การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 307 ปริศนาของปรอท
หลิวยวนที่รู้สึกเหนื่อยล้าและอิดโรยจากการออกไปข้างนอกมาเมื่อครู่ กลับมาถึงห้องก็พบว่า ภาพปัก ‘หลินยวน
เซี่ยนอวี่ถู’ ยังคงวางไว้อยู่ที่เดิม เขามองภาพนั้นแน่นิ่งชั่วครู่ แล้วสืบเท้าเข้าไปหยิบขึ้นมาดู คิ้วทั้งสองพลันขมวดเข้าหา
กันแน่น… เขาคิดว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วจะมอบภาพปักที่สวยงามให้กับเขา คาดไม่ถึงว่าภาพปักที่ส่งมานั้นกลับเป็นของที่มี
ตำหนิ ซึ่งไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็มิอาจมองหาจุดดีได้เลย
‘หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู’ เป็นภาพวาดที่หลิวยวนเคยเห็นและได้สัมผัสมาก่อน จึงสามารถจดจำรายละเอียดทุกอย่าง
ได้ขึ้นใจ ยิ่งในตอนนี้เขาไม่อยากจะเชื่อว่าภาพปักที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพราะช่างที่ไร้ฝีมือ
หรือว่าภาพนี้ถูกคนตั้งใจทำลายกันแน่? ภาพปักที่ดำข้างหนึ่ง ขาวข้างหนึ่งจนมิสามารถแยกแยะเรื่องราวในภาพ
ได้
หลิวยวนเดิมทีก็เกลียดชังองค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมาเห็นของที่นางส่งมาให้มีสภาพเช่นนี้ แน่นอนว่า
มีแต่คำที่ไม่ไพเราะเมื่อพูดถึงนาง หลังจากนั้นเขาได้นำภาพปักนี้ไปโยนลงต่อหน้าองค์หญิงจิ่นซิ่วแล้วกล่าวคำต่างๆ
นานาที่ทำร้ายจิตใจอีกชุดใหญ่
ปกติหลิวยวนมักจะใช้คำด่าทอห้ามปรามความคิดขององค์หญิงจิ่นซิ่ว เพียงแต่เขาไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องนี้จะเกี่ยว
โยงมาถึงต้วนชิงหมิงได้ จนต้องถูกองค์หญิงจิ่นซิ่วตามไปเอาเรื่องถึงที่ร้าน
หลิวยวนรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้เขาก็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้น เขาจึงเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาภายในส่วนลึกของ
หัวใจ อีกทั้งเขายิ่งแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาพปัก และองค์หญิงจิ่นซิ่วถูกต้วนชิงหมิงจัดการด้วยวิธีการใด
“เป็นเพราะ ปรอท!”
ต้วนชิงหมิงพูดไปด้วยพร้อมกับกางภาพปักที่อยู่ในมือออกไปด้วย นางชี้ไปที่ภาพปักที่มีสีขาวข้างสีดำข้างและ
อธิบายอย่างละเอียดยิบ “พี่หลิวเห็นไหม เส้นด้ายสะท้อนแสงนี้ได้ผ่านกรรมวิธีการย้อมที่พิเศษ ดังนั้นไม่ว่าเป็นนํ้าร้อน
หรือว่าผ่านไปนานหลายปีก็ยากที่จะทำให้สีตกและซีดได้ แต่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นนั่นคือ ‘ปรอท’ ถ้ามันได้สัมผัสกับด้าย
สะท้อนแสงก็จะสีตกและเปลี่ยนสีเป็นสภาพอย่างที่เห็น”
ถึงแม้ต้วนชิงหมิงไม่แน่ชัดว่าภาพปักนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วตั้งใจนำมาให้หลิวยวน แต่ต้วนชิงหมิงรู้อยู่แก่ใจว่าหลิวยวน
ไม่ชอบองค์หญิงจิ่นซิ่วอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินที่หลิวยวนถามขึ้น นางจึงอธิบายอย่างละเอียดยิบ
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเพราะปรอทนี่เอง!”
สายตาที่หลิวยวนมองภาพ ‘หลินยวนเซี่ยนอวี่ถู’ ได้เปลี่ยนไป จากนั้นเขาจึงพูดอย่างไม่ติดใจอีกต่อไปแล้ว “มิน่า
เล่า…”
พูดได้เพียงครึ่งหนึ่ง หลิวยวนก็กวาดสายตามองต้วนชิงหมิงแล้วพูดอย่างประหลาดใจเป็นที่สุด “ชิงหมิง ปรอท
อย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงงวยงงกับท่าทีของหลิวยวนอยู่ไม่น้อย และนางก็พยักหน้าโดยที่ไม่รู้ตัว “ใช่แล้ว มีเพียงปรอทอย่าง
เดียวที่จะสามารถทำให้ด้ายสะท้อนแสงเปลี่ยนสภาพกลายเป็นอย่างนี้ได้”
พอหลิวยวนได้ยินที่ต้วนชิงหมิงอธิบายเรื่องปรอทก็มีสีหน้าลนลาน เขาได้ยื่นมีเข้ามาจับที่มีของต้วนชิงหมิงอย่าง
แน่นและถามขึ้นว่า “ชิงหมิงช่วยเล่าที่ไปที่มาของเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังหน่อยเร็วเข้า!”
