การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 294 ต้วนชิงหมิงถูกบังคับ (1)
ต้วนอวี้วิ่งหนีและหายเข้าไปในซอยอึมครึมที่ทั้งมืดและคับแคบ ดูน่ากลัวราวกับบ่อนํ้าลึกที่แม้ปาก้อนหินลงไปก็
ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน
นางพูดไม่ออก บอกไม่ถูกเช่นกันว่าเพราะเหตุใดจึงรู้สึกไม่ค่อยดีเมื่อได้เห็นซอยที่เล็กและอึมครึมเส้นนี้ ทว่านาง
หาได้ลังเลใจแม้แต่น้อย สาวเท้าวิ่งเข้าไปหยุดต้วนอวี้ไม่ให้เตลิดไปมากกว่านี้
ทว่านางมาช้าไปก้าวหนึ่ง ระหว่างที่วิ่งไปตามมาถึงซอยเล็กๆ นี้ก็เห็นเพียงเงาดำได้แวบผ่านหน้าไป เขาวิ่งพรวด
มาจากด้านหลังต้วนชิงหมิงเข้าไปยังซอยเล็กนี้ ชั่วพริบตาเดียวชายผู้นั้นก็ใช้ผ้าดำปิดหน้าแล้วอุ้มต้วนอวี้ที่อ่อนล้าวิ่งกลับ
ออกมาอย่างว่องไว เขาวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าต้วนชิงหมิงนิ่ง
สายตาของชายชุดดำเห็นความร้อนรนใจของต้วนชิงหมิงจึงพูดอย่างนิ่งเฉย “ไม่ทราบว่าคนที่แม่หญิงตามหานั้น
เป็นเด็กน้อยคนนี้ใช่หรือไม่?”
เหตุใดชายชุดดำคนนี้ถึงมาอุ้มต้วนอวี้ได้? เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?
ต้วนชิงหมิงพลันรู้สึกตระหนกตกใจ ไม่ทันได้คิดคำตอบใดมือก็ยื่นออกไปหมายจะคว้าต้วนอวี้ที่อยู่ในมือของชาย
ชุดดำกลับมา แค่นเสียงดัง “ส่งอวี้เอ๋อร์ของข้าคืนมา!”
ในใจของต้วนชิงหมิงกังวลเป็นที่สุด……เกิดอะไรขึ้น? นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? พริบตาเดียวอวี้เอ๋อร์ถูกชาย
คนนี้จับตัวแล้ว เขาต้องการอะไรถึงได้ทำเช่นนี้กันแน่ แล้วเหตุใดอวี้เอ๋อร์จึงสลบไป?
ขณะนั้นความกังวลที่จะต้องสูญเสียต้วนอวี้ไปทำให้ต้วนชิงหมิงร้อนใจทำอะไรไม่ถูก จนร้องไห้ออกมา นาง
ลนลานตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง “อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์…”
ไม่นานชายชุดดำคนนั้นก็กระแอมไอ ก่อนพูดขึ้น “เจ้าอย่าหวังเลย!”
เมื่อพูดจบ ชายชุดดำที่ร่างทั้งผอมและสูงใหญ่ก็วิ่งพาต้วนอวี้หนีหายไป
ในขณะนั้นต้วนชิงหมิงถึงกับเข่าทรุดลงไปที่พื้น ทว่านางกลับฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
ต้วนชิงหมิงยืนอยู่ปากซอยที่มีลมอันหนาวเหน็บได้พัดผ่านมาปะทะใบหน้าจนชาและตึงไปหมด แต่ไม่ว่าหน้าจะ
ชาและตึงเพียงใดก็ไม่อาจสู้ความร้อนใจที่เป็นห่วงต้วนอวี้ได้ นางได้แต่ยืนมองชายชุดดำอุ้มต้วนอวี้ไว้ในมืออย่างหวาด
กลัวเหลือเกิน นางกลัวว่าชายชุดดำจะทำร้านต้วนอวี้เข้า!
เด็กน้อยสลบไสลอยู่ในอ้อมแขนของชายชุดดำ ลมหายใจที่แผ่วเบา ใบหน้ากับริมฝีปากที่แดงระเรื่อ ทว่าเนื้อตัว
ยังไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลใด ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงค่อยวางใจลง… หลังจากที่ได้ครุ่นคิดดูแล้ว อีกฝั่ายคงแค่ตีให้ต้วนอวี้
สลบจะได้ไม่ขัดขืน ตอนนี้ชายชุดดำคงอยากจะใช้ประโยชน์จากต้วนอวี้เพื่อข่มขู่นางเป็นแน่!
แต่ว่าอีกฝั่ายมีจุดประสงค์อันใดที่จะต้องข่มขู่นางเช่นนี้ด้วย?
ในจุดนี้พูดได้เต็มปากเลยว่าต้วนชิงหมิงยังคิดถึงเเรงจูงใจของอีกฝั่ายไม่ออก นางได้แต่หันมองชายชุดดำคนนั้น
แล้วตะโกนขึ้น “พูดออกมาเถอะว่าเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?”
