การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 257 ความลำเอียงของเชวียหย่งเฉียง
ซุนอวี่ได้ฟังที่เชวียหนิงหรานพูดจบก็ตวาดลั่นด้วยความโกรธทันที “เจ้า… เจ้าถือดีอะไร?”
เชวียหนิงหรานดึงให้ไห่ถังไปอยู่ข้างหลังของนาง “ก็ถือดีว่าไห่ถังเป็นคนของข้า ส่วนข้าก็เป็นนายหญิงของนาง!”
ชายหนุ่มมองไปที่ไห่ถังชั่วครู่แล้วมองไปที่ใบหน้าของต้วนชิงหมิงปราดหนึ่ง พลันดวงตาเป็นประกายขึ้นมา
ละม้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ พูดเสียงดังลั่นอีกคำรบหนึ่ง “ข้ามาที่นี่เพราะไห่ถังนัดข้ามา แต่คิดไม่ถึงว่าจะเจอกับเสี่ยวจิ้ง
แทน นางเพียงมาถามทาง พอข้าเห็นผึ้งบินตามนางมา ข้าก็แค่เข้าไปช่วยปัด แต่ด้วยความชุลมุน เหตุใดจึงเป็นการ
ยื้อยุดฉุดกระชากเสื้อผ้าจนฉีกขาดไปได้!”
“คุณหนู บ่าวอยู่ปรนนิบัติคุณหนูตลอดไม่ได้ออกห่างจากคุณหนูเลย แล้วจะมานัดคนประเภทนี้ออกมาข้างนอก
ได้อย่างไร… คุณหนูเจ้าคะ เขาใส่ร้ายบ่าวเจ้าค่ะ!” ไห่ถังพูดปัดนํ้าตานองหน้า
ใบหน้าอาบนํ้าตาทั้งสองข้างไม่ปรายตามองซุนอวี่แม้แต่น้อย นางเอาแต่มองหน้าเชวียหนิงหรานด้วยสายตาที่ไม่
ได้รับความเป็นธรรม
ทุกคนต่างมองนางด้วยความสงสารเห็นอกเห็นใจ… ไห่ถังคนนี้เป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของเชวียหนิงหราน ครั้นนาง
โดนบังคับให้แต่งงานกับซุนอวี่ก็แย่เต็มทีแล้ว ยังมีเรื่องที่ซุนอวี่ผู้นี้ไปลวนลามบ่าวรับใช้คนอื่นอีก เห็นทีคนประเภทนี้
รักษาไม่ไหวแล้ว!
แน่นอนว่าด้วยสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่มีใครที่จะสงสัยว่าซุนอวี่ถูกใส่ร้ายหรือไม่ เพราะอย่างไรเสียแม้ซุนอวี่จะ
ไม่ใช่คนของจวนเชวีย แต่เพราะถือว่าเขาเป็นหลานชายของซานอี๋เหนียง ไม่ว่าจะลวนลามบ่าวรับใช้เป็นชีวิตจิตใจมาก
เท่าไร ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะล่วงเกินเขา แต่ตอนนี้เขากลับไปลวนลามกับบ่าวรับใช้จวนอื่น คนประเภทนี้จะปล่อย
ไปได้อย่างไร?
ชายหนุ่มได้ฟังที่ไห่ถังเอื้อนเอ่ย พลันรีบยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝั่าย กล่าวเสียงดังลั่นบริเวณ “ไห่ถัง เจ้าใส่ร้ายข้า? วัน
นี้ข้าไปหาเจ้าที่เรือน เจ้ายังบอกข้าว่านายหญิงของเจ้าทรมานสารพัด อีกทั้งเจ้ายังเล่าเรื่องบาดแผลให้ข้าฟัง และบอกให้
ข้ามารออยู่ที่นี่… ทำไมเวลานี้เจ้าทำเป็นไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเล่า?”
