การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 304 โต้เถียงกันไปมา
องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟังถึงกับเลิ่กลั่กไปครู่หนึ่ง “อย่างไรข้าก็ไม่มีทางใส่ไปไหนอยู่ดี!”
ต้วนชิงหมิงคลี่ยิ้มอย่างจริงใจและพูดอย่างรักษาหน้าอีกฝั่าย “ร้านเย็บปักหยาจื้อของหม่อมฉันเป็นร้านเก่าแก่
ดั้งเดิมกว่ายี่สิบปี เช่นนั้นองค์หญิงคิดว่าหม่อมฉันจะทำลายร้านเพียงเพื่อภาพปักเพียงภาพเดียวอย่างนั้นหรือเพคะ?”
องค์หญิงจิ่นซิ่วถึงกับชะงักนิ่งราวกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
คนที่ทำการค้าทุกคนย่อมไม่ทำลายชื่อเสียงร้านของตนเองเพียงเพื่อแก้แค้นใครคนเดียว โดยที่เอาชื่อเสียงการค้า
มาเป็นเดิมพัน
ไม่เพียงแต่ต้วนชิงหมิง ทว่าทุกคนที่ทำการค้าย่อมไม่มีใครทำเป็นอันขาด
เดิมทีองค์หญิงจิ่นซิ่วจะหาเจ้าของร้านปักเย็บหยาจื้อเพียงเพื่อด่าทอระบายความโกรธเท่านั้น แต่เมื่อรู้ว่าร้าน
แห่งนี้เป็นของต้วนชิงหมิง ความคิดเดิมกลับแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง องค์หญิงจิ่นซิ่วต้องการเพียงให้ต้วนชิงหมิงชื่อเสียง
ปั่นปีและมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น
นางมองไปโดยรอบก่อนจะมาหยุดที่ต้วนชิงหมิง “ต้วนชิงหมิง นี่เป็นร้านของเจ้าอย่างนั้นหรือ แล้วภาพที่ข้าสั่ง
ปัก เจ้าจะอธิบายอย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็เดินไปยืนตรงหน้าองค์หญิงจิ่นซิ่ว นางยกยิ้มออกมาเล็กน้อย “องค์หญิงกำลังพูดถึงภาพ ‘หลิน
ยวนเซี่ยนอวี่ถู’ ใช่หรือไม่เพคะ? บัดนี้ข้าได้นำภาพมาแล้ว เหมาะเจาะกับที่ต้องให้คำตอบองค์หญิงพอดิบพอดีเลย
เพคะ!”
องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟัง พลันอ้าปากพูดเสียงดังขึ้นมาทันที “ชิ! เป็นเพราะร้านเจ้านั่นแหละที่ทำได้ไม่ดี จะมาโทษ
ข้าได้อย่างไรกัน!”
“ขอถามองค์หญิง ภาพที่ช่างฝีมือปักนั้น องค์หญิงเป็นคนเลือกภาพมาด้วยมือขององค์หญิงเองใช่หรือไม่เพคะ?”
ต้วนชิงหมิงเอ่ยถาม
อีกฝั่ายพยักหน้ารับ “แน่นอนว่าเป็นภาพที่ข้าคัดเลือกมาด้วยมือของข้าเอง แต่น่าเสียดายที่ช่างฝีมือในร้านเจ้า
นั้นมีฝีมือยอดแย่ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงจะทำได้ไม่ได้เรื่อง แม้แต่ไหมที่ใช้ปักยังมีคุณภาพตํ่าเตี้ยเรี่ยดิน!”
“เช่นนั้นขอถามองค์หญิงอีกครั้ง เป็นที่สายตาขององค์หญิงมองภาพปักไม่ดีเอง หรือว่าสงสัยในฝีมือของช่างที่
เลือกได้ไม่ดีเองเพคะ?” ต้วนชิงหมิงถามยิ้มๆ
องค์หญิงจิ่นซิ่วหน้าแดงกํ่าด้วยความโมโห พลางตะโกนเสียงดัง “ช่างฝีมือในร้านหยาจื้อของเจ้านั้นล้วนแล้วแต่
ฝีมือกระจอกไม่ได้เรื่อง ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนฝีมือเยี่ยม คนไหนฝีมือห่วย?”