ต้วนชิงหมิงเริ่มสงสัยถึงท่าทางของหลิวยวนกับองค์หญิงจิ่นซิ่วที่ตกใจเหมือนเรื่องนี้อยู่เหนือความคาดหมาย แต่
นางก็พอคาดเดาได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องเชื่อมโยงกับคนที่คอยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร จากนั้นนางก็ใช้ออกแรง
ดึงมือกลับมาพร้อมกับเริ่มอธิบายอย่างละเอียด “เส้นด้ายสะท้อนแสงไม่ใช่เส้นด้ายจากแคว้นของเรา แต่ถูกนำเข้ามาจาก
แคว้นอื่น…
เนื่องจากสภาพอากาศนํ้าและดินที่แตกต่างกัน จึงทำให้เส้นด้ายมีลักษณะพิเศษเฉพาะ และถึงแม้เส้นด้าย
ประเภทนี้จะมีราคาที่สูงลิบลิ่ว ทว่าสามารถเก็บรักษาได้นานหลายปีและสีจะไม่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เส้นด้ายประเภทนี้ไม่
ถูกที่สุดก็เห็นจะเป็นปรอทนี่แหละ พูดได้ว่าไม่อาจแตะต้องได้แม้แต่น้อย ”
สายตาของหลิวยวนนั้นเปลี่ยนแปลงไปเหมือนไม่รู้จะรับมืออย่างไรดี เขาจึงพึมพำกับตัวเองขึ้นมา “ที่แท้ก็เป็น
ปรอทนี่เอง ทำไมคิดไม่ถึงเนี่ย!”
เมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินหลิวยวนพูดขึ้นลอยๆ อย่างไม่มีปีไม่ขลุ่ย นางจึงถามขึ้น “พี่หลิวกำลังพูดอะไร?”
หลิวยวนฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมาแล้วมองไปยังต้วนชิงหมิง พูดขึ้นว่า “ชิงหมิงรู้หรือไม่ เมื่อคืนนี้บ่าวรับใช้ข้างกาย
ของพี่ได้ถูกคนวางยาพิษจนตาย คนอื่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เกิดจากกินปรอทเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไปจึง
ขาดใจตาย อีกอย่าง ในตอนนั้นสิ่งของของพี่ก็ถูกขโมยไป ท่านพ่อจึงตัดสินว่าคนรับใช้ที่เป็นคนเอาไปจึงเลือกวิธีแบบนี้
ในการฆ่าตัวตาย แต่สิ่งที่พี่ยังสงสัยก็คือ คนรับใช้คนนั้นไม่ได้มีนิสัยชอบขโมยของ จะมีก็แต่ความจงรักภักดี ฉะนั้นไม่มี
ทางที่จะเลือกวิธีการนี้” `
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ถามขึ้นมาในทันที “พี่หลิวรู้หรือไม่ว่าเขาเสียชีวิตอย่างไร?”
หลิวยวนมีสีหน้าที่หนักอึ้งขึ้นมา จากนั้นจึงพูดเสียงตํ่าเบา “ก็เพราะพี่ไปเป็นภาระ เขาจึงถูกคนทำให้เสียชีวิต!”
พอต้วนชิงหมิงได้ฟังดวงตาทั้งสองก็เต็มไปด้วยข้อสงสัยมากมาย “ที่ว่า ไปเป็นภาระหมายความว่าอะไร?”
หลิวยวนแอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “ตั้งแต่ที่พี่เข้ามาในจวนเซี่ยงแห่งนี้ ฮูหยินเสนาบดีหลิวก็คิดหาทุกวิถี
ทางในการที่จะเอาคนของนางมาไว้ข้างกายพี่แต่พี่ก็ปฏิเสธเรื่อยมา ส่วนคนรับใช้คนนั้นได้ติดตามพี่ตั้งแต่วันแรกที่เจ้ามา
ในจวนแห่งนี้ จะภักดีหรือไม่ พี่พอจะดูออกบ้าง แต่สิ่งที่คิดไม่ถึงก็คือเขากลับถูกคนเล่นงานจนต้องถึงแก่ความตาย”
สายตาของต้วนชิงหมิงเปล่งประกายออกมา พลันหันหน้าไปพูดว่า “แต่ถ้าจะเอาเรื่องภาพปัก ‘หลินยวนเซี่ยนอวี่
ถู’ ที่ถูกทำลายมาเป็นประเด็น พี่หลิวก็ไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นคนในจวนเล่นงานกันเองก็ได้นี่หน่า”
เป็นที่ทราบกันดี ฮูหยินเสนาบดีหลิวเป็นคนที่มีวิธีการต่างที่แยบยล ความผิดพลาดที่จับได้ง่ายขนาดนี้ นางไม่มี
ลงมือให้ทำอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้หลิวยวนพูดแบบนี้ก็แสดงได้ว่าเขาต้องสืบบางอย่างจนกระจ่างแล้ว
หลิวยวนเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ เพียงแต่ยังไม่สะดวกที่จะพูดออกมา แต่นั่นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาที่มอง
