การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 280 ความกังวลที่ถูกเก็บซ่อน
บุตรชายบุตรสาวของภรรยาเอกนั้นตั้งแต่ถือกำเนิดออกมาก็มีความสูงศักดิ์ติดตัวออกมาตั้งแต่กำเนิด ทั้งยังถือว่า
เป็นชนชั้นสูงของตระกูลที่จะได้รับการอบรมดูแล ให้เป็นที่ปรารถนาหมายปองและน่าอิจฉาของผู้พบเห็น แต่ว่าไม่เคยมี
ผู้ใดล่วงรู้ว่านี่เป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอกที่ทำให้ดูดีก็เท่านั้น……ในความเป็นจริงแล้วบุตรชายบุตรสาวของภรรยาเอก
เมื่อเกิดออกมาก็จะถูกอี๋เหนียงและลูกของอนุรังเกียจรังงอน อีกทั้งยังต้องแก่งแย่งชิงดีให้ได้มาซึ่งความรัก จะมีใครบ้างที่
รับรู้ถึงหัวอกความเศร้าใจที่ไร้ซึ่งหนทางแก้ไขเหล่านี้ได้บ้าง
เชวียหนิงหรานในชาตินี้ ช่างเหมือนกับต้วนชิงหมิงในชาติที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน ด้วยฐานะที่บุตรสาวลูกภรรยาเอก
เป็นที่นับหน้าถือตา แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความลำบากไม่คล่องตัวต่างๆ นานา อยู่ไม่น้อยเช่นกัน
สรุปแล้วฐานะบุตรสาวลูกภรรยาเอกคงเปรียบได้กับดอกบุปผาที่ถูกแต่งแต้มหรือวาดเขียนตามแต่ที่ผู้ใหญ่
ต้องการ จนบางครั้งได้กลบความเป็นตัวเองของพวกนางลงไปจนจำตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ก็มี สิ่งนี้เองทำให้เชวียหนิงหราน
เกิดความรู้สึกโศกเศร้าและจนปัญญาที่มิอาจขัดขืนได้
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไรก็สุดที่จะรู้ เชวียหนิงหรานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง เจ้าว่า
ชีวิตของข้าในวันข้างหน้าจะเป็นเหมือนกับท่านแม่ในตอนนี้หรือไม่?”
นางจึงครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบเสียงเรียบ “อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้……”
ไม่มีผู้ใดที่สามารถเลือกชาติกำเนิดของตัวเองได้ และผู้หญิงน้อยคนเช่นกันที่สามารถเลือกทางเดินของชีวิตตัวเอง
ได้ ดังนั้นชีวิตของคนเรานั้นช่างน่าสับสน เคว้งคว้าง และหาคำตอบไม่ได้ด้วยเหตุผลนี้… ส่วนต้วนชิงหมิงที่เคยใช้ชีวิตมา
ในชาติที่แล้วก็ตัดสินใจอย่างไม่เปลี่ยนแปลงแล้วว่า หากวันข้างหน้าได้พบกับชายหลายใจอย่างไปั๋หย่วนฮ่าว นางยอมที่
จะอยู่ครองโสดเดียวดายเสียดีกว่า
เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่ถึงเวลาที่นางจะต้องเสียเวลามานั่งครุ่นคิด
ตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงกลับชาติมาเกิดใหม่ ความคิดทั้งหมดต่างทุ่มเทให้กับการแก้เเค้นหลิวอี๋เหนียง ต้วนอวี้หราน
และไปั๋หย่วนฮ่าว อีกทั้งนางยังต้องดูแลปกปั้องคนรอบตัวที่รักและดีกับนาง
เดิมทีนางคิดว่าขอเพียงให้หลิวหรงและต้วนอวี้หรานทรมานเหมือนตายทั้งเป็น ก็จะช่วยปลดพันธนาการแห่ง
ความแค้นให้กับวิญญาณบุตรชายบุตรสาวในชาติที่แล้วของนางได้ และตัวนางเองก็จะได้ปล่อยวางความเคียดแค้นนี้ได้
ลง
เพียงแต่วันเวลาที่ผันผ่าน นางกลับค่อยๆ พบว่าความรักและมิตรภาพต่างหาก ที่ยากจะตัดขาดได้มากกว่าความ
เคียดแค้น……สำหรับความสะใจที่จะได้แก้แค้นหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานนั้น เทียบไม่กับการที่ต้วนชิงหมิงจะได้มีโอกาส
มองดูต้วนอวี้มีความสุขในแต่ละวัน ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเขา ได้วางแผนในอนาคตที่ดี……นางไม่อาจประมาทที่จะให้
โอกาสคนพวกนั้นมาทำลายชีวิตของน้องชายเพียงคนเดียวของนางในชาตินี้ได้อีก
สำหรับต้วนอวี้นั้น ต้วนชิงหมิงยังมีความรู้สึกผิดต่อเขาอยู่ในใจ
ในชาติที่แล้ว เนื่องจากความโง่เขลาเบาปัญญาและเชื่อใจคนอื่นมากเกินไป ทำให้ชีวิตของต้วนอวี้จบไม่สวย มาใน
ชาตินี้ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา นางไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้เลยแม้สักครั้งเดียว ฉะนั้นนางตัดสินใจแล้วว่าการได้กลับ
มาเกิดใหม่ในครั้งนี้ นางต้องเป็นคนกุมชะตาชีวิตด้วยมือของตัวเอง อีกทั้งต้องช่วยปูทางวางแผนในอนาคตที่สดใสและมี
ความสุขให้กับต้วนอวี้!
