การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 268 จางอี๋เหนียงตั้งท้องแล้ว (1)
สิ่งที่หลิวหรงไม่รู้คือ คนเรานั้นยิ่งมีความละโมบและทำความชั่วช้ามากมายเพียงใด ก็จะยิ่งเข้าใกล้ความตายมาก
ขึ้นเท่านั้น
ต้วนชิงหมิงกุมมือไว้แน่น เงยหน้าเหม่อมองท้องฟั้าที่แสนอึมครึมสุดสายตา เห็นเพียงก้อนเมฆหนาทึบลอยสลับ
ทับกันไปมา ไร้ซึ่งแสงตะวันสาดส่อง
จู่ๆ ต้วนชิงหมิงก็ส่ายหน้า… ไม่ ไม่ได้ นางจะยอมให้หลิวหรงตายไม่ได้เด็ดขาด!
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงถูกหลิวหรงหลอก ทั้งยังโดนต้วนอวี้หรานใส่ร้ายจนถึงแก่ความตาย ดังนั้นในชาติภพนี้ต้
วนชิงหมิงจะต้องทำให้หลิวหรงมีชีวิตอยู่อย่างคนที่ตายทั้งเป็น ให้นางได้มีโอกาสรอดูจุดจบที่แสนอนาถของต้วนอวี้หราน
ผู้เป็นบุตรสาวที่นางรักดั่งหัวแก้วหัวแหวน
สายลมหนาวเหน็บ เสียดแทงกระดูกพัดกรูมาปะทะใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของต้วนชิงหมิงที่ยกยิ้มขึ้นอย่างชั่ว
ร้าย รอยยิ้มนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่สุมรวมอยู่ข้างในอกรอวันปะทุ… ต้วนอวี้หราน ชาติที่
แล้วเจ้าติดค้างข้าและชีวิตอันบริสุทธิ์ของลูกทั้งสองของข้า ในครานี้ข้าจะต้องให้เจ้าชดใช้อย่างสาสมอย่างที่ไม่มีวันให้
อภัยเจ้า!
สีหน้าของต้วนชิงหมิงเฉยเมย ทว่านัยน์ตากลับระอุไปด้วยไฟแห่งความเคียดแค้น ละม้ายนางยังตกอยู่ในภวังค์
ลืมสิ่งที่อยู่รอบกายจนหมดสิ้น นางเกือบลืมไปแล้วว่ามือของนางยังจับมือของต้วนอวี้ไว้อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังลืมว่านางไม่
ได้เป็นเพียงวิญญาณที่เต็มเปียมไปด้วยความแค้น แต่กลับเป็นสาวน้อยที่มีเลือดเนื้อชีวิตจิตใจและอายุเพียงสิบปีเท่านั้น!
ทั้งมือแขนและร่างกายของต้วนชิงหมิงกำลังสั่นเทิ้มจนไม่อาจควบคุมได้
ต้วนอวี้เม้มปากน้อยๆ รับรู้ถึงความร้อนในมือของพี่สาวที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ
มวลพฤกษาหลบเร้นใต้ความมืดมิด เห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ โคมไฟสองสามดวงเริ่มแผ่แสงเหลืองสลัวฉาบทางเดิน
สายลมเหน็บหนาวพัดชายเสื้อคลุมของต้วนชิงหมิงให้พลิ้วไหวไปมาตามแรงลม จนปอยผมที่เกล้าไว้สั่นไหวไปมา ทั้ง
สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดขาวในทันใด
นานครู่ใหญ่ที่ต้วนอวี้มองดูพี่สาวด้วยแววตาแห่งความสงสัย ไม่ว่าอย่างไร……เขาจะต้องทำให้ต้วนชิงหมิงกลับมา
มีนิสัยที่อบอุ่นดังเดิมให้จงได้ แม้เวลานี้เขาจะไม่สามารถเข้าไปข้างในใจของนางได้ แต่เขาจะไม่ยอมให้คนที่เขาห่วงใย
เกิดอะไรขึ้นเป็นอันขาด
เขาจะต้องปกปั้องพี่สาวของเขาให้จงได้
ต้วนอวี้เริ่มไม่อยู่นิ่งขยับมือยุกยิกไปมา จนต้วนชิงหมิงพลันได้สติขึ้นมา ว่าตอนนี้มือน้อยๆ ของน้องชายได้เย็น
เฉียบเหมือนนํ้าแข็งไปแล้ว
แววตาที่ต้วนอวี้มองนางอย่างงงงวย ทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกสงสารระคนเอ็นดูเขาขึ้นไปอีก นางนั่งยองจนสายตา
อยู่ระดับเดียวกับเด็กชาย แล้วกุมมือของต้วนอวี้ขึ้นมาจับไว้ให้ความอบอุ่น เอ่ยถามเสียงเบา “หนาวจนไม่ไหวแล้วใช่
ไหม?”
ต้วนอวี้ยิ้มน้อยๆ ออกมาพลางส่ายหน้าเล็กๆ รัวเร็ว “ไม่ ไม่หนาวเลย!”
