การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 282 ใครสำคัญกว่ากัน?
เหยียนหลิ่งอวี๋ชะงักนิ่งอยู่นาน ละม้ายคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ ไม่นานก็เอ่ยถามขึ้น “เจ้ามีคนที่ชอบอยู่
แล้วใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้ที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋ถามขึ้น “องค์ชายรู้ได้
อย่างไร?”
แววตาที่ระมัดระวังปั้องกันตัวเช่นนี้ของต้วนอวี้ไม่เหมือนกับเด็กน้อยที่มีอายุเพียงหกเจ็ดปีแม้แต่น้อย… เหยียน
หลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้น อมยิ้มเอ่ยตอบ “ก็ดูจากแววตาของเจ้าอย่างไรเล่า!”
มีเพียงแต่การแอบชอบผู้หญิงเท่านั้น ถึงจะทำให้ผู้ชายมีแววตาอ่อนโยนและหวานเยิ้มเช่นนี้ ฉะนั้นทันทีที่เขาได้
เห็นแววตาของต้วนอวี้ก็สามารถอ่านใจได้ว่าอีกฝั่ายจะต้องมีคนแอบซ่อนอยู่ในหัวใจอย่างแน่นอน!
ท่าทีตอบกลับที่รวดเร็วไม่ทันคิดของต้วนอวี้ ทำให้สีหน้าที่แดงระเรื่อของเขากลับกลายเป็นซีดขาวแทน เขาก้ม
หน้าก้มตาบิดชายเสื้อไปมาแล้วพูดอย่างเสียดายว่า “ช่างน่าเสียดาย คนที่ข้าชอบนั้น คิดว่าข้าอายุน้อยเกินไป ต่อให้ข้า
จะพูดอย่างไร นางก็คงไม่ได้เอามาใส่ใจ เพราะคิดว่าข้าพูดหยอกเล่นเพียงเท่านั้น!”
ต้วนอวี้พูดเล่นเสียที่ไหนกัน! แม้เขาจะอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย แต่ภายในกลับมีจิตใจของผู้ใหญ่ แต่ว่าเชวีย
หนิงหรานก็ยังคิดเสมอว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง อีกอย่างต่อให้จะเป็นอายุที่ห่างกัน เขาก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
เพราะต้วนอวี้เชื่อมั่นว่าหากรักใครคนหนึ่งเข้าจริงแล้วก็อยากจะใช้ชีวิตร่วมอยู่กับคนนั้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ฐานะ
อายุหรือสิ่งใด แต่กลับเป็นคนสองคนที่ยินยอมพร้อมใจที่จะรักษาความรักนี้ให้ยืนยาวตลอดไปต่างหาก!
เรื่องนี้ต้วนอวี้ได้ตัดสินใจลงไปนานแล้ว ที่เหลือก็ต้องดูเชวียหนิงหรานมีความคิดอย่างไรก็เท่านั้นเอง
แต่น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ ต้วนอวี้ยังไม่กล้าฟันธงว่าผู้หญิงในดวงใจมีเขาอยู่ในห้องหัวใจบ้างหรือเปล่า
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะออกมาเสียงดังโดยยืนพิงขอบประตู เพื่อมองดูต้วนอวี้ที่มีสายตาผิดหวัง พูดขึ้น “อย่างนั้น
เจ้าก็จะต้องพิสูจน์ให้นางเห็นว่าสิ่งที่เจ้าพูดไปนั้นไม่ได้ล้อเล่น!”
ฮ่า ฮ่า! เรื่องอายุนั้นไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
พอต้วนอวี้ได้ยินก็เบะปากแล้วพูดด้วยความรำคาญและโมโห “จะพิสูจน์อย่างไรล่ะ? หรือว่าองค์ชายมียาวิเศษที่
กินแล้วจะโตเป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน?”
แม้ในยุคสมัยนี้ชายอายุน้อยจะชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่าดูจะเป็นเรื่องที่ผิดแปลก แต่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเรื่องนี้
กลายเป็นเรื่องที่ธรรมดาสามัญเป็นอย่างมาก
ในที่สุดเหยียนหลิ่งอวี๋ก็มิอาจกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้อีก เขาหัวเราะลั่นจนนํ้าหูนํ้าตาไหลออกมา ทว่าเมื่อหันกลับไป
มองอีกทีก็พบว่าเด็กน้อยกำลังจ้องเขาหน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจ จึงกลั้นหัวเราะและโบกมือไปมาให้กับต้วนอวี้
“ยาวิเศษที่จะให้เจ้ากลายเป็นผู้ใหญ่ข้ามคืนอย่างนั้นไม่มีหรอก แต่การที่จะพิสูจน์ตัวเองนั้นมีมากมายหลากหลายวิธี
ทำไมจะต้องเลือกวิธีเป็นผู้ใหญ่ด้วยวิธีนี้ด้วยเล่า? หรือว่าเจ้าจะคิดว่าอายุที่ห่างกันเป็นปัญหา?”
