การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 261 สาบานว่าจะไม่ยอมเลิกรา
ซุนอวี่หน้าหันไปตามแรงตบ ซวนเซไปครึ่งก้าวก่อนที่จะฝืนยืนได้ตรง พลางยกมือขึ้นมาจับตรงใบหน้าที่บวมแดง
มืออีกข้างหนึ่งชี้ไห่ถังพลางต่อว่าอย่างรุนแรง “เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร… ข้าจำได้ชัดว่ามีบาดแผลอยู่ตรงนี้นี่!”
เรื่องเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ที่มือของนางยังมีร่องรอยบาดแผลเต็มไปหมดอยู่เลย เขาจำได้ไม่ผิดแน่
แต่ในเวลานี้ทำไมไม่มีรอยเหลือทิ้งเอาไว้แม้แต่รอยเดียว
ไม่ถูกต้อง……ไม่น่าจะเป็นแบบนี้ไปได้นี่!
รอยแผลนั้นจะหายวับไปภายในวันเดียวได้อย่างไรกัน?
ไห่ถังรีบเดินกลับไปยืนอยู่หลังเชวียหนิงหรานไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว… ซุนอวี่ผู้นี้ดูท่าจะเสียสติไป
แล้ว กล้ามาแตะเนื้อต้องตัวนางต่อหน้าคนอื่นมากมาย หรือว่าเมื่อครู่เขาลวนลามบ่าวรับใช้ของคุณหนูเนี่ยไฉ่เยวี่ยไป
แล้ว ตอนนี้ถึงตานางที่จะต้องโดนแล้วหรือ?
ถึงอย่างไรไห่ถังก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเขาแม้แต่น้อย เพราะหากซุนอวี่คิดจะทำอะไรกับนาง นางก็พร้อมจะพาเขา
ย่อยยับไปด้วยกัน
ซานอี๋เหนียงที่กำลังชะงักตกใจ เมื่อเห็นหลานชายถูกเชวียหนิงหรานตบ! อันที่จริงนางไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับซุนอวี่
มากมายเท่าไรนัก ทว่าเขากลับชอบปั่าวประกาศว่าเป็นคนของซานอี๋เหนียงจนผู้คนรู้ไปทั่ว ฉะนั้นถ้าตบหน้าซุนอวี่ก็
เท่ากับตบหน้านางไปด้วย… หน้าตาของซานอี๋เหนียงไม่ใช่ว่าใครก็สามารถจะมาตบได้โดยง่าย!
เสียงร้องของซุนอวี่ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ซานอี๋เหนียงจึงรีบเข้าไปเอามือไปลูบจับที่หน้าของเขา แล้วพูดขึ้นอย่าง
โมโห “โอ้โห! เมื่อครู่คุณหนูรองยังบอกว่าไม่เคยทำร้ายบ่าวรับใช้ แต่การตบเมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่าคงทำมาจนชินแล้ว
กระมัง!”
เชวียหนิงหรานก้มหน้าก้มตาฟังหญิงสาวอนุภรรยาของผู้เป็นบิดาพูด พลันใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับไก่ต้ม
พูดอะไรไม่ออก นางกำลังจะก้าวออกไปด้วยใจที่สั่นระรัวเพื่อจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าต้วนชิงหมิงกลับใช้แรงดึงแขนข
องเชวียหนิงหรานให้ไปยืนที่ด้านหลังของนาง… ต้วนชิงหมิงมองใบหน้าที่ผัดแปั้งหนาของอี๋เหนียง จากนั้นก็หัวเราะเยาะ
เย้ยขึ้น “เพียงแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นกับหัวหน้าบ่าวของคุณหนูสาม คงจะเสียชื่อไปถึงคุณหนูสามอย่างแน่แท้ ไม่
ทราบว่าเรื่องนี้ซานอี๋เหนียงจะคิดและจัดการอย่างไรเล่าเจ้าคะ?”
