การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 297 หลุดพ้นจากภยันตราย
ต้วนชิงหมิงหมุนตัวกลับมาแล้วหยิบปินปักผมที่หัวออกมาอย่างรวดเร็ว นางตั้งท่าพร้อมสู้จนทำให้ชายชุดดำที่วิ่ง
ไล่ตามมาถึงกับต้องตกตะลึง……นางไม่ได้อยู่ปกปั้องต้วนอวี้และไม่ได้วิ่งหนีไปอีกทาง แต่กลับเลือกที่จะประจันหน้ากับ
ชายชุดดำ พลางหันกลับไปพูดเสียงดังลั่น “อวี้เอ๋อร์ รีบวิ่งหนีไป!”
แม้ต้วนอวี้จะตะลึงงันกับสิ่งที่เห็น แต่เท้าก็วิ่งต่อไปข้างหน้าตามแรงผลัก
พี่สาวหยุดตั้งท่ารอชายชุดดำเพื่อช่วยถ่วงเวลาเอาไว้ อย่างนั้นเขาจะต้องรีบวิ่งต่อไปหาที่ซ่อน เพื่อจะได้ช่วยพี่สาว
จัดการชายชุดดำให้ได้!
ยิ่งเด็กน้อยวิ่งไกลออกไปมากเท่าไร ต้วนชิงหมิงก็ยิ่งกระชับปินในมือแน่นขึ้นเท่านั้น
พริบตาเดียวชายชุดดำก็วิ่งมาถึงเด็กสาว เขาง้างเท้าเตะไปที่ร่างของต้วนชิงหมิงด้วยความโมโห ทำให้นาง
กระเด็นออกไปไกล
“ถ้าเจ้าอยากจะตายก็ให้เอาธนูชวนเย่ว์ออกมาก่อน… วันนี้ถ้าข้าไม่ได้ธนูชวนเย่ว์กลับไป เจ้าทั้งสองคนก็อย่าได้
คิดว่าจะรอดออกจากที่นี่ไปได้!”
แม้ต้วนชิงหมิงจะกระเด็นไถลไปกับพื้น ทว่าในมือของนางก็ยังกำปินปักผมไว้แน่น… ระหว่างที่นางกลิ้งอยู่บน
หิมะสายตาพลันเห็นรอยเลือดแดงติดอยู่บนปินปักผม ในที่สุดต้วนชิงหมิงก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา!
เรื่องที่คาดคิดไม่ถึงก็คือ… ก่อนที่ต้วนชิงหมิงจะกระเด็นออกไปนางกลับจับชายชุดดำไว้แน่น แล้วใช้ปินปักผมที่มี
ปลายแหลมคมแทงลงไปที่หลังของเขา ทว่ารอยนั้นเล็กมากจึงทำให้ชายชุดดำไม่ทันได้รู้ตัว
เขาใช้แรงเตะไปที่ต้วนชิงหมิงจนนางตัวลอย……จุดอ่อนของคุณหนูใหญ่ต้วนยังคงอยู่ที่น้องชายของนาง ขอเพียง
จับตัวต้วนอวี้ได้ ต้วนชิงหมิงก็จะยอมศิโรราบต่อเขาอย่างแน่นอน
เขาอุตส่าห์ตามหาธนูชวนเย่ว์ไปทั่วทุกที่จนมาถึงเมืองหลวง จนในที่สุดเขาก็รู้เบาะแสของธนูชวนเย่ว์เสียที แล้วมี
หรือที่เขาจะปล่อยโอกาสที่หายากเช่นนี้ให้หลุดมือไปได้?
ธนูชวนเย่ว์นั้นถ้าไปอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้ค่าก็เท่านั้น แต่สำหรับคนที่รู้ค่าแล้ว ถ้าไม่มีธนูชวนเย่ว์อยู่ในมือก็ยากที่
จะได้สิ่งอื่นที่เขาปรารถนา!
