การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 260 เนี่ยไฉ่เยวี่ยบาดเจ็บ
เชวียหนิงหรานโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ตัวและมือไม้สั่นไปหมด เกินไปแล้ว! พูดเกินไปแล้วจริงๆ
ซุนอวี่ผู้นี้คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? เขาก็แค่หลานชายของอี๋เหนียงคนหนึ่งเท่านั้น หรือถ้าจะให้พูดอย่างไม่ไว้หน้า
หน่อยก็คือแค่คนที่มาขอข้าวกินที่จวนเสียมากกว่า หน้าตา ฐานะ และตำแหน่งในจวนเชวียก็ไม่มี เป็นได้ก็แค่บ่าวรับใช้
คนหนึ่งในจวนเท่านั้น แต่เหตุใดจึงกล้าพูดจาสามหาวถึงเพียงนี้ ยังมีหน้ามาใส่ร้ายบุตรสาวภรรยาเอกเช่นนางอีก แต่สิ่ง
ที่ทำให้เชวียหนิงหรานผิดหวังเป็นที่สุดคือ เชวียหย่งเฉียงผู้เป็นบิดากลับเชื่อคำพูดของซุนอวี่ และสงสัยในตัวของนาง
อย่างนั้นหรือ!
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างถอนหายใจด้วยความเศร้าใจอย่างสุดซึ้งเช่นกัน… ที่นางมีท่านพ่อเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็น
ความโชคร้ายของเชวียหนิงหรานและจวนเชวียแห่งนี้
ใบหน้าของเชวียหนิงหรานที่มองไปยังผู้เป็นบิดา แดงกํ่าด้วยความโกรธ ทว่ายังไม่ทันได้พูดสิ่งใดนํ้าตาของนางก็
เอ่อคลอเต็มเบ้าตาทั้งสองข้าง… นางอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านางนั้น เป็นท่านพ่อของนางจริงหรือไม่ เหตุ
ใดถึงได้เย็นชาและเลือดเย็นถึงเพียงนี้ นางไม่อาจสัมผัสได้ถึงความรักความเมตตาที่หยิบยื่นให้เลยแม้สักน้อยนิด?
เมื่อเชวียหย่งเฉียงเห็นแววตาที่โกรธเคืองของเชวียหนิงหราน เขาก็มองดูอย่างนิ่งเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไร อีกทั้งยังพูด
ตำหนิอีกครั้งขึ้นว่า “หรานเอ๋อร์ บ่าวรับใช้ก็มีพ่อมีแม่ของพวกเขา เจ้าทำเกินเหตุเช่นนี้ พ่อคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้!”
นางได้แต่เก็บความโกรธนี้ไว้ในใจ ดวงตาแดงกํ่าพร้อมกับนํ้าตาที่เอ่อขึ้นมาอีกครั้งจนสุดท้ายก็รินไหลอาบใบหน้า
อย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป!
ต้วนชิงหมิงทำได้เพียงทอดถอนใจ นางรีบคว้ามือของเชวียหนิงหรานแล้วโน้มตัวไปกระซิบกระซาบบางอย่าง
เพื่อให้อีกฝั่ายอย่าได้ตระหนกและเสียใจไป
เมื่อซุนอวี่เห็นว่าได้รับการสนับสนุนจากเชวียหย่งเฉียงก็สามารถยืดอกได้อย่างเต็มที่ เขามองเหยียดเชวียหนิงหรา
นไปครั้งหนึ่งพร้อมกับเบะปากใส่นาง พูดเสียดสีขึ้นมา “โอ้! คุณหนูรองยังจำได้หรือไม่ ที่ขว้างถ้วยนํ้าชาจนตกแตกเสียง
ดังลั่น… เรื่องนี้คุณหนูรองเป็นคนทำเองมิใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้ารับเล่า… หากคุณหนูไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร
ประเดี๋ยวให้ไห่ถังพูดความจริงออกมาก็รู้แล้ว!”
ไห่ถังบอกกับซุนอวี่ว่าในชาตินี้จะมีเขาเพียงคนเดียว ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่านางจะต้องยืนอยู่ข้างเขาแน่นอน เพราะมี
เพียงเขาเท่านั้นที่สามารถช่วยให้นางออกมาจากกองไฟอันโหดร้ายนี่ได้!
ชายหนุ่มคิดมาถึงตรงนี้ก็ยืดอกอย่างสบายใจ พลางส่งสายตาให้กับซานอี๋เหนียง!
ซานอี๋เหนียงเห็นแววตาที่มีความมั่นใจเต็มเปียมของซุนอวี่ จึงสะบัดผ้าเช็ดหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างสบายใจ “เป็น
เช่นนั้นแน่ๆ ไม่รู้ว่าเหตุใดคุณหนูรองถึงได้ร้อนใจเช่นนี้ อันที่จริงเรื่องนี้ง่ายเหมือนพลิกฝั่ามือ ขอเพียงไห่ถังยอมเปิดปาก
พูดความจริงทั้งหมดก็จะปรากฏให้เห็นแล้วมิใช่หรือ?”
