การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 27 ไปั๋หย่วนฮ่าวมาถึงจวน
แขกสำคัญคนหนึ่งที่เสิ่นกุ้ยเฟยเลือกไว้ได้รับบาดเจ็บแม่นมนั้นจึงไม่กล้าตัดสินใจ ทำได้เพียงให้ทั้งสองพักอยู่ใน
ห้องส่วนนางจะไปตามเสิ่นกุ้ยเฟยมา
ไม่นานเสิ่นกุ้ยเฟยก็มาถึงนางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดขาวของต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานที่บาด
เจ็บหนัก
ตอนนี้เสิ่นกุ้ยเฟยเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้วเพราะเป็นงานเลี้ยงที่จวนของนางจึงสวมใส่ชุดสบายๆเวลานี้นาง
สวมเสื้อแขนสั้นสีชมพูอ่อน ด้านนอกคลุมผ้าบางไหล่กว้างถึงสีเดียวกันหน้าผากคาดผ้าประดับอัญมณีสีแดง ด้านบน
เสียบปินปักผมโล่วค่งเฟยเฟิงจินปูั้เหยา[1]เวลาเดินทำให้ปลายทั้งสองกระทบกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊งมองแล้วดูงดงามเป็น
อย่างมาก
สายตาของเสิ่นกุ้ยเฟยที่มองมาที่นางทั้งสองนิ่งไม่ไหวติงราวกับอ่านแผนการของพวกนางออก
เมื่อเห็นว่าเสิ่นกุ้ยเฟยมาถึงสตรีทั้งสองจึงรีบกล่าวขอโทษ หลังจากที่ได้ฟังถึงได้รู้ว่าที่แท้มีหนึ่งคนไม่ทันระวังลื่น
ล้มเจ็บขา ส่วนอีกคนเพราะไปช่วยพยุงคนที่เจ็บหลังอาบนํ้าจึงบาดเจ็บหนักว่าคนแรก
เสิ่นกุ้ยเฟยเห็นแล้วก็ไม่เห็นว่าทั้งสองมีอะไรที่ผิดปกติจึงปรับสายตาเป็นผ่อนคลาย กำชับหมอหลวงให้รักษาและ
ให้พวกนางไปพักผ่อน
เมื่อเห็นเสิ่นกุ้ยเฟยกำลังจะออกจากห้องไป ต้วนชิงหมิงจึงเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “เสิ่นกุ้ยเฟยหม่อมฉันมีเรื่องจะ
ขอร้อง ไม่ทราบว่าเสิ่นกุ้ยเฟยจะทรงอนุญาตหรือไม่เพคะ?”
เมื่อครู่เสิ่นกุ้ยเฟยได้สอบถามทราบว่าต้วนชิงหมิงคนนี้ออกมาคนที่หกแม้จะฉลาดอยู่บ้างแต่นางไม่ได้อยู่ในราย
ชื่อที่จะดึงเป็นพวก ส่วนเชวียหนิงหรานมีพี่ชายสองคนซึ่งเป็นคนที่ช่วยในเรื่องการเรียนของเหยียนหลิงอวี๋โอกาสที่จะดึง
เป็นพวกนั้นมีไม่มาก อีกทั้งเชวียหนิงหรานหน้าตาสะสวยนิสัยตรงไปตรงมา แต่เมื่อดูแล้วกลับเป็นคนที่ทำอะไรไม่
รอบคอบดังนั้นเสิ่นกุ้ยเฟยจึงตัดสินใจไม่เอาสองคนนี้ แต่นางต้องแสร้งทำเป็นปลอบเสียหน่อยค่อยจากไปอย่างรวดเร็ว
เห็นเสิ่นกุ้ยเฟยจากไปเชวียหนิงหรานพูดยิ้มๆ “ชิงหมิงความคิดของเจ้านั้น……”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะออกมา “ใครใช้ให้ไม่รู้จักพลิกแพลงล่ะ?”
