การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 287 ร้านนํ้าชาซานสุ่ย
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดเช่นนั้น ต้วนอวี้ก็ทำท่าคล้ายว่าเข้าใจและไม่เข้าใจในคราวเดียวกัน เขาเบิกตาโตแล้ว
มองไปที่ผู้เป็นพี่สาว ในใจไม่อยากจะทำร้ายจิตใจของต้วนชิงหมิง “พี่สาวหวังดีกับข้ามาโดยตลอด ข้าจดจำได้ขึ้นใจแล้ว
พี่สาวอย่าได้โทษตัวเองไปเลย!”
แน่นอนว่าเด็กชายรู้ดีอยู่แก่ใจว่าต้วนชิงหมิงทำทุกอย่างเพื่อเขาจากใจจริง แม้ว่านางจะไม่ได้เล่าเรื่องที่ไปจ้วงจื่อ
ให้ฟัง แต่ต้วนอวี้คนนี้ไม่ใช่ต้วนอวี้คนเดิมอีกแล้ว นอกจากนี้เขายังรู้เรื่องอันตรายทั้งหมดที่ผู้เป็นพี่สาวต้องประสบพบเจอ
มาอีกด้วย
เมื่อนึกถึงความยากลำบากของต้วนชิงหมิงในจุดนี้ ในใจต้วนอวี้แม้จะรู้สึกผิดอยู่ในใจ ทว่ากลับเลือกที่จะยืนหยัด
ในความคิดที่จะหาที่พึ่งพิงให้กับผู้เป็นพี่สาว
ในโลกใบนี้ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง การที่มีผู้ชายที่รักนางอย่างหมดหัวจิตหัวใจ
ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
เขารู้ว่า ต้วนชิงหมิงต้องการที่จะได้คนแบบนั้นมาสักคนหนึ่ง แม้ต้วนอวี้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเหยียนหลิ่งอวี๋อาจจะไม่ใช่
คนที่ดีที่สุดสำหรับนาง แต่หากมองถึงความจริงใจที่เขามีให้ ก็ถือว่าองค์ชายสามมีไม่น้อยกว่าผู้ใด
คิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าที่ขาวผ่องของต้วนอวี้ก็เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เขายังยืนกราน “อวี้เอ๋อร์เข้าใจพี่สาวเสมอ
ฉะนั้นเรื่องนี้อย่าได้ตำหนิตัวเองไป!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มออกมาบางๆ พลางส่ายหน้า “พี่จะไม่ตำหนิตัวเองอีกแล้ว วันข้างหน้าไม่ว่าจะไปที่ใด พี่จะพาอวี้
เอ๋อร์ไปด้วยทุกที่ดีหรือไม่?”
ต่อไปคงไม่อาจทิ้งอวี้เอ๋อร์ไว้เพียงลำพังได้อีกต่อไปแล้ว
ต้วนชิงหมิงในชาตินี้ไม่เหมือนกับต้วนชิงหมิงในกาลก่อนอีกแล้ว ประสบการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่หล่อหลอมมาใน
ชาติที่แล้ว ได้ให้บทเรียนกับนางไม่น้อย การที่นางได้ออกหน้าช่วยจัดการกิจการต่างๆ ในชาติที่แล้ว แม้ว่าจะลำบากอยู่
บ้าง แต่ก็ทำให้นางเห็นคุณค่าในตัวเองและมีมุมมองที่กว้างไกลอย่างมาก โลกภายนอกช่างมีสีสันและแต่งแต้ม
ประสบการณ์ให้กับคนคนหนึ่งได้เรียนรู้สิ่งอื่นๆ ว่ายังมีอะไรอีกมากมาย ถ้ายังปล่อยให้ต้วนอวี้อยู่ในเรือนด้านหลังจวนต้
วนต่อไปคงจะไม่มีอนาคตที่ดี นางตัดสินใจแล้ว นับจากนี้ต่อไปต้องพาต้วนอวี้ออกมาพบเจอโลกภายนอกบ้าง เพื่อให้เขา
ได้เรียนรู้และมองคนให้ออก ทั้งยังให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนของสิ่งต่างๆ อีกด้วย
เมื่อต้วนอวี้ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงเอื้อนเอ่ยว่าจะพาเขาไปด้วยทุกที ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กน้อยก็เผยความดีใจออกมา
ให้เห็น
เป็นที่รู้กันดีว่าที่เรือนด้านหลังนั้น มีแต่ความยากลำบากและไม่ว่าจะขยันฝึกฝนเพียงใดก็ไม่อาจแสดงความ
สามารถที่แท้จริงออกมาได้ ต้วนอวี้จึงได้แต่แอบดำเนินการบางสิ่งอยู่ลับๆ ทว่าอีกไม่นานเขาจะได้ออกมาด้านนอกกับต้
วนชิงหมิงทุกครั้งแล้ว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามานานแล้ว
ทว่าเด็กชายก็ยังไม่สามารถแสดงความดีใจที่ท่วมท้นออกมาได้ เนื่องจากเวลานี้เขาเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง
เท่านั้น รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขากล่าวคำกับต้วนชิงหมิง “พี่สาวพูดแล้วนะ ต่อไปถ้าพี่จะไปที่ไหนก็
ต้องพาข้าไปด้วย… พี่สาวเป็นผู้ใหญ่แล้วพูดแล้วคำไหนต้องเป็นคำนั้นนะ!”