การได้มีชีวิตเกิดมาสักครั้งหนึ่งสำหรับทุกคนย่อมมีความปรารถนาของตนเอง สำหรับชายชุดดำนั้นก็จะต้องยืน
หยัดในสิ่งที่ปรารถนาเช่นกัน
ในขณะที่ต้วนชิงหมิงช่วยถ่วงเวลาไว้ ทางด้านต้วนอวี้ก็วิ่งมาเจอหน้าผา! หน้าผาแห่งนี้แม้จะไม่ได้สูงชันมาก ทว่า
หากคนปกติร่วงลงไปก็อาจจะถึงกับชีวิตได้
ต้วนอวี้ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าผาแล้วหันไปตะโกนอย่างเกลียดชัง เรียกชายชุดดำ “เหอะ เหอะ! อยากจะจับ
ข้าหรือ เจ้ามันอ่อนหัดนัก… ถ้าเจ้ามีความสามารถจับข้าได้จริง……ก็ตามมาสิ!”
ชายชุดดำหันไปมองต้วนอวี้แล้วพูดด้วยความโมโหถึงขีดสุด “ถ้าอยากจะรนหาที่ตายก็บอกข้าให้เร็วกว่านี้ ข้าจะ
ให้เจ้าได้สมปรารถนา ไม่จำเป็นต้องมารนหาที่ตายถึงที่นี่หรอก!”
เมื่อพูดจบ ชายชุดดำก็วิ่งพุ่งเข้าไปทางต้วนอวี้หมายจะใช้ดาบแทงปลิดชีพของเด็กน้อยเสีย……เดิมทีเขาคิดจะใช้ต้
วนอวี้ควบคุมต้วนชิงหมิง แต่บัดนี้เห็นทีต้วนชิงหมิงคงยากจะควบคุม อย่างนั้นเขาเลือกที่จะฆ่าต้วนอวี้ก่อน แล้วค่อย
กลับมาข่มขู่นางก็ยังมิสาย……เด็กผู้หญิงแค่คนเดียว เขามีวิธีมากมายที่จะทรมานนางให้พูดความจริงออกมา จะไม่ใช้วิธี
ที่นุ่มนวลอีกต่อไปแล้ว!
พอต้วนอวี้ได้เห็นชายชุดดำวิ่งตรงมาหา เขาก็ได้เสแสร้งแกล้งทำเป็นหวาดกลัวก้าวเดินถอยหลังไป ถอยหลังไป!
ด้านหลังของต้วนอวี้เป็นหน้าผาแล้ว หากเขาขืนก้าวออกไปอีกมีหวังต้องตกลงไปอย่างแน่นอน
ทางต้วนชิงหมิงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ร้องเสียงดังจนแทบขาดใจขึ้น “อวี้เอ๋อร์ อย่า”
ถึงกระนั้นต้วนอวี้ที่ยืนอยู่ปลายหน้าผาตัวก็สั่นโคลงเคลงไปมา พริบตาเดียวเขาก็ร่วงจากหน้าผาลงไป
เดิมทีนั้นชายชุดดำคิดเพียงว่าต้วนอวี้เพียงแค่พูดเล่น แต่เมื่อเขาเห็นอีกฝั่ายตกลงจากหน้าผา ถึงกับตกตะลึงพรึง
เพริดไป
จากหน้าผาที่ไม่สูงมากนัก ชายชุดดำที่ยืนสั่นไปมาเลือกที่จะจับดาบแล้วกระโดดตามต้วนอวี้ลงไป!
เวลานี้ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดอีกแล้ว นางพุ่งตัวไปตรงหน้าผาที่มีความสูงประมาณบ้านสองชั้น พร้อมกับ
ร่างที่โซซัดโซเซไปมาจนยืนตรงไม่ไหวอีกแล้ว!
ภายในใจของนางมีเพียงความคิดเดียวผุดขึ้นมา… นั่นก็คืออวี้เอ๋อร์ตกจากหน้าผาลงไป เป็นเพราะนางไร้ความ
สามารถที่จะปกปั้องน้องชายไว้ได้!
