คนที่เขาอยากจะร่วมชีวิตด้วย!
ซุนอวี่มองแม่นมเซี่ยงด้วยความละอาย เพราะด้านหลังแม่นมนั้นก็มีสายตาโหดเหี้ยมของฮูหยินเชวียจ้องเขม็งมา
ที่เขาจนทำให้ใจเต้นรัวไปหมด จากนั้นเขาจึงใช้นิ้วชี้ไปที่หญิงสาวและตัวเขาเอง แล้วพูดอย่างฉงนใจ “นี่… นั่น……”
ชายหนุ่มตกตะลึงที่มีคนของฮูหยินเชวียมายืนห้อมล้อมเขาไว้ อีกทั้งเชวียหนิงหรานที่ไม่ค่อยจะออกจากเรือนก็ยัง
มาปรากฏตัวที่นี่ สายตาเหลือบเห็นไห่ถังที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลังเชวียหนิงหราน ในใจของเขากลับมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อย
ดีขึ้นมา
เขาเผยอปากกำลังจะเอื้อนเอ่ย บ่าวรับใช้ที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยก็ร้องไห้เสียงดังลั่นออกมา นางร้องไห้ไปก็หันมาคุกเข่า
ต่อหน้าฮูหยินเชวียกับฮูหยินเนี่ย จากนั้นก็เริ่มคำนับที่พื้นอย่างแรง “ฮูหยิน… ขอให้ฮูหยินให้ความเป็นธรรมกับเสี่ยวจิ้
งด้วยเจ้าค่ะ!”
ฮูหยินเนี่ยที่ยืนด้านข้างฮูหยินเชวียต่างตกตะลึงกับบ่าวรับใช้ที่คำนับที่พื้นอย่างแรง จากนั้นฮูหยินเนี่ยก็เริ่มมอง
หน้าตาและเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย เอ่ยถามด้วยนํ้าเสียงสงสัย “เจ้าคือเสี่ยวจิ้งหรือ?”
นางเงยหน้าขึ้นมามอง พูดสะอึกสะอื้น “เรียนฮูหยิน บ่าวคือเสี่ยวจิ้งเจ้าค่ะ!”
สีหน้าของฮูหยินเนี่ยชะงักไป เพราะถ้าบ่าวรับใช้ของตนเกิดมีเรื่องและตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการเสีย
หน้าอย่างมาก ไม่ว่าใครก็รับไม่ได้!
ฮูหยินเนี่ยมองหน้าเสี่ยวจิ้ง แม้จะโกรธแต่ต้องระงับเก็บเอาไว้ในใจเพื่อรักษาภาพลักษณ์ “ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้?
คุณหนูของเจ้าไปไหนแล้ว?”
เสื้อคลุมของเสี่ยวจิ้งถูกคนฉีกขาดจนหมดแล้ว ผมกระเซอะกระเซิง แปั้งที่ผัดอยู่บนหน้าก็เลอะเทอะ ทว่าในตอน
นี้สีหน้าของฮูหยินเชวียกลับเต็มไปด้วยความสงสารจับใจ
เสี่ยวจิ้งเกิดเรื่องขึ้นมาแต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับไม่อยู่ที่นี่ เช่นนี้จะไม่ให้ฮูหยินเนี่ยคิดในแง่ร้ายว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้
อย่างไร!
เสี่ยวจิ้งร้องไห้โฮออกมา “เรียนฮูหยิน คุณหนูไปพูดคุยกับคุณหนูสามจึงให้บ่าวไปรายงานฮูหยินว่าอยู่ที่ไหน พอ
บ่าวเดินออกมาถึงสวนดอกไม้ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาขวางทางบ่าว แล้วใช้แรงฉุดกระชากเสื้อบ่าวจนขาดวิ่นไปหมด
เจ้าค่ะ!”
ซุนอวี่ได้ฟังที่เสี่ยวจิ้งพูดจบก็เดือดดาลขึ้นมาทันใด เขาก้าวขึ้นมาก้าวหนึ่งแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “เจ้าใส่ร้าย
ข้า… เรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่นางพูด!”
