การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 285 ได้พบชุนถาวอีกครั้ง
ต้วนชิงหมิงได้เห็นวิธีการปักภาพแต่ละภาพ เส้นด้ายแต่ละเส้นที่บรรจงจรดปลายเข็มอย่างละเมียดละไม ยิ่ง
ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวา ภาพ ‘หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู’ เป็นภาพผู้ชายยืนอยู่บนโขดหินสีดำที่กำลังมองหมู่มัจฉาแหวกว่ายอยู่
ในสระนํ้า ที่บางตัวโผล่หน้าขึ้นมาบนผิวนํ้า บางตัวก็ว่ายวนอยู่ใต้สระ ดูมีมิติสอดประสานยิ่งทำให้ภาพดูสมจริง
พูดได้ว่าภาพปักรูปนี้งดงามยิ่งนัก มิแปลกใจว่าเหตุใดสุภาพสตรีท่านนั้นจึงเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก ทว่าน่า
เสียดายบัดนี้ภาพที่อยู่เบื้องหน้าได้เสียหายไปหลายส่วน
ก่อนหน้านี้ผู้ดูแลติงเล่าให้ฟังว่าภาพ ‘หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู’ เป็นภาพที่มีช่างฝีมือเชี่ยวชาญในการปักที่สุดเป็นผู้
ลงมือทำ จึงทำให้ภาพมีราคาที่สูงลิบลิ่ว ต้วนชิงหมิงได้แต่เสียดายภาพที่งดงามเช่นนี้กลับถูกทำลายไปหลายส่วน… ตรง
บริเวณเส้นผมบนศีรษะของผู้ชายนั้นมีรอยแต้มสีขาวครึ่งดำครึ่งดูแล้วช่างน่าเกลียดเหลือทน ยิ่งไปกว่านั้นเสื้อของผู้ชาย
ในรูปกลับถูกแต้มด้วยสีอื่นและขูดเป็นรอยเสียหาย
ต้วนชิงหมิงทราบดีว่าภาพ ‘หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู’ มาจากตำรา ‘’ฮั่นซู[1]‘’ ในบทดนตรีและพิธีการ เนื้อความใน
ตำราได้กล่าวว่า “มองหมู่มัจฉาว่ายแหวกวารีลึก ย่อมมิสู้กลับไปนั่งสานแห” ความหมายคือ หากคนนั่งจ้องมองมัจฉาที่
ตัวใหญ่อวบแน่นแหวกว่ายคงไม่มีทางได้มา ย่อมไม่สู้กลับบ้านไปสานแหมาจับพวกมันยังดีกว่า
หากมองเพียงผิวเผินย่อมมิอาจเข้าใจความหมายที่ซ่อนเร้นเอาไว้ได้ แต่ต้วนชิงหมิงที่กำลังดื่มดํ่ากับงานศิลปะชิ้น
นี้ จู่ๆ ก็เกิดความคุ้นเคยกับผู้ชายที่อยู่ในภาพขึ้นมา ทว่ากลับคิดไม่ออกว่าเป็นใครเท่านั้นเอง
นางยื่นมือไปคว้าภาพจากผู้ดูแลติงมาดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง นางพบว่าเส้นด้ายที่ปักลงไปนั้นไม่มีร่องรอย
การถูกทำลายแต่อย่างใด เห็นทีจะต้องเป็นเพราะสุภาพสตรีท่านนั้นใช้อะไรบางอย่างราดรดลงไปบนภาพจึงทำให้สีตก
ทั้งยังตั้งใจกลับมาหาเรื่องที่ร้านเป็นแน่!
นางใช้สิ่งใดราดลงไปจนทำให้ภาพออกมาดูไม่ได้ถึงเพียงนี้กัน? อีกฝั่ายมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงสิ่งใดไว้? ทำไมถึงได้
ตั้งใจมาเล่นงานร้านเย็บปักหยาจื้อโดยเฉพาะ?
ถ้าจะบอกว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายของคู่แข่ง ต้วนชิงหมิงก็ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะว่าอีกฝั่ายนั้นมาจากวังหลวง
ไม่ว่าฐานะของอีกฝั่ายจะสูงศักดิ์และสูงส่ง นางย่อมไม่มีทางยอมให้เอาร้านเย็บปักหยาจื้อมาเป็นเครื่องมือของใครทั้งนั้น
อีกสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหากอีกฝั่ายคิดจะเล่นงานร้านจริง คงไม่ใช้ของที่มีตำหนิเช่นนี้มาทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียง
ตามปกติแล้วทางร้านจะให้ลูกค้าทุกคนตรวจสอบดูชิ้นงานทุกชิ้นให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องด้ายไหมในการปัก
แต่สิ่งที่เห็นในตอนนี้ปัญหากลับอยู่ที่เอาของบางอย่างมาราดรดบนชิ้นงานจนเสียหายเอง ฉะนั้นทางร้านจึงไม่รับผิดชอบ
ในกรณีแบบนี้
จากการกระทำของอีกฝั่ายที่กล้าพูดอย่างไม่อายปากว่าเป็นฝีมือของร้าน จึงทำให้ต้วนชิงหมิงกล้าฟันธงว่าอีก
ฝั่ายไม่ใช่คู่แข่งทางการค้า แต่เป็นเพียงคนที่อยากจะระบายอารมณ์ในใจบางอย่างเท่านั้นเอง!
