การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 298 พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยช้าไป
ถึงแม้ต้วนอวี้จะเล่าเรื่องออกมาอย่างเรียบง่าย แต่ทุกการกระทำล้วนเต็มไปด้วยความอันตราย
พูดได้ว่าตั้งแต่ที่ต้วนอวี้เอาตัวรอดมาได้ ไม่ว่าจะใช้การสังเกต การคาดการณ์ ทั้งยังไม่หวาดกลัวกับอีกฝั่ายที่มี
ฝีมือเหนือกว่า ต้วนอวี้ก็นำทักษะทุกอย่างมาใช้จนหลุดพ้นจากอันตรายมาได้
ถึงตอนนี้เมื่อเขากลับมานั่งคิดถึงเรื่องนี้ ก็ตกใจกับสิ่งที่ตัวเขาทำลงไปเช่นกัน นับตั้งแต่เรื่องที่เขาคว้ากิ่งไม้ที่ยาก
จะจับได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องลำบากอยู่แล้ว อีกทั้งเขายังใช้แรงที่มีผลักชายชุดดำไม่ให้จับกิ่งไม้ได้ เพียงแค่จุดนี้ก็นับได้ว่าไม่ใช่
เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้แล้ว!
สิ่งที่โชคดีก็คือต้วนอวี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาทั่วไป เขามีการสังเกตสังกาและสายตาที่เฉียบแหลมมากกว่าคนทั่วไป อีก
อย่างเขาก็เป็นคนฝึกวรยุทธ์คนหนึ่ง แม้ว่าตัวจะเล็กไปเสียหน่อยแต่พละกำลังที่มีก็ไม่ได้น้อยตามตัว การตอบสนองของ
เขารวดเร็วเกินใคร ดังนั้นการที่จะปีนขึ้นบนกิ่งไม้เพื่อเอาชีวิตรอดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด!
แน่นอนว่าต้วนชิงหมิงที่ตกอยู่ในความดีใจย่อมไม่ได้คิดในจุดละเอียดอ่อนตรงนี้ นางเอาแต่ดึงต้วนอวี้เข้ามา
สวมกอดแล้วร้องไห้อีกครั้งและพูดสะอึกสะอื้น “อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ของพี่ อย่าทำให้พี่ใจหายใจควํ่าแบบนี้อีกนะ!”
ต้วนอวี้ตบไหล่ปลอบต้วนชิงหมิงเหมือนกับเป็นผู้ใหญ่กำลังปลอบใจเด็กน้อย “พี่สาวอย่าร้องไห้เลย ต่อไปข้าจะ
ไม่ทำให้พี่ต้องตกใจแบบนี้อีกแล้ว!”
นางมองไม่เห็นใบหน้าที่ยากลำบากของต้วนอวี้……เดิมทีเขากับเหยียนหลิ่งอวี๋วางแผนกันไว้อย่างดิบดีว่าจะหลอก
ล่อให้ต้วนชิงหมิงออกมา จากนั้นก็จะวางแผนให้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยคนงาม เพื่อให้ต้วนชิงหมิง
เกิดความประทับใจในตัวอีกฝั่าย ทว่ากลับเจอสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเสียก่อน!
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงกับเขากลับต้องมาเจออันตรายขึ้นมาจริงๆ ซึ่งนั้นไม่ใช่แผนที่เหยียนหลิ่งอวี๋วางไว้ จนต้วนอวี้
เกิดหวาดกลัวเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมาบ้างแล้ว……องค์ชายสามคนนี้ใช้ไม่ได้เลย อุตส่าห์วางแผนไว้เสียดิบดี กลับให้คนอื่น
ฉวยโอกาสไป ดูสิถ้าต้วนชิงหมิงรู้ความจริงเข้า เขาจะต้องซวยขนาดไหน!
เพราะต้วนชิงหมิงเคยสูญเสียคนรักมาก่อน นางจึงลนลานได้ถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นชายชุดดำคนนั้นยังข่มขู่เกิน
ไป บัดนี้ต้วนอวี้กลับมาแล้ว ต้วนชิงหมิงก็เหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง นางจึงไม่ได้มาสนใจคำพูดที่มีข้อผิดพลาดของต้วนอวี้
ในเวลานี้ต้วนชิงหมิงได้แต่โอบกอดต้วนอวี้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่เป็นท่า
เขายกมือขึ้นลูบหลังต้วนชิงหมิงอย่างเบามือแล้วพูดเสียงเบา เมื่อเห็นเวลาจวนใกล้คํ่าแล้ว “พี่สาว… พวกเรารีบ
กลับกันเถอะ!”
“ก็ได้ พวกเรากลับกันเถอะ!” นางเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้าตอบกลับ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดที่ตา
แต่ภายใต้หิมะที่ขาวโพลนไปทั่วนั้น แม้ว่ารถม้ายังคงอยู่ที่เดิม ทว่าเจ้าของรถม้ายังคงสลบอยู่ข้างล่าง ตอนนี้พวก
เขามีทางเลือกอยู่สองทางด้วยกัน ทางแรกขี่รถม้ากลับ ส่วนอีกทางทั้งสองคนก็เดินกลับไป!
