การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 256 แผนการใช้ผึ้ง
แม่นมเซี่ยงเป็นคนเก่าคนแก่ของฮูหยินเชวีย นางมีหน้าที่ช่วยผู้เป็นนายจัดการดูแลธุระในจวนเชวีย สิ่งใดถูกก็ว่า
ไปตามถูก สิ่งใดผิดก็ต้องจัดการตามกฎ ทว่าเมื่อนึกถึงซานอี๋เหนียงที่ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ ชอบกลับผิดเป็นถูก
กลับถูกเป็นผิด และทำอะไรตามอำเภอใจ ทำให้บ่าวรับใช้ทุกคนที่นี่ต่างไม่พอใจ จึงทำให้แม่นมเซี่ยงต่อว่าซุนอวี่อย่าง
ไม่มีความเกรงอกเกรงใจแม้สักกระผีกเดียว
สีหน้าของชายหนุ่มซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินเสียงต่อว่าต่อขาน ทว่าเขาไม่เถียงอะไรออกมาสักคำเดียว
เขากำลังถูกใส่ร้าย ท่านปั้าก็ยังไม่ปรากฏตัว ทั้งนายท่านที่แสนจะโปรดปรานท่านปั้าก็ยังไม่มาปรากฏตัวเช่นกัน
ซุนอวี่รู้ดีว่าหากพูดมากเท่าไรก็ยิ่งผิดมากขึ้นเท่านั้น เขาจึงเลือกที่จะเงียบนิ่งเสียดีกว่า
หญิงชราคลายความสนใจเขาไปได้มากเมื่อเห็นเขาสงบปากสงบคำ พลันเปลี่ยนสีหน้าจากดุดันเป็นอ่อนโยนหัน
มองไปทางเสี่ยวจิ้ง “เสี่ยวจิ้งพูดต่อไปได้แล้ว!”
ท่าทางคำพูดของแม่นมเซี่ยงเมื่อครู่แสดงออกแทนฮูหยินเชวียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่าวรับใช้แต่ละคนในจวนเชวีย
ต่างรู้กันดีว่าฮูหยินเชวียมองซุนอวี่อย่างไม่ถูกชะตามาแต่ไหนแต่ไร!
หึ! ซานอี๋เหนียงอย่างมากก็เป็นได้แค่บ่าวรับใช้ในจวน เช่นนั้นซุนอวี่เอาอะไรมาพูดว่าเป็นเจ้านายไปกว่าครึ่งตัว
แล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาเทียบไม่ได้แม้แต่บ่าวรับใช้ในจวนคนหนึ่งเลย
คำพูดของแม่นมเซี่ยงทำให้ใบหน้าของเขาทั้งชาทั้งซีดแทบทนไม่ไหว!
ด้านเสี่ยวจิ้งก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้พูดสะอึกสะอื้น ไม่สนใจแยแสชายหนุ่มแต่อย่างใด “บ่าวไม่ได้ใส่ร้ายใครนะเจ้า
คะ บ่าวไม่รู้จักคนคนนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับมาขวางทาง มาลวนลามทำบัดสีกับบ่าว! ยิ่งบ่าวขัดขืนมากเท่าไร เขาก็
ยิ่งใช้กำลังฉีกทึ้งดึงเสื้อของบ่าวอย่างสุดแรง ฮูหยิน……ท่านสามารถดูได้ว่าเสื้อของบ่าวถูกฉีกขาดเจ้าค่ะ……”
เสื้อผ้าของเสี่ยวจิ้งที่ขาดหลุดลุ่ยนั้น ทุกคนต่างเห็นประจักษ์กับตา คำพูดของนางสามารถเรียกความเชื่อมั่นมาได้
อย่างมาก มิเช่นนั้นแล้วเสื้อผ้าของนางจะเป็นแบบนี้ได้อย่างไร
ฮูหยินเชวียใช้สายตาเย็นชามองไปที่ซุนอวี่ พูดเรียบนิ่ง “มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงอย่างนั้นหรือ?”