สีหน้าของฮูหยินเชวียซีดขาวขึ้นมา นางมองไปที่เชวียหย่งเฉียงแล้วค่อยมองไปที่เชวียหนิงหราน ภายในใจของ
นางตอนนี้โกรธเคืองจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว… เหตุใดตอนนั้นนางถึงหน้ามืดตามัวยอมแต่งกับผู้ชายคนนี้ แม้ตอนนั้น
ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่บัดนี้ในสายตาของเขากลับไม่มีนางอีกต่อไปแล้ว!
ฮูหยินเชวียเป็นคนคัดเลือกไห่ถังมาเองกับมือ นางจึงไม่กังวลว่าไห่ถังจะใส่ร้ายเชวียหนิงหราน แต่สิ่งที่นางเสียใจ
อย่างสุดซึ้งเห็นจะเป็นท่าทีที่ของผู้ชายคนนี้ที่มีต่อบุตรสาวของเขา…
ชื่อของไห่ถังถูกอ้างถึงหลายต่อหลายครั้งจนเป็นที่จับตามองของทุกคน นางไม่รอให้เชวียหนิงหรานเรียกก็ก้าว
เท้าออกไปด้านหน้ามองไปยังเชวียหย่งเฉียง กล่าวด้วยเสียงดังหนักแน่นมั่นใจ “เรียนนายท่าน คุณชายซุนอวี่ท่านนี้อาจ
จะจำอะไรผิดไปแล้วกระมัง แม้ว่านายท่านกับคุณหนูจะยกบ่าวให้แต่งกับเขา แต่บ่าวก็ไม่เคยแอบไปพบเขาเป็นการส่วน
ตัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการนัดแนะเจอหน้าพูดคุยกันเลยเจ้าค่ะ!”
ไห่ถังมีหน้าตาที่สวยงาม ผิวพรรณขาวผ่องเรียบเนียน นางมองไปที่เชวียหย่งเฉียงสบตาแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย
“บ่าวไม่รู้เลยว่าคุณชายซุนคิดจะใส่ร้ายปั้ายสีคุณหนู โดยจะยืมมือของไห่ถังไปร่วมใส่ร้ายด้วย แต่ว่าคุณหนูเป็นนายหญิง
ที่ดีและมีเมตตามากที่สุด ไม่เคยด่าทอรุนแรง และไม่มีทางลงไม้ลงมือกับพวกบ่าวรับใช้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
ยิ่งได้ยินได้ฟังสีหน้าของเชวียหย่งเฉียงก็ยิ่งเปลี่ยนไป เขารู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก สายตาเพ่งมองไห่ถังอย่าง
โกรธแค้น ทว่าเพียงครู่เดียวก็สะบัดมือทั้งสองข้างด้วยความโมโห แต่ไม่สามารถทำสิ่งใดได้
ไห่ถังตกใจกับการกระทำนั้นของเชวียหย่งเฉียง นางจึงผงะถอยหลังไป เชวียหนิงหรานและต้วนชิงหมิงยื่นมือออก
มาคนละข้างให้ไห่ถังได้จับ นางหันหน้าไปมองเห็นแววตาอ่อนโยนของคุณหนูทั้งสอง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ
พลางผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง อย่างโล่งใจ กล่าวเสียงเเผ่วเบา “ขอบคุณ คุณหนูเจ้าคะ!”
ซานอี๋เหนียงกับซุนอวี่ต่างนิ่งอึ้งตะลึงพรึงเพริด คิดไม่ถึงว่าไห่ถังจะพูดปฏิเสธออกมาทั้งหมด
เขายกมือขึ้นชี้ไปที่ไห่ถังทันทีด้วยความร้อนใจ เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานยืนกุมมือไห่ถังไว้แน่น พูดรัวเร็วเสียงดังลั่น
“ท่านลุง ข้าคิดว่าไห่ถังเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูรอง ถ้าคุณหนูรองทรมานนางจริง นางคงไม่กล้าพูดต่อหน้าคุณหนูรอง
เป็นอันขาด… แผล! ใช่แล้ว……บนตัวของนางมีบาดแผล ข้าเห็นมากับตาของตัวเองขอรับ!”
พูดจบก็พุ่งเข้าไปหาต้วนชิงหมิง เชวียหนิงหราน และเนี่ยไฉ่เยวี่ยทันที ใช้สองมือผลักเชวียหนิงหรานออก แล้วดึง
ไห่ถังให้มายืนตรงหน้าเชวียหย่งเฉียง
เสียงร้องตกใจดังขึ้นมาจากด้านหลัง การจู่โจมของเขาทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยล้มลงหัวกระแทกกับขอบเก้าอี้จนแตก
นางร้องไห้ออกมาทันทีด้วยความเจ็บปวด!
