การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 293 พาลโกรธไปด้วย
เป็นที่รู้กันว่าเหยียนหลิ่งอวี๋มีจิตใจเลือดเย็นและโหดเหี้ยมดั่งภูผา ไม่ว่าจะเป็นเครือญาติหรือใครก็ตาม เขาไม่เคย
มีความเห็นอกเห็นใจใครให้เห็นแม้แต่คนเดียว แต่สำหรับต้วนชิงหมิงนั้น เขากลับให้อภัยมาหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งไปกว่า
นั้นจากรายงานยังรู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ออกโรงปกปั้องต้วนชิงหมิงไว้หลายครั้งหลายครา อีกทั้งยังเคยยื่นมือเข้าไปช่วยสั่ง
สอนเชวียหนิงเชี่ยนที่ล่วงเกินต้วนชิงหมิงอีกด้วย…
พูดได้ว่า ‘ปกปั้องก็คงมิผิด’ เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยทำเช่นนี้ให้กับใครมาก่อน
จู่ๆ เหยียนหลิ่งรุ่ยก็นึกขึ้นมาได้ เมื่อไม่นานมานี้ที่วัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮวา เหยียนหลิ่งอวี๋ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่าเขา
ใช้วิธีใดในการหนีเอาตัวรอดออกมาได้ ก็สุดที่จะรู้!
ในตอนนั้นเหยียนหลิ่งรุ่ยสูญเสียลูกน้องที่ไว้วางใจไปไม่น้อยจากการส่งไปจัดการเหยียนหลิ่งอวี๋ ครานั้นไม่อาจจับ
ตัวเขามาได้ แต่เขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าคุณหนูใหญ่จวนต้วน ก็มีโอกาสได้พบกับเหยียนหลิ่งอวี๋ที่นั่นด้วย
เขาเคยได้ยินชื่อของต้วนชิงหมิงมาสักระยะแล้ว เดิมทีเขานึกว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่งดงาม
แต่ไร้ซึ่งสมอง แต่วันนี้ที่พานพบก็ได้ประจักษ์กับปัญญาอันเฉียบแหลมของนางแล้ว
เห็นทีต้วนชิงหมิงผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดาอย่างที่เขาเคยคิดไว้ คราวนี้เหยียนหลิ่งรุ่ยจะต้องส่งคนไปสืบประวัติของคุณหนู
ใหญ่บุตรสาวภรรยาเอกจวนต้วนผู้นี้เสียหน่อยแล้ว!
เขาเคยได้ยินข่าวที่คนพากันเล่าลือในงานวันเกิดของบุตรสาวภรรยาเอก ว่าวันนั้นมีดอกบัวเบ่งบานท่ามกลาง
หิมะที่โปรยปราย เขาจึงอยากจะให้นางกลายเป็นสนมขององค์ชายใหญ่
ฮ่าๆๆ! อย่างนั้นการต่อสู้แย่งชิงต้วนชิงหมิงระหว่างเหยียนหลิ่งอวี๋กับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยคงต้องสนุกสุดมันเป็น
แน่แท้!
เหยียนหลิ่งรุ่ยเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางหันหน้ามองไปออกนอกหน้าต่าง เห็นหิมะได้จับตัวกลายเป็นนํ้าแข็ง และ
สาวน้อยร่างเล็กที่วิ่งไปหาน้องชายที่ร้องไห้ขี้มูกโปั่งอยู่ตรงมุมของห้องด้านล่าง
ไม่ว่าใครก็มีจุดอ่อนด้วยกันทั้งนั้น จุดอ่อนของเหยียนหลิ่งอวี๋คือต้วนชิงหมิง ส่วนจุดอ่อนของต้วนชิงหมิงก็คือต้วน
อวี้!
บัดนี้เหยียนหลิ่งรุ่ยนับว่าได้รู้จักต้วนชิงหมิงบ้างแล้ว นับแต่นี้ต่อไปพวกเขาคงต้องได้เจอกันบ่อยขึ้นอย่างเลี่ยงไม่
ได้
สีหน้าของเหยียนหลิ่งรุ่ยเปลี่ยนไปเมื่อหันมาเห็นสีหน้าที่โกรธเคืองขององค์หญิงจิ่นซิ่ว!