เดิมทีทั้งสองคนก็บาดเจ็บอยู่แล้วถ้าเกิดมีใครอีกคนบาดเจ็บจะต้องมีคนมองแผนการออกเป็นแน่ดังนั้นเชวียหนิง
หรานจึงออกแรงนิดหน่อยแต่ใครจะคาดคิดว่าล้มฟาดที่ขอบอ่างอาบนํ้าจะเป็นแผลจริงๆ ขึ้นมาได้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็น
หนักเหมือนที่แสดงเมื่อครู่ทว่าเวลาเดินยังต้องกะเผลกๆ ทีละก้าว
หลังเจอเรื่องสุ่มเสี่ยงอันตรายแต่กลับรอดปลอดภัย ต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิงหรานจึงหัวเราะเป็นเสียงเดียวเรื่อง
ในวันนี้ทำให้ทั้งสองรู้จักและกลายเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน
ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานถือโอกาสที่งานเลี้ยงเริ่มแล้วค่อยๆแอบออกไป หลังจากนั้นทั้งคู่นัดวันพบกันภาย
หลังแล้วแยกกันหน้าจวนติ้งกั๋วกง
พริบตาเดียวก็ถึงวันที่ไปั๋หย่วนฮ่าวนัดหมายเอาไว้ วันนั้นต้วนเจิ้งมีธุระไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้จึงให้ต้วนชิงห
มิงไปต้อนรับไปั๋หย่วนฮ่าวเข้าจวน
ความตั้งใจของต้วนเจิ้งคือให้ต้วนชิงหมิงและไปั๋หย่วนฮ่าวค่อยๆบ่มเพาะความรู้สึกกัน เมื่อพบเรื่องที่ดีเช่นนี้ต้วนอ
วี้หรานจะไม่เข้ามาผสมโรงได้อย่างไร
ดังนั้นเมื่อต้วนชิงหมิงเข้าประตูมาต้วนอวี้หรานก็ตามเข้ามาติดๆร้องจะให้ต้วนชิงหมิงพานางไปรับไปั๋หย่วนฮ่าว
เข้าจวนด้วย
ประตูด้านนอกจวนมีรถม้าที่ดูแล้วธรรมดาแต่ด้านในตกแต่งอย่างดีมาหยุดอยู่ที่หน้าจวนเด็กหนุ่มสวมเสื้อสีอ่อน
คนหนึ่งลงมายืนหน้าประตูจวนด้วยท่าทางที่สง่าไม่มีความรู้สึกกังวลใดๆ
แม้เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าดูจะยังอายุไม่มากแต่นางก็จำได้ทันทีว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือสามีของนางในอดีตชาติ
ไปั๋หย่วนฮ่าว
ภาพเลือดที่ถูกสาดไปทั่วกลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้งทำให้สติสัมปชัญญะของต้วนชิงหมิงขาดหายไปในทันที นาง
ค่อยๆหลับตาลงเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม จากนั้นเดินไปรับด้วยความสุภาพ
“ใช่คุณชายไปั๋ใช่หรือไม่? ข้าแซ่ต้วนชิงหมิงท่านพ่อมีธุระไม่อาจปลีกตัวได้จึงให้ข้ามาต้อนรับคุณชายไปั๋”
ขณะที่ต้วนชิงหมิงกำลังประเมินไปั๋หย่วนฮ่าวอยู่เขาก็กำลังประเมินนางอยู่เช่นกัน เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าใบหน้า
สงบนิ่งจิตใจเงียบสงบ รอบตัวมีความรู้สึกที่ไม่รู้อาจอธิบายได้ออกมา
ไปั๋หย่วนฮ่าวเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงก็ไม่ปฏิเสธว่ามีความรู้สึกพึงพอใจ
ต้วนชิงหมิงในวันนี้สวมเสื้อคอจีนสีชมพูอ่อนด้านล่างเป็นกระโปรงจีบสีแดงลายสีม่วงสลับกับสีชมพู เสียบปิน
อัญมณีสีแดงสดใสทำให้ดูสง่างาม รวมถึงท่าทางอรชรยิ่งทำให้ผู้พบเห็นใจเต้นแรง
พอคิดว่าเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นว่าที่ภรรยาที่บิดามารดาได้หมั้นหมายไว้เมื่อนานมาแล้วหัวใจของไปั๋หย่วนฮ่า