นางไม่โต้เถียง เพียงแต่อมยิ้มพูดนิ่งๆ “เช่นนั้น เส้นด้ายเหล่านั้น องค์หญิงเลือกด้วยองค์เองใช่ไหมเพคะ?”
องค์หญิงจิ่นซิ่วตอบกลับเสียงดังลั่น “ก็ต้องเป็นอย่างนั่นแน่นอน… แต่ว่าข้าไม่นึกไม่ฝันว่าร้านเจ้าจะใช้ของ
คุณภาพตํ่า เมื่อข้านำกลับไปแล้วเทนํ้าบนภาพที่ปัก สีของด้ายก็ตกเปือนผ้าไปหมด ต้วนชิงหมิง เรื่องนี้เจ้าจะอธิบาย
อย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงจึงหยิบภาพที่ปักใหม่อย่างดีกางออกตรงหน้าขององค์หญิงจิ่นซิ่ว แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา “เชิญองค์
หญิงดูให้ชัดเจนว่าใช่ภาพนี้หรือไม่เพคะ?”
องค์หญิงจิ่นซิ่วตอบเสียงนิ่ง “เป็นภาพนี้ ต้วนชิงหมิง… เจ้ากล้ายอมรับหรือไม่ว่าช่างฝีมือกับเส้นด้ายร้านเจ้าล้วน
แล้วแต่คุณภาพตํ่า?”
ต้วนชิงหมิงหันไปรับเส้นด้ายที่เตรียมไว้เรียบร้อยจากมือของผู้ดูแลติง “นี่เป็นเส้นด้ายที่องค์หญิงได้เลือกไว้ใช่ไหม
เพคะ องค์หญิงสามารถหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบได้ เพื่อดูว่าเส้นด้ายนี้เป็นเส้นด้ายเดียวกับที่ใช้ปักหรือไม่”
เดิมทีที่ร้านเย็บปักหยาจื้อมีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือถ้าผู้ซื้อมาเลือกภาพ เลือกด้ายที่จะใช้ปัก
เรียบร้อยแล้ว หากว่าเส้นด้ายใช้ไม่หมดทางร้านก็จะเก็บเอาไว้ ถ้าน้อยทางร้านก็จะสามารถสั่งมาเพิ่ม ส่วนราคาของเส้น
ด้ายที่ต้องเพิ่มนั้นเป็นราคาที่ต้องตกลงกัน
องค์หญิงจิ่นซิ่วมาที่นี่ในวันนี้ไม่ได้พาคนที่รู้เรื่องเส้นด้ายมาด้วยจึงชะงักไป ต้วนชิงหมิงหันมายิ้มให้ “ร้านเย็บปัก
หยาจื้อเป็นร้านเก่าแก่ในเมืองหลวง ชื่อเสียงโด่งดัง ตอนนี้เจอเรื่องเช่นนี้เข้า ทุกคนย่อมหวังคำอธิบายที่ฟังขึ้น ดังนั้นขอ
เชิญทุกคนเข้ามาช่วยพิสูจน์เส้นด้ายว่าเป็นแบบเดียวกันหรือไม่”
เมื่อต้วนชิงหมิงพูดเสร็จ ก็เห็นผู้สูงวัยท่านหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชนมาหยุดตรงหน้าของต้วนชิงหมิงแล้วพูดขึ้น
“ข้าชื่อว่าจางเหลียงจากร้านด้ายจวินจื่อ เป็นร้านขายเส้นด้ายให้กับตระกูลที่สูงศักดิ์ ข้ายินดีที่จะเป็นพยานให้กับทั้งสอง