เรื่องต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่งของต้วนชิงหมิงไปได้
หลิวยวนได้พูดเสียงแผ่วเบาออกมา “เพราะเรื่องของหนิวไปั๋แท้ๆ พวกนางเลยโกรธเกลียดพี่ ตอนนี้แม้องค์หญิง
จิ่นซิ่วกับหนิวไปั๋จะเป็นคู่หมั้นหมายกันแล้ว แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วก็ยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของพี่ไม่ยอมไปไหน อีกทั้งองค์
หญิงจิ่นซิ่วยังดีกับพี่มากมายจนเกินหน้าเกินตา ฮูหยินเสนาบดีหลิวถึงเอาเรื่องนี้ไปพูดให้กับท่านพ่อได้ฟัง โชคดีที่ท่าน
พ่อรู้นิสัยพี่จึงไม่ได้ว่าสิ่งใด เพียงแต่ยํ้าว่าให้รักษาระยะห่างกับองค์หญิงจิ่นซิ่วให้พอเหมาะพอควรก็พอแล้ว แต่หลายวัน
มานี้พี่พบว่าฮูหยินยังคงพยายามเอาคนของนางแทรกเข้ามาเป็นข้างกายพี่ แต่พี่ไม่คิดเลย… คนรับใช้ข้างกายของพี่จะ
ต้องมาสังเวยชีวิตลง”
นํ้าเสียงของหลิวยวนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างมาก ราวกับว่าการเสียชีวิตของคนใช้ล้วนเป็นความผิดที่หลิว
ยวนก่อขึ้นมา เมื่อต้วนชิงหมิงได้ฟังหน้าก็แน่นิ่งอย่างบอกไม่ถูก
ในทุกๆ จวนล้วนแล้วแต่มีเรื่องที่ต้องสู้รบตบมือให้ตายกันไปข้างหนึ่งอยู่แล้ว สิ่งที่หลิวยวนต้องพบเจอนั้น ต้วนชิง
หมิงรู้สึกเห็นใจเหมือนกัน ทว่านางเข้าใจดี หากหลิวยวนต้องการเติบโตและเข้มแข็งมากกว่านี้ จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับ
ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยตัวเขาเอง เพราะต้วนชิงหมิงคงช่วยได้เพียงครั้งคราวไม่อาจอยู่ช่วยเหลือได้ตลอดไป
หลิวยวนเงยหน้าขึ้นมองออกไปบนท้องฟั้าอันเวิ้งว้าง ไม่นานเขาก็พูดด้วยนํ้าเสียงที่หนักอึ้ง “วันนั้นองค์หญิงจิ่น
ซิ่วให้ภาพปักกับเขา ส่วนคนที่รับภาพปักนั้นไม่ใช่คนรับใช้ข้างกายพี่กลับเป็นคนรับใช้อีกคน พอถึงเช้าวันถัดมาก็ได้ข่าว
การเสียชีวิตของคนรับใช้ข้างกายพี่ น้องชิงหมิงไม่รับรู้สึกถึงความบังเอิญไปหน่อยหรือ?”
ต้วนชิงหมิงอํ้าอึ้งไม่รู้จะพูดต่อไปอย่างไรดี
ถ้าตามที่หลิวยวนเล่ามาทั้งหมด องค์หญิงจิ่นซิ่วนำภาพปักมาให้ คนที่รับก็เป็นคนรับใช้ที่ไม่ได้สนิท จากนั้นไม่รู้
ด้วยเหตุใดภาพปักกลับโดนปรอทเข้า พอถึงเช้าวันถัดมาคนรับใช้ข้างกายกลับเสียชีวิตลง ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ว่า
จะมองอย่างไรก็ดูจะไม่เข้ากันเลย
แต่ว่าเรื่องในจวนขนาดใหญ่ที่อยู่รวมกันหลากหลายคนนั้น จะมีสักกี่เรื่องกันเชียวที่สามารถอธิบายที่มาที่ไปให้
เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
ทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนก็ล้วนแล้วแต่สืบสาวราวเรื่องไม่เจอต้นตออยู่ดีมิใช่หรือ? คนเฉลียวฉลาดนั้นย่อมไม่พูด
เรื่องที่รู้ออกมาทั้งหมด ส่วนคนเบาปัญญานั้นจะทุ่มเทหาความจริงอย่างสุดกำลัง จนท้ายที่สุดความจริงทั้งหมดที่
ต้องการตามหากลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก
ต้วนชิงหมิงไม่รู้จะกล่าวคำพูดอะไรต่อไปดี เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง นางถึงจะถอนหายใจ “เรื่องนี้ พี่หลิวได้เล่า
ให้เสนาบดีหลิวฟังหรือยัง?”
หลิวยวนหันมองต้วนชิงหมิงและตอบกลับว่า “หรือว่าน้องชิงหมิงไม่คิดว่าท่านพ่อจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างนั้น?”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาชั่วขณะเลยไม่ได้ตอบสิ่งที่หลิวยวนเอ่ยถาม