ชายหนุ่มแย้งขึ้นอย่างโมโห “ข้ารู้ดี ไม่ว่าจะโต้แย้งอะไรไป ฮูหยินเชวียก็คงไม่มีทางเชื่อ… ขอให้ไปตามท่านปั้า
ของข้ามาที่นี่ เพราะข้าจะไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว!”
แม่นมเซี่ยงฟังแล้วพลันตวาดเสียงดังลั่นอีกคำรบหนึ่ง “บังอาจนัก! ฮูหยินเป็นคนดูแลทุกเรื่องภายในจวน ไม่ต้อง
พูดถึงอี๋เหนียงหรอก ต่อให้เป็นคุณชายหรือคุณหนู ทุกเรื่องย่อมต้องถามความเห็นจากฮูหยินก่อนเสมอ……เจ้าพูดเช่นนี้
เป็นการสงสัยในตัวฮูหยินเชวีย หรือเจ้าคิดว่าตำแหน่งฐานะของซานอี๋เหนียงอยู่เหนือกว่าฮูหยินอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดที่แม่นมเซี่ยงเอื้อนเอ่ยออกมา ยิ่งทำให้ซุนอวี่เหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว!
ทุกคนต่างทราบกันดีว่าฮูหยินเชวียถือเป็นภรรยาเอกที่ตบแต่งอย่างออกหน้าออกตา ซุนอวี่ยังกล้าที่จะสงสัยใน
ตัวนาง หรือเขาคิดว่าฐานะตำแหน่งของซานอี๋เหนียงอยู่เหนือกว่า? ถ้าจะเอาจุดนี้มาเป็นประเด็น ฮูหยินเชวียก็สามารถ
สั่งลงโทษซานอี๋เหนียงได้แล้ว!
ซุนอวี่เลิ่กลั่กพูดไม่ออก ฮูหยินเชวียปรายตามองเขาปราดหนึ่ง ในแววตานั้นไม่ได้แฝงการดูถูกดูแคลนแต่กลับเป็น
สายตาของความเกลียดชังที่มากจนล้นออกมาให้เห็น “เจ้ามีอะไรจะแก้ต่างไหม ตอนนี้สามารถพูดออกมาได้แล้ว!”
ซุนอวี่ในตอนนี้ไม่กล้าหุนหันพลันแล่นเหมือนเมื่อครู่แล้ว
เขายกมือขึ้น ชี้ไปที่เสี่ยวจิ้งพูดด้วยความโกรธ “ตอนข้าเดินผ่านมาที่สวนดอกไม้ ข้าพบบ่าวรับใช้นางหนึ่งมาถาม
ทาง ข้ากำลังจะชี้บอกทาง จู่ๆ ฝูงผึ้งจำนวนมากมายได้บินเข้ามาหมายจะต่อยนาง นางตกใจร้องห่มร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก
ข้าแค่เข้าไปช่วยนางไล่ฝูงผึ้ง แล้วฉีกเสื้อผ้าของนางออกเท่านั้น!”
ผู้คนที่ยืนล้อมรอบฟังคำกล่าวของชายหนุ่ม ต่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ฮ่า ฮ่า! ฝูงผึ้ง……ฝูงผึ้งหรือ”
“ใช่แล้ว อากาศหนาวเหน็บจับใจถึงเพียงนี้ กลับมีผึ้งจากไหนไม่รู้บินไปบินมา สงสัยพวกมันคงจะหาเกสรดอกไม้
ในช่วงที่หิมะโปรยปรายลง! เหอะ! นี่ก็เป็นครั้งแรกของข้าที่ได้เห็นเช่นนี้!”
“เอ๊ะ! แต่ปกติในหน้าหนาวที่สุดในรอบปี ผึ้งมักจะเก็บตัวอยู่ในรังไม่ออกไปไหน อย่างนั้นจะมีผึ้งได้อย่างไรกัน!”
แม้ว่าจะเห็นฮูหยินเชวียนั่งอยู่ด้านข้าง แต่บ่าวรับใช้พวกนี้ก็ยังส่ายหน้าไปมาไม่เก็บกิริยา… ทว่าในช่วงหน้าหนาว
เช่นนี้ ในสวนไม่ได้ปลูกต้นดอกเหมย แล้วจะมีดอกไม้อื่นเบ่งบานได้อย่างไร?
