การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 284 ภาพปัก “หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู”
ตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงเข้ามาดูแลจัดการจวนต้วน ผู้เป็นบิดาก็ได้ฝึกฝนนางให้รับช่วงต่อดูแลกิจการที่เป็นของติงโหร
ว นั่นก็คือร้านเย็บปักหยาจื้อ
เมื่อวานตอนเย็นที่ร้านเย็บปักหยาจื้อ ผู้ดูแลติงได้ให้คนมาตามต้วนชิงหมิงไปที่ร้าน เพราะเจอปัญหาที่ไม่สามารถ
แก้ไขได้
เด็กสาวรีบรุดไปที่ร้านเพื่อดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ ร้านเย็บปักหยาจื้อนี้ นับได้ว่าเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมายาวนาน
มีการซื้อขายที่คงที่เสมอต้นเสมอปลาย ทว่าเมื่อช่วงต้นเดือนของเดือนสิบสอง ผู้ดูแลติงได้ส่งสมุดบัญชีไปให้ต้วนชิงหมิง
นางกวาดตามองผ่านๆ ก็รู้ว่ายังได้กำไรอยู่ แต่คิดไม่ถึงว่าช่วงไม่กี่วันมานี้กลับเกิดเรื่องขึ้นที่ร้าน
ร้านเย็บปักหยาจื้อนี้แบ่งออกเป็นส่วนที่อยู่ในร้านกับด้านนอกร้าน นอกร้านนั้นจะจัดวางด้ายหลากหลายสี ภาพ
ผลงานที่ปักอย่างสวยงามและของกระจุกกระจิกที่ปักเป็นรูปต่างๆ ส่วนภายในร้านก็มีบรรดาช่างสาวที่คอยบรรจงปักผ้า
ทีละเข็มทีละเข็ม มีคนคอยเรียกลูกค้าเข้าร้าน และมีคนไปรับงานถึงที่เรือนลูกค้ากลับมาทำตามความต้องการของลูกค้า
ที่ถนนตงต้าเจียร้านเย็บปักถักร้อยมีไม่มากนัก แต่บรรดาช่างสาวในร้านเย็บปักหยาจื้อต่างมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา
ภาพที่สั่งให้ปักเป็นลวดลายต่างๆ ก็มักจะได้รับคำชื่นชมจากลูกค้าอยู่เสมอ อีกทั้งผู้ดูแลติงก็เป็นคนที่มีไหวพริบแก้ไข
สถานการณ์ได้ดี และสายตาเฉียบแหลมไม่น้อยจึงมีชื่อเสียงที่ดีในสายตาของลูกค้าทั้งหลาย ฉะนั้นในปีนี้ ร้านที่มีผู้ดูแล
ติงคอยดูแลจึงมียอดขายงานเย็บปักถักร้อย เส้นด้ายและของกระจุกกระจิกที่ปักเป็นรูปต่างๆ ดีจนสามารถสร้างกำไรให้
กับร้านได้มากโข
กว่าต้วนชิงหมิงเดินทางไปถึงก็เป็นเวลาเช้าตรู่ บรรดาช่างฝีมือที่เดินทางมาเร็วก็เก็บกวาดทำความสะอาดและเริ่ม
ทำงานของตนต่อแล้ว ส่วนผู้ดูแลติงที่ง่วนอยู่กับงานที่เรือนด้านหลังร้าน พอได้ยินว่าต้วนชิงหมิงมาถึงก็รีบกุลีกุจอออก
มาต้อนรับต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้เข้ามาภายในร้าน
ต้วนชิงหมิงมองไปโดยรอบเมื่อเห็นการจัดเรียงสิ่งของที่เป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน เห็นได้ชัดว่าตอนที่
ท่านแม่ติงโหรวยังมีชีวิตอยู่นั้นได้ไว้วางใจผู้ดูแลติงในการดูแลร้านมากเพียงใด
ผู้ดูแลติงปีนี้อายุสี่สิบกว่าปีแล้ว หน้ารูปทรงเหลี่ยม ผิวพรรณขาวเนียน และแววตาที่เปล่งประกายเหมือนกับเป็น
บัณฑิตผู้มีความรู้ เขามีรูปร่างผอมเก้งก้างและสูงพอสมควร สวมเสื้อแขนยาว ผมเพ้าหวีรวบไปด้านหลังท้ายทอยใช้ปิน
หยกปักเอาไว้
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเดินเข้ามานั่งตรงเก้าอี้เจ้าของร้าน เขาก็เดินเข้ามาอย่างมีมารยาท ทำความเคารพต้วนชิงหมิง
“คุณหนูใหญ่ เป็นเพราะบ่าวไม่ดีเองขอรับที่ทำให้ร้านเจอกับปัญหา บ่าวไร้ความสามารถในการจัดการ เห็นทีกิจการที่
‘คุณหนู’ เหลือไว้คงจะต้องสิ้นสุดลงในมือของบ่าวขอรับ!”