ต้วนชิงหมิงนั้นทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจทั้งหมด เพื่อการศึกษาและอนาคตของต้วนอวี้ในจวนต้วนแห่งนี้ไว้แล้ว จน
ลืมที่จะวางแผนชีวิตในวันข้างหน้าของนางว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน!
ในขณะที่ต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิงหรานต่างคิดถึงกาลข้างหน้าด้วยความสับสนวุ่นวาย พวกนางทั้งสองคนหารู้ไม่
ว่ามีผู้ชายที่แอบหมายปองพวกนางไว้ และสาบานว่าจะรักพวกนางเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิตแอบมองอยู่!
ชาตินี้ ภพนี้ ครองคู่เพียงเราสอง!
ท้องฟั้าข้างนอกใกล้จะมืดลงแล้ว ชิวหนิงที่อยู่ด้านนอกห้องจึงผลักประตูเดินเข้ามาเรียกต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิง
หรานไปทานอาหารเย็น ต้วนชิงหมิงดึงมือเชวียหนิงหรานลงมาจากเตียงเพื่อเดินออกไปข้างนอก “พี่เชวีย วันนี้เหนื่อย
มาทั้งวันแล้ว อย่างไรก็อยู่ทานอาหารเย็นที่นี่ก่อน ข้าถึงจะปล่อยพี่เชวียกลับจวนได้”
เชวียหนิงหรานเดินตามต้วนชิงหมิงไปที่โต๊ะอาหารอย่างเนือยๆ เอ่ยถามขึ้น “แล้ว……เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ล่ะ ได้ยินมา
ว่าครั้งที่แล้วนางบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าตอนนี้ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
อีกฝั่ายตอบยิ้มๆ กล่าวอย่างระอา “ใกล้จะหายดีแล้ว บ่าวคนนี้บ่นเบื่อไม่มีอะไรทำ พอดีขึ้นหน่อยก็ออกมาเดิน
ไปทั่วจนเมื่อวานก็ล้มลงไปที่พื้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไรกัน!”
ชิวหนิงที่ได้ยินก็แอบหัวเราะคิกคักออกมา “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เป็นห่วงคุณหนู กลัวพวกบ่าวปรนนิบัติไม่ดี อยากจะ
ลงจากเตียงมาช่วยเต็มแก่แล้วเจ้าค่ะ!” `
ระหว่างที่ฟังต้วนชิงหมิงกับบ่าวรับใช้พูดไป เชวียหนิงหรานก็ได้ล้างไม้ล้างมือ จากนั้นก็รับผ้าเช็ดมือจากเยวี่ย
เจียมาแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “ชิงหมิงช่างโชคดีเหลือเกิน ที่อบรมบ่าวรับใช้ได้ดีเช่นนี้ บ่าวแต่ละคนซื่อสัตย์และภักดี ส่วนพี่คง
ไม่มีความสามารถแบบนี้…”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าปฏิเสธ “พี่เชวียพูดเช่นนี้ไห่ถังก็เสียใจแย่เลย นางยอมที่จะไม่แต่งงานกับชายในฝัน แต่เลือก
ที่จะอยู่กับพี่เชวียเลยนะ!”
พูดไปพลางทำท่าชะเง้อคอมองไปที่ด้านหลังเชวียหนิงหราน “ทำไมวันนี้ไม่เห็นไห่ถังละ? วันนี้นางไม่ได้ติดตามพี่
เชวียมาหรือ?”
เชวียหนิงหรานส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น “ไห่ถังเป็นสาวใช้ที่ละเอียดรอบคอบ พี่อยากให้นางช่วยงานที่จวนน่ะ!”
ผ่านไปสักครู่หนึ่ง เชวียหนิงหรานก็เอ่ยขึ้นอย่างซาบซึ้งใจ “อย่างไรเสียต้องขอบคุณเจ้ามาก ที่ทำให้เรื่องของซุนอ
วี่ในครั้งก่อนไปถึงหูของท่านย่าได้ ในตอนนี้ไห่ถังมักจะถูกท่านย่าเรียกตัวไปอบรมสั่งสอนอยู่บ่อยครั้ง จนช่วงนี้พี่รู้สึกว่า
ไห่ถังโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่น้อยเลย!”