อีกฝั่ายมีอะไรที่ไม่พอใจกันแน่?
ตอนสุภาพสตรีท่านนั้นเอาชิ้นงานไปทุกอย่างก็สมบูรณ์ ทว่าพอนำกลับมา ภาพนั้นกลับกลายเป็นภาพที่เสียหาย
ได้อย่างไร เช่นนั้นแล้วจะเกี่ยวกับทางร้านได้อย่างไร?
ต้วนชิงหมิงพลิกชิ้นงานดูกลับไปกลับมา แล้วหันหน้าไปพึมพำกับผู้ดูแลติง “เรื่องนี้ให้ข้าเป็นคนจัดการเอง ผู้ดูแล
ติงไปดูแลร้านต่อเถอะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรอีก เดี๋ยวข้าจะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด”
อีกฝั่ายได้ฟังก็รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว
ต้วนชิงหมิงถามต่ออีกประโยค “นางบอกว่าจะมาวันพรุ่งนี้ใช่หรือไม่?”
เขาพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่ขอรับ นางบอกเพียงว่าพรุ่งนี้ตอนเช้า หากร้านของเราไม่อาจให้คำตอบที่น่าพอใจ นาง
จะปิดร้านของพวกเราขอรับ!”
เด็กสาวพยักหน้ารับทราบ “ข้ารู้แล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาให้เร็วกว่าวันนี้ก็แล้วกัน!”
พูดจบก็หันไปหยิบชิ้นงานและพาต้วนอวี้เดินออกจากร้านไป ทว่าเมื่อเห็นว่าตอนนี้ยังเช้าอยู่มากจึงพาผู้เป็นน้อง
ชายออกไปเดินเล่น แล้วหันไปบอกคนขับรถม้าให้ไปรออยู่ข้างหน้า
ถนนตงเจียถือว่าเป็นถนนที่คึกคักมากที่สุดในเมืองหลวง ยิ่งบัดนี้ใกล้จะถึงวันตรุษจีน ที่ตลาดจึงมีผู้คนและรถม้า
สัญจรไปมากันอย่างขวักไขว่ ต้วนชิงหมิงพาต้วนอวี้ไปเดินดูของแปลกหายาก จู่ๆ ด้านหลังก็มีเสียงเรียกอย่างชัดเจนว่า
“ชิงหมิง พวกเจ้าอยู่ที่นี่เองหรือ?”
นางหันหลังกลับไปก็พบชุนถาวยืนอยู่ไม่ไกล นางมองมาทางต้วนอวี้อย่างดีอกดีใจ!
เด็กสาวยิ้มอย่างเบิกบานใจที่ได้พบชุนถาวเช่นกัน กระชับมือต้วนอวี้แน่นแล้วรีบสืบเท้าเดินไปทางชุนถาว “พี่ชุน
ถาวมาทำอะไรที่นี่?”
ตั้งแต่งานวันเกิดของต้วนชิงหมิงในวันนั้น นางก็ไม่ได้พบหน้าชุนถาวอีกเลย เมื่อพบหน้าอีกครั้งสีหน้าของเด็กสาว
จึงเต็มเปียมไปด้วยความสุขใจ ชุนถาวยกห่อยาขึ้นมาพลางพูดเจื่อนๆ “โรคเก่าของนายหญิงกำเริบอีกแล้ว ข้าจึงต้องมา
เอายาไปให้!” เมื่อครู่นางเพิ่งเดินออกมาจากร้านยาจึงเห็นสองพี่น้องจากด้านหลัง
ต้วนชิงหมิงได้ฟังจึงถามขึ้นอย่างร้อนใจ “ท่านปั้าตู้เป็นโรคอะไร ไม่เห็นเคยบอกกับพวกเรามาก่อนเลย?”
ชุนถาวไม่รู้จะเล่าเรื่องนี้ให้ต้วนชิงหมิงฟังอย่างไรดี โรคเก่าที่กำเริบของตู้ชิงหรวนนั้นเป็นเพราะในตอนนั้น
กระโดดลงไปช่วยติงโหรวที่ตกลงไปในนํ้าที่เย็นเฉียบในหน้าหนาว จนเสื้อผ้าเปียกปอนร่างกายหนาวสั่นเทิ้ม และหลง
เหลือเป็นโรคเรื้อรังที่พร้อมจะกำเริบได้ทุกเมื่อในหน้าหนาวที่เหน็บหนาวแบบนี้
ไม่แน่ว่าเรื่องนี้ นายหญิงคงไม่อยากให้ต้วนชิงหมิงรู้เรื่อง?