ไห่ถังยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น “คุณหนูเชื่อบ่าวเถอะเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้พูดอย่างที่เขาเล่ามาเจ้าค่ะ!”
เชวียหนิงหรานมองบ่าวรับใช้ของตนเองอย่างสงสารจับใจ ยกมือลูบศีรษะปลอบประโลม “เอาล่ะ! ข้ารู้แล้วๆ วัน
นี้เจ้าอยู่ข้างกายข้าตลอด ไม่ได้ไปไหนเลย!”
เชวียหนิงหรานพูดจบก็ก้าวขึ้นไปมองหน้าซุนอวี่ เอ่ยขึ้นด้วยความโมโหเป็นที่สุด “ซานอี๋เหนียงอุตส่าห์มาขอไห่
ถังให้เจ้า แม้ข้าจะไม่อาจตัดใจแต่ก็ต้องยอมยกให้… เจ้าไม่เพียงจะไม่คำนึงถึงนาง ยังกล้าใส่ร้ายนางอีก คนอย่างเจ้าไม่
คู่ควรกับไห่ถัง ฉะนั้นข้าจึงตัดสินใจแล้วว่างานแต่งงานในครั้งนี้ให้ถือว่าเป็นโมฆะ ต่อให้เจ้าจะพูดจาหว่านล้อมหรือบอก
ให้ท่านพ่อมาลงโทษข้า ข้าก็ไม่มีทางที่จะยกไห่ถังให้เจ้าอีก!”
นางพูดด้วยนํ้าเสียงเยือกเย็น แสดงสีหน้าและท่าทางรังเกียจ ทำให้ซุนอวี่ยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่กล้าเอื้อน
เอ่ยคำใด
ฮูหยินเชวียได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “หรานเอ๋อร์……”
“ท่านแม่ เดิมทีข้าไม่อาจตัดใจยกไห่ถังให้……ท่านพ่อก็รักและทะนุถนอมลูก คงไม่อยากให้ไห่ถังได้รับความไม่
เป็นธรรมเช่นกัน เห็นทีท่านพ่อก็โดนหลอกมาเหมือนกัน ดังนั้นงานแต่งงานในครั้งนี้ ข้าถือว่ายกเลิกเจ้าค่ะ!” เชวียหนิง
หรานมองไปที่ผู้เป็นมารดา พูดตัดบท
สายตาของฮูหยินเชวียเพ่งมองไปที่บุตรี ในใจพลางคิดว่า แล้วนางอยากให้ไห่ถังแต่งงานออกไปอย่างนั้นหรือ? แต่
เพราะเชวียหย่งเฉียงลำเอียงไปทางซานอี๋เหนียงที่อยากให้ไห่ถังแต่งงาน ทำให้ฮูหยินเชวียกับเชวียหย่งเฉียงถกเถียงกัน
จนทะเลาะไม่พูดกัน… เรื่องนี้นางรู้สึกผิดกับไห่ถังมาโดยตลอด แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ช่างเป็นใจเหลือเกิน ครั้งนี้ต่อ
ให้ต้องแตกหักกับเขาไป นางก็จะทวงความยุติธรรมให้กับเชวียหนิงหราน!
ต้วนชิงหมิงเห็นสายตาของเชวียหนิงหรานที่แฝงความนัยบางสิ่งเอาไว้โดยที่ไม่ได้เอะอะโวยวายออกไป ส่วน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองไปยังเสี่ยวจิ้งด้วยความเป็นกังวลว่าเรื่องเช่นนี้จะสร้างบาดแผลฝังลึกในใจให้กับนาง จนมิอาจจะลบออก
จากความคิดได้!
“มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นที่จวน ช่างน่าอับอายเหลือเกิน จวนเชวียของพวกเรานั้นจะไม่นิ่งเสียดูดาย ฉะนั้นเจ้าบ้ากาม
คนนี้จะถูกส่งตัวให้ทางการ!” ฮูหยินเชวียหันเอ่ยขอโทษขอโพยฮูหยินเนี่ยที่นั่งอยู่ด้านข้าง
ถึงแม้บ่าวรับใช้จะฐานะต้อยตํ่า แต่ก็ไม่สมควรจะโดนผู้ใดลวนลามถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ ยิ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นที่จวนเชวีย
หากพูดออกไปก็ยิ่งมีแต่จะเสื่อมเสียมาถึงชื่อเสียงจวนเชวีย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาก็คือส่งตัวซุนอวี่ให้กับ
ทางการ เพื่อจะได้ระงับความโกรธแค้นของฮูหยินเนี่ยด้วย!
ฮูหยินเนี่ยกำลังอ้าปากจะเอื้อนเอ่ย ทว่าพลันได้ยินเสียงที่เย็นชาพูดมาแต่ไกล “ฮูหยินอยากจะส่งเขาให้ทางการ
หรือ?” `
นางเหลียวหลังมองไปก็พบเชวียหย่งเฉียงกำลังก้าวเท้าเดินมาทางนี้ โดยมีซานอี๋เหนียงเดินตามมาจากด้านหลัง
ซุนอวี่รีบส่งสายตาให้ซานอี๋เหนียงทันทีเมื่อเดินมาถึง นางจึงรีบพูดขึ้นมาอย่างรีบร้อน “หลานชาย… เจ้าไม่ได้
บอกข้าว่าจะไปพบไห่ถังเพื่อปรึกษาหารือเรื่องแต่งงานไม่ใช่หรือ? ทำไมมาอยู่ตรงนี้ด้วยความน่าเวทนาถึงเพียงนี้!”
ฮูหยินเชวียมีสายตาเปลี่ยนไปเมื่อได้เห็นเชวียหย่งเฉียงเดินเข้ามา รีบขยับตัวลุกขึ้นอย่างรีบร้อน “นายท่าน!”
“นั่งเถอะ……” เชวียหย่งเฉียงพูดอย่างโมโห นั่งลงบนเก้าอี้ที่บ่าวรับใช้ยกมาให้ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
ฮูหยินเชวียค่อยๆ นั่งลงอย่างไม่รีบร้อน เชวียหย่งเฉียงมองดูซุนอวี่ที่ยืนอยู่แล้วพูดเสียงเรียบนิ่ง “ฮูหยินจัดการ
เรื่องได้เด็ดขาดเช่นนี้ ไม่ทราบจะลงโทษใครกัน?”
ฮูหยินเชวียมองนายท่านที่เลือดเย็นด้วยแววตาที่เศร้าใจเหมือนมีเมฆหมอกมาปกคลุมจนดูไม่ชัดเจน นาง
พยายามเก็บอาการและพูดอย่างเรียบนิ่ง “ก็เจ้าบ้ากามคนนี้นี่แหละที่หมายจะทำมิดีมิร้าย ไปดึงเสื้อผ้าของบ่าวรับใช้
จวนเนี่ยจนขาดวิ่นไปหมด ตอนนี้กำลังจะส่งเขาให้กับทางการเจ้าค่ะ!”
ซานอี๋เหนียงได้ฟังก็รีบรุดหน้าร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้น “นายท่านจะต้องตัดสินเรื่องนี้ให้อวี่เอ๋อร์ นายท่านดู
ท่าทางของซุนอวี่สิ เห็นชัดเจนเลยว่าถูกคนใส่ร้าย… นายท่านใส่ร้ายคนโดยที่ไม่มีหลักฐาน ไม่ได้นะเจ้าคะ!”
เชวียหย่งเฉียงได้ฟังก็รีบปลอบใจซานอี๋เหนียง เขาหันหน้ากลับมามองฮูหยินเชวียด้วยใบหน้าไม่พอใจ “ฮูหยิน…
เจ้าบอกว่าซุนอวี่ไปทำมิดีมิร้ายนาง ก็เพียงให้เงินนางไปเสีย แล้วถือว่าเรื่องนี้จบๆ กันไปแล้วกัน ซุนอวี่เองก็ใกล้แต่งงาน
แล้ว จะส่งไปให้ทางการทำไมกัน? อีกหน่อยจะให้เขามองหน้าใครได้ติดเล่า?”
