การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 267 ต้วนอวี้หรานยโสโอ้อวด
ภายใต้แสงสะท้อนจากหิมะที่ขาวโพลน เผยให้เห็นท่าทีภูมิฐานและดูเฉลียวฉลาดไม่แพ้ลั่วสุ่ยของชายชุดดำมี
ท่าทางของเขาดูเด็ดเดี่ยว เหี้ยมโหด และเย็นชา
เขาคือ ‘ชางสุ่ย’ องครักษ์ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งแต่ยังเล็ก
ชางสุ่ยมีพรสวรรค์ด้านวิทยายุทธ์เป็นเลิศ มีฝีมือในการต่อสู้เหนือกว่าผู้ใด ทั้งมีประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่างๆ ได้เร็ว
กว่าผู้อื่น แต่ด้วยนิสัยและชาติกำเนิดที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขาเป็นองครักษ์ผู้สันโดษที่คอยรับคำสั่งตรงจากเหยียนหลิ่งอ
วี๋เท่านั้น และด้วยการที่ไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครได้พบเห็น เหยียนหลิ่งอวี๋จึงไม่เคยเอ่ยถึงการมีตัวตนอยู่ของเขา ตอนนี้
พูดแค่ประโยคเดียวก็สามารถเรียกชางสุ่ยให้มาปรากฏตัวได้ในทันที เห็นทีครั้งนี้องค์ชายสามจะโกรธแล้วจริงๆ
สิ่งที่ลั่วสุ่ยกลัวที่สุดคือ การที่องค์ชายสามโกรธ เขาทำได้เพียงก้มหน้าลงด้วยความเศร้าใจกับสิ่งที่เกิดโดยที่ไม่ได้
พูดอะไรออกมาสักคำเดียว ชางสุ่ยทำความเคารพเหยียนหลิ่งอวี๋จากด้านหลัง ไม่รอให้เหยียนหลิ่งอวี๋หันหลังกลับไปมอง
อีกพริบตาเดียวก็เข้ามายืนอยู่ตรงหน้าลั่วสุ่ยแล้ว
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ให้ท่านปูั่เชวียมาจากมือลั่วสุ่ย หลังจากนั้นก็มองลั่วสุ่ยด้วยแวว
ตาสงสารและหันหลังกลับไป… แต่ไหนแต่ไรองค์ชายสามไม่เคยสั่งอะไรเล่นๆ วันนี้ไม่มีแสงอาทิตย์สาดส่องมา แต่ลั่วสุ่ย
จะต้องยืนรอจนกว่าพระอาทิตย์จะอัสดงจนลับตาไป
คำพูดของลั่วสุ่ยในครั้งนี้นำมาซึ่งหายนะให้กับเขาโดยแท้!
เห็นทีคำพูดของเจ้านายจะเป็นดั่งคำราชสีห์ พูดคำไหนคำนั้น! ชางสุ่ยเหลือบตามองพร้อมกับยิ้มที่มุมปากไปทาง
ลั่วสุ่ย เขาหันหลังยกของขวัญด้วยสองมือและเดินตามเหยียนหลิ่งอวี๋ไป
เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มีองครักษ์ติดตามเดินจากไปแล้ว ลั่วสุ่ยรู้สึกเสียใจเป็นที่สุดกับสิ่งที่เขาได้พูดไป พลาง
ยกมือขึ้นตบปากของตนเองไปสองสามครั้ง… ใครใช้ให้เขาอวดฉลาดไปทายใจขององค์ชายกันนะ
การกระทำที่โง่เขลาของเขานั้น บัดนี้ได้ให้โทษแก่เขาแล้ว
……
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงกลับมาถึงจวนต้วน สิ่งที่นางพบหลังจากเดินผ่านประตูฉุยฮวาเข้ามากลับทำให้นางรู้สึก
ตกใจระคนแปลกใจ ด้วยใบหน้าที่อิดโรยของต้วนอวี้หราน แต่ยังคงแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างเรียบร้อยวันนี้นางดูเจียมเนื้อ
เจียมตัว สงบปากสงบคำมากกว่าปกติ ถึงอย่างไรสายตาที่มองมายังต้วนชิงหมิงก็ยังปกปิดความเกลียดชังไว้อย่างไม่มิด
ท่าทียึกยัก ประเดี๋ยวเดินประเดี๋ยวหยุดเดิน ประเดี๋ยวอ้าปากประเดี๋ยวเม้มปากของต้วนอวี้หราน ทำให้ต้วนชิงห
มิงคาดเดาไม่ได้ว่านางกำลังคิดสิ่งใด ทว่าในที่สุดนางก็หันหลังกลับมาทำความเคารพต้วนชิงหมิงอย่างขอไปที “พี่สาวก
ลับมาแล้วหรือ?”