เด็กชายปัดมือไปมาด้วยความรู้สึกโมโห “อายุไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน เพียงแต่ข้าคิดว่านางอาจจะคิดว่าเป็น
ปัญหาและทำให้ตัดสินใจผิดพลาดไปได้!”
เขาย่อมกลัวว่าจะพลาดโอกาสทองที่จะได้เป็นสามีของเชวียหนิงหราน
เหยียนหลิ่งอวี๋อมยิ้มพลางยื่นมือออกมาข้างหนึ่งลูบไปที่หัวของต้วนอวี้ พูดขึ้น “ลองให้ข้าทายไหมว่าเจ้าถูกใจ
หญิงใด?”
ต้วนอวี้มองค้อนขวับไปที่อีกฝั่ายหนึ่งที “ถ้าองค์ชายไม่กลัวเหนื่อยเสียก่อน ก็ทายไปจนกว่าจะพอใจก็แล้วกัน”
จากนั้นต้วนอวี้ก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หินโดยไม่สนใจองค์ชายสามที่หน้าไร้ยางผู้อื่นอีก
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงยิ้มและเอ่ยขึ้น “ปกติเจ้าออกจากเรือนไม่บ่อย ดังนั้นย่อมเจอผู้คนไม่มาก ยิ่งไปกว่านั้นก็แทบจะ
ไม่ได้เจอผู้หญิง เวลาเจ้าออกไปไหนต่อไหนก็มักจะไปกับพี่สาว จึงทำให้มีความชอบในบางสิ่งที่คล้ายกัน อีกอย่างเจ้าพูด
ชอบอีกฝั่ายอย่างให้เกียรติ และกลัวว่าชายอื่นจะไม่ดีต่อนาง ดังนั้นข้าจึงขอตัดสินว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นหญิงธรรมดา
ทั่วไป แต่มีฐานะที่ค่อนข้างสูงศักดิ์ ใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้มองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เขาวิเคราะห์ออกมา! น่าเสียดายต่อให้เหยียนหลิ่งอวี๋จะ
วิเคราะห์ได้ดีเพียงใด เขาก็ไม่มีทางที่จะบอกกับเหยียนหลิ่งอวี๋ว่าหญิงในดวงใจของเขาคือเชวียหนิงหรานอย่างแน่นอน!
หากเหยียนหลิ่งอวี๋เกิดทายถูกขึ้นมา เขาก็จะเปลี่ยนเรื่องพูดในทันที
เด็กหนุ่มหยุดพูดลงไปชั่วครู่ ก่อนจะอมยิ้มและพูดขึ้น “ดังนั้นข้าขอทายว่า คนที่เจ้าชอบนั้นจะต้องเป็นเพื่อนของ
พี่สาวคนใดคนหนึ่ง อีกทั้งยังมีความสนิทสนมกันมากด้วย ข้าพูดถูกหรือไม่?”
พอเหยียนหลิ่งอวี๋เห็นต้วนอวี้นั่งเกร็งไม่พูดไม่จา เขาจึงได้พูดยิ้มๆ ต่อไป “เพื่อนพี่สาวของเจ้าก็ไม่ได้มีมากนัก
นอกจากเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็คือเชวียหนิงหราน เนี่ยไฉ่เยวี่ยปั่วยกระเสาะกระแสะ นิสัยอ่อนไหวง่ายเกินไปจึงไม่มีทางดึงดูด
ความสนใจของเจ้าได้ ฉะนั้นคนที่เจ้าชอบก็คือคุณหนูบุตรสาวภรรยาเอกจวนเชวียที่ชื่อ ‘เชวียหนิงหราน’ ใช่หรือไม่
เล่า?”
“องค์ชายทายถูกได้อย่างไร?” ต้วนอวี้ตกใจสะดุ้งโหยง
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ต้วนอวี้พูดปฏิเสธอย่างกระฟัดกระเฟียด “เชอะ… องค์ชายทายถูกก็ไม่ได้ถือว่าเก่ง เพราะข้าเคยพูดเรื่องนี้ต่อ
หน้าท่านพี่ชิงหมิงแล้วว่า จะต้องแต่งกับเชวียหนิงหรานให้ได้ ดังนั้นพี่สาวต้องเคยเล่าเรื่องนี้ให้องค์ชายฟังมาก่อนใช่หรือ
ไม่?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับมองไปที่ต้วนอวี้อย่างจริงจัง “พี่สาวของเจ้าไม่ได้เล่าให้ข้าฟังสักหน่อย!”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็สบถออกมา “เหอะ” แล้วเอ่ยต่ออีกประโยค “องค์ชายอย่ามาหลอกข้าหน่อยเลย องค์ชายบาด
เจ็บรักษาตัวอยู่ในห้องของพี่สาวอยู่หลายต่อหลายวันมิใช่หรือ? เกรงว่าวันนี้เพิ่งออกไป และก็แอบกลับเข้ามาใช่หรือ
ไม่?”
