การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 30 พี่น้องกัน
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน นับได้ว่าถ้ามีชื่อเสียงก็มีด้วยกันถ้ามีชื่อเสียก็มีด้วยกัน คิดไปคิดมา ถ้าชื่อ
เสียงของต้วนชิงหมิงถูกทำลายชื่อเสียงของต้วนอวี้หรานจะดีกว่ากันสักเท่าไหร่
เมื่อคิดได้ดังนั้นเยวี่ยหวาจึงรีบถอยหลังพลางส่ายหัว “คุณหนูทำเช่นนี้ไม่ได้เจ้าค่ะ……ถ้าทำเช่นนี้ชื่อเสียงของ
หญิงสาวจะ……”
ต้วนอวี้หรานขัดอย่างเยือกเย็น “เจ้าจะบอกข้าว่า……ชื่อเสียงของหญิงสาวสำคัญที่สุดถ้าเป็นเช่นนี้ชื่อเสียงคุณหนู
ใหญ่ก็หมดสิ้นยิ่งไปกว่านั้นต้วนชิงหมิงกับข้าเป็นพี่น้องกัน ชื่อเสียงต้วนชิงหมิงถูกทำลายชื่อเสียงของข้าจะดีกว่ากันสัก
เท่าไหร่ ใช่หรือไม่?”
เยวี่ยหวาได้ยินแล้วจึงรีบพยักหน้าอย่างรีบร้อนนางหมายความเช่นนั้น คุณหนูก็เข้าใจแต่ทำไมกลับไม่ดีใจ
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานได้เห็นสีหน้าของบ่าวรับใช้ ‘เพียะ’ เสียงดังขึ้นที่หน้าของเยวี่ยหวาแม้ต้วนอวี้หรานจะตัว
เล็กแต่กลับมีแรงมาก นางตบไปที่หน้าเยวี่ยหวาหนึ่งที ทำให้หน้าบวมแดงขึ้นมาทันทีบ่าวรับใช้ที่ถูกเจ้านายทำโทษไม่มี
สิทธิ์พูดอะไรทั้งสิ้น
“คุณ……หนู” นางพูดพึมพำ เอามือลูบแก้มที่โดนตบนางแค่พูดความจริงเท่านั้น เหตุใดถึงถูกตบเล่า?
ต้วนอวี้หรานยกมือทั้งสองขึ้นเท้าเอวอย่างโกรธจัด “เจ้าเป็นบ่าวของใครกันแน่ หรือเป็นบ่าวของต้วนชิงหมิง? ข้า
ไม่เคยเจอบ่าวคนไหนที่ช่วยคนอื่น……ชื่อเสียงของนางหมดสิ้นของข้าก็จะหมดสิ้นด้วยงั้นหรือ……แต่ก่อนชื่อเสียงของ
นางฉาวโฉ่ไปทั่ว ดูข้าสิยังไม่เป็นอะไรสักนิด……ข้าว่าบ่าวอย่างเจ้าจะต้องถูกต้วนชิงหมิงซื้อตัวไปแล้วจึงตั้งใจมาขัดขวาง
ข้าใช่หรือไม่?”
เยวี่ยหวาได้ยินรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ……บ่าวไม่ได้……”
“เป็นแค่บ่าวยังกล้าเถียงข้า……จงฟังให้ดี! ถ้าเจ้ายังไม่ฟังพรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านแม่ขายบ่าวอย่างเจ้าให้หอนาง
โลม……” ต้วนอวี้หรานจึงพูดเสียงขึ้นไปอีก
เยวี่ยหวาหน้าซีดขึ้นจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
แต่ไหนแต่ไรต้วนอวี้หรานเป็นเจ้านายที่พูดคำไหนคำนั้น ถ้านางไม่ทำตามคำสั่ง ต้วนอวี้หรานคงขายนางออกไป
อย่างแน่นอน
ช่างเถอะ! เยวี่ยหวารู้ว่าตนเองเป็นแค่บ่าวรับใช้คนหนึ่งที่สามารถทำผิดพลาดได้เรื่องของเจ้านาย หรือนางจะไม่