ท่าน”
ร้านด้ายจวินจื่อเป็นร้านที่ขายเส้นด้ายโดยเฉพาะจะมาเป็นผู้พิสูจน์ให้
องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟังก็ได้แต่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เชอะ! ใครจะไปรู้เล่าว่าพวกเจ้าไม่ได้ตกลงกันมาก่อนเพื่อที่
จะมารังแกข้า?”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ยิ้มแห้งไม่โต้เถียง จางเหลียงได้ฟังพลันเดือดดาลขึ้นมาทันที
พูดเสียงหนักแน่น “ข้าเป็นคนที่อยู่ในแวดวงเส้นด้ายมากว่ายี่สิบปี ในเมืองหลวงแห่งนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก องค์หญิง
อาจสงสัยในตัวของข้าได้ แต่ไม่อาจสงสัยในความซื่อตรงที่ข้ามีต่ออาชีพนี้…”
“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์จางเป็นคนซื่อตรง พวกเราเชื่อมั่นว่าท่านอาจารย์จะไม่หลอกลวงอย่างแน่นอน!” เสียงดัง
ขึ้นจากกลุ่มผู้ที่มามุงดู
ต่อจากนั้นก็มีคนพูดเสริมขึ้นมาอีกหลายคน “ใช่แล้ว ใช่แล้ว องค์หญิงท่านนี้กลัวท่านอาจารย์จะหลอกลวง ไม่แน่
ว่านางนั้นแหละที่หลอกลวงก่อนก็เป็นได้!”
………………………………
เมื่อได้ยินผู้คนเริ่มถกเถียงกันไปต่างๆ นานา องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงพูดออกมาด้วยความโกรธ “เชอะ! ครั้งนี้ข้าจะเชื่อ
เจ้าสักครั้งก็แล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงเดินไปตรงหน้าของจางเหลียงพร้อมกับทำความเคารพ “ชื่อเสียงของท่านอาจารย์โด่งดังไปทั่วเมือง
หลวง วันนี้ต้องขอรบกวนท่านอาจารย์จางด้วยเจ้าค่ะ”
จางเหลียงได้ฟังก็ใช้มือลูบเคราที่ยาวแล้วพูดเสียงดังว่า “เจ้าของร้านไม่ต้องมากพิธีไปหรอก ในวันนี้ที่ข้าออกมา
ไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของใคร เพียงแต่อยากรู้ว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนผิดคนถูกก็เท่านั้น ถ้าหากองค์หญิงที่มาซื้อภาพเป็น
คนกระทำผิด ข้าจะพูดตามตรง แต่ถ้าเป็นความผิดของร้านปักภาพ ข้าก็จะไม่มีทางไว้หน้าเช่นกัน”
ต้วนชิงหมิงสีหน้าจริงจัง “ขอบคุณท่านอาจารย์จางมาก ทุกอย่างควรว่ากันไปตามถูกตามผิดเจ้าค่ะ!”