หญิงสาวครุ่นคิดดูแล้วจึงส่ายมือบอกปัดไป “ช่างมันเถอะๆ เรื่องมันผ่านไปก็นานแล้ว อย่าได้รื้อฟืนขึ้นมาอีกเลย
แต่ทำไมพวกเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
หญิงสาวกวาดสายตามองไปยังด้านหลังต้วนชิงหมิงก็พบเพียงเยวี่ยเจียที่ติดตามมารับใช้ จึงถามอย่างห่วงใยขึ้น
“แล้วเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เล่า ไม่ได้พบตั้งนาน ตอนนี้นางหายดีแล้วหรือยัง?”
ชุนถาวนั้นชอบนิสัยที่ตรงไปตรงมาของต้วนชิงหมิงอย่างมาก และยิ่งชอบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยอมลงทุนปกปั้องนาย
หญิงของนางอย่างสุดกำลัง ดังนั้นจึงเอ่ยถามเรื่องของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ขึ้นก่อน
เมื่อ
ต้วนชิงหมิงตอบกลับ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ดีขึ้นมากใกล้จะกลับมาเดินได้แล้ว ข้ามักจะคอยห้ามไม่ให้นางทำโน่นทำนี่
เมื่อไม่กี่วันมานี้นางยังบอกว่าหากหายดีแล้วจะไปหาพี่ชุนถาวและท่านปั้าด้วย!”
ชุนถาวฟังแล้วได้แต่อมยิ้ม “นายบ่าวคู่นี้ชอบพูดหลอกให้คนอื่นดีใจไปเรื่อย ยังมีหน้ามาบอกว่าจะไปหา แต่บัดนี้
ก็ยังไม่ได้เห็นหน้าคาดตาเลย”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะ “คิกคัก” ขึ้นมา “ก็เพราะว่ายังไม่มีเวลาจริงๆ นี่!”
ชุนถาวอมยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ “ที่จริงข้าก็ยังคิดอยู่ว่านิสัยของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เหมือนใคร แต่บัดนี้……
ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว… นางเอาเจ้าเป็นแบบอย่างนี่เอง มีเพียงเจ้ากระมังที่สามารถสอนให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีความคิด
พิลึกพิลั่นแบบนี้ได้!”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “พี่ชุนถาวอย่ามาเหมารวมนะว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นิสัยเหมือนข้านะ ข้าว่านิสัยของนาง
สองสามวันนี้ช่างเหมือนพี่ชุนถาวเสียมากกว่า!”
ชุนถาวหัวเราะชอบอกชอบใจอีกครั้ง จากนั้นต้วนชิงหมิงจึงเปลี่ยนเรื่องกลับมาถามเรื่องของตู้ชิงหรวนอย่าง
ละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งได้นัดแนะหลังจากที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หายแล้วจะพาไปเยี่ยม
ทว่าหญิงสาวได้แต่ถอนหายใจยาวออกมา
นายหญิงของนางหลังจากที่กลับมาเมืองหลวงอีกครั้ง ก็วางแผนจะเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ออกไปไหน อีกทั้งนายหญิง
ของนางยังพูดจาน้อยมากจนน่าตกใจ หากอยู่ที่เรือนคนเดียวก็จะเหม่อมองหิมะที่โปรยปรายเป็นนานสองนาน ยิ่งไปกว่า
นั้นนางยังระลึกถึงสมัยวัยสาวกับติงโหรว… ยังไม่ทันได้เล่าจนจบ ชุนถาวก็ถอนหายใจเฮือกยาวออกมาก่อน!
บ่อยครั้งที่ชุนถาวมองเห็นท่าทางของตู้ชิงหรวนเช่นนี้ นางอยากจะไปลากตัวต้วนเจิ้งมายืนตรงหน้าตู้ชิงหรวน
แล้วบอกเขาถึงสิ่งที่ได้ทำลายชีวิตผู้หญิงที่นิสัยร่าเริงให้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้
แต่น่าเสียดายเหลือเกิน เอาเข้าจริงชุนถาวมิอาจทำเรื่องแบบนี้ได้ อีกทั้งตู้ชิงหรวนก็คงไม่ยินยอมให้นางทำเช่นนี้
เหมือนกัน เพราะว่าเวลาและโอกาสได้ล่วงเลยไปเนิ่นนานแล้ว ตอนนี้ต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนก็เป็นเหมือนเส้นขนานที่มิ
อาจมาบรรจบพบเจอกันได้อีก การพลาดในครั้งนั้นก็ไม่มีหนทางได้เดินย้อนกลับมาอีกแล้ว ทำได้ก็เพียงแค่เดินต่อไปข้าง
หน้า จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีทางที่จะมาพานพบกันได้อีกแล้ว!
………………………………………
[1] ฮั่นซู เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวของราชวงศ์ฮั่น เขียนโดยปานกู้