ทำแล้วปล่อยให้ตัวเองลำบาก? ต้วนอวี้หรานให้นางทำอะไร นางก็ต้องทำตามนั้น
นางก้มหน้าลง “คุณหนูใจเย็นๆ เจ้าค่ะ บ่าวรับทราบแล้ว จะไปทำเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ……” พูดจบเยวี่ยหวาจึงรีบร้อน
เดินออกไป
“ใช้ไม่ได้! หากไม่โดนสั่งสอนก็คงไม่ยอมทำสินะ……” ต้วนอวี้หรานมองตามหลังบ่าวรับใช้ คลี่ยิ้มออกมา
หากทำสำเร็จนางก็แค่รอฟังข่าวดีจากเยวี่ยหวานางสะบัดผ้าเช็ดหน้าอย่างสบายอารมณ์มองไปยังไปั๋หย่วนฮ่าว
คล้ายจะบอกว่านางช่วยเขาจัดการต้วนชิงหมิงให้แล้วแต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือไปั๋หย่วนฮ่าวไม่ได้อยู่ที่นี่ไกลออกไปต้วนชิงหมิง
ยืนคุยกับต้วนอวี้ ไม่มีวี่แววของไปั๋หย่วนฮ่าวอยู่ดี
ต้วนอวี้หรานมองไปทางซ้ายทีขวาทีเมื่อพบว่าไปั๋หย่วนฮ่าวไปแล้ว จึงรู้สึกว่าทุกสิ่งช่างน่าเบื่อ
หากให้นางแบกหน้าไปขอให้ต้วนชิงหมิงพานางไปเที่ยวล่ะก็ไม่มีวัน!ทว่าเสียงหัวเราะของนางช่างขัดหูขัดตาเสีย
จนนางทนดูทนฟังต่อไปไม่ได้ในเมื่อทำอะไรไม่ได้จึงหันหลังกลับไปยังเรือนของนาง
แม้ไปั๋หย่วนฮ่าวจะไม่ได้มีท่าทีต่อนางแต่ก็ไม่ถึงกับแย่เพียงแต่เห็นไปั๋หย่วนฮ่าวมีใจให้ต้วนชิงหมิงผู้เดียวจุดนี้เป็น
จุดที่ลำบากอยู่บ้าง
แต่นางไม่กลัวหากนางไม่ไหวยังมีท่านแม่ที่จะซื้อใจของไปั๋หย่วนฮ่าวได้
ต้วนชิงหมิงหวนคิดถึงวิธีมัดใจชายที่หลิวหรงเคยสอนไว้นางเดินไปพลางขบคิด……ความสามารถของท่านแม่ยอด
เยี่ยมที่สุดแม้แต่ท่านพ่อก็ยังเชื่อฟังคำพูดของท่านแม่เห็นได้ชัดว่าวิธีการของท่านแม่ยอดเยี่ยมแค่ไหนแต่ทำไมนางยังไม่
ถึงหนึ่งในสิบของท่านแม่เลย
ต้วนอวี้หรานคิดได้เท่านี้ก็ส่ายหัวด้วยความเสียใจ
นางเคยได้ยินมาว่าตอนแรกที่ท่านพ่อรับท่านแม่เข้ามาก็ไม่ได้ชอบมากแต่ท่านแม่ใช้มารยาหญิงถึงได้ชนะใจท่าน
พ่อ จนมีนางและฐานะเช่นทุกวันนี้
ใช่แล้ว! จะต้องให้ท่านแม่สอนวิธีมัดใจชายเสียแล้ว
ทางด้านไปั๋หย่วนฮ่าวที่ทิ้งต้วนอวี้หรานไว้เร่งเดินตามไปต้วนชิงหมิงอย่างเร็ว ตามทางดอกไม้ขึ้นเต็มไปหมด
กระทั่งเห็นเงาของคนสองคนข้างหน้าจึงหยุดลงสวนด้านหลังมีดอกไม้สวยงามขึ้นเต็มพื้นที่ ไปั๋หย่วนฮ่าวเดินตามหลัง
ของต้วนชิงหมิงเห็นนางพูดคุยกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
หนุ่มน้อยคนนั้นอายุราวๆสิบสามปี ใบหน้าหล่อเหลา มีลักษณะคงแก่เรียนอย่างไม่สามารถอธิบายได้
ไปั๋หย่วนฮ่าวได้ยินเสียงต้วนชิงหมิง “คุณชายหลิว ข้ากำลังจะออกจากจวนท่านช่วยกลับไปพาต้วนอวี้ไปเที่ยวกับ
พวกเราเถอะ!”