จากนั้นจางเหลียงก็เดินเข้าไปดูภาพปักในมือของต้วนชิงหมิง สลับกับดูเส้นด้ายพลิกกลับไปกลับมาอยู่หลายต่อ
หลายทีอย่างพินิจพิเคราะห์
ต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆ เดินถอยออกมาด้านข้าง แล้วถือกานํ้าชาพร้อมกับรินชาเพื่อส่งให้จางเหลียง
ในระหว่างที่จางเหลียงกำลังพิจารณาหาจุดสิ่งที่เหมือนและแตกต่างอยู่นั้น เขาเห็นต้วนชิงหมิงเดินก้มหน้าก้มตา
มายืนตรงหน้าเขา ในทางกลับกันองค์หญิงจิ่นซิ่วกลับใช้สายตาที่เคียดแค้นจ้องเขม็งไปที่ต้วนชิงหมิง สายตานั้นบอก
ความหมายว่าคอยดูสิ! ใครกันแน่ที่จะต้องซวย!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดจางเหลียงก็เงยหน้าขึ้น เขามองไปทางองค์หญิงจิ่นซิ่วแล้วพูดขึ้นว่า “องค์
หญิงท่านนี้ เส้นด้ายที่ใช้ปักกับเส้นด้ายในมือนั้นเป็นเส้นด้ายเดียวกันไม่ผิดอย่างแน่นอน”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าพร้อมกับพูดอย่างจริงจังขึงขัง “ลูกค้าเป็นผู้มีพระคุณกับทางร้าน ดังนั้นเส้นด้ายที่ลูกค้าได้
เลือกแล้ว ทางร้านของเราจะไม่เปลี่ยนหรือใช้ของคุณภาพตํ่ากว่าอย่างแน่นอน”
องค์หญิงจิ่นซิ่วฟังแล้วก็สวนกลับทันที “หึ! อย่างนั้นก็แสดงว่าร้านของเจ้าใช้ของคุณภาพตํ่าผสมเข้าไป? ข้าไม่ใช่
ผู้เชี่ยวชาญจะไปรู้ได้อย่างไร เส้นไหนคุณภาพดี เส้นไหนคุณภาพตํ่า ฉะนั้นร้านของเจ้าจะต้องเอาของคุณภาพตํ่าเข้ามา
ผสมให้อย่างแน่นอน!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มจางๆ แล้วหันกลับไปพูดกับจางเหลียง “ท่านอาจารย์จาง คุณภาพของเส้นด้ายใน
ภาพปักนั้นเป็นอย่างไร หวังว่าท่านอาจารย์จะช่วยชี้แจงแถลงไขให้องค์หญิงท่านนี้เข้าใจได้โดยง่ายด้วยเจ้าค่ะ”
จางเหลียงจึงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยเสียงดังเหมือนเดิม “เส้นด้ายของร้านเย็บปักหยาจื้อล้วนเป็นของคุณภาพดี
ทั้งหมด ไม่ได้ผสมด้ายคุณภาพตํ่าแม้แต่น้อย”
หน้าขององค์หญิงจิ่นซิ่วเปลี่ยนสีทันที ชี้นิ้วไปที่จางเหลียงอย่างโมโห “เจ้าปกปั้องต้วนชิงหมิงกับร้านเย็บปักหยา
จื้อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่ล่วงเกินข้าจะมีจุดจบเป็นเช่นไร?”
จางเหลียงก็ไม่ใช่คนที่จะยอมใครโดยง่ายเหมือนกัน เมื่อได้ยินที่อีกฝั่ายพูดเช่นนั้นเขาก็พลอยโกรธ กระชากเสียง
ดังยิ่งกว่าที่เคย “องค์หญิงเป็นใครข้าไม่รู้ ถ้าล่วงเกินองค์หญิงแล้วจะเป็นอย่างไรข้าก็ไม่รู้อยู่ดี ข้ารู้เพียงแต่ว่าการเป็นคน
นั้นต้องมีจิตใจที่ซื่อตรง ตาแก่อย่างข้าใช้ชีวิตมากับเส้นด้ายมาเกือบจะทั้งชีวิตแล้ว ต่อให้เป็นผู้ดูแลฝั่ายตัดเย็บในวังหลวง
ก็ยังจะต้องรับฟังคำพูดของตาแก่อย่างข้า”
เด็กสาวชะงักหน้าพลันถอดสี แต่นางกลับใช้ความโกรธพูดตอบไป “เหอะ! ฝั่ายตัดเย็บในวังหลวงแล้วอย่างไร เจ้า
จะมาพูดขึ้นเสียงต่อหน้าข้าเพื่ออะไร?”
จางเหลียงได้ฟังคำดูถูกดูแคลนขององค์หญิงจิ่นซิ่วก็ถึงกับโกรธจนลมออกหู เขายกมือชี้ไปที่องค์หญิงจิ่นซิ่วทว่า
ไม่ได้พูดอะไรตอบโต้อีก