ทว่าชายชุดดำที่ตกหน้าผาอยู่ข้างล่างนับว่ามีความสามารถสูงมาก หากเขาฟืนตื่นขึ้นมาแล้วไล่ตามไปที่จวนต้วน
หรือไปดักรออยู่กลางทาง เช่นนั้นพวกนางจะรับมืออย่างไรดี?
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้อย่างครุ่นคิดก่อนเอ่ยขึ้น “อวี้เอ๋อร์ไปนั่งข้างหลัง เดี๋ยวพี่จะบังคับรถม้าเอง!”
พอต้วนอวี้ได้ฟังก็ส่ายหน้าตอบกลับ “เช่นนั้นไม่ได้ พี่สาวเป็นผู้หญิงไปนั่งข้างหลัง เดี๋ยวอวี้เอ๋อร์บังคับม้าให้เอง!”
ในระหว่างที่ทั้งคู่ต่างถกเถียงกันอยู่ๆ ก็มีเสียงหิมะที่อยู่ด้านข้างไหลลงกระทบพื้นดัง “ตุบ” ขึ้นมา ทั้งสองคนเงย
หน้าขึ้นมาพร้อมกัน กลับพบชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาออกไปไม่ไกล พี่น้องทั้งคู่ต่างมองกันด้วยอารมณ์ที่
บอกไม่ถูก
ต้วนชิงหมิงเมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มาปรากฏตัวที่นี่ ในใจของนางรู้สึกโล่งขึ้นมา แต่นางกลับใช้สายตาที่เย็นชามอง
ไปที่เขา “เหตุใดองค์ชายสามถึงได้ว่างถึงเพียงนี้เพคะ ถึงมีเวลามาเที่ยวเดินเล่นถึงที่นี่?”
นํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงเต็มไปความไม่สบอารมณ์… นางกับต้วนอวี้เพิ่งจะเจอกับอันตรายถึงชีวิต แต่เหยียนหลิ่งอ
วี๋กลับมาปรากฏตัวถึงที่นี่ นางสงสัยว่าเขาจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ต้วนอวี้ได้แต่ฝืนยิ้มให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋… แผนที่พวกเขาทั้งสองคนได้วางไว้อย่างดิบดีกลายเป็นเรื่องที่ไม่ดีไปเสีย
แล้ว โอกาสที่จะให้ต้วนชิงหมิงประทับใจในตัวเขาไม่เหลือให้แสดงอีกต่อไป ไม่รู้ว่าเขาจะมาปรากฏตัวในเวลานี้ทำไม
ทางที่ดีไม่ควรเผยตัวออกมาให้เห็นเสียดีกว่า
เมื่อเห็นใบหน้าที่เย็นชาของต้วนชิงหมิง แล้วหันไปมองหน้าที่แสดงความรู้สึกเสียดายโอกาสทองที่ผ่านไปแล้ว เห
ยียนหลิ่งอวี๋ก็เข้าใจในทันทีว่าเรื่องทั้งหมดได้ผ่านไปแล้ว นางคงเกลียดเขาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไปแล้ว
แต่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้เป็นใครกัน!
เขาจ้องมองไปที่ใบหน้าที่แสดงความเอือมระอาของต้วนชิงหมิง แล้วยกยิ้มแห้งๆ ขึ้นมา “ข้าไม่ได้มาเดินเที่ยว
เล่น แต่เพื่อมาตามหาพวกเจ้าต่างหาก…”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงไม่พูดจาไม่จา เหยียนหลิ่งอวี๋จึงหัวเราะขึ้นมา “วันนี้ข้าบังเอิญได้ยินมาว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วไป
สร้างความวุ่นวายให้กับพวกเจ้าที่ร้านนํ้าชาซานสุ่ย จึงรีบตามไปที่ร้านแต่พวกเจ้าได้เดินทางออกไปแล้ว มีคนเล่าว่าพบ
พวกเจ้าทั้งสองเข้าไปในซอย หลังจากนั้นก็ไม่ได้เดินกลับออกมาอีกเลย ข้าจึงเข้าไปดูแล้วจึงตามหาจนมาถึงที่นี่!”
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดไปพลางยื่นมือแบออกมาเผยให้เห็นถุงหอมของต้วนชิงหมิงอยู่ในมือของเขา!
อีกฝั่ายรีบยื่นมือออกไปคว้าในทันที พร้อมกับพูดเชิงตำหนิ “เชอะ! ใครจะไปรู้เล่าว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนขโมยไป?”
“ข้าเก็บถุงหอมนี่ได้จริงๆ ไม่เห็นจำเป็นต้องขโมยสักนิด” เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบ
ที่จริงแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋เก็บถุงหอมได้จริง เพียงแต่ไม่ใช่เขาที่เป็นคนเก็บได้ แต่เป็นคนที่เขาวางแผนเตรียมให้จัด
การต้วนชิงหมิงเป็นคนเก็บได้ต่างหาก ดังนั้นเมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋พบถุงหอมของนางเข้า จึงรับรู้ได้ในทันทีว่าพี่น้องคู่นี้เกิด
อันตรายขึ้นแล้ว เขาจึงรวบรวมแรงที่มีทั้งหมดไล่ตามมาจนถึงที่นี่!