วก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น แต่เขาเป็นคนที่ทำอะไรรู้จักขอบเขตดังนั้นแม้ในใจจะดีใจเพียงใด ต่อหน้ากลับนิ่งสงบไม่
แสดงออกมา
“คุณหนูใหญ่……ต้วน ข้าไปั๋หย่วนฮ่าว”
ไปั๋หย่วนฮ่าวทักทายต้วนชิงหมิงคิดจะแนะนำตัวเองให้นางรู้จัก ทว่านางกลับหันหลังกลับไปแววตาของไปั๋หย่วน
ฮ่าวหม่นลงเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขากลับรู้สึกว่าคุณหนูใหญ่ต้วนไม่อยากพบหน้าเขายิ่งไปกว่านั้นหากจะพูดคุยกันอีกเสียหน่อย
เขารู้สึกว่านางจะต้องฝืนทำ
“คุณชายไปั๋”
ด้านหลังของต้วนชิงหมิงเป็นต้วนอวี้หรานที่แต่งตัวสวยหยาดเยิ้มนางมองตามสายตาของต้วนชิงหมิงไปทางไปั๋
หย่วนฮ่าว ครู่เดียวทั้งตัวของต้วนอวี้หรานก็ชะงักไปเลย
ชายหนุ่มอายุราวๆสิบสองสิบสาม หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่นไม่เหมือนใคร!
เขามีคิ้วหนาโค้งขึ้นด้านบนภายใต้ขนตาที่โค้งงอนมีดวงตาวาววับคู่หนึ่งที่ส่องสว่างออกมา จมูกเป็นสันโด่งริม
ฝีปากสีดอกกุหลาบ รวมทั้งผิวขาวผ่องสะอาดตา……แม้จะเทียบไม่ได้กับความหล่อเหลาของเหยียนหลิงอวี๋แต่ก็เป็นชาย
หนุ่มรูปงามที่พบได้ยาก
บนศีรษะของชายหนุ่มรัดเกล้าหยกสีม่วงเสื้อสีอำพันทอไหมเงินระยิบระยับ ที่คาดเอวประดับด้วยหยกเรืองแสง
เม็ดใหญ่แสดงให้เห็นถึงความรํ่ารวยของตระกูล สายตาของเขามองเด็กสาวทั้งสองอย่างสงสัยก่อนจะไปหยุดลงที่ใบหน้า
ของต้วนอวี้หราน
หลายปีมานี้ต้วนอวี้หรานมักติดตามท่านแม่ไปเยี่ยมจวนอื่นๆ จึงได้พบเจอคุณชายสูงศักดิ์ไม่น้อยแต่นางไม่เคย
พบใครที่สง่าผ่าเผย ดึงดูดสายตา และทำให้หน้าแดงหัวใจเต้นแรงออกมาเหมือนคุณชายที่อยู่ตรงหน้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ชายหนุ่มมองมาทางนางยิ่งทำให้นางควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเขิน
อายแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นพบว่าสายตาของชายหนุ่มมองไปยังต้วนชิงหมิงในใจจึงเต็มไปด้วยความอิจฉา
ต้วนชิงหมิงนางคนชั่วไม่รู้ใช้เล่ห์กลอะไรทำให้คุณชายไปั๋ที่เพิ่งมาถึงหลงใหลได้ขนาดนี้ ไม่ได้การแล้วไม่ว่าอย่างไร
ครั้งนี้ไปั๋หย่วนฮ่าวเป็นนางที่เห็นก่อนจะไม่ยอมปล่อยให้ต้วนชิงหมิงแย่งไปอย่างแน่นอน คิดได้ดังนั้นนางก็ก้าวไปข้าง
หน้าสองก้าว มองไปยังไปั๋หย่วนฮ่าวแสดงความเคารพเสียงหวาน
“อวี้หรานทำความเคารพพี่ไปั๋” ไปั๋หย่วนฮ่าวมองไปยังคิ้วที่งามของต้วนอวี้หรานอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมองอยู่
อย่างนั้น
เขาและต้วนชิงหมิงมีสัญญาหมั้นหมายกันตั้งแต่วัยเยาว์ถ้าต้วนชิงหมิงเรียกเขาว่า “พี่ไปั๋” ก็ไม่เป็นไร ปัญหาใน
ตอนนี้คือต้วนชิงหมิงยังมิได้บอกฐานะของนางผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่ายก็ยังมิได้แนะนำให้รู้จักกัน แต่ต้วนอวี้หรานเรียกเขาเช่น
นี้ไม่กลัวว่าจะไม่เหมาะกับฐานะของนางหรือ?