ในชาติที่แล้ว เป็นเพราะความอ่อนโยนไม่สู้คนของนางจึงทำให้ถูกหลอกและสูญเสียลูกสองคนที่รักที่สุดไป ทว่า
ในชาตินี้นางกลับเลือกที่จะรักษาธนูชวนเย่ว์ที่ไม่รู้ว่าต้องให้กับใคร จนนำมาซึ่งการสูญเสียต้วนอวี้อีกครั้งหรือ…
แข้งขาทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง ต้วนชิงหมิงยกมือทั้งสองขึ้นมาปิดหน้าพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา
“อวี้เอ๋อร์เป็นความผิดของพี่สาวคนนี้เอง!”
เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของนางแต่เพียงผู้เดียว!
ถ้านางไม่คิดมากเรื่องธนูชวนเย่ว์ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้
ถ้าไม่ใช่เพราะนางกังวลจนเกินเหตุ จนไม่ยอมพูดความจริงออกมา คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้!
ถ้าไม่ใช่เพราะนางคิดหน้าคิดหลัง ลังเลไม่ยอมมอบธนูชวนเย่ว์ คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้!
ถ้าไม่ใช่เพราะนางช่วยชายชุดดำที่มาโผล่สวนด้านหลังจวนต้วนในตอนนั้นละก็… ต้วนอวี้ก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตที่นี่
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นนางที่ทำร้ายต้วนอวี้…
นางอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว สะอึกสะอื้นรํ่าไห้เสียงดังลั่นบริเวณ “อวี้เอ๋อร์… อวี้เอ๋อร์…”
สายลมอันหนาวเหน็บที่พัดผ่านตรงหน้าผา เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้เจียนจะขาดใจของต้วนชิงหมิง ลมนั้นพลันหยุด
ลงในชั่วพริบตา ผมที่พลิ้วไหวตามลมเมื่อครู่ พลันหยุดชะงักตกลงมาตามเดิม!
ต้วนชิงหมิงร้องไห้ไปด้วย มองลงไปด้านล่างหน้าผาไปด้วย นางเห็นเพียงชายชุดดำคนนั้นลุกยืนขึ้นจากพื้น แต่ไม่
พบร่องรอยของต้วนอวี้!
นางคิดว่าด้วยตัวที่เล็กของต้วนอวี้จะต้องโดนชายชุดดำคนนั้นเหยียบจนตัวจมไปกับหิมะแล้ว… ต้วนอวี้อายุยัง
น้อยไม่ถึงเจ็ดปีก็ต้องจบชีวิตลงแล้วอย่างนั้นหรือ? อย่างนั้น ชีวิตที่เหลืออยู่ในชาตินี้ของต้วนชิงหมิงจะอยู่ต่อไปเพื่อสิ่งใด
กัน?
ต้วนชิงหมิงร้องไห้ด้วยความเสียใจหนักมากขึ้น นางร้องจนเส้นเสียงแหบแห้งไปหมดและพูดออกมาไม่ไหวอีก
แล้ว
นางคุกเข่าและทิ้งตัวลงบนหิมะจนลืมความหนาวเหน็บรอบกายลงไป!
ในตอนนี้เอง นางได้ยินเสียงพูดลอยมากระทบโสตประสาท เป็นเสียงที่แผ่วเบาทว่าคุ้นเคย “พี่สาว……ร้องไห้
ทำไม?”
เสียงนั้นทั้งนุ่มนวลและอ่อนโยน เมื่อพูดออกมาก็ถูกลมหนาวพัดกลบไป ต้วนชิงหมิงจึงไม่ได้ยิน หรือว่านางได้ยิน
แล้ว แต่คิดว่าสมองของนางมีเสียงหลอนขึ้นมา จนนางไม่เชื่อตัวนางเองอีกต่อไปแล้ว!