ฮูหยินเนี่ยรีบเข้าไปประคองปลอบบุตรี “เยวี่ยเอ๋อร์ เยวี่ยเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง?”
นํ้าตาไหลเป็นสายอาบแก้มทั้งสองข้างของเด็กสาวตัวน้อย นางโผเข้าสู่อ้อมอกของมารดา ร้องอย่างเจ็บปวด
ทรมาน “ท่านแม่ ลูกเจ็บ……เจ็บเหลือเกิน!”
ฮูหยินเนี่ยใช้มือลูบไปที่แผลของบุตรสาวไปมา ทว่าเมื่อดึงมือกลับมาก็พบเลือดสีแดงเต็มมือไปหมด นางตกใจจน
พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!
“ไฉ่เยวี่ย ไฉ่เยวี่ย!” เชวียหนิงหรานรีบโน้มตัวลงร้องเรียก สิ้นเสียงเรียกของเชวียหนิงหราน เนี่ยไฉ่เยวี่ยพลันหู
ตาพร่าเลือน สายตาเห็นเชวียหนิงหรานอยู่ตรงหน้า ทว่ายังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด สติของนางก็ดับวูบไปทันที
ต้วนชิงหมิงเร่งสืบเท้าเดินเข้าไป เห็นบริเวณบาดแผลเริ่มมีเลือดไหลออกมา สายตาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่พลางนาง
ถอนหายใจออกมา อย่างรู้สึกอย่างไรก็สุดที่จะรู้!
รู้เพียงว่า เรื่องที่จะมาช่วยเชวียหนิงหรานนั้นเป็นความคิดของนาง แต่ตอนนี้ไม่เพียงเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะได้รับบาดเจ็บ
ยังต้องมาหมดสติอยู่ตรงนี้อีก สิ่งนี้กลับยิ่งทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเป็นที่สุด!
ในช่วงชุลมุน ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานแอบมองหน้ากัน… อย่างรู้สึกเสียใจประหนึ่งว่าถ้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็น
อะไรไป พวกนางทั้งสองคนคงจะไม่มีทางให้อภัยตัวนางเอง!
ทว่าเมื่อหันกลับมามองเชวียหย่งเฉียงกับซานอี๋เหนียง เหมือนว่าความสนใจทั้งหมดยังคงอยู่ที่ตัวของไห่ถัง
ซุนอวี่ที่ฉุดกระชากลากถูไห่ถังมาตรงหน้าเชวียหย่งเฉียงแล้วจึงดึงแขนเสื้อของนางขึ้น แต่กลับไม่พบบาดแผล
อย่างที่เขาต้องการให้เห็น ยิ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ ผิวพรรณของไห่ถังนั้นขาวผ่องเป็นยองใย ไม่มีบาดแผลแม้เพียง
เล็กน้อย
“ไห่… ถัง… รอยแผลบนตัวของเจ้าล่ะ?” ซุนอวี่มองไปที่แขนของไห่ถังอ้าปากค้าง
อีกฝั่ายพูดด้วยความโมโห “บาดแผลอะไรที่ไหน ตั้งแต่เล็กจนโตคุณหนูดูแลข้าเหมือนพี่น้องคนหนึ่ง จะมีการ
ทรมาน และมีบาดแผลตามที่คุณชายซุนพูดได้อย่างไร? คุณชายคงจำผิดแล้วกระมัง?”
ซุนอวี่มองไห่ถังด้วยสายตาที่แน่นิ่งเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จู่ๆ เขาก็ตื่นจากภวังค์ขึ้นรีบไปดึงเสื้อผ้าของไห่
ถังอย่างบ้าคลั่งเพื่อค้นหารอยแผล “ไม่ ข้าไม่เชื่อ! มีแผล ข้าจำได้แม่นว่ามีแผลบนตัวเจ้า!”
ไห่ถังใช้ปัดมือของเขาที่มาดึงเสื้อผ้าของนางออกแล้วร้องเสียงดังลั่น “คุณหนู คุณหนูช่วยด้วยเจ้าค่ะ!”
เชวียหนิงหรานหันกลับมามองด้วยความโกรธ รีบปรี่เข้าไปหาไห่ถัง แล้วง้างมือตบอย่างสุดแรงไปที่หน้าของซุนอ
วี่ดัง “เพียะ!”
ใบหน้าที่โมโหจนแดงกํ่าของเชวียหนิงหราน ทำให้คนที่เห็นต่างตะลึงพรึงเพริดไปหมด
จากนั้นมีสายลมอันหนาวเหน็บพัดผ่านมา พร้อมกับเสียงที่เย็นยะเยือกของเชวียหนิงหราน “เจ้า บังอาจมาก!”
ซุนอวี่ที่ถูกเชวียหนิงหรานตบหน้า ชะงักนิ่งไปในทันที!