เพราะฐานะของหลิวยวนต้วนชิงหมิงจึงต้องรักษาจิตใจที่เคารพไว้บ้าง แต่จิตใจที่เคารพนั้นช่างน้อยนิดเหลือเกิน
ถ้าในสายตาของคนอื่นคงหาเรื่องไม่ได้เต็มที่คงคิดว่าเป็นเพียงความเคารพเลื่อมใสในความสามารถของผู้คงแก่เรียน
เท่านั้นยกเว้นคนที่มีเจตนาร้ายแอบแฝงอย่างต้วนอวี้หราน
สำหรับคำแนะนำของต้วนชิงหมิงหลิวยวนเหมือนจะไม่ค่อยดีใจเท่าไร เขาฟังนางพูดเงียบๆ นิ่งไปครู่หนึ่งจึงเอ่ย
ออกมา “คุณหนูต้วนรอสักครู่ ข้าไปถามคุณชายก่อนว่าจะไปด้วยกันหรือไม่!”
นํ้าเสียงของหลิวยวนเยือกเย็นดูห่างเหินแสดงออกชัดเจนว่าชายหญิงแตกต่างกันเพราะหลิวยวนเป็นเช่นนี้จึง
สมควรได้รับความเคารพจากผู้คนนิสัยที่ตรงไปตรงมายังรู้จักธรรมเนียมกาลเทศะเนื่องจากนางรู้ว่าชาติที่แล้วหลิวยวน
เป็นคนดีจึงไม่ได้โกรธกับท่าทีของเขากลับกันนางมองไปยังหลิวยวน แย้มยิ้มบาง “เช่นนั้นรบกวนคุณชายหลิวด้วย!”
คำเรียก ‘คุณชาย’ จากปากของต้วนชิงหมิงทำให้หลิวยวนอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้เขาหมุนตัวเดินจากไป
ผ่านไปครู่เดียวต้วนอวี้ก็วิ่งเข้ามาในสวนดอกไม้ โผกอดต้วนชิงหมิง ตะโกนอย่างดีใจ “พี่สาวพาต้วนอวี้ออกไป
นอกจวนด้วยๆ”
วันนี้ต้วนอวี้สวมชุดยาวสีแดงที่เอวผูกหยกเล็กๆ ผมยาวที่อ่อนนุ่มถูกหวีและเกล้าเรียบร้อย ภายใต้แสงอาทิตย์ต้
วนอวี้วิ่งเข้ามาประหนึ่งเมฆแดงที่ลอยตํ่าระพื้นหญ้าเขียวขจีต้วนชิงหมิงยืนอยู่ตรงนั้นมองน้องชายคนเดียวอย่างมีความ
สุข
เมื่อเห็นต้วนอวี้โผยิ้มเข้ามาใบหน้าสีแดงระเรื่อเหมือนกับผิงกั่วลูกใหญ่ ต้วนชิงหมิงได้เห็นก็ดีใจนางกางแขนรอให้
เขาวิ่งโผเข้ามาเพื่อจะได้สวมกอด “ช้าหน่อยๆไม่ใช่ว่าจะไม่รอเจ้า……”
ต้วนอวี้หัวเราะ “ฮี่ๆ” หอมแก้มพี่สาวพลางพูดขึ้น “ขอบคุณพี่สาว ต้วนอวี้รู้ว่าพี่สาวใจดีที่สุด!”
เด็กสาวถูกหอมแก้มก็หน้าแดงในทันที “เจ้านี่ ถ้าอยู่ต่อหน้าบ่าวรับใช้ จะเสียมารยาทแบบนี้ไม่ได้”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็นิ่งไปทันทีน้องชายหอมพี่สาวจะเป็นอะไรไป พี่สาวไม่ดีใจหรือ?
ต้วนชิงหมิงพูดเสริมอย่างรวดเร็ว “ดูก็รู้ว่าเจ้าเห็นแก่เล่น วันนี้ไม่เป็นไร ถือว่าออกไปเที่ยวพวกเราไปกันเถอะ!”
ในที่สุดเขาก็ได้ไปเที่ยวแล้ว
ความรู้สึกไม่สบายใจหายวับไปกับตาบนหน้าเต็มไปด้วยความเบิกบานใจ เขาลากมือของต้วนชิงหมิง หัวเราะออก
มา “ได้ไปเที่ยวแล้วๆๆๆ……”
ต้วนชิงหมิงก้มหน้าลงเห็นเพียงใบหน้าซีดขาวของต้วนอวี้แดงเรื่อขึ้นมาเมื่อมองไปที่รอยยิ้มบนหน้าของน้องชายที่
เบ่งบานเหมือนดอกไม้นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างดีใจ กุมมือต้วนอวี้ไว้แน่น