ซานอี๋เหนียงได้ยินเข้าก็จุกจนพูดไม่ออก ตอนนี้นางรู้ถึงพิษสงที่ร้ายกาจของต้วนชิงหมิงแล้ว ทว่าเพียงพริบตา
เดียวก็ยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ พลางผินหน้าไปมองเชวียหนิงหรานพูดขึ้น “โอ้ว! คุณหนูรอง……กฎระเบียบนั้นช่างมี
มากมายเหลือเกิน แต่อวี่เอ๋อร์กับไห่ถังก็ใกล้จะแต่งงานกันแล้ว การที่คู่สามีภรรยาจะมีจับๆ ดึงๆ ไปบ้างก็ไม่เห็นน่า
แปลก เหตุใดจึงต้องให้คุณหนูรองมาทวงความยุติธรรมคืนด้วยเจ้าคะ?”
ในตอนนี้เชวียหนิงหรานได้สติกลับมาแล้ว นางจ้องมองซานอี๋เหนียงด้วยแววตาเหยียดหยาม พลางสะบัดมือที่ชา
จากการใช้แรงเมื่อครู่อย่างเเผ่วเบาแล้วเอ่ยขึ้น “คนคนนี้ช่างหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เอาเสียมือของข้าชาไปหมดแล้ว
แต่เขากลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย!”
ซานอี๋เหนียงได้ยินคำพูดของเชวียหนิงหรานก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจเป็นที่สุด
เชวียหนิงหรานนั้นมิได้สนใจคำพูดของซานอี๋เหนียงแม้แต่น้อย นางพูดเย้ยหยันต่อไปว่า “ตบเมื่อครู่นี้เป็นการตบ
ให้ไห่ถัง นางเป็นถึงหัวหน้าบ่าวของข้า ย่อมเป็นหน้าเป็นตาของข้าเช่นกัน แต่ซุนอวี่ผู้นี้บังอาจมาฉุดกระชากฉีกเสื้อนาง
เปิดดูแบบนี้ ก็เท่ากับทำเรื่องนี้กับข้าเช่นกัน ดังนั้นการตบในครั้งนี้ถือว่ายังเบาเกินไป!”
ซานอี๋เหนียงยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ ทว่าไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเชวียหนิงหรานต่อ
เพราะว่าเชวียหนิงหรานนั้นเป็นบุตรสาวภรรยาเอก ถ้าเรื่องที่ซุนอวี่ไปดึงเสื้อผ้าหัวหน้าบ่าวของนางจนขาดวิ่นไป
เข้าหูของท่านปูั่เชวียละก็ ไม่ต้องบอกเลยว่าชีวิตของซุนอวี่จะเป็นเช่นไร แม้แต่ซานอี๋เหนียงก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก
แต่ไหนแต่ไรมาเชวียหนิงหรานเวลาอยู่ในจวนนั้นมักจะทำตัวน่ารักไร้เดียงสา แต่วันนี้สีหน้าที่เหี้ยมโหดและพลัง
ความเย็นชาได้แผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง จนทำให้ซานอี๋เหนียงที่ทะนงตนยังไม่กล้าสบตากับนาง!
ซานอี๋เหนียงพลันรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาทันที นางผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ทว่าจังหวะที่นางถอยหลังกลับไปพลัน
เหยียบเท้าของไห่ถังเต็มแรง จนนางตกใจทรุดตัวลงไปนั่งยองๆ ซานอี๋เหนียงหันกลับไปมองยิ่งรู้สึกไม่พอใจ พลางใช้สอง
มือผลักไห่ถังออกไป ต่อว่าอย่างโกรธเคือง “เรื่องในวันนี้เป็นเพราะเจ้าแท้ๆ”
ไห่ถังได้ยินนํ้าตาก็คลอเบ้าขึ้นมาแต่ไม่กล้าพูดสิ่งใด
เชวียหนิงหรานรีบเข้าไปคว้าแขนไห่ถังเอาไว้ แล้วขึ้นเสียงด้วยความโมโหใส่ซานอี๋เหนียง “เจ้าถือดีอะไรมากลั่น
แกล้งไห่ถัง?”