อีกอย่างตามหลักที่คนรู้กันทั่วไปคือคนที่เลี้ยงผึ้งมักจะรักพวกมันอย่างมาก หากหน้าหนาวปล่อยให้ผึ้งออกมา
เก็บเกสรคงจะต้องบินมาแต่คงไม่ได้บินกลับไป ปกติแล้วถ้ามีผึ้งออกไปหนึ่งร้อยตัวก็จะมีเหลือกลับมาไม่ถึงห้าสิบตัว!
การตายในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมเป็นการทำลายจำนวนของผึ้งได้… ขอถามหน่อยว่า ดังนั้นจะมีสักกี่คนที่ยอมปล่อยให้
ผึ้งออกมาในหน้าหนาวที่แสนเหน็บหนาวเช่นนี้?
แม้คำพูดของซุนอวี่ ฟังดูแล้วไม่มีจุดที่น่าผิดสังเกต แต่ถ้าคิดดูให้ถี่ถ้วนแล้ว เห็นทีจะเป็นการปกปิดบางสิ่งบาง
อย่างเอาไว้!
สีหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันใด จู่ๆ เขานึกขึ้นได้แล้วว่าในหน้าหนาวที่เย็นที่สุด มิอาจมีหญ้าในสวนดอกไม้ที่ยัง
หลงเหลืออยู่ ด้านคนที่เลี้ยงผึ้งก็จะใช้นํ้าตาลทรายขาวมาละลายแทนนํ้าผึ้งให้กับพวกมันแทน ฉะนั้นในสวนดอกไม้แห่งนี้
จะมีฝูงผึ้งบินมาได้อย่างไร
แต่ว่าเมื่อครู่บนตัวของนางมีผึ้งบินไล่มาจริงๆ เขาจึงรีบเข้าไปช่วยนางไล่พวกมันจนต้องช่วยนางฉีกเสื้อออก ไม่รู้
ว่าตอนนี้ทำไมมันกลับตาลปัตรเป็นแบบนี้ไปได้
ฮูหยินเชวียที่นั่งอยู่ด้านหน้าต้วนชิงหมิง นึกชื่นชมแผนการอันแยบยลของเด็กสาวจากใจจริง ทว่านางคิดไม่ออก
ว่าผึ้งพวกนี้ทำไมถึงมาบินในสวนดอกไม้ที่ไร้ซึ่งบุปผา?
เชวียหนิงหรานคิดตามแล้วหันกลับมามองสาวน้อยข้างๆ ด้วยความสงสัย ต้วนชิงหมิงได้แต่อมยิ้มไม่พูดไม่จา
ด้านฮูหยินเนี่ยที่นั่งอยู่ด้านข้างฮูหยินเชวียกลับอดรนทนไม่ไหว เรื่องของเสี่ยวจิ้งใหญ่โตถึงเพียงนี้ แต่ทำไมกลับไม่
เห็นแม้แต่เงาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเลย หรือว่าบุตรสาวของนางจะเป็นอะไรไปแล้ว
ในตอนนี้เอง ไห่ถังได้พาตัวเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับพอดี นางรายงานต่อหน้าฮูหยินทั้งสอง เสียงดังฟังชัด “ฮูหยิน บ่าว
พาคุณหนูเนี่ยกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
ใบหน้าของฮูหยินเนี่ยกลับมีรอยยิ้มเผยออกมาให้เห็นในทันที “ไฉ่เยวี่ย แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงก้าวขึ้นไปสองก้าวทำความเคารพ “คารวะท่านปั้าเชวีย หลานเดินหลงทางในสวนดอกไม้ โชคยังดี
ที่ไห่ถังตามหาหลานพบ มิอย่างนั้นคงหาท่านปั้าและท่านแม่ไม่พบแล้ว!”
