การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 296 มาเพื่อธนูชวนเย่ว์?
ธนูชวนเย่ว์
ต้วนอวี้ขมวดคิ้วขึ้นพลางหันไปมองต้วนชิงหมิงด้วยใบหน้าสงสัย เป็นนัยบอกให้รู้ว่าเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ชายชุดดำคน
นี้พูด
ทันทีที่ชายชุดดำพูดจบ ผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือต้วนชิงหมิงก็ร่วงหล่นลงพื้นทันที นางพยายามบังคับมือที่สั่นเทาให้
หยุดนิ่ง พลางสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ เฮือกหนึ่งอย่างระงับอารมณ์ แล้วเอ่ยตอบกลับไป
“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าพูด?”
ต้วนอวี้ยังไม่เข้าใจว่าธนูชวนเย่ว์นั้นคือสิ่งใด แต่เมื่อได้ยินที่ชายชุดดำกับต้วนชิงหมิงโต้ตอบกัน เขาจึงถามขึ้น
อย่างตะกุกตะกัก “พี่สาว ธนูชวนเย่ว์นั้นคือสิ่งใดกัน แล้วใช้ทำอะไรได้หรือ?”
ต้วนชิงหมิงควบคุมอารมณ์ แล้วหันไปพูดกับเขา “พี่สาวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าธนูชวนเย่ว์คืออะไร และก็ไม่รู้เหมือน
กันว่าของสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน!”
ชายชุดดำพูดอย่างเยาะเย้ยขึ้นมา “คุณหนูใหญ่ต้วนช่างเป็นคนขี้หลงขี้ลืมเสียเหลือเกิน… ในตอนนั้นมิใช่คุณหนู
หรอกหรือ ที่ช่วยชายบาดเจ็บสาหัสคนนั้นไว้? ชายคนนั้นหายไป ธนูชวนเย่ว์ก็หายไปอย่างไม่มีวี่แววด้วย……เป็นคุณหนู
ที่ช่วยชายที่มีธนูชวนเย่ว์คนนั้นอย่างไร แล้วเช่นนี้มันจะไปอยู่ในมือใครได้เล่า?”
ต้วนชิงหมิงมองอีกฝั่ายนิ่งไม่พูดไม่จา!
แววตาคล้ายค่อยๆ จมลงสู่ภวังค์นึกคิด วันนั้นที่นางช่วยเหลือชายที่บาดเจ็บก็มียังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ในเหตุการณ์
ด้วย ทว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่มีทางหักหลังนางแน่ เช่นนั้นแล้วเป็นใครกันแน่ที่นำเรื่องนี้ไปบอกให้คนอื่นล่วงรู้?
ดูจากท่าทางของชายชุดดำก็เห็นได้ชัดว่า เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าธนูชวนเย่ว์อยู่ในมือใคร แล้วเหตุใดถึงกล้าฟัน
ธงว่าธนูชวนเย่ว์อยู่ในมือของนาง?
เห็นทีคงเป็นเพียงคาดเดาเท่านั้น อีกอย่างเขาคงไม่ใช่คนที่ชื่อ ‘อวี่เหมิง’ อย่างแน่นอน!
“คุณหนูใหญ่ต้วนนำธนูชวนเย่ว์ไปซ่อนไว้ที่ใด… ข้าเคยไปที่ห้องคุณหนูถึงสองครั้งสองครากลับค้นหาไม่เจอ…”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็นึกขึ้นมาได้ทันที “ที่แท้คนที่ทำให้ห้องของข้าเละเทะก็เป็นฝีมือของเจ้านี่เอง… ทำไมเจ้าถึง
กล้าบุกเข้าไปในห้องผู้หญิงตามอำเภอใจแบบนั้น?”