ต้วนชิงหมิงเดิมทีไม่อยากจะแยแสต้วนอวี้หราน ทว่าเห็นนางเริ่มมาทักทายก่อน นางจึงหยุดฝีเท้าลง พูดเสียง
เรียบนิ่ง “อ่อ ที่แท้ก็น้องรองนี่เอง! เอ๊ะ ท่านพ่อเลิกกักบริเวณเจ้าแล้วหรือ? ผ่านมาเพียงไม่กี่วันก็ไปไหนมาไหนได้ตาม
อำเภอใจแล้ว?”
ความโกรธเกลียดในใจพลันปะทุขึ้นมาไม่สิ้นสุด แววตาของนางนั้นเผยประกายชั่วร้าย เพียงครู่เดียวก็ยิ้มออกมา
แทนที่ “พี่สาวก็พูดเล่นไป ถ้ามิใช่ท่านพ่อเลิกกักบริเวณ มีหรือที่น้องสาวคนนี้จะมายืนต่อหน้าพี่สาวได้?”
กล่าวจบก็เร่งสาวเท้าจากไป ไม่รอฟังต้วนชิงหมิงตอบกลับ ทว่าเดินไปได้เพียงสองก้าวก็ชะงักเท้าหยุดเดิน หัน
หลังกลับมายิ้มให้ต้วนชิงหมิง “อ่อ น้องสาวลืมบอกพี่สาวไปว่าท่านแม่ของน้องนั้นก็ถูกยกเลิกการกักบริเวณเช่นกัน ท่าน
พ่อเห็นว่าช่วงนี้ท่านแม่ลำบากจึงต้องบำรุงให้ดีเสียหน่อย!”
ต้วนอวี้หรานพูดไปก็ยิ้มเยาะไปยังต้วนชิงหมิงด้วยความสาแก่ใจ แค่เห็นสีหน้าก็รู้ทันทีว่านางกำลังแก้แค้น! ต้วนอ
วี้หรานพูดจบก็สะบัดหน้ากลับทันที เร่งเดินจากไปไม่ปรายตามองต้วนอวี้แม้แต่น้อย สีหน้าตกตะลึงของต้วนชิงหมิงยิ่ง
ทำให้นางได้ใจขึ้นไปอีกเป็นทวีคูณ อีกทั้งอี๋เหนียงพูดแล้วว่าความแค้นในครั้งนี้อย่างไรก็ต้องชำระที่ต้วนชิงหมิง ที่บังอาจ
กล้าดีมาตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกนางแม่ลูก!
พอหลิวหรงพูดถึงคำสัญญาที่มีให้ สายตาของต้วนเจิ้งก็ผ่อนคลายความโมโหลง ต้วนอวี้หรานจึงได้โอกาสเชิดหน้า
ชูตาได้สูงดังเดิม… อีกไม่นานเกินรอ ตำแหน่งลูกภรรยาเอกที่ต้วนชิงหมิงมีอยู่ จะต้องเป็นของนางทั้งหมด
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นด้วยความฉงนใจ เมื่อเห็นท่าทีโอหังพองโตของต้วนอวี้หราน… ไม่พบหน้าเพียงไม่กี่วัน ต้
วนอวี้หรานเรียนรู้ที่จะฉลาดขึ้นแล้ว……ก็ดีเหมือนกัน! เพราะนางไม่ได้วางแผนที่จะปล่อยให้ต้วนอวี้หรานลอยนวลอยู่
แล้ว ตอนนี้กลับรู้สึกดีเสียอีกที่นางฉลาดขึ้น ขอเพียงต้วนอวี้หรานเรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้น ถึงตอนนั้นจะได้รับรู้ถึง
รสชาติความทุกข์ทรมานแสนสาหัส จากการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างว่าจะเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนตายทั้งเป็นอย่างไร!
เหอะ เหอะ! แล้วหลิวหรงเล่า จะฉลาดขึ้นเหมือนกันไหม?