ฮ่า ฮ่า! ถ้าต่อไปสามารถออกไปไหนก็ได้ย่อมทำให้เข้าใจโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น ถึงตอนนั้นไม่ว่าเขาจะทำเรื่อง
อะไร ย่อมสะดวกกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มากมาย!
ต้วนชิงหมิงพูดไปโดยที่ไม่ล่วงรู้ความคิดของต้วนอวี้ นางนึกเพียงว่าต้วนอวี้ก็เหมือนกับเด็กน้อยทั่วๆ ไปที่อยาก
ออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนด้วยความสนุก ครั้นได้เห็นใบหน้าเปือนยิ้มของต้วนอวี้ ต้วนชิงหมิงจึงใช้นิ้วดีดหน้าผากของเขา
เบาๆ “รู้แล้วๆ ครั้งนี้พี่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ดีหรือไม่?”
เด็กน้อยหัวเราะออกมาด้วยความเบิกบานใจ พลันยกมือขึ้นชี้ไปที่ร้านนํ้าชาซานสุ่ย เอ่ยชวน “พี่สาว……อวี้เอ๋อร์
หิวนํ้า หิวมาก อีกทั้งตอนนี้อากาศก็หนาวเหน็บอีก พวกเราไปดื่มชาร้อนๆ เพื่ออบอุ่นร่างกายกันดีหรือไม่?”
ตอนนี้ถึงเวลาที่ได้นัดแนะกับเหยียนหลิ่งอวี๋เอาไว้แล้ว! เห็นทีคนของเหยียนหลิ่งอวี๋คงจะอยู่รอบๆ นี้แล้วกระมัง!
สิ่งที่เขาต้องทำในเวลานี้ก็คือการรออยู่ที่นี่ และรั้งผู้เป็นพี่สาวเอาไว้ให้นานที่สุด
เวลานี้อากาศที่หนาวเหน็บได้จับหิมะที่โปรยปรายทับกันจนกลายเป็นก้อนนํ้าแข็งอยู่บนชายคาของทุกเรือน ก้อน
นํ้าแข็งจับตัวทอดยาวจากหลังคาระย้าลงมา มองดูละม้ายแท่งนํ้าแข็งยาวเต็มไปหมด
บรรยากาศที่เหน็บหนาวในเวลานี้ยิ่งทำให้มือของต้วนชิงหมิงรู้สึกชาไปหมด ผู้คนที่เดินเข้ามาในร้านนํ้าชาต่าง
คอยก้มหัวลง พลางใช้ปากเปั่าลมร้อนใส่มือ… ต้วนชิงหมิงมองดูรอบตัวและยื่นมือออกไปจับต้วนอวี้ก็พบว่าร่างกายของ
เขาเริ่มจะเย็นลงแล้ว จึงจับไปที่มือน้อยๆ ของเขาแล้วเอ่ยล้อเลียน “อวี้เอ๋อร์คงไม่ได้อยากดื่มนํ้าชา แต่คงอยากกินขน
มกุ้ยฮวา[1]มากกว่ากระมัง?”
ต้วนชิงหมิงรู้มาจากติงกุ้ยเอ๋อร์ที่เป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของต้วนอวี้ว่า เขาชอบทานขนมกุ้ยฮวาที่ร้านนี้อย่างมาก ติ
งกุ้ยเอ๋อร์เป็นบ่าวรับใช้ที่แม่นมหนิงได้อบรมบ่มนิสัยมาเป็นอย่างดี นางมีอายุมากกว่าต้วนอวี้สี่ปี เดิมทีตอนที่ต้วนชิงหมิง
ได้มีโอกาสเปลี่ยนบ่าวรับใช้คนเก่าของหลิวหรงใหม่ทั้งหมดให้กับต้วนอวี้ นางก็ตั้งใจเลือกติงกุ้ยเอ๋อร์ที่ไว้ใจได้และขยัน
ขันแข็งให้กับต้วนอวี้
เด็กชายรู้ดีว่าภายในเรือนด้านหลังของทุกเรือนย่อมไม่มีเรื่องใดเป็นความลับ ยิ่งไปกว่านั้นเด็กน้อยที่ชอบทานขน
มกุ้ยฮวาก็คงไม่ได้ผิดแปลกอะไร ต้วนอวี้เผยรอยยิ้มสดใส พยักหน้ายอมรับแล้วจับมือต้วนชิงหมิงแกว่งไปมา “พี่สาวเก่ง
เหลือเกิน เรื่องนี้ก็ยังรู้ใจข้าอีก?”