ชายชุดดำหัวเราะเสียงดังขึ้นมาทันใด “ฮ่า ฮ่า! ถ้าเจ้ายังไม่เอาธนูชวนเย่ว์ส่งมาให้ข้า สิ่งต่อไปที่ข้าต้องการเห็น
คงจะเป็นหัวของน้องชายเจ้าแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงใจสั่นขึ้นมา พูดอย่างโมโห “เจ้าดั้นด้นเข้าไปค้นถึงห้องนอนข้า……ก็ยังหาไม่พบ แล้วตอนนี้เจ้ายัง
ต้องการอะไรจากข้าอีกกันแน่!”
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างช้าลง เรียกความสนใจในตัวเด็กสาวจนทำให้นางเงยหน้าออกไปนอกหน้าต่างก็รู้ว่าได้
ออกมานอกเมืองแล้ว ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดมาหยุดอยู่ที่ยอดเขาสูงชันลูกหนึ่ง กวาดสายตามองออกไปนอกรถม้าปราด
เดียวก็รู้ว่าที่นี่ ไร้ซึ่งผู้คน!
ในใจพลันเริ่มกังวล รีบหันไปคว้าต้วนอวี้เข้ามากอดไว้แนบอก ตะโกนเสียงดังข่มชายชุดดำคนนั้น “เจ้าคิดจะทำ
อะไร… ข้าก็บอกแล้ว ว่าข้าไม่เคยเห็นของที่เจ้าเอ่ยถึงมาก่อน!”
ไม่มีเสียงตอบรับ
ไม่นาน ชายชุดดำคนนั้นก็หยุดรถม้าลงแล้วลงมายืนด้านข้าง พูดเสียงนิ่งเรียบ “คุณหนูใหญ่ต้วนลงมาจากรถแล้ว
ค่อยคุยกันเถอะ!”
เด็กสาวยังโอบกอดต้วนอวี้ไว้ในอกแน่นพลางกระชับอ้อมกอดหนึ่งที สายตากวาดมองไปโดยรอบ นอกจากหิมะที่
ขาวโพลนอยู่ทั่วทุกที่ สุดลูกหูลูกตาก็ไม่มีสีเขียวจากต้นไม้ให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว จะมีก็เพียงต้นไม้ที่ยืนต้นไร้ซึ่งใบ เหลือไว้
เพียงกิ่งไม้สีนํ้าตาลดำ!
อันที่จริงนางไม่อยากลงจากรถม้า แต่ว่าต้วนอวี้จูงมือให้นางเดินลงมา “พี่สาว พวกเราลงจากรถม้าแล้วไปคุยกับ
เขาก่อนเถอะ ถ้าพี่ไม่มีของที่เขาต้องการ เขาคงไม่กล้าทำอะไรพวกเรา!”
แม้ต้วนอวี้จะพูดแบบนี้ ทว่าในใจของต้วนชิงหมิงก็ยังกลัวชายชุดดำเกิดอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายขึ้นมา แต่ถ้า
เอาแต่หลบอยู่บนรถม้าคงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา นางจึงเร่งเดินลงจากรถม้าตามน้องชายไป มิวายจับต้วนอวี้ไปหลบไว้
ด้านหลังของนาง แล้วเอ่ยเสียงดุดัน ข้าเป็นถึงบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่… เจ้าต้องการจะทำอะไร?”
ชายชุดดำชักดาบยาวออกมา แล้วเงื้อมือฟันลงตรงกลางทำให้ทั้งสองคนแยกออกจากกัน แล้วยกดาบจี้ไปที่คอ
ของต้วนอวี้ พูดนํ้าเสียงเย็นชา “คุณหนูใหญ่ต้วน ธนูชวนเย่ว์สำหรับคุณหนูนั้นหาได้มีประโยชน์กับคุณหนูไม่ แต่ว่าชีวิต
ของน้องชายท่านคงไม่เหมือนกันหรอกกระมัง! หากคุณหนูคิดได้ก็คงเอาธนูชวนเย่ว์มาคืนแต่โดยดี แล้วข้าจะไว้ชีวิตน้อง
ชายของคุณหนู ถ้าไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าใจดำอำมหิตก็แล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงตกใจกับสิ่งที่ชายคนนั้นทำ นางยื่นมือทั้งสองออกไปอย่างสั่นเทาโบกไปมา เอื้อนเอ่ยเสียงเครือ “อย่า
ทำร้ายน้องชายของข้า!”
ชายชุดดำแสยะยิ้มตอบ “ความอดทนของข้านั้นมีจำกัด… ถ้าคุณหนูยังไม่พูดความจริง ข้าจะเอาชีวิตน้องชาย
ของคุณหนูสังเวยก่อนก็แล้วกัน!”
นางรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
พูดตามตรง นางก็ยังไม่รู้ว่า เป็นใครกันที่ส่งธนูชวนเย่ว์มาให้นาง ถ้าจะให้มอบให้ชายชุดดำคนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่
ได้ เพียงแต่เวลานี้ปัญหาคือ ถ้านางยอมมอบธนูชวนเย่ว์ที่ “อวี่เหมิง” ฝากไว้ เช่นนั้นนางจะมีของสิ่งใดไปคืนเขา? ถึง
ตอนนั้นถ้า “อวี่เหมิง” โมโหแล้วใช้ต้วนอวี้ในการข่มขู่นางอีกก็จะเป็นเรื่องใหญ่!
แต่ถ้าเอาธนูชวนเย่ว์ที่คนคนนั้นฝากไว้ให้อวี่เหมิง มามอบให้กับชายชุดดำคนนี้ ก็เท่ากับเอาของที่อวี่เหมิงใช้ชีวิต
แลกเอามายื่นให้ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น!
ต้วนชิงหมิงมีสีหน้าที่ยากลำบากในการตัดสินใจ นางจึงพูดจากสามัญสำนึก “เจ้าอย่าทำร้ายน้องชายของข้า…”
ชายชุดดำคนนั้นหัวเราะเยาะ “เหอะ เหอะ” ออกมาพร้อมกับใช้ดาบยาวเล่มนั้นกรีดคอต้วนอวี้จนเป็นรอยแดง
“คุณหนูใหญ่ต้วน ข้าไม่เพียงแต่จะทำร้ายน้องชายของคุณหนู ยังจะเอาชีวิตของเขาอีกด้วย… ถ้าคุณหนูยังไม่บอกที่ซ่อน
ออกมา ข้าคงต้องลงมือจริงๆ แล้ว!”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงตกใจจนหน้าเสีย ชายชุดดำก็ยิ่งหัวเราะเยาะได้ใจ “ข้าจะใช้ดาบกรีดลงบนหน้าของน้องชาย
คุณหนูก่อน จากนั้นค่อยๆ กรีดลงไปที่ท้องแล้วควักตับไตไส้พุงของเขาออกมา ให้คุณหนูได้ดูน้องชายทุรนทุราย… ทำ
แบบนี้คุณหนูพอใจหรือไม่?”
ชายชุดดำคนนั้นพูดอย่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความเย็นชาเป็นที่สุด จนต้วนชิงหมิงสีหน้าซีดขาวไร้เลือดแดง
ฝาด นางรีบปัดมือและพูดยํ้าแล้วยํ้าอีก “ข้าไม่มีของชิ้นนั้นจริงๆ อีกอย่างเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอวี้เอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ทำร้าย
น้องชายของข้า!”
เขายกดาบเลื่อนขึ้นไปที่หน้าของต้วนอวี้ทันทีหลังจากต้วนชิงหมิงพูดจบ นางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ร้องเสียง
แหลมสุดใจขึ้นมา “อย่าทำ…”
ทันใดนั้นต้วนชิงหมิงก็พุ่งเข้าไปเพื่อแย่งตัวต้วนอวี้กลับมา “ถ้าเจ้าจะทรมานก็ทรมานข้าแทนเสียเถอะ… เรื่องนี้
ไม่เกี่ยวกับน้องชายข้าแม้แต่น้อย เจ้าจะทำร้ายเขาแม้แต่ปลายเล็บไม่ได้เด็ดขาด!”
เหมือนว่าความอดทนที่ชายชุดดำมีทั้งหมดได้มลายหายไปหมดในชั่วพริบตา
สายตาที่ดุดันของเขาได้ปรากฏออกมา เขาเข้าไปผลักต้วนชิงหมิงออก แล้วจับต้วนอวี้อีกครั้งโดยใช้ดาบชี้ไปตรง
หน้า
ต้วนชิงหมิงล้มกลิ้งไปกับพื้น ทั้งยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดอะไรไม่ออก!
ในตอนนี้นี้เอง ต้วนอวี้ที่เงียบไม่ส่งเสียงเอะอะโวยวายก็ลื่นไถลไปทางมือของชายชุดดำอย่างไม่ทันตั้งตัว!
ต้วนชิงหมิงตกตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้า ชายชุดดำคนนั้นก็อึ้งอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ต้วนอวี้ใช้จังหวะที่ลื่นไถล
ก้าวเท้าวิ่งอย่างรวดเร็วไปจับมือของต้วนชิงหมิงที่สั่นระริก แล้วพูดเร่งรีบขึ้น “วิ่ง”
ต้วนชิงหมิงรีบลุกพรวดขึ้นมาและวิ่งไปข้างหน้ากับต้วนอวี้
เมื่อครู่นี้ต้วนชิงหมิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เจ็บปวดปรากฏขึ้นในหัวใจ ความรู้สึกที่ทำได้เพียงลืมตามองคนที่รัก
สุดหัวใจได้รับบาดเจ็บช่างทรมานหัวใจหนักหนาสาหัสเหลือเกิน……ไม่เอาแล้ว นางไม่อยากจะต้องลิ้มลองรสชาติการสูญ
เสียคนที่รักอีกต่อไปแล้ว!
ต้วนอวี้ใช้มือน้อยๆ จับที่มือต้วนชิงหมิงทำให้นางกลับมาเหมือนมีชีวิตอีกครั้ง! แม้นางจะล้มลุกคลุกคลานอยู่หลัง
ต้วนอวี้ แต่นางก็เร่งความเร็วในการสาวเท้าให้วิ่งไปพร้อมกับเขา!
ด้านหลังของพวกเขาทั้งสองคน ได้ยินเสียงชายชุดดำคนนั้นตะโกนอย่างเคียดแค้นและโกรธเคือง “พวกเจ้าจะวิ่ง
ไปไหนกัน? หยุดเดี๋ยวนี้!”
พลันเห็นประกายแห่งความโกรธแค้นต่อชายชุดดำที่ทำร้ายต้วนอวี้นัยน์ตาต้วนชิงหมิงแล้ว!
ตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงกลับชาติมาเกิดใหม่ นางต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตรายมานับไม่ถ้วน เพียงแต่เหตุการณ์ใน
ตอนนี้เกิดกับคนที่นางรักสุดหัวใจ จนนางเกือบจะเสียสติและทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว เพราะจะต้องสูญเสียอวี้เอ๋อร์ไปโดย
ไม่คาดคิด…
ต้วนชิงหมิงทั้งโทษตัวนางเอง ทั้งละอายใจยิ่งนัก สายตาของนางพลันปรากฏไฟที่ลุกท่วมดวงตา ทันใดนั้นต้วนชิง
หมิงจึงใช้แรงที่มีทั้งหมดผลักต้วนอวี้ไปข้างหน้า โดยที่นางเลือกที่จะหยุดยืนอยู่กับที่!
ไม่นานชายชุดดำก็วิ่งไล่ตามมาทัน!
แม้ว่าชายชุดดำจะใช้ผ้าดำคลุมปิดบังใบหน้าด้วย ทว่าดวงตาของเขากลับเต็มเปียมไปด้วยความเดือดดาลที่ปะทุ
ออกมา!
เขาจับดาบเล่มนั้นวิ่งไล่ตามมาพร้อมกับพูดอย่างหัวเสีย “จะวิ่งไปไหน… กลับมาเดี๋ยวนี้!”