นางได้ฟังก็โกรธจนพูดไม่ออก!
เชวียหย่งเฉียงผู้นี้เข้ามาก็รีบช่วยซุนอวี่ไว้ก่อน หรือเขาไม่รู้จริงๆ ว่าหากเรื่องนี้ถูกเเพร่ออกไป ชื่อเสียงและหน้าตา
ของจวนเชวียต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นไร
เชวียหนิงหรานได้ยินที่เชวียหย่งเฉียงพูดมา นางก็รีบจะพุ่งเข้าไปพูดอธิบายแต่ต้วนชิงหมิงที่อยู่ด้านหลังของนาง
กลับดึงไม่ยอมให้นางไป นางหันหน้ากลับมาด้วยนํ้าตาที่เอ่อเต็มดวงตา ต้วนชิงหมิงจึงมองอย่างเคร่งขรึมแล้วส่ายหน้าให้
กับนาง เพื่อเป็นการบอกว่าอย่าได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดออกไป!
นางฝืนข่มใจหยุดความคิดนี้ลง แล้วก้าวเดินขึ้นไปทำความเคารพผู้เป็นบิดา
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเชวียหย่งเฉียงจะมองเชวียหนิงหรานด้วยหางตา พูดเสียงเรียบนิ่งว่า “เจ้าก็เป็นสาวแล้ว
บ่าวรับใช้ข้างกายของเจ้ากำลังจะแต่งงาน เหตุใดเจ้ายังไม่รีบกลับไปช่วยเตรียมของงานแต่ง มาอยู่ที่นี่ทำสิ่งใด?”
ในที่สุดนํ้าตาที่กลั้นเอาไว้ของเชวียหนิงหรานก็มิอาจฝืนเอาไว้ได้อีก นางก้มหน้าลงร้องไห้กระซิก “เรียนท่านพ่อ
เดิมทีท่านพ่อจะให้ไห่ถังแต่งงานนั้น เป็นเรื่องมงคลยิ่งที่ลูกต้องยินดี แต่คนที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว จิตใจยากแท้หยั่ง
ถึงเช่นนี้ ท่านพ่อจะยังให้ไห่ถังแต่งกับเขาอีกหรือเจ้าคะ?”
เชวียหย่งเฉียงเห็นนํ้าตาที่รินไหลของบุตรีก็ถึงกับชะงัก ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยขึ้น “ไห่ถังเป็นบ่าวของเจ้าที่พ่อ
ให้ตบแต่งกับซุนอวี่ มันเป็นเรื่องที่ดี เหตุใดเจ้าจึงร้องไห้เช่นนี้?”
เด็กสาวฟังแล้วก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะกลืนนํ้าลาย จนเกือบจะเป็นลมล้มพับลงไป!
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เชวียหย่งเฉียงยังจะลำเอียงเข้าข้างซานอี๋เหนียงถึงเพียงนี้ หรือว่าเขาไม่กลัวว่าการทำเช่นนี้
จะเป็นการทำร้ายหัวใจของภรรยาเอกและบุตรสาวอย่างนาง?
ทางด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยหันไปมองเชวียหนิงหรานด้วยความสงสารจับใจ… เดิมทีนางคิดว่าบุตรสาวคนโตอย่างนางมี
ชีวิตอเนจอนาถแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยได้รับความสำคัญจากท่านพ่อ ทั้งยังต้องมาคอยรับอารมณ์จากอี๋เหนียงและ
บุตรสาวอนุอีก แต่เมื่อเห็นสภาพของเชวียหนิงหรานในตอนนี้ จู่ๆ เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็รู้สึกขึ้นมาว่าชีวิตของนางโชคดีกว่านาง
แล้ว!