ซานอี๋เหนียงยังไม่ทันจะตอบ ทางด้านซุนอวี่ก็รีบชิงพูดขึ้นก่อน “เหอะๆ! กลั่นแกล้งอย่างนั้นหรือ? วันเวลาที่ดี
ของนางอยู่ไม่ไกลจากนี้แล้ว!”
เชวียหนิงหรานจับมือของไห่ถังไว้แนบแน่น ประกาศกร้าว “ต่อให้พรุ่งนี้ไห่ถังจะแต่งออกไป นางก็ยังคงเป็นคน
ของข้า หากใครกล้ารังแกไห่ถังละก็ ข้านี่แหละจะไม่ปล่อยมันผู้นั้นเอาไว้!”
“คุณหนูรองจะปกปั้องไห่ถังได้อีกนานแค่ไหนกัน หรือว่าคุณหนูไม่ทราบว่าหลังจากฉลองงานวันเกิดของทานปูั่
เรียบร้อยแล้ว ไห่ถังผู้นี้ก็เป็นคนของข้าแล้ว!” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเยาะเย้ย
ไห่ถังฟังแล้วก็เริ่มตัวสั่นไปทั้งตัว เชวียหนิงหรานจึงกระชับมือที่จับอยู่ให้แน่นขึ้นไปอีกพลางหันไปพูดกับเชวียหย่ง
เฉียง “ท่านพ่อ เรื่องการแต่งงานของไห่ถังเป็นการตัดสินใจของท่านพ่อ เพราะว่าลูกเล็งเห็นว่าท่านพ่อเข้าใจและเอ็นดูไห่
ถังเช่นกันจึงตอบปากรับคำ แต่ว่าตอนนี้เห็นทีซุนอวี่ผู้นี้ไม่อาจเป็นคู่ครองที่ดีให้ไห่ถังได้ ฉะนั้นลูกจะไม่ยอมยกไห่ถังให้
แล้วเจ้าค่ะ!”
ซานอี๋เหนียงที่ได้ฟังก็รีบวิ่งเข้าไปจับชายเสื้อของเชวียหย่งเฉียงไว้แน่น พูดโน้มน้าว “ท่านพี่ เรื่องการแต่งงานนี้
ท่านเป็นคนกำหนด แล้วจะถือว่าไม่มีผลได้อย่างไรกัน หากไม่จัดงานแต่งขึ้นมาจะเป็นที่หัวเราะของผู้คนได้นะเจ้าคะ!”
เชวียหย่งเฉียงได้ฟังก็โบกไม้โบกมือไปทางเชวียหนิงหรานด้วยความรำคาญใจ พูดอย่างหนักแน่น “เอาล่ะ หราน
เอ๋อร์… เรื่องงานแต่งของไห่ถังนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เมื่องานวันเกิดของคุณปูั่เสร็จสิ้น ไห่ถังก็จะ
แต่งงานกับซุนอวี่ในทันที!”
สีหน้าของเชวียหนิงหรานซีดขาวไปทันทีพร้อมกับกำมือไว้แน่นทั้งสองข้าง นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเงย
หน้าขึ้นมองเหมือนเตรียมจะใช้วาจาโต้ตอบ ทว่าต้วนชิงหมิงเห็นสถานการณ์ตรงหน้าไม่ค่อยจะสู้ดี จึงรีบเดินไปด้านหน้า
เชวียหนิงหรานส่งสายตาให้พลางบีบมือเบาๆ แล้วกล่าวขึ้นอย่างมีเลศนัย “พี่สาวเชวียอย่าได้เป็นห่วงไป นี่เป็นเรื่องที่
ท่านลุงเชวียคัดสรรสิ่งที่ดีให้กับบุตรสาว มีหรือจะเอาสิ่งไม่มีหยิบยื่นให้กันเล่า?”
สีหน้าของเชวียหนิงหรานเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ต้วนชิงหมิงปรามอีกฝั่ายด้วยสายตาให้คล้อยตามไปก่อน ทว่า
ไม่เอื้อนเอ่ยคำใดต่อจากนั้น
ในตอนนี้จู่ๆ ฮูหยินเนี่ยก็ลุกยืนขึ้นมา นางกวักมือให้คนที่อยู่ด้านหลังเดินมา “ชิงซิน นำตัวไอ้บ้ากามที่ทำร้ายคุณ
หนูของข้าส่งให้ทางการจัดการ!”