นางใช้มือตบไปที่มืออันเย็นเฉียบของต้วนอวี้เบาๆ จากนั้นก็ยื่นโส่วหลูที่เยวี่ยเจียส่งมาให้กับต้วนอวี้แล้วฝืนยิ้ม
ออกมา “อวี๋เอ๋อร์มากอดโส่วหลูเอาไว้ มือจะได้ไม่เย็นจนเกินไป เช่นนั้นไปพักที่ห้องพี่ให้สบายตัวก่อนแล้วกัน”
“ได้ขอรับ…” เด็กน้อยยิ้มออกมา เขายิ้มไปพูดไปด้วยความเบิกบานใจ “ท่านพี่ ข้าอยากกินขนมกุ้ยฮวา[1]ที่พี่ชิว
หนิงทำพอดีเลย”
ขนมกุ้ยฮวาที่ชิวหนิงทำนั้นอร่อยกว่าแม่ครัวทำเสียอีก ต้วนอวี้เคยทานมาครั้งหนึ่งยังจำรสชาตินั้นได้ไม่เสื่อม
คลาย ทั้งยังรบเร้าให้ชิวหนิงทำให้เขากินอยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าชิวหนิงเป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของต้วนชิงหมิงและยังมีธุระ
มากมายที่ต้องจัดการ จึงทำให้เขาแทบจะไม่ได้มีโอกาสได้ทานขนมกุ้ยฮวาอีกเลย
ขนมกุ้ยฮวาถือเป็นขนมที่เด็กๆ ทุกคนต่างมีความทรงจำที่ดีกับขนมชนิดนี้ ต้วนชิงหมิงยังจำได้ว่าเยวี่ยเจียก็ชอบ
ทำขนมกุ้ยฮวาเป็นที่สุด เมื่อไรที่มีโอกาสนางก็จะหาโอกาสทำเสมอ
“เจ้าเด็กเห็นแก่กิน!” ต้วนชิงหมิงพูดไปพลางยกมือขึ้นบีบใบหน้ากลมเล็กของต้วนอวี้อย่างเบามือ
ในชีวิตตอนนี้ต้วนชิงหมิงก็เหลือต้วนอวี้เป็นน้องชายเพียงคนเดียว อย่างนั้นนางจะต้องให้ความรัก ความเอาใส่ใจ
และปกปั้องให้เขาเติบโตอย่างมีความสุข ไม่ต้องไปพบเจอเรื่องเลวร้ายอีก
ต้วนอวี้ไม่เข้าใจความหมายในแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยของต้วนชิงหมิง เขาจึงอยากจะทำทุกอย่างเพื่อ
ให้ต้วนชิงหมิงมีความสุข ถ้าความอ่อนโยนและไร้เดียงสาของเขาสามารถแลกกับความสุขในชีวิตของนางได้ เช่นนั้น เขา
ก็ไม่สนใจว่าจะต้องแสดงท่าทางไร้เดียงสาในร่างเด็กน้อยที่ชื่อต้วนอวี้
ความทรงจำและเรื่องราวที่ผ่านไปของผู้คนนั้นอาจจะเป็นความทรงจำแห่งความสุขของใครคนหนึ่ง ไม่ก็อาจจะ
เป็นฝันร้ายที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาของใครคนหนึ่งเช่นกัน แต่ต่อให้จะสุขหรือทุกข์นั้น เมื่อวันเวลาผ่านไปความรู้สึกที่มีต่อสิ่ง
นั้นก็จะค่อยๆ คลายจางลงไปจนมีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ สิ่งที่ต้วนอวี้ทำอยู่นี้ คือสร้างความทรงจำที่มีความสุขให้กับต้วน
ชิงหมิงเพื่อขจัดความทรงจำในเรื่องที่ไม่ดีให้มลายหายไป
แม้จะต้องใช้เวลานานยาวนาน ทว่าอย่างน้อยต้วนอวี้ก็สุขใจที่ได้ทำมัน
ทันใดนั้นต้วนอวี้เหมือนได้กลิ่นหอมอบอวลของขนมกุ้ยฮวาลอยมาเตะจมูก เขาพลันหัวเราะออกมา พร้อมกับ
แววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหากลิ่นนั้นมานานแสนนาน
เมื่อต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้เดินกลับมาที่เรือนก็พบเยวี่ยเจียชะเง้อมองซ้ายทีมองขวาที เยวี่ยเจียที่ยืนอยู่ด้านนอก
รอจนจมูกแดงกํ่าไปหมดด้วยความหนาวเย็น นางเห็นทั้งสองคนเดินมาก็ยิ้มอย่างเบิกบานใจ รีบโบกไม้โบกมือให้ต้วนชิง
หมิงกับต้วนอวี้แล้ววิ่งออกมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว “คุณหนู คุณชายใหญ่ พี่ชิวหนิงกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ!”
“เจ้าบ่าวตัวดี คุณหนูอยากกลับก็กลับมาเอง เจ้าจะเอะอะโวยวายไปทำไมกัน?”
หลังจากที่เยวี่ยเจียโดนชิวหนิงตำหนิและมองค้อนไปครั้งหนึ่ง นางก็รีบทำความเคารพต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้
“คารวะคุณหนู คารวะคุณชายใหญ่!”