แย่แล้ว! เดิมทีเขาคิดว่าเสี่ยวจิ้งเป็นบ่าวรับใช้ในจวนเชวียจึงไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจมากนัก เพราะเขาไม่ได้รังแก
ตามที่นางพูด ต่อให้รังแกขึ้นมาจริง ท่านปั้าซานอี๋เหนียงแค่พูดคำเดียวก็สามารถให้เขาแต่งกับนางได้ แต่เสี่ยวจิ้งกลับ
เป็นบ่าวของจวนเนี่ย เรื่องนี้จึงเกี่ยวพันไปถึงสองจวน ถ้าฮูหยินเนี่ยเอาเรื่องขึ้นมาจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน!
แม่นมเซี่ยงตะโกนออกมาลั่นบริเวณ “บังอาจ! ฮูหยินอยู่ที่นี่ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขึ้นเสียงเอะอะโวยวายตรงนี้?”
ซุนอวี่ได้ยินหน้าก็แดงกํ่าขึ้นมา เขาปรายตามองไปก็เห็นฮูหยินเชวียหน้านิ่งไม่พูดไม่จา ได้แต่เก็บความโกรธนั้นไว้
ภายในใจแล้วพูดอึกอักขึ้นแทน “เรื่องนี้… เรื่องนี้นางใส่ร้ายข้า!”
“นางใส่ร้ายเจ้าหรือไม่นั้น ฮูหยินจะมีวิธีสืบหาความจริงได้เอง ยังไม่ทันได้ถามเจ้าก็รีบพูดออกมาแล้ว ในสายตา
ของเจ้านั้น……ยังรู้จักกฎระเบียบในจวนบ้างหรือไม่?” แม่นมเซี่ยงกล่าวอย่างโกรธเคือง
ทางด้านเสี่ยวจิ้งนั้นพูดไปก็ร้องไห้ไป จนสุดท้ายนางก็ลุกยืนขึ้นมามองไปยังฮูหยินเนี่ย พูดอย่างไม่เป็นธรรมว่า
“บ่าวไม่ได้ใส่ร้ายเขา… เขารังแกบ่าวเจ้าค่ะ!”
พูดจบก็โขกศีรษะคำนับที่พื้นอีกครั้ง พูดทั้งนํ้าตา “ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวเติบโตมากับคุณหนูตั้งแต่เล็กจนโต ไม่กล้า
ทำเรื่องงามหน้าและทำลายชื่อเสียงให้กับฮูหยินและคุณหนูอย่างแน่นอน… ผู้ชายคนนี้รังแกบ่าวแล้วตอนนี้ยังไม่ยอมรับ
อีกเจ้าค่ะ!”
ซุนอวี่เมื่อเห็นนางรีบแสดงละครฟั้องฮูหยินเพื่อใส่ความเขาได้อย่างสมจริง สองมือก็กำแน่นขึ้นจนเส้นเอ็นหลังมือ
ปูดโปนคล้ายร่างแห โดยที่ไม่อาจทำอะไรได้!
แม่นมเซี่ยงหยิบเสื้อผ้าจากบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านข้างไปคลุมให้กับเสี่ยวจิ้ง “เจ้าวางใจได้ ฮูหยินจะต้องสืบหาความ
จริงให้กระจ่าง และให้ความยุติธรรมกับเจ้าแน่!”
สายตาของทุกคนต่างจ้องมองไปที่เสี่ยวจิ้งด้วยความสงสาร… เพราะเสี่ยวจิ้งเป็นบ่าวจากจวนอื่น ไม่ว่าอย่างไรคง
ไม่อาจทำเรื่องที่ต้องเสียหายทั้งกับตัวนางและนายหญิง อีกอย่างซุนอวี่ผู้นี้หน้าตาก็ไม่ได้ดี เขามีอะไรดีให้เสี่ยวจิ้งสนอก
สนใจได้กัน?
เสี่ยวจิ้งที่นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่แบบนี้ ทำให้ทุกคนต่างคิดกันไปต่างๆ นานาว่าซุนอวี่ลวนลามโดยที่นางไม่ได้
สมยอม!