แต่น่าเสียดายที่เขามาถึงที่นี่ช้าไปหนึ่งก้าว ต้วนชิงหมิงทั้งตกใจสุดขีดและร้องห่มร้องไห้เจียนจะขาดใจไปเสร็จสิ้น
เรียบร้อยแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋กลับปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้ นอกจากจะไร้ประโยชน์แล้ว ก็คงจะมาเพื่อหัวเราะเยาะนาง!
เหมือนเหยียนหลิ่งอวี๋อ่านสายตาและสีหน้าของอีกฝั่ายออก จึงเดินมาที่ข้างรถม้าและพูดกับต้วนชิงหมิง “พวก
เจ้าเตรียมตัวกลับกันแล้วใช่หรือไม่? อย่างนั้นให้ข้าไปส่งพวกเจ้าแล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาของนางเองแล้วถามอย่างประหลาดใจขึ้้น “ท่านบังคับรถม้าได้อย่างนั้น
หรือ?”
เด็กหนุ่มหัวเราะขึ้น “มิใช่แค่บังคับรถม้า เรื่องอื่นๆ ข้าก็ทำได้หมด ยกอย่างเช่น ช่วยพวกเจ้าสั่งสอนไอ้คนชั่วที่มา
ทำร้ายพวกเจ้าให้……เอาไหม?”
เขามองไปโดยรอบเพื่อถามเป็นนัยว่าคนชั่วที่มาทำร้ายพวกเขานั้น อยู่ที่ไหน เหตุใดไม่เห็นแม้แต่เงา
เนื่องจากต้วนชิงหมิงร้องไห้จนตาบวมแดง ผมเพ้ากระเซอะกระเซิงจนดูอนาถเป็นอย่างมาก เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋
พยายามมองไปโดยรอบก็ทำให้นางรู้สึกเขินจนหน้าแดงกํ่า รีบหันหน้าหลบไปด้วยความเขินอาย!
ทางด้านต้วนอวี้นั้นหันไปทางเหยียนหลิ่งอวี๋พร้อมกับชี้นิ้วลงไปด้านล่างหน้าผา เพื่อจะบอกว่าชายชุดดำคนนั้นได้
ตกไปข้างล่างเรียบร้อยแล้ว!
เด็กหนุ่มมองลงไปข้างล่างหน้าผาด้วยความแปลกใจไม่น้อย พลันสายตากลับแน่นิ่งขึ้นมาทันที!
ไม่นานเหยียนหลิ่งอวี๋ได้กระโดดลงจากหน้าผาไป ต้วนชิงหมิงที่หันมาเห็นพอดีก็ได้แต่กรีดร้องด้วยความตกตะลึง
หลังจากนั้นชั่วพริบตาเดียวเขาก็แบกร่างชายชุดดำคนนั้นที่เปือนเลือดไปทั้งตัวขึ้นมาจากหน้าผา เมื่อเขาวางชายชุดดำลง
ก็ดึงผ้าสีดำที่ปิดหน้านั้นออกแล้วมองพิจารณาอย่างละเอียด จู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แสยะยิ้ม “เหอะ เหอะ! ฟั้าดินช่าง
ยุติธรรมเสียจริง คนชั่วนั้นจะต้องได้รับโทษที่ทำ… ในที่สุดคนคนนั้นก็ตกมาอยู่ในมือของข้าเสียที”
ต้วนอวี้มองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ แล้วค่อยมองมาที่ชายชุดดำคนนั้นที่ไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย… เขาไม่รู้ว่าเหยียนหลิ่ง
อวี๋ในตอนนี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่!
ทว่าเมื่อเห็นอีกฝั่ายขึ้นมาจากหน้าผา ต้วนชิงหมิงก็รีบกลับตัวไปที่ด้านหลังรถม้า เพื่อแต่งตัวและเกล้าผมให้ดี
จากนั้นนางก็เดินออกมาแล้วจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความสงสัยอย่างมาก “หรือว่า ท่านรู้จักชายชุดดำคนนี้ อย่างนั้น
หรือ?”
เพราะว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมาจากหน้าผาอย่างรวดเร็ว ทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่า หรือเรื่องนี้จะเป็นเขาที่วางแผน
เรื่องทั้งหมดเอาไว้……แต่เมื่อดูสายตาที่เคียดแค้นของเขาอีกที ก็รู้สึกว่าคงไม่ใช่ เป็นนางที่คิดมากเกินไป!
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงหมิงอย่างเชื่องช้า
ใบหน้าที่เพิ่งผ่านจากร้องไห้จนทำให้แปั้งที่ผัดอยู่บนหน้าเหลือน้อยนิด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความงามของนางลด
น้อยถอยลงไปเลย กลับยิ่งทำให้แววตาของนางคู่นั้นที่ดูสดใส ลุกวาวเป็นประกายเหมือนไข่มุกส่งแสงระยิบระยับไปทั่ว!