“คุณหนู” ที่ผู้ดูแลติงหมายถึงก็คือ ท่านแม่ของต้วนชิงหมิง หรือ ฮูหยินติงโหรวนั่นเอง เนื่องจากผู้ดูแลติงถือ
กำเนิดในจวนติง นายท่านติงอนุญาตให้ใช้แซ่ติงได้ จากนั้นติงโหรวเล็งเห็นในความสามารถจึงเลือกให้มาจัดการร้านแห่ง
นี้ ผู้ดูแลติงแม้ว่าจะเรียกต้วนชิงหมิงว่า “คุณหนูใหญ่” แต่ก็ยังคงรักษาคำเรียกขานติงโหรวเหมือนเดิมว่า “คุณหนู” อีก
อย่างเขายังติดกับการเรียกตัวเขาเองว่า “บ่าว” เหมือนแต่ก่อน
ต้วนชิงหมิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบลุกขึ้นไปใช้มือประคองผู้ดูแลติงขึ้นมา พร้อมกับตำหนิเล็กน้อย “ผู้ดูแลติงช่วยท่าน
แม่จัดการร้านมานานหลายปี ตั้งใจขยันขันแข็ง เหตุใดจึงพูดเช่นนี้ด้วยเล่า?”
ผู้ดูแลติงได้ฟังเข้า นํ้าหูนํ้าตาก็ไหลพรั่งพรู เขาลุกยืนขึ้นตรงตามมือที่ต้วนชิงหมิงประคอง จากนั้นจึงยกมือขึ้นมา
เช็ดนํ้าตาด้วยความละอายใจยิ่งนัก “คุณหนูใหญ่คงจะมิทราบ ตอนนั้นคุณหนูให้บ่าวดูแลร้านแห่งนี้พร้อมกับกำชับให้
ดูแลเป็นอย่างดี ทว่าบัดนี้บ่าวมิอาจทำได้เหมือนที่ให้สัญญากับคุณหนูเอาไว้ บ่าวสมควรตายจริงๆ”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจเฮือกยาวและพูดปลอบประโลมว่า “เอาล่ะ ผู้ดูแลติง เรื่องอื่นประเดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้
ลองบอกข้ามาหน่อยว่าสรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ผู้ดูแลติงจึงนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างต้วนชิงหมิง และเล่าเรื่องที่มาที่ไปของเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
อันที่จริง เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาที่ร้านพร้อมกับถือกระดาษขาวที่ทำจากผ้าไหมและ
รูปภาพอีกรูปหนึ่ง รูปภาพนั้นมีชื่อว่า “หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู”
สุภาพสตรีท่านนั้นเปิดภาพออกแล้วบอกว่า จะให้ช่างที่ฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดในร้านเป็นผู้ปักรูปให้นาง ตอนนั้นด้วย
ท่าทางที่ดูมีภูมิฐานและไม่เกี่ยงเรื่องค่าแรง ฉะนั้นผู้ดูแลติงจึงออกมารับสุภาพสตรีท่านนั้นด้วยตัวเขาเอง พร้อมยังเลือก
ช่างปักยอดฝีมือที่ชื่อ “หลิงหรง” เป็นคนรับผิดชอบ ทั้งสองคนฟังความต้องการที่สุภาพสตรีท่านนั้นอยากได้แล้ว ค่อย
รับงานมาทำ
เดิมทีเรื่องนี้ดำเนินการไปอย่างราบรื่น ภาพที่ปักออกมาก็เสร็จได้ทันเวลาที่กำหนด นางยังเอ่ยชื่นชมกับผลงานไม่
ขาดปากพร้อมกับจ่ายเงินให้ตามราคาที่ตกลง แล้วเดินออกจากร้านไป
ผู้ดูแลติงก็ดีใจอยู่ไม่น้อย ทั้งยังเอ่ยปากชมงานที่ช่างหลิงหรงทำออกมาได้ดี
เเต่สิ่งที่ทุกคนต่างนึกไม่ถึงคือ เช้าตรู่วันถัดมาสุภาพสตรีท่านนั้นมาพร้อมกับความโมโหโกรธาแล้วเรียกให้ผู้ดูแล
ติงออกมาพบ จากนั้นก็โยนภาพปักที่ยุ่งเหยิงเละเทะลงต่อหน้าผู้ดูแลติง นางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟพร้อมกับยืนกรานให้
ร้านเย็บปักหยาจื้อชดใช้ค่าเสียหายให้กับนาง