ชั่วพริบตาเดียว ต้วนชิงหมิงต่างพรั่งพรูความคิดมากมายขึ้นมาในจิตใจ แต่ว่านางนั้นไม่อยากจะเชื่อความคิดของ
ตัวนางมากนัก
หรือว่าชายชุดดำต้องการชีวิตของนางอย่างนั้นหรือ?
ไม่น่าจะใช่เหตุผลนี้! เนื่องจากฝีมือของชายชุดดำหากต้องการปลิดชีพของนางนั้น ไม่มีทางเลยที่นางจะรอดพ้น
เงื้อมมือไปได้ แต่ทำไมกลับเลือกที่จะจับต้วนอวี้เป็นตัวประกันในการข่มขู่นางเช่นนี้?
หรือว่าอีฝั่ายเป็นคนที่ต้วนเจิ้งเคยล่วงเกินเอาไว้ จึงหาโอกาสกลับมาล้างแค้น?
ความคิดนี้ก็ดูไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าอีกฝั่ายไม่ได้เอ่ยถึงต้วนเจิ้งออกมา ทั้งยังไม่ได้บอกเหตุผลอันใด…
คิดๆ ดูแล้วคงจะเพื่อสร้างแรงกดดันให้กับต้วนชิงหมิง จึงเลือกใช้วิธีนี้!
หรืออาจจะเป็นว่าอีกฝั่ายต้องการของบางอย่างจากตัวนาง?
แต่ว่าต้วนชิงหมิงเป็นเพียงคุณหนูในจวนท่านแม่ทัพ ที่ร่างกายของนางไม่ได้สวมใส่หรือมีของมีค่าใดติดตัวมาเลย
เช่นนั้นอีกฝั่ายต้องการอะไรจากนางกันแน่
นางคิดไปคิดมา ทว่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก!
ยิ่งไปกว่านั้น ต้วนชิงหมิงคิดไปถึงว่าเป็นคนที่หลิวหรงส่งมาสร้างสถานการณ์เป็นแน่ เพียงแต่ความคิดทั้งหลาย
ต่างก็ผุดขึ้นมาแล้วหายไปจนยังหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ไม่ได้เสียที!
สำหรับต้วนชิงหมิงนั้นไม่ว่าอีกฝั่ายนั้นต้องการสิ่งใดล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเป็นแน่ เพราะว่าต้วนอวี้ที่นางรักมาก
ที่สุดยังอยู่ในมือของอีกฝั่าย ดังนั้นขอเพียงต้วนอวี้ยังอยู่ในมือ ต้วนชิงหมิงต้องยอมทำตามที่ต้องการในทุกเรื่อง!
ชายชุดดำคนนั้นรูปร่างทั้งผอมทั้งสูง ทั้งยังสัมผัสได้ถึงความเลือดเย็นแฝงความเหี้ยมโหดเอาไว้อีกด้วย เมื่ออีก
ฝั่ายเห็นว่ามีกลุ่มคนวิ่งมาทางปากซอยพร้อมกับส่งเสียงอื้ออึง “เอ๊ะ! ข้าเห็นกับตานี่หน่า พวกเขาวิ่งเข้ามาทางนี้ ทำไมไม่
เจอตัวแล้วเล่า… ค้นหาทุกซอกทุกมุมเดี๋ยวนี้!”
สายตาของชายชุดดำได้แสดงความหมายที่ต้วนชิงหมิงอ่านออกว่า ดูเอาเถิด คนที่ต้องการจะหาตัวเจ้ามิใช่มีเพียง
ข้าเท่านั้น!
ต้วนชิงหมิงยืนนิ่งเอียงหูฟัง พลันได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยพูดเสียงตํ่าว่า “รีบค้นให้ทั่ว ถ้าหากหาไม่พบ กลับไปพวก
เอ็งต้องเจอดีกันแน่!”
พอชายชุดดำได้ยินเสียงที่กลุ่มคนเหล่านั้นพูด เขาก็หันหน้าไปพยักให้กับต้วนชิงหมิง “ไป รีบไปจากที่นี่ก่อน!”
ด้วยความใจร้อนของต้วนชิงหมิงจึงเกิดลังเลใจอย่างมากว่าควรหรือไม่ควรตามชายชุดดำที่อยู่ข้างหน้าไป?
ในจุดนี้หากต้วนชิงหมิงตามชายชุดดำที่อยู่ข้างหน้าไปก็จะไม่รู้ว่าอีกฝั่ายจะทำร้ายนางเมื่อไร แต่ถ้าไม่ตามไปละก็
อีกฝั่ายอาจทำอะไรกับต้วนอวี้ก็ได้
อีกอย่างด้วยสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้ ต่อให้นางกับต้วนอวี้หนีรอดจากชายชุดดำไปได้ แต่กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง
ก็ไม่รู้ว่าตามนางมาด้วยวัตถุประสงค์ใด ต้วนชิงหมิงเชื่อใจลางสังหรณ์ของนางเอง หากตกไปอยู่ในมือของกลุ่มคนที่อยู่
ด้านหลังไม่รู้ว่าจะตกอยู่ในสภาพแบบไหนกัน
เฮ้อ! ช่างหนีเสือปะจระเข้เสียจริง! วันนี้ทำไมมันช่างยุ่งเหยิงวุ่นวายถึงเพียงนี้?