เยวี่ยเจียถูกชิวหนิงค้อนควักไปให้หนึ่งที เพราะทำอะไรกระโตกกระตาก… แต่เยวี่ยเจียก็แอบแลบลิ้นใส่ชิวหนิง
พลันถอยออกไปแล้วปล่อยให้ชิวหนิงเดินเข้าห้องไปก่อน
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นแววตาที่เบิกโตของชิวหนิงกำลังมองเข้าไปในห้อง จึงถามอย่างเรียบนิ่งขึ้นประโยคหนึ่ง “เกิด
เรื่องอะไรขึ้น?”
สายตาของต้วนชิงหมิงมีพลังวิเศษบางอย่างที่สามารถทำให้คนสงบลงอย่างอัศจรรย์ใจ สีหน้าที่ว้าวุ่นของชิวหนิง
จึงได้สงบลงเป็นเหมือนปกติ
นางเดินกลับเข้ามาใกล้ต้วนชิงหมิง พูดกระซิบกระซาบว่า “คุณหนู… จางอี๋เหนียงมาเจ้าค่ะ!
เท้าที่กำลังจะก้าวเดินของต้วนชิงหมิงกลับหยุดชะงักลง อ้าปากถามอย่างฉงนใจว่า “นางมานานแค่ไหนแล้ว?”
ชิวหนิงนั้นเป็นคนที่ทำอะไรระมัดระวังตัว หากมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่เรือน ชิวหนิงจะสั่งให้เยวี่ยเจียออกไปรอรับ
คุณหนูด้านนอก สงสัยต้วนชิงหมิงไม่อยู่เรือนเพียงไม่กี่ชั่วยามจะต้องเกิดเรื่องขึ้นที่เรือนแล้วกระมัง
เมื่อชิวหนิงได้ยินที่ต้วนชิงหมิงถามขึ้นจึงคำนวณอยู่ในใจประเดี๋ยว ก่อนเอ่ยตอบว่า “ประมาณหนึ่งชั่วยามเห็นจะ
ได้เจ้าค่ะ!”
ระหว่างที่ตอบคุณหนูอยู่นั้น ชิวหนิงได้หันไปส่งสายตาให้กับเยวี่ยเจีย นางเข้าใจความหมายทันที พลางยิ้มหวาน
ให้เด็กน้อยแล้วย่องไปจับมือของต้วนอวี้ “คุณชายใหญ่ไม่มาตั้งนานแล้ว พวกบ่าวทุกคนต่างคิดถึงคุณชายใหญ่มาก
เจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้มองหน้ากลมมนของเยวี่ยเจียแล้วพูดเสียงเรียบขึ้น “ถ้าคิดถึงข้าละก็ ทำไมไม่เคยเห็นพวกเจ้าไปหาข้าบ้าง
เลยเล่า?”
เยวี่ยเจียได้แต่ทำตาปริบๆ ด้วยคิดไม่ถึงว่าต้วนอวี้จะย้อนถามนางกลับจนนางไปไม่ถูก ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
ในจวนต้วนแห่งนี้เป็นที่รู้กันว่ากฎระเบียบของต้วนชิงหมิงเคร่งครัดอย่างมาก หากไม่ได้อนุญาตจากคุณหนูหรือ
แม่นมหนิงย่อมไม่มีใครกล้าออกไปเดินเล่นตามอำเภอใจในจวนต้วน
เห็นสีหน้าจนปัญญาของเยวี่ยเจีย เขาจึงยิ้มออกมาน้อยๆ “ข้าก็แค่พูดเล่นเท่านั้น ทำไมกัน แค่นี้ก็ต้องตกใจด้วย
หรือ?”
ในใจของต้วนอวี้รู้สึกเป็นห่วงต้วนชิงหมิงขึ้นมาแล้ว… ทำไมพี่สาวถึงเลือกบ่าวรับใช้ที่ขี้ขลาดตาขาวแบบนี้มารับ
ใช้? บ่าวใช้เช่นนี้จะใช้ทำการใหญ่ได้อย่างไรกัน?
ทว่าสิ่งที่ต้วนอวี้ยังไม่ทราบก็คือ ต้วนชิงหมิงให้ความเอ็นดูและใส่ใจเขามาก ทำให้ในใจของบ่าวรับใช้ต่างยอมรับต้
วนอวี้เป็นเจ้านายอีกคนหนึ่งเช่นกัน
เจ้านายก็คือเทพเจ้า ส่วนพวกนางก็เป็นคนคอยรับใช้เทพเจ้าอีกที
อีกทั้งสิ่งที่พวกนางได้รับการอบรมสั่งสอนมาคือการเคารพและเทิดทูนเจ้านาย ฉะนั้นเมื่อต้วนอวี้ถามอย่างสงสัย
ขึ้น เยวี่ยเจียจึงไม่รู้จะตอบไปอย่างไรดี!
……
[1] ขนมกุ้ยฮวา ทำมาจากแปั้งหมี่ขาวและนํ้าตาล ทรงสี่เหลี่ยมหรือกลม ลักษณะสีขาวคล้ายขนมโก๋