เช่นนั้นคงต้องลงไปเล่นเกมนี้เป็นเพื่อนหลิวหรงสักหน่อยแล้วกัน
ต้วนชิงหมิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม นางเลิกคิ้วขึ้น เบะปากพลางพยักหน้าหงึกหงัก สายตามองตามหลังต้วนอวี้หราน
ไปจนสุดทาง ‘ต้วนอวี้หรานเจ้าคงคิดว่า เจ้าอยู่เหนือกว่าคนอื่นในจวนกระมัง’
แววตาคล้ายหวนรำลึกต้วนชิงหมิงจำได้ว่าวันนี้ในชาติที่แล้ว ข่าวการตั้งครรภ์ของหลิวหรงไปถึงหูของต้วนเจิ้งที่
อยู่ถึงชายแดน ตอนนั้นที่จวนจัดงานรื่นเริงเฉลิมฉลอง อีกทั้งต้วนเจิ้งยังใช้ให้คนเอาหยกประจำตัวของเขามาให้มอบให้
หลิวหรง เพื่อจะได้ให้ความอบอุ่นไม่ให้มือและเท้าเย็นจนเกินไป
ชาติที่แล้วในเวลานี้นางยังร่วมยินดีกับหลิวหรงที่ตั้งครรภ์ โดยคิดไม่ถึงว่าแม่ลูกทั้งสามคนจะปลิดชีพของนางและ
ต้วนอวี้
แววตาของนางกลับแดงกํ่าขึ้นมาทันที นํ้าใสๆ เอ่อล้นเต็มสองตาจนต้องค่อยๆ หลับตาลง ถอนหายใจเข้าออก
อย่างเชื่องช้าอยู่หลายรอบ
ต้วนอวี้รู้สึกได้ถึงร่างกายที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัวของผู้เป็นพี่สาว รีบเข้าไปแตะมือนางอย่างแผ่วเบา พูดขึ้น “พี่สาว นาง
เดินไปแล้ว!”
อันที่จริงต้วนอวี้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดสาวน้อยอายุสิบปีผู้นี้ ถึงได้มีความจงเกลียดจงชังมากมายถึงเพียงนี้ หลายครั้ง
หลายคราที่เขาไปอยู่เล่นเป็นเพื่อนนาง ก็จะสัมผัสได้ถึงพลังของความเคียดแค้นชิงชังที่แผ่ซ่าน แม้นางจะพยายามเก็บ
ซ่อนไว้
เพียงแต่ต้วนอวี้ไม่รู้จะถามที่มาที่ไปของความเคียดแค้นนี้อย่างไร เขาเคยสืบเรื่องราวของต้วนชิงหมิงทั้งหมดจน
กระจ่าง เขาทราบเพียงเรื่องที่ท่านแม่เสียตั้งแต่นางยังเด็ก แม่นมใกล้ชิดถูกหลิวหรงซื้อตัว และต้วนชิงหมิงกับเขาที่ถูก
ลอบทำลายอีกหลายครั้ง ทว่าก็ยังมีชีวิตรอดอยู่จนถึงปัจจุบัน
ต้วนอวี้รู้เสมอว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับนางและเขาในจวนต้วนแห่งนี้ ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาจนชินชาไปแล้ว แต่
ทำไมต้วนชิงหมิงถึงมีความเคียดแค้นชิงชังได้มากมายถึงเพียงนี้?
หรือว่า เรื่องชั่วร้ายที่หลิวหรงทำลงไปจะไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรือ? เมื่อต้วนอวี้หันกลับมามองหลังจากครุ่นคิดอีกที
ก็พบว่าต้วนชิงหมิงเดินไปไกลแล้ว เห็นทีเขาจะต้องสืบและขุดคุ้ยความจริงให้ปรากฏออกมาให้ได้
ถึงแม้ว่าต้วนอวี้จะข้ามมิติกลับมา พร้อมด้วยความคิดความอ่าน ที่ลึกซึ้งของคนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แต่ว่าสิ่งที่
เขาไม่อาจนึกถึงได้ก็คือ ต้วนชิงหมิงที่อยู่ข้างกายเขาก็เป็นจิตวิญญาณที่เข้ามาในร่างสาวน้อย เหมือนที่เขาเข้ามาในร่าง
ของต้วนอวี้ สิ่งที่ต้วนชิงหมิงปรารถนามีเพียงสิ่งเดียวคือ ‘การแก้แค้น’ กับคนที่เคยวางแผนทำร้ายนางจนตาย ให้พวก
มันลงไปสู่นรกอเวจีให้หมด อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย!
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟั้าที่อึมครึม พลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย… ลูกในท้องของหลิวหรงได้ตายไปแล้ว
ก็ถือว่าชนะไปเรื่องหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือ?
ส่วนเรื่องที่หลิวหรงไม่ต้องถูกกักบริเวณแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกัน อย่างไรเสีย… หากสองแม่ลูกยังถูกกัก
บริเวณอยู่ แล้วนางจะมีข้ออ้างและเหตุผลใด ทำให้พวกมันต้องเจ็บปวดทรมานได้เล่า!