ไปั๋หย่วนฮ่าวมองพินิจเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเห็นนางสวมใส่เสื้อปักลายดอกสีแดง ส่วนด้านล่างสวมกระโปรงจีบ
สีนํ้าเงินใบหน้าเรียวขาวราวกับหยก แก้มอวบอิ่มชมพูระเรื่อ
เมื่อดูที่รูปร่างของนางเห็นถึงความตั้งใจในการแต่งตัวใบหน้าทาแปั้งบางๆ ทำให้แก้มทั้งสองข้างสีเหมือนสยงฮ
วา[2]ที่พึ่งผลิบาน คิ้วเรียวยาวดำขลับดวงตากลมหวานส่องประกายน่าหลงใหลเหมือนออกมาจากภาพวาดถึงแม้ว่าอายุ
จะน้อยเพียงเจ็ดแปดปีแต่ดวงตาอ่อนเยาว์ไม่ว่าใครได้เห็นเป็นอันต้องหลงเสน่ห์
ผมที่ยาวมาถึงเอวหน้าผากประดับด้วยสร้อยไข่มุกสีขาวชมพูแม้มีบางเม็ดที่จะย้อยลงมากลับทำให้นางดูสวย
เหมือนในเทพนิยาย ข้อมือสวมกำไลหยกสีขาวนํ้านมสะท้อนแสง ขับให้ชุดสีแดงดูโดนเด่นที่คอของนางสวมสร้อยเงิน
เส้นเล็กเมื่อสะท้อนแสงจะออกเป็นสีม่วงเล็กน้อยหากมองอย่างตั้งใจจะเห็นเป็นสีม่วงที่งดงาม
ดูจากการแต่งตัวจะดูออกว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดีอีกทั้งเมื่อนึกถึงชื่อที่นางเรียกไปั๋หย่วนฮ่าวเข้าใจในทันทีว่า
นางจะต้องเป็นบุตรอนุที่ชื่อต้วนอวี้หราน
ไปั๋หย่วนฮ่าวเกิดจากภรรยาเอกสำหรับวิธีการที่แพรวพราวของลูกอนุผู้นี้ดูแล้วไม่ค่อยจะเหมาะสมยิ่งไปกว่านั้น
อีกฝั่ายอายุยังน้อย ไปั๋หย่วนฮ่าวจึงคิดว่าต้องอยู่ให้ห่างจากนางไว้
ผู้ชายนั้นเมื่อตั้งหลักปักฐานได้แล้วจะมีอนุกี่คนก็ย่อมได้แต่ขณะนี้อายุของเขายังน้อย ทั้งยังมาอาศัยอยู่จวนของคู่
หมั้นหมายจะต้องระวังการกระทำทุกฝีก้าวให้มาก!
ต้วนอวี้หรานจะไปรู้ความคิดของไปั๋หย่วนฮ่าวได้อย่างไร?
เมื่อนางเจอกับชายหนุ่มที่สง่าผ่าเผยเช่นนี้นางจึงคิดว่าไปั๋หย่วนฮ่าวเป็นสมบัติส่วนตัวของนางดังนั้นนางจึงไม่กระ
มิดกระเมี้ยนที่จะเดินเข้าไปก้าวหนึ่งจับมือของไปั๋หย่วนฮ่าวพูดอย่างไร้เดียงสาว่า
“ห้องพักของพี่ไปั๋ ข้ากับท่านแม่จัดการเรียบร้อยหมดแล้วตอนนี้ข้าจะพาพี่ไปเอง!”
…
[1]โล่วค่งเฟยเฟิงจินปูั้เหยา คือ ชื่อปินปักผมที่เป็นรูปดอกไม้และมีชายห้อยลงมาสองเส้น
[2]ฉยงฮวา คือ ต้นยูโรเปียนแครนเบอร์รี่บุช