ต้วนอวี้พูดเสียเหยียนหลิ่งอวี๋หน้าแดงร้อนผ่าว แต่ว่าเขาก็ส่ายหน้าช้าๆ พูดขึ้น “ข้าสังเกตเห็นตอนที่เจ้าช่วยเชวีย
หนิงหรานระบายความโกรธ กับซานอี๋เหนียงต่างหากล่ะ!”
“องค์ชายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?” เด็กชายย้อนถามอย่างปั้องกันตัว
เหยียนหลิ่งอวี๋มองต้วนอวี้จากนั้นก็เลือกจะตอบไม่ตรงคำถาม “เจ้าไม่ต้องมาถามข้าหรอกว่ารู้มาได้อย่างไร เอา
เป็นว่าข้ารู้มาแล้วกัน เป็นเพราะเจ้าสั่งให้คนไปทายาผงเอาไว้ใต้ต้นสน จนทำให้แผลของซานอี๋เหนียงพุพองจนไม่อาจ
สมานได้ดังเดิม ใช่หรือไม่เล่า?”
ต้วนอวี้จู่ๆ ก็เงียบลงไม่พูดไม่จา
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างที่เขาทำลงไปนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ล่วงรู้ที่มาที่ไปทุกอย่างอย่างแจ่มแจ้ง จนต้วนอวี้มี
ความรู้สึกว่าเขาประเมินค่าเหยียนหลิ่งอวี๋รูปงามที่มักจะแอบยิ้มผู้นี้ตํ่าเกินไป
ไม่นานนักเหยียนหลิ่งอวี๋ได้พูดเสริมขึ้นมาอีกครั้งว่า “อันที่จริง ข้าก็แปลกใจอย่างมากที่เจ้ายอมออกหน้าเล่นงาน
คนอื่นเพื่อช่วยเชวียหนิงหราน แต่ในจวนต้วนแห่งนี้ หลิวหรงจอมร้ายกาจทำร้ายเจ้ากับพี่สาวอยู่ไม่น้อย แต่ทำไมไม่เคย
เห็นเจ้าออกหน้าจัดการนางบ้าง… หรือว่าในใจของเจ้านั้นเชวียหนิงหรานสำคัญมากกว่าต้วนชิงหมิงหรือ?”
ต้วนอวี้นิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
แม้เรื่องนี้เขาไม่อยากเล่าให้คนนอกฟัง แต่ต่อหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาก็มิอาจปิดบังได้… ต้วนอวี้จึงพูดเสียงเรียบว่า
“พี่สาวของข้ากับเชวียหนิงหรานไม่เหมือนกัน เชวียหนิงหรานนั้นเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์ ต่อให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะ
ไม่ต่อว่าและต่อกรอีกฝั่าย ทำได้เพียงยอมกลํ้ากลืนฝืนทน ดังนั้นนางจึงไม่มีทางที่จะรับมือกับอีกฝั่ายได้อย่างแน่นอน ข้า
จึงต้องออกโรงเข้าช่วย ส่วนพี่สาวของข้านั้น…”
ต้วนอวี้จงใจหยุดเว้นจังหวะแล้วมองยิ้มหยันไปทางเหยียนหลิ่งอวี๋ “หรือว่าในสายตาขององค์ชายนั้น พี่สาวของ
ข้าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้? ทุกเรื่องทุกอย่างจะต้องให้คนอื่นมาคอยช่วยเหมือนคนอ่อนแอ? ข้าว่าพี่สาวของข้าไม่ถึงขั้นนั้น
กระมัง!”
หน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งชาทั้งแดงขึ้นมาอีกครั้ง
ต้วนชิงหมิงเป็นคนอ่อนแอหรือไม่นั้น ไม่มีผู้ใดรู้ดีไปกว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ได้……พูดได้ว่าตั้งแต่แรกพบนางจนถึงบัดนี้
แม้ต้วนชิงหมิงจะดูอ่อนแอ แต่ที่จริงแล้วนางแข็งแกร่งห้าวหาญเกินใคร อีกทั้งการวางแผนเล่นงานคืนของนาง แม้แต่เขา
ก็มักจะคาดไม่ถึงอยู่บ่อยครั้ง!