ผู้ดูแลติงยังคงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เอ่ยปากสอบถามอย่างใจเย็นและอดทน ทว่าอีกฝั่ายกลับกล่าวหาว่า
ร้านเย็บปักหยาจื้อหลอกลวงนาง ทั้งใช้ด้ายคุณภาพตํ่าปักให้กับนางจนนางต้องอับอายขายขี้หน้าคนอื่น
ผู้ดูแลติงจึงหยิบงานปักชิ้นนั้นขึ้นมาดูก็ถึงกับต้องตกตะลึง ตอนที่ปักรูปภาพยังงดงามไม่มีที่ติ แต่จู่ๆ ด้ายกลับสีต
กกระดำกระด่างและมีรอยขูดขีดมากมาย
ตั้งแต่แต่ไรมาร้านเย็บปักหยาจื้อไม่เคยมีกรณีสีของด้ายที่ปักตกเลยแม้แต่กรณีเดียว เหตุใดครั้งนี้จึงเกิดขึ้นได้
เดิมทีงานที่ส่งมอบและตรวจสอบกันเรียบร้อยทั้งสองฝั่ายแล้ว ก็จะอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของทางร้าน แต่
สุภาพสตรีท่านนั้นยังยืนกรานว่าปัญหานั้นเกิดจากเส้นด้ายที่ใช้ปักมีปัญหา อีกทั้งยังเถียงข้างๆ คูๆ นางให้ทางร้านชดใช้
ค่าเสียหายและให้ผู้ดูแลร้านไปขอโทษขอโพยนางต่อหน้าคนที่เดินผ่านไปผ่านมา และให้ยอมรับว่าทางร้านหลอกลวง
ลูกค้า สุภาพสตรีท่านนั้นยังยํ้าว่าหากจัดการเรื่องนี้ไม่ดีเป็นที่พอใจ เห็นทีร้านนี้คงจะต้องหายไปจากเมืองหลวงแห่งนี้
ผู้ดูแลติงได้ยินที่สุภาพสตรีท่านนั้นท่านนั้นยืนหยัดในคำพูด เขาสั่งให้ช่างปักทุกคนนำด้ายที่ยังใช้ไม่หมดให้แขกใน
ร้านท่านอื่นให้ตรวจดูว่าทางร้านนั้นใช้เส้นด้ายอย่างดีและไม่มีทางสีตกเป็นอันขาด ดังนั้นภาพที่เสียหายนั้นเกิดจากการ
รักษาและทำความสะอาดไม่ถูกวิธี
แต่ทางสุภาพสตรีท่านนั้นก็ไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งยังโยนงานปักลงพื้น และกล่าวคำขาด ภายในสามวันหากไม่
ให้คำตอบที่นางพอใจละก็ นางจะไม่มีวันเลิกราเด็ดขาด
หลังจากเกิดเรื่องแล้ว ผู้ดูแลติงก็ให้คนไปสืบจนได้ความว่า นางมาจากวังหลวงและฐานะก็สูงศักดิ์ไม่น้อย ผู้ดูแล
ติงรู้ว่าไม้ซีกไม่อาจงัดไม้ซุงได้จึงให้คนไปแจ้งต้วนชิงหมิง หลังจากที่สุภาพสตรีท่านนั้นจากไปแล้ว อีกเพียงสองวันนางจะ
มาทวงถามคำตอบ หากได้คำตอบที่ไม่เป็นที่พอใจ ร้านเย็บปักหยาจื้ออาจรักษาไว้ไม่ได้!
เด็กสาวรับฟังเรื่องไว้ทั้งหมด แล้วถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “ผู้ดูแลติง ช่วยไปเอาภาพนั้นมาให้ข้าดูหน่อยจะได้
หรือไม่?”
อีกฝั่ายรีบไปเปิดตู้หยิบภาพที่ม้วนไว้นั้นออกมาส่งให้ต้วนชิงหมิงได้ดู
ต้วนชิงหมิงเริ่มคลี่ภาพที่ม้วนอยู่ให้ออกมาได้เห็นภาพปักเป็นชายวัยรุ่นที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวก้มหน้ามองดูปลาที่
แหวกว่ายไปมาฝูงหนึ่งในแอ่งนํ้าลึก และมุมของภาพได้ปักตัวอักษรชื่อภาพนั้นว่า “หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู”
เนื่องจากต้วนชิงหมิงก็เป็นคนที่รู้เรื่องเย็บปักถักร้อย ดังนั้นเมื่อเห็นภาพที่ปักตรงหน้าจึงละเมียดดูวิธีการปักภาพ
บนภาพนั้นใช้ด้ายไหมชั้นดี ด้ายสะท้อนแสงและวิธีการปักเทียนจู๋ที่สืบทอดกันมานาน เมื่อด้ายชั้นดีและด้ายสะท้อนแสง
เมื่อได้ปักร้อยด้วยกัน รวมกับวิธีปักเทียนจู๋ย่อมทำให้การปักที่ได้มีมิติเสมือนมีชีวิต ทั้งเป็นผลงานที่ดีมากชิ้นหนึ่ง