นางยืนนิ่งมองต้วนชิงหมิงที่วิ่งลงไปข้างล่าง ตะโกนร้องเรียกเสียงดัง “เจ้าจงกลับมา บัญชีนี้ยังสะสางไม่จบ! เจ้า
ล่วงเกินข้าจะต้องมาขอโทษข้าก่อน มาขอโทษข้าเดี๋ยวนี้”
องค์หญิงจิ่นซิ่วยังพูดไม่ทันจบก็ไม่เห็นเงาของต้วนชิงหมิงแล้ว นางจึงหันหลังกลับมาพูดพึมพำกับตัวเองว่า
“เชอะ! ต้วนชิงหมิง……เจ้ากล้าดีอย่างไร ไม่มาขอโทษองค์หญิงอย่างข้า คราวหน้าถ้าเจอต้องได้เห็นดีกันแน่!”
แขกที่มาดื่มนํ้าชาที่ร้านต่างใช้สายตาดูแคลนมองไปที่องค์หญิงจิ่นซิ่ว ที่แท้องค์หญิงผู้นี้ช่างโง่เขลาเบาปัญญา
เหลือเกิน! ฝั่ายต้วนชิงหมิงก็บอกอยู่ว่าน้องชายของนางผิดก่อนที่ไปแย่งขนมกุ้ยฮวาจากมือ แต่เพราะองค์หญิงโกรธจน
ไม่ปล่อยวางพี่น้องคู่นี้ จนตอนนี้น้องชายของต้วนชิงหมิงวิ่งหายไปไหนไม่รู้ องค์หญิงก็ยังมีหน้ามาบอกจะคิดบัญชีกับนาง
อีก!
สายตาที่มองมาอย่างดูแคลนและเสียงซุบซิบนินทาของบรรดาแขกที่นั่งอยู่ ทำให้นางยืนเท้าสะเอวพูดอย่างโมโห
“พวกเจ้าไม่รู้เรื่องอะไร ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก!”
แขกที่ร้านนํ้าชาต่างหัวเราะกันยกใหญ่เมื่อได้ยินที่องค์หญิงกล่าวเช่นนั้น พลันได้ยินเสียงชายคนหนึ่งหันมาพูด
เสียงนิ่งว่า “ทุกคนอย่าได้หัวเราะไป ระวังประเดี๋ยวองค์หญิงจะแย่งชาในมือของพวกเจ้า ถ้าไม่ให้ละก็มีหวังโทษจะติดตัว
เอาได้…”
เมื่อชายคนนั้นพูดจบลง ด้านหลังของเขาก็มีเสียงเสริมขึ้นว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว องค์หญิงมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่ง
ถึงเพียงนี้ ถ้าใครบังอาจล่วงเกินเข้าละก็ มีหวังคงจะต้องได้รับโทษในข้อหาอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้เป็นแน่!”
สิ้นเสียงทุกคนในร้านต่างหัวเราะกันยกใหญ่ จนองค์หญิงจิ่นซิ่วกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ ทว่ากลับปิดปาก
เงียบไม่ต่อล้อต่อเถียงอันใด!
เหยียนหลิ่งรุ่ยจับที่มือขององค์หญิงจิ่นซิ่วอย่างแรงแล้วพูดกระซิบเสียงตํ่า “เจ้ายังขายขี้หน้าคนไม่พออีกหรือ…
รีบกลับวังหลวงกันได้แล้ว!”
องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่เคยได้ยินเหยียนหลิ่งรุ่ยพูดนํ้าเสียงเข้มงวดถึงเพียงนี้มาก่อน นางอดไม่ได้ที่จะหันหลังมามอง
กลับพบว่าเขามีสีหน้าบึ้งตึงไปแล้ว
เหยียนหลิ่งรุ่ยไม่เคยใช้สายตาเย็นชาและแข็งกร้าวเช่นนี้มองนางมาก่อน จนนางคิดว่าถ้ามิได้มีสายเลือดความ
เป็นพี่น้องกัน การมองเช่นนี้ก็คือมองด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมเข่นฆ่า!
หญิงสาวถึงกับใบหน้าซีดขาว อยากจะพูดแก้ตัวก็ไม่กล้าพูดออกมา!
นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนหลิ่งรุ่ยใช้แววตาที่เย็นชาราวกับนํ้าแข็งที่เย็นยะเยือกมองมาที่องค์หญิงจิ่นซิ่ว จนทำให้นาง
ตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ยังไม่ทันจะให้โอกาสนางได้พูด เหยียนหลิ่งรุ่ยก็ฉุดนางเดินลงมาบันไดไปอย่างเร่งรีบ
นางถือตัวว่าเป็นบุตรสาวของฮองเฮามีผู้เป็นมารดาคอยคุ้มหัว จึงทำทุกอย่างตามอำเภอใจเมื่ออยู่ในวังหลวง อีก
ทั้งฐานะที่สูงส่งของนาง เหยียนหลิ่งรุ่ยก็ให้อภัยนางมาโดยตลอด ทว่าบัดนี้ความใจกว้างของเขากลับทำให้องค์หญิงจิ่น
ซิ่วแสดงความเบาปัญญาต่อหน้าคนไปทั่ว ทั้งยังสร้างความอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียงมาถึงตัวเขา
จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้เห็นก็รู้ว่าเหยียนหลิ่งรุ่ยใจกว้าง และให้อภัยนางมามากเพียงพอแล้ว จนถึงตอนนี้ใน
ร้านนํ้าชานางยังกลับทำให้เขาขายขี้หน้าอีก!
ความโมโหโกรธาที่องค์หญิงจิ่นซิ่วมีพลันมลายหายไปชั่วพริบตาเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นพี่ หมุนตัวเดินตามเหยี
ยนหลิ่งรุ่ยกลับไปแต่โดยดี
ในขณะที่ทั้งสองกำลังหันหลังจะก้าวเดินลงไป แขกในร้านนํ้าชาต่างหัวเราะเยาะกันใหญ่ ทว่าเมื่อเหยียนหลิ่งรุ่ย
ใช้สายตาที่เย็นชามองกลับไป ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของทุกคนเมื่อครู่ต่างหุบลงแทบไม่ทัน
แม้กระทั่งองค์หญิงจิ่นซิ่วที่ถูกเขาจับมือไว้ยังไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยคำใดแม้แต่น้อย นางได้แต่เดินตามลงไปแต่โดย
ดี ในขณะที่ความโกรธแค้นภายในใจยังคงคุกรุ่นไม่หยุด……เรื่องทั้งหมดในวันนี้เป็นเพราะต้วนชิงหมิงคนเดียว ถ้าไม่ใช่
เพราะนาง ข้าคงไม่ต้องเสียขนมกุ้ยฮวาไปโดยที่ยังไม่ได้ลิ้มรสชาติเช่นนี้… หากเจอครั้งหน้า ข้าจะไม่มีทางอับอายขายขี้
หน้าแบบนี้อีกแล้ว!
เรื่องทั้งหมดในวันนี้ต้องโทษเจ้าแต่เพียงผู้เดียว บัญชีแค้นนี้ข้าจะหาโอกาสที่มาชำระกับเจ้าให้จงได้
ต้วนชิงหมิง… เจ้าจงระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!
เหยียนหลิ่งรุ่ยที่กำลังพาองค์หญิงจิ่นซิ่วเดินลงมาจากชั้นบน ก็เอาแต่คิดเรื่องของตัวเขาเอง จนไม่ทันได้สังเกต
เห็นเงาของคนที่ลุกขึ้นมาท่ามกลางแขกที่มาดื่มนํ้าชาบนชั้นที่สอง เงานั้นได้วิ่งเดินผ่านผู้คนออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและจบลงบนชั้นที่สองของร้านนํ้าชาแห่งนี้ ต่อให้จะถูกคนหยิบยกขึ้นมาพูดคุยก็คง
เป็นเพียงเรื่องเล่าที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น!
แต่ถ้าเหตุการณ์นี้ได้ถูกใครบางคนเอามาใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างถูกที่ถูกเวลาก็กลับกลายเป็นอาวุธที่แหลมคมได้!
เรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดในวันนี้กับต้วนชิงหมิงจะเป็นจุดที่ทำให้ชีวิตในวันข้างหน้าที่จะก้าวเดินเปลี่ยนไปอย่าง
ไม่มีวันหวนกลับมา
แต่นั้นก็เป็นเพียงเรื่องของอนาคตข้างหน้าที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นมาบ้าง!
ทางด้านต้วนอวี้ที่วิ่งหนีออกจากร้านนํ้าชาได้วิ่งเข้าไปที่ซอยเล็กๆ แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
ด้วยความร้อนรนใจของต้วนชิงหมิงจึงรีบสาวเท้าก้าวตามไปอย่างว่องไว นางไล่ตามไปด้วยพลางร้องตะโกนเสียง
ดังไปด้วย “อวี้เอ๋อร์รีบออกมาเถอะ รีบออกมาเถอะ…”