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงลังเลจนตัดสินใจไม่ถูก ชายคนนั้นก็หัวเราะเยาะขึ้นมา “ทำไมกัน เจ้ายังจะต้องคิดอะไรให้
มากความอีก… จะปล่อยให้น้องชายตกไปอยู่ในมือของกลุ่มคนข้างหลัง หรือว่าจะติดตามน้องชายของเจ้าแล้วตามข้า
ไป?”
นางเม้มปากเป็นเส้นตรงและกำมือแน่น นางเงยหน้าขึ้นมองต้วนอวี้ที่ยังสลบอยู่ในอ้อมแขนของชายชุดดำ แล้ว
ตัดสินใจเด็ดขาดเลือกตามชายชุดดำไป “ข้าจะไปกับเจ้า… แต่อย่าให้ข้ารู้นะว่าเจ้าทำร้ายน้องชายข้า!”
ชายชุดดำคนนั้นพอได้ยินก็เบะปากไปอีกทางแล้วตอบปัดๆ ไป “เจ้าวางใจได้ เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น!
หากข้ายังไม่ได้ในสิ่งที่ข้าต้องการ เขาจะต้องปลอดภัยแน่นอน!”
คำพูดของชายชุดดำเต็มเปียมไปด้วยความโหดเหี้ยมและเสียดสีอย่างแรง จนต้วนชิงหมิงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง!
นางจับกระโปรงยกขึ้นมาโดยไม่มีเสียง จากนั้นก็วิ่งตามชายชุดดำที่อยู่ข้างหน้าไปอีกซอยหนึ่ง
ภายในอีกซอยที่ไม่มีสิ่งใดวางกีดขวางอยู่ กลับได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งอย่างไม่หยุดหย่อน ฝีเท้าของชาย
ชุดดำคนนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ต้วนชิงหมิงวิ่งตามจนขาแข้งอ่อนแรงไปหมด ทว่ายังต้องฝืนวิ่งต่อไปจนชนเข้าไปที่อ้อมอกของ
ชายชุดดำที่ยืนรออยู่ข้างหน้าเพราะมีกำแพงสูงใหญ่ขวางทางเอาไว้
เสียงกลุ่มคนด้านหลังวิ่งตามมาเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ต้วนชิงหมิงทั้งตื่นเต้นทั้งตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก นางขมวดคิ้ว
ขึ้นแล้วพูดเสียงตํ่า “ที่นี่ไม่มีทางที่จะไปไหนได้อีกแล้ว พวกเราจะเอาอย่างไรต่อดี?”
ชายชุดดำไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาได้แต่เงยหน้าขึ้นมองไปตามกำแพงที่สูงนั้น จากนั้นแววตาของเขาก็เปลี่ยนไป
ต้วนชิงหมิงมองตามที่ชายชุดดำมองไปถึงกับต้องผงะ……หรือว่าเขาจะไต่กำแพงขึ้นไปอย่างนั้นหรือ?
เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มนั้นใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงพูดของคนกลุ่มนั้น พวกเขาไล่ตามต้วนชิงหมิงมา
โดยเฉพาะ
ด้านต้วนชิงหมิงหันหน้าไปมองชายชุดดำโดยไม่รู้ตัว ราวกับเชื่อมั่นในตัวของเขาว่าจะสามารถหาวิธีในการข้าม
กำแพงสูงชันนี้ไปได้ หรือนางจะสามารถฉวยโอกาสที่โกลาหลนี้แย่งอวี้เอ๋อร์กลับมาแล้วหนีจากที่นี่ไป
ทว่าความคิดของต้วนชิงหมิงได้ถูกชายชุดดำอ่านออกจนหมดสิ้น เขากระแอมไอเสียงดังอีกครั้ง โดยไม่หันหน้ามา
มองต้วนชิงหมิง “ข้าจะบอกอะไรให้……เจ้าเอาความคิดที่ทำไม่ได้จริงโยนออกจากหัวไปเสีย!”
เมื่อชายชุดดำกล่าวจบโดยที่ไม่รอให้ต้วนชิงหมิงตอบอะไร ก็ปลดเข็มขัดที่รัดเอวออกมาแล้วจับต้วนอวี้รัดไว้ด้าน
หลัง จากนั้นเขาก็จับที่เอวของต้วนชิงหมิงแล้วรวบรวมพละกำลังที่มีทั้งหมดไต่ขึ้นกำแพงเพียงสองครั้งก็ขึ้นมาถึงด้านบน
ที่สูงชันของกำแพงแล้ว!