ฮูหยินเนี่ยเห็นใบหน้าแดงกํ่าของบุตรีที่เกิดจากความหนาวเย็นก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ รีบเข้าไปจับตัวบุตรสาวดู
อยู่หลายครั้ง ก่อนจะเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น? ได้ยินมาว่าเจ้ากับคุณหนูสามเชวียไปเที่ยวเล่นด้วยกันอย่างนั้นหรือ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังที่ฮูหยินเนี่ยถามขึ้นจึงรู้สึกน้อยใจ แต่ไม่นานนางก็สามารถควบคุมอารมณ์ได้โดยเร็วจึงตอบเสียง
อ่อยกลับไป “ลูกไม่เป็นไร ท่านแม่ไม่ต้องเป็นกังวลเจ้าค่ะ!”
ฮูหยินเนี่ยได้แต่ถอนหายใจเสียงเบาโดยไม่กล่าวสิ่งใดต่อ
เชวียหนิงหรานเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับมาแล้ว รีบเข้าไปจับมือที่เย็นชืดของนางพลางกล่าวโทษ “ไฉ่เยวี่ยสรุปแล้ว
เจ้าไปไหนมา? ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยส่ายหน้าเป็นการบอกว่าไม่เป็นอะไร แล้วส่งสายตาไปที่ต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิง ก้าวขึ้นมาสองก้าวมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยยิ้มๆ “พี่สาวไฉ่เยวี่ยกลับมาแล้ว ท่านปั้าทั้งสองล้วนเป็นห่วงยิ่ง!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองต้วนชิงหมิงยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยแต่แฝงความนัยบางประการที่ลึกซึ้ง “ไม่เป็นไรแล้ว! ตอนนี้
เจ้าก็เห็นพี่กลับมาแล้ว!”
ทางด้านเสี่ยวจิ้งพอเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับมาแล้ว จึงร้องไห้โฮขึ้นมาทันที “คุณหนู บ่าวไม่มีหน้ามาพบคุณหนูอีก
แล้วเจ้าค่ะ!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันหน้ามามองถึงกับต้องตกใจยกใหญ่ ครั้นเห็นสภาพอเนจอนาถของนาง “เสี่ยวจิ้ง… ข้าให้เจ้ากลับ
มาบอกท่านแม่มิใช่หรือว่า ข้าจะไปพูดคุยเที่ยวเล่นกับคุณหนูสามเชวีย แล้วทำไมเจ้าถึงตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้?”
เสี่ยวจิ้งพูดด้วยนํ้าตาอย่างรู้สึกไม่เป็นธรรม “บ่าวก็รับคำสั่งของคุณหนูให้ไปรายงานฮูหยิน แต่ระหว่างทางเจ้าคน
คนนั้นมาขวางทางไม่ให้บ่าวไป และที่สำคัญยังมาลวนลามบ่าวอีกเจ้าค่ะ!”
“ใครกล้าบังอาจมาลวนลามบ่าวของข้า ก็จับ ส่งตัวให้ทางการไปเลย!” เนี่ยไฉ่เยวี่ยกล่าวอย่างโกรธแค้นแทนบ่าว
ของตนเอง
“ไม่ใช่ความผิดของข้านะ เป็นเพราะนางยั่วยวนข้าต่างหาก…” ชายหนุ่มรีบแย้งขึ้น
ฝังของไห่ถังเดินเข้าไปข้างกายเชวียหนิงหรานเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม นํ้าตาก็ไหลรินออกมา “คุณหนู คน
ประเภทนี้… บ่าว บ่าวไม่แต่งด้วยนะเจ้าคะ!”
เชวียหนิงหรานจับมือของไห่ถังไว้แน่นพร้อมกับพูดด้วยความโกรธเคือง “เชอะ! มีหน้าไปฉีกเสื้อหญิงสาวจนขาด
หลุดลุ่ยแล้ว ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้ทำ
หาข้ออ้างต่างๆ นานามาอ้าง ผู้ชายแบบนี้ ต่อให้เจ้าอยากจะแต่งด้วย ข้าก็ไม่ยอมให้แต่ง!”