สาวใช้ที่ดูแล้วอายุยังน้อย เดินออกมาจากด้านหลังของฮูหยินเนี่ย นางสวมชุดสีเขียวอ่อน แววตาเย็นชาและ
ท่าทางที่ดุดันของนางจ้องเขม็งไปที่ซุนอวี่ นางสืบเท้าเข้าไปจับซุนอวี่โดยเร็วไม่เปลืองแรงแม้แต่น้อย แล้วพาตัวเขาออก
ไปนอกจวน!
“เจ้าเป็นใครกันมาจับอวี่เอ๋อร์ของข้า?” ซานอี๋เหนียงตะโกนสุดเสียง
ชิงซินหันหลังกลับมามองซานอี๋เหนียงอย่างเรียบเฉย ด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกเสมือนหิมะนํ้าแข็งก็มิปาน ทว่าไม่
เปล่งวาจา นางจับตัวซุนอวี่ยกขึ้นมาเหมือนกับยกตะกร้าผักอย่างไรอย่างนั้น เดินผ่านผู้คนที่มุงดูอยู่อย่างมากมายเหมือน
ว่าข้างตัวนางไม่มีแม้แต่คนเดียว!
ซานอี๋เหนียงทรุดตัวลงคุกเข่าร้องห่มร้องไห้ พลางกอดแข้งกอดขาเชวียหย่งเฉียง ขอร้องอย่างเศร้าโศก “ท่านพี่
โปรดช่วยอวี่เอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ!”
เชวียหย่งเฉียงเห็นชิงซินยกเขาขึ้นมาได้อย่างสบาย พลันพูดโกรธๆ ขึ้น “บังอาจ! มีอย่างที่ไหนมาเอาคนในจวนเช
วียไป เห็นทีเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตแล้วกระมัง?”
เหมือนคำพูดของเขาไม่เข้าหูของชิงซินแม้แต่น้อย
เชวียหย่งเฉียงที่กำลังโกรธจนลมออกหูยกมือขึ้นชี้นิ้วไปที่หน้าชิงซิน “ใครก็ได้ ไปจับตัวของนางมาที่นี่!”
คนจำนวนไม่น้อยวิ่งเข้าไปหมายจะจับชิงซิน แต่นึกไม่ถึงฝีไม้ลายมือของนางสามารถเตะต่อยให้คนที่เข้ามาต่าง
ร้องโอดครวญ “โอ๊ย โอ๊ย!”
นางหาได้ฟังที่เชวียหย่งเฉียงพูดไม่ ยังคงจับซุนอวี่ไว้ไม่ปล่อย แล้วเดินออกจากจวนไปตามเดิม
ทางด้านเชวียหย่งเฉียงกำลังจะเอ่ยปากขึ้น แต่ด้านหลังของเขากลับมีเสียงที่โกรธจนมิอาจระงับไว้ได้ของฮูหยิน
เนี่ยพูดขึ้น “กล้าทำร้ายบุตรสาวภรรยาเอกของจวนเนี่ยเชียวหรือ คนอย่างเนี่ยหลิวซื่อจดจำฝังใจแล้ว เห็นทีเรื่องนี้จะ
ต้องทูลเชิญให้ฝั่าบาทช่วยตัดสินเสียแล้ว มิฉะนั้นจวนเนี่ยของข้าไม่ยอมเลิกราอย่างแน่นอน!”
ฮูหยินเนี่ยรักบุตรสาวดั่งแก้วตาดวงใจ นางโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเมื่อเชวียหย่งเฉียงพยายามปกปั้องคนของเขา
ฮูหยินเนี่ยปรายตามองเชวียหย่งเฉียงปราดหนึ่ง แล้วเข้าไปพยุงเนี่ยไฉ่เยวี่ย นำเสี่ยวจิ้งและบ่าวรับใช้ที่ติดตามออกไป
ทันที