บ่าวรับใช้รีบกุลีกุจอไปยกเก้าอี้มาให้ฮูหยินเชวียกับฮูหยินเนี่ยได้นั่งลง ส่วนเชวียหนิงหรานกับต้วนชิงหมิงนั้นต่าง
ยืนจับมือกันอยู่ด้านหลังฮูหยินเชวีย เพ่งมองไปที่ซุนอวี่ด้วยสายตาดุดัน!
ฮูหยินเชวียค่อยๆ เอ่ยปากถามขึ้นช้าๆ “เจ้าชื่อเสี่ยวจิ้งใช่หรือไม่?”
สาวน้อยหยุดร้องไห้แล้วพยักหน้ารับ “เรียนฮูหยิน บ่าวคือเสี่ยวจิ้งเจ้าค่ะ!”
“ลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องคุกเข่าแล้ว!” ฮูหยินเชวียพูดอย่างเคร่งขรึมและจริงจัง
เสี่ยวจิ้งก้มคำนับขอบคุณ แล้วขยับลุกขึ้นไปยืนข้างแม่นมเซี่ยง ไม่ปริปากพูดอะไร!
ฮูหยินเชวียมองไปที่ฮูหยินเนี่ยแล้วเอ่ยปากด้วยความละอาย “เกิดเรื่องกับบ่าวรับใช้ของฮูหยินเนี่ยที่จวนเชวีย ข้า
ต้องให้ความยุติธรรมกับเรื่องนี้แน่ โปรดวางใจได้!”
อีกฝั่ายพยักหน้ารับทราบแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นความผิดของบ่าวรับใช้จวนเนี่ย
นั้น ข้าก็ไม่มีทางละเว้นอย่างแน่นอน!”
ฮูหยินเนี่ยพูดออกมาเช่นนี้แล้ว ถ้าเป็นความผิดของคนในจวนเชวียก็จะไม่ละเว้นเช่นกัน
ฮูหยินเนี่ยหันไปพูดกับเสี่ยวจิ้ง “ถึงแม้เจ้าจะเป็นบ่าวรับใช้ในจวนเนี่ย แต่ตอนนี้เจ้าอยู่ที่จวนเชวีย เจ้าต้องเล่า
เรื่องทั้งหมดให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ฮูหยินเชวียจะช่วยตัดสินแทนเจ้า!”
นางรีบกล่าวขอบคุณ “บ่าวขอบคุณฮูหยินเชวียเจ้าค่ะ!”
อีกฝั่ายพยักหน้ารับ หันไปพูดกับเสี่ยวจิ้งอย่างอ่อนโยน “เจ้าต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังอย่างละเอียด ข้าถึงจะ
ช่วยให้ความยุติธรรมกับเจ้าได้!”
เสี่ยวจิ้งยกมือขึ้นปาดนํ้าตาอีกครั้ง พูดเสียงเบา “บ่าวกำลังจะไปหาฮูหยินเนี่ย แต่ระหว่างทางกลับพบไอ้บ้ากาม
นั่น อันที่จริงบ่าวไม่ยอมให้เขารังแก แต่เขากลับพูดว่าเป็นหลานชายของซานอี๋เหนียง นั่นก็ถือว่าเป็นเจ้านายในจวนนี้ไป
ครึ่งตัวแล้ว หากยังไม่ยอมเขาละก็ เขาจะไปบอกให้ซานอี๋เหนียงขายบ่าวเจ้าค่ะ……”
แม่นมเซี่ยงได้ยินเช่นนั้นจึงพูดเสียงดังลั่น “บังอาจ! หลานชายของซานอี๋เหนียงจะเป็นเจ้านายครึ่งตัวในจวนเชวีย
ได้อย่างไรกัน… ซุนอวี่ คำพูดของเจ้าช่างสามหาว หากรู้ไปถึงหูของนายท่านละก็ เจ้ายังอยากจะมีชีวิตเพื่อหายใจต่อไป
หรือไม่?”