ต้วนชิงหมิงจับมือของต้วนอวี้ไว้แน่นพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ใครกันนะ… ที่รบเร้าให้ติงกุ้ยเอ๋อร์มาซื้อขนมกุ้ยฮวาที่นี่
ให้กิน ยิ่งพอได้กลิ่นหอมที่โชยออกมา……ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าใครที่กลืนนํ้าลายอึกใหญ่แถมยังส่งสายตาเข้ามาในร้าน!”
ต้วนชิงหมิงใส่ใจทุกเรื่องเกี่ยวกับต้วนอวี้ ไม่ว่าจะเป็นการกินการอยู่หรือการใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งงานอดิเรก
เล็กๆ น้อยๆ ของเขา นางก็รู้ดีทั้งหมด
พอต้วนอวี้ถูกต้วนชิงหมิงพูดความรู้สึกนึกคิดของเขาออกมา จึงเผยสีหน้าที่แปลกพิลึกออกมา แล้วพูดอย่างเบิก
บาน “พี่สาว ขนมกุ้ยฮวาที่นี่อร่อยที่สุดเท่าที่อวี้เอ๋อร์ได้ทานมาเลย ข้าถึงให้ติงกุ้ยเอ๋อร์ออกไปซื้ออย่างไรล่ะ!”
ต้วนอวี้พูดไปก็มองด้วยแววตาที่เปล่งประกาย “ตอนนี้อวี้เอ๋อร์ก็บอกไปหมดแล้ว… ข้าไปทานขนมกุ้ยฮวาได้หรือ
ยัง?”
ต้วนชิงหมิงมองอีกฝั่ายอย่างจนปัญญา นางคลี่ยิ้มแล้วพยักหน้า “เอาล่ะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราไปทานขนมกุ้ยฮ
วากัน? เพียงแต่ไม่รู้ว่าวันนี้ขนมกุ้ยฮวายังจะมีเหลืออยู่ไหม?”
ร้านนํ้าชาซานสุ่ยเป็นร้านที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองหลวงแห่งนี้ ทั้งชื่อเสียงของใบชาชั้นเลิศ การบริการ
บรรยากาศในร้านแล้วยังมีขนมกุ้ยฮวาที่ขึ้นชื่อของร้านนี้อีกด้วย!
ขนมกุ้ยฮวาเป็นขนมที่คนทั่วไปนิยมทานกันมากที่สุดทุกหลังคาเรือน ด้วยเหตุนี้ขนมกุ้ยฮวาของร้านนี้จึงถือเป็น
ของหายากและต้องแย่งชิงกันซื้อหารับประทาน
นอกจากนี้ร้านนํ้าชาซานสุ่ยยังเป็นที่รู้จักกันดีของคนที่อยู่ใกล้ไกล ในทุกวันจะมีคนมาคอยชิมลิ้มรสขนมกุ้ยฮวา
อย่างไม่ขาดสาย บางวันต้องต่อแถวยาวเหยียดกว่าจะได้กิน!
ทว่าพ่อครัวของร้านนี้ในแต่ละวันจะทำขนมกุ้ยฮวาเพียงสามสิบชิ้นเท่านั้น หากขายหมดแล้วทั้งสามสิบชิ้น ก็จะ
เก็บของไม่ยอมทำขนมกุ้ยฮวาอีก!
อีกสิ่งที่ประหลาดของพ่อครัวคือ ผู้หญิงที่หน้าตาดีมาซื้อมักจะไม่ขาย แต่ถ้าผู้หญิงที่หน้าตาไม่สวยมาซื้อบางครั้ง
ก็ไม่ขายเช่นกัน
ดังนั้นคนที่จะมาซื้อขนมกุ้ยฮวา ส่วนหนึ่งจึงมักจะต้องพึ่งดวงแต่ถึงอย่างไรเสียต้องดูอารมณ์ในขณะนั้นของพ่อ
ครัวด้วย
พอต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้เดินเข้าไปที่ร้านนํ้าชาซานสุ่ยก็มีคนนั่งกันเต็มไปหมดแล้ว
…………………………………………………………
[1] ขนมกุ้ยฮวา ทำมาจากแปั้งหมี่ขาวและนํ้าตาล ทรงสี่เหลี่ยมหรือกลม ลักษณะสีขาวคล้ายขนมโก๋