ต้วนชิงหมิงรู้ถึงความหมายที่คุณย่าเชวียกระทำเช่นนี้ เพราะต้องการรักษาชื่อเสียงบุตรสาวลูกภรรยาเอกจวนเช
วียเอาไว้ อีกอย่างเพื่อจะได้อบรมให้ไห่ถังเป็นบ่าวข้างกายที่ต้องดูแลปกปั้องคุณหนูเชวียให้ดีที่สุด
แต่หลังจากเรื่องที่จวนเชวียเกิดเรื่องกลับตาลปัตรขึ้นมากมาย……ซานอี๋เหนียงที่เคยโปรดปรานได้รับบาดเจ็บที่
ใบหน้าจนไม่ได้รับความรักอีกเลย และสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่านั้นก็คือ เชวียหย่งเฉียงจู่ๆ ก็กลับมารักใคร่กับฮูหยินเชวีย
เหมือนในวันวาน
สรุปแล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านไปแล้ว เชวียหนิงหรานมีฮูหยินเชวียที่ยังเป็นโล่กำบังที่มิมีผู้ใดหน้าไหนในจวนกล้ากลั่น
แกล้งได้อีกแล้ว ส่วนบุญคุณของต้วนชิงหมิงนั้นเชวียหนิงหรานและไห่ถังต่างจดจำได้ขึ้นใจ
เชวียหนิงหรานหยุดเว้นจังหวะ ทำหน้าหนักอกหนักใจพลางถอนหายใจยาวอีกครั้ง “มีแต่ไฉ่เยวี่ยนี่สิ… แม้จะมี
คนมาบอกว่านางไม่เป็นอะไรแล้ว……ฮูหยินเนี่ยก็ยกโทษในสิ่งที่นางทำไปแล้ว ทว่าในใจของพี่ก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่เลย!”
อีกฝั่ายกล่าวกลั้วหัวเราะ “พี่เนี่ยหรือ ข้าไปเยี่ยมมาแล้ว ตอนนี้พี่เนี่ยหายดีเป็นปกติ และได้ขอโทษฮูหยินเนี่ย
เรียบร้อยแล้ว แม้ฮูหยินเนี่ยจะรู้สึกว่าพวกเราบุ่มบ่ามไปหน่อย แต่เมื่อเห็นพี่เนี่ยมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพวกเรามาก
ขึ้นกลับดีใจแทน!”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! เดี๋ยววันอื่นพวกเราค่อยนัดไฉ่เยวี่ยไปทานอาหารด้วยกัน เรื่องครั้งที่แล้วจวนเชวียติดค้างนาง
ไว้!” เชวียหนิงหรานกล่าวกลั้วหัวเราะ
เด็กสาวทั้งสองพูดคุยกันไป หัวเราะกันไปอย่างมีความสุข ทางด้านเยวี่ยเจียกับชิวหนิงก็ช่วยกันยกอาหารมาไว้
บนโต๊ะ ต่างคีบอาหารให้กันอย่างเบิกบานใจ
หลังจากทานอาหารเย็นเรียบร้อย ต้วนชิงหมิงก็เตรียมตัวเดินออกไปส่งเชวียหนิงหราน……ทว่า ภายในห้องของ
นางกลับมีคนคนหนึ่งนั่งมองทุกการกระทำของพวกนาง อยู่บนคานตลอดไม่ขยับเขยื้อน
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่นั่งอยู่บนคาน มองต้วนชิงหมิงที่คอยนึกถึงแต่คนอื่นมาก่อนตัวนางเสมอ ยิ่งเกิดความรู้สึกเอ็นดู
อย่างบอกไม่ถูก… เด็กสาวคนนี้เป็นคนที่ซ่อนกรงเล็บที่แหลมคมเอาไว้ ถ้าเกิดไม่พอใจก็จะง้างกรงเล็บนั้นออกไปข่วนจน
อีกฝั่ายต้องยอมถอยไป สำหรับเขาแล้วนี่ไม่ได้เรียกว่าการโจมตี แต่เรียกว่าความสามารถต่างหาก……แต่ต่อให้จะเอาคืน
ใครก็ตาม ในใจของนางกลับมิได้มีความสุขแม้แต่น้อย
นิสัยแบบนี้ของต้วนชิงหมิงทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกเอ็นดู อีกทั้งทำให้เขารู้ว่ามีหน้าที่ที่จะต้องปกปั้องดูแลหญิง
สาวที่ภายนอกดูหยิ่งยโส แต่ภายในใจของนางนั้นกลับบอบบางเหลือเกิน
เพียงแต่ว่าเขาก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่าหน้าที่และภารกิจเช่นนี้เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋เห็นทั้งสองออกไปส่งกันที่ด้านนอกจึงแอบกระโดดออกไปทางหน้าต่าง
ทว่าก่อนที่เหยียนหลิ่งอวี๋จะกระโดดออกไป ได้หันกลับไปมองต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานอีกครั้ง ก็ต้องพบ
กับสิ่งที่ทำให้เขาถึงกับตกใจไปชั่วขณะ!