ทันใดนั้น ตรงหน้าผาก็มีร่างของต้วนอวี้โผล่ออกมาพร้อมกับตัวที่เปือนดินเต็มตัวไปหมด เขามองขึ้นมาพบกับใบ
หน้าของต้วนชิงหมิง “พี่สาว อย่าร้องไห้อีกเลย รีบช่วยอวี้เอ๋อร์ขึ้นไปก่อนเถอะ!”
ต้วนชิงหมิงยื่นมือออกไปอย่างไม่เชื่อสายตาของนาง เพื่อจับมือที่คุ้นเคยนั้นดึงขึ้นมาจากหน้าผา นางค่อยๆ
ร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง “อวี้เอ๋อร์ของพี่…”
ต้วนอวี้อาศัยมือที่ต้วนชิงหมิงดึงขึ้นมาจากหน้าผา เมื่อเขาขึ้นมาก็ปัดดินที่เต็มเนื้อเต็มตัวไปหมด ก่อนจะพูดขึ้น
“พี่สาวอย่าร้องไห้อีกเลย ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!”
นางยังคงสับสนงงเป็นไก่ตาแตก!
ไม่ใช่เขาตกลงไปด้านล่างแล้วหรือ? ทำไมเขาจึงมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ได้?
ต้วนชิงหมิงยกมือไปลูบใบหน้าไปมา แล้วจับไปที่หัวของต้วนอวี้อย่างเบามือ พร้อมกับร้องโฮออกมาอีกคำรบ “อ
วี้เอ๋อร์……ฮือๆ อวี้เอ๋อร์…”
ทางด้านต้วนอวี้ก็เข้ามากอดต้วนชิงหมิงแล้วพูดเสียงเบาปลอบประโลม “เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าร้องอีกเลย ตอนนี้ข้า
ไม่ได้เป็นอะไรแล้วมิใช่หรือ?”
ทันใดนั้นต้วนชิงหมิงก็จับต้วนอวี้ออกมาดูใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปือนติดเต็มไปหมดแล้วพูดอย่างใจร้อนรน “อวี้เอ๋อร์
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เจ้าไม่ได้ตกลงไปจากหน้าผาหรอกหรือ? ทำไมถึงปีนขึ้นมาได้อีก?”
ต้วนชิงหมิงจึงมองลงไปด้านล่างหน้าผาด้วยความสงสัย ก็เห็นเพียงชายชุดดำคนนั้นยังคงนอนแน่นิ่งไม่ติงไหว
ตอนนี้นางโล่งอกแล้ว พลางหันกลับมาพูดอย่างรีบร้อน “พี่เห็นเจ้าตกลงไปข้างล่าง เจ้าทำให้พี่ตกใจจนเกือบหัวใจจะ
วายตาย แล้วเจ้าขึ้นมาได้อย่างไร?”
ในตอนนี้ต้วนอวี้ขึ้นมาได้แล้ว ในขณะที่ชายชุดดำคนนั้นกลับร่วงจากหน้าผาไปข้างล่างแทน จนถึงเวลานี้ชายชุด
ดำคนนั้นก็ยังสลบไสลไม่ได้สติ!
ต้วนอวี้ชะโงกหน้าจากหน้าผาลงไปมองชายชุดดำคนนั้นพร้อมกับแลบลิ้นให้ “ตอนที่อวี้เอ๋อร์ยืนอยู่ตรงหน้าผาก็
เห็นต้นไม้เล็กต้นหนึ่งยื่นออกมา กิ่งไม้นั้นดูแล้วสามารถรับนํ้าหนักตัวได้ ดังนั้นข้าจึงแกล้งทำเป็นร่วงไปลง แล้วก็คว้ากิ่ง
ไม้นั้นเอาไว้ แต่ชายชุดดำที่อยากจะเอื้อมมือจับกลับถูกข